บีเกิลสื่อรัก บทที่ 3 : ไอ้หมาเห็นเครื่องบิน

บีเกิลสื่อรัก บทที่ 3 : ไอ้หมาเห็นเครื่องบิน

โดย : ดาริยา

บีเกิลสื่อรัก นวนิยายแนวโรแมนติกคอมเมดี้ โดย ดาริยา จบลงแล้ว ผู้เขียนใจดีมอบ 5 บทแรกให้เพื่อนนักอ่านชาวอ่านเอาได้ทดลองอ่าน หากอยากอ่านฉบับเต็มครบทุกตอน ซื้อ บีเกิลสื่อรัก ฉบับ E-Book ได้ที่ >> https://bit.ly/3akx3IU

**************************

– 3 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

“กรี๊ดดด แกดูดินังพิม บีเกิลโคตรน่ารักเลย ตัวนี้แหงๆ ที่ดังเปรี้ยงปร้างในโซเชียลอะ สุนัขตำรวจที่เฟรนด์ลีและกล้าหาญที่สุดในประเทศไง ฉันขอแว้บเข้าไปดูหน่อยนะ” หัสดีสจ๊วตหนุ่มร่างสะโอดสะองถลาไปยังสุนัขพันธุ์บีเกิลที่ถูกใส่สายจูงเดินนำนายตำรวจร่างกำยำสามนายอยู่ตรงลานกว้างในบริเวณเช็กอินของสนามบินสุวรรณภูมิ พิมพ์ชนกก้าวเร็วๆ ตามไปคว้าข้อมือเพื่อนชายใจหญิงไว้แล้วบอกเสียงเขียว

“ฉันเหนื่อยนะนังดี๊ดี จะรีบกลับบ้าน หมาเหมอฉันไม่สนหรอก ไม่ใช่คนรักสัตว์” พูดยังไม่ทันจบประโยคดี แอร์โฮสเตสสาวก็ถึงกับเบิกตาโพลงเมื่อเห็นใบหน้าอันคมสันหล่อเหลาของนายตำรวจคนที่เดินนำหน้า มองแวบเดียวก็รู้ว่ามียศสูงกว่าอีกสองคนที่เหลือ[1] ผิวค่อนข้างเข้มของเขาขับเน้นให้ความบึกบึนสูงสง่าโดดเด่นขึ้นจนเธอไม่อยากละสายตาไปไหน จากที่ตั้งใจจะฉุดเพื่อนไว้ พิมพ์ชนกถึงกับยอมปล่อยมือแล้วแทบวิ่งตามไป

“หมาน่ารักเนอะแก” คำพูดพลิกผันหักมุมนั้นมาจากปากแอร์โฮสเตสสาวสวยคนเดิม เพิ่มเติมคือแววตามุ่งมั่นที่ทอดไปยังนายตำรวจสุดหล่อที่ส่วนสูงและหน้าตากินขาดอีกสองคนที่มาด้วยกันอย่างไม่เห็นฝุ่น แม้จะชมหมาแต่เธอไม่แม้จะชายตามองมันด้วยซ้ำ

“น่ารักก็มาดินังพิม ไปขอถ่ายรูปกันเถอะ ดูท่าคุณผู้กองไม่ดุหรอก” คนหลงใหลในสุนัขแบบเป็นบ้าเป็นหลังบอกเพื่อนพลางสาวเท้าตามไปอย่างไม่หยุดยั้ง

“แกรู้ได้ไงว่าเขาเป็นผู้กอง” พิมพ์ชนกหูผึ่ง แม้จะไม่ค่อยแน่ใจว่ายศ ‘ผู้กอง’ ใหญ่แค่ไหน แต่คิดว่าไม่น่าจะต่ำต้อยแน่นอน

“แหม! เจ้าแม่โซเชียลอย่างแกกลับไม่รู้ซะงั้น แกนี่มันเกลียดสัตว์เลี้ยงจนไม่ชายตามองสเตตัสเกี่ยวกับหมาเลยละสิ รู้ไว้ด้วยว่าผู้กองคนเนี้ยดังจะตายไป เขามีบีเกิลคู่ใจมาสองรุ่นแล้วนะ ตัวแรกเกษียณไป ส่วนตัวนี้น่ะเป็นตัวที่สองย่ะ”

“รู้ละเอียดนะเนี่ย”

“แหงละสิ ฉันรักน้องหมา นี่ถ้ายังไม่มีผัวจะรักผู้กองด้วย”

‘งั้นฉันรักแทนก็แล้วกัน’ พิมพ์ชนกบอกเพื่อนแค่ในใจ ขณะลอบสังเกตผู้กองหนุ่มอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วก็สรุปได้ว่าเขาช่างสะดุดตาสะดุดใจแถมถูกชะตาจนบอกไม่ถูก ชุดทำงานสีกรมท่าทึมๆ ทำอะไรเขาไม่ได้เลย ความหล่อของเขายังทะลุจอมาทะลวงใจจนได้ เธอไม่เคยรู้สึกรุนแรงเช่นนี้กับชายใดมาก่อน ช่างน่าประหลาดนัก

เหนืออื่นใดคือพิมพ์ชนกได้พบเสียที ชายหนุ่มที่ราวกับสวรรค์ส่งมาให้ ถ้าได้มาเป็นแฟนแล้วละก็ เขาคงพร้อมจะปกป้องให้พ้นอันตรายจากภัยที่เธอหวาดระแวงลึกๆ มาตลอด…อาชีพไหนจะเหมาะเท่าตำรวจ!

สองคนมาหยุดยืนตรงหน้านายตำรวจทั้งสามนายกับสุนัขบีเกิล หัสดีรีบฉีกยิ้มยกมือไหว้อย่างนอบน้อมไม่ให้เสียทีที่ทำอาชีพสจ๊วตแล้วเอ่ยเสียงนุ่ม

“สวัสดีฮ่ะคุณตำรวจ ขออนุญาตถ่ายรูปกับน้องหมาหน่อยได้มั้ยฮะ นี่คงเป็นน้องนำทัพที่เคยเห็นในโซเชียลว่าเพิ่งเริ่มเข้าประจำการแต่เป็นขวัญใจประชาชนในสุวรรณภูมิไปแล้ว” มือคนพูดลูบลงบนหัวเจ้าบีเกิลหน้าตาน่ารักที่ยืนทำตาแป๋วกระดิกหางอยู่บนพื้น แม้หัสดีจะแอ๊บแมนเต็มที่แต่จริตและแววตาพราวนั้นต่อให้คนโง่ที่สุดก็ต้องดูออกว่าเขาไม่ใช่ชายทั้งแท่ง

“ได้เลยครับ ตามสบาย เจ้านำทัพเสร็จภารกิจของวันนี้แล้ว” คนตอบคือผู้กองหนุ่มซึ่งดูท่าทางใจดีเกินคาด ดวงตาคมของเขาทอดมองไปยังสุนัขตำรวจที่หน้าตาเฉลียวฉลาดท่าทางเป็นมิตรราวกับไม่ใช่สุนัขทำหน้าที่ตรวจหายาเสพติด แม้ผู้กองจะไม่ได้เป็นคนถือสายจูงเองแต่แววเมตตาเอ็นดูเจ้าหมาน้อยนั้นเต็มเปี่ยมล้นใจ

“แหม! ใครไม่รู้ช่างตั้งชื่อให้ได้สุดยอดมากๆ ชื่อนำทัพเนี่ยดูเข้มแข็งน่ารักที่สุด” หัสดีอุ้มเจ้านำทัพขึ้นมากอดราวกับสนิทชิดเชื้อกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว พิมพ์ชนกส่งยิ้มหวานให้ผู้กองหนุ่มพร้อมเอื้อมมือเรียวไปแตะลงบนหัวสุนัขบีเกิลพอเป็นพิธี ก่อนถาม

“รู้จักชื่อน้องหมาแล้ว แต่ยังไม่รู้จักชื่อคุณผู้กองเลย”

“ผมแผ่นดินครับ” น่าแปลกที่เขาไม่บอกยศของตัวเองนำหน้าชื่อ ท่าทางจะเป็นคนถ่อมตัวไม่น้อย

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ พิม…พิมพ์ชนกนะคะ ส่วนนั่นดี๊ดีค่ะ นางรักหมามาก เราเป็นเพื่อนสนิทกันเพราะทำงานสายการบินเดียวกันค่ะ อืม แล้วผู้กองมาที่สุวรรณภูมิทุกวันมั้ยคะเนี่ย” พิมพ์ชนกพยายามทำตัวเป็นสาวช่างคุย เรื่องที่ไม่ได้ถามเธอก็บอกเขาไป

“ไม่ครับ เราจะสุ่มมาโดยไม่ได้มีกำหนดแน่นอน เน้นตรวจหายาเสพติดก็ไม่อยากให้คนร้ายรู้ว่าเรามาวันไหน”

“จริงค่ะ ถ้ารู้ตารางว่าวันไหนผู้กองไม่มาก็ขนยากันสนุกไปเลย เอ่อ ผู้กองคะ พิมขอถ่ายรูปด้วยหน่อยสิคะ ถ่ายพร้อมน้องนำทัพเลย” แอร์โฮสเตสสาวในชุดสีแดงสดสะกิดแขนเพื่อนให้ส่งเจ้าหมาน้อยไปให้ผู้กองอุ้มไว้ ส่วนตนเองเข้าไปยืนชิดกับชายหนุ่มพร้อมฉีกยิ้มให้เพื่อนเก็บภาพ

“ดี๊ดีขอถ่ายด้วยบ้างนะฮะ คราวนี้ขอทั้งทีมรวมคุณตำรวจสามท่านด้วยเลย” หัสดีผู้รักการโดนรายล้อมด้วยหนุ่มๆ บอกแล้วยื่นโทรศัพท์ของตนให้พิมพ์ชนกช่วยถ่ายให้บ้าง เสร็จแล้วทั้งสองฝ่ายจึงล่ำลาแยกย้ายกันไป เมื่อตำรวจสามนายกับสุนัขคู่ใจลับตา หัสดีก็หันไปบอกเพื่อนสาว

“เก็บอาการบ้างนะยะ เป็นสาวเป็นนาง จะมาทำตาฉ่ำหวานเยิ้มแบบนี้ไม่ได้ มันเสียฟอร์มรู้มั้ยแก อย่าบอกนะว่าคุณหนูผู้เย่อหยิ่งเกิดมาปิ๊งรักนายตำรวจตรวจยาเสพติด”

“ดี๊ดี ฉันสารภาพกับแกตามตรงเลยนะ ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนโดนศรรักปักอกยังไงก็ไม่รู้ คือ…มันถูกชะตามากอะแก ฉันชอบผู้ชายในเครื่องแบบอยู่แล้ว”

แค่พูดถึง ‘ผู้ชายในเครื่องแบบ’ หัสดีก็นึกย้อนไปถึงสารวัตรหนุ่มใหญ่…ชายในเครื่องแบบจอมเจ้าชู้ที่มีผลให้ชีวิตนิอรเพื่อนรักของเขาพังพินาศถึงขั้นจบชีวิตไปตั้งแต่วัยสาว

เหรียญมักมีสองด้านเสมอ

“ชอบโดยไม่รู้ว่า ‘ผู้กอง’ แปลว่าอะไรเนี่ยนะ” หัสดีดึงตัวเองกลับมายังแอร์โฮสเตสสาวตรงหน้า ซึ่งแม้จะหมั่นไส้แค่ไหน แต่การทำงานในสายการบินเดียวกันก็ทำให้เกิดสนิทกันขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“แกรู้ก็บอกมาสิ” คนพูดเสยผมซอยสั้นขึ้นไปอย่างไว้มาด

“ร้อยตำรวจเอกย่ะ อนาคตไกลด้วย เขาประจำอยู่ที่กองกำกับการสุนัขตำรวจ หล่อโคตรแม้ผมจะถูกไถจนเกรียนตามระเบียบใหม่ล่าสุดที่ให้ไถขาวสามด้านทั้งซ้าย ขวา หลัง แล้วเหลือผมด้านบนนิดนึงตัดด้วยปัตตาเลี่ยนเบอร์หนึ่งหรือสอง แกคิดดูนะ ผมทรงนี้หล่อแค่ไหนก็ตายเรียบอะ แต่คุณผู้กองรอด”

“เดี๋ยวนะ ทำไมแกอธิบายทรงผมซะละเอียดเชียว รู้ไปถึงระเบียบตัดผมนู่น”

“อ๊าว! ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันมีผัวเป็นช่างตัดผมนะยะนังพิม อีกอย่างฉันก็ตามข่าวไง ฉันชอบน้องบีเกิลเป็นพิเศษ พอรู้ว่าในไทยเริ่มเอามาทำสุนัขตำรวจฉันนี่ตามข่าวติดเลย ชอบอะ มันน่ารัก ไม่น่ากลัวเหมือนสุนัขตำรวจพันธุ์อื่นที่ตัวใหญ่เบ้อเริ่ม หน้าโหดอีกต่างหาก”

“นั่นสิ น่ารักยังกะจะทำอะไรผู้ร้ายไม่ได้แน่ะ” พิมพ์ชนกเบ้หน้า มองอย่างไรเจ้าบีเกิลก็ยังเหมือนสุนัขที่เลี้ยงไว้ตามบ้าน เน้นความน่ารักน่ากอดเท่านั้น

“อย่าดูถูกบีเกิล น้องจะเน้นดมหายาเสพติดเพราะจมูกดีมาก ยาเสพติดซ่อนยังไงลึกลับแค่ไหนก็ได้กลิ่น ที่สำคัญนะ ตอนเดินตรวจน่ะคนในสนามบินก็จะไม่กลัวด้วย เพราะน้องตัวเล็กน่ารักตาแป๋วๆ ดูเป็นมิตรกับผู้คน”

“พอเหอะ หยุดพูดเรื่องหมาได้แล้ว บอกเลยนะนังดี๊ดี ฉันสนใจคน…คนเท่านั้นนะ เข้าใจมั้ย”

แผ่นดินจอดรถใต้ร่มประดู่แดงหน้าบ้านแล้วเดินตรงไปยังบ้านไม้สองชั้นสีตองอ่อนหลังกะทัดรัดซึ่งเขาอยู่ที่นี่มาหลายปี แม้จะไม่หรูหราแต่มันก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของเขาที่ค่อยๆ ผ่อนไปตามกำลังทรัพย์ และสิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่เสมอมาคือความรักความอบอุ่นในบ้านอันเต็มเปี่ยมเช่นเคย

ชายหนุ่มตรงเข้าไปในครัวซึ่งเป็นต้นทางของกลิ่นผัดกะเพราของโปรดที่โชยมา

“หอมฉุยเลยแม่ ดีใจได้กินกะเพราเนื้อสับฝีมือแม่ตามคำขอ” คนพูดตรงเข้าไปยืนเคียงข้างนางผ่องศรีผู้เป็นมารดา แล้วโอบเอวบางไว้หลวมๆ

“ของง่ายๆ แบบนี้แม่ทำได้ สบายมาก อยากกินอะไรขอให้บอก บางทีแม่ก็คิดไม่ออกนะ จนมุม ไม่รู้จะทำอะไรให้ลูกกิน”

“มา ผมช่วยผัด”

“ไม่ต้องเลย เดี๋ยวชุดทำงานก็เลอะเทอะหมด”

“ไม่หรอกน่า ผมจะระวัง”

ผู้กองหนุ่มพับแขนเสื้อขึ้นไปเหนือข้อศอกแล้วแย่งตะหลิวในมือแม่มาผัดเสียเอง ปล่อยให้แม่เป็นคนปรุงรส ครู่เดียวผัดกะเพราเนื้อสับรสเผ็ดจัดราดข้าวโปะด้วยไข่ดาวก็เสร็จพร้อมรับประทาน

“แล้วของแม่ล่ะ กินอะไร” เขาหันไปถามก่อนชะโงกหน้ามองอาหารในถ้วยที่แม่ถืออยู่

“ข้าวต้มหมูสับตามเคย ช่วงนี้แผลในปากแม่เพียบ ขอกินจืดๆ ก่อน แล้วเป็นไงบ้างล่ะวันนี้ ดินเหนื่อยมั้ย”

สองคนแม่ลูกนั่งลงตรงโต๊ะอาหารเล็กติดกับห้องครัว กินไปคุยไปอย่างที่เคยทำเป็นประจำ

“สบายมากแม่ ทำงานกับผู้ใต้บังคับบัญชาคนเดิมๆ แถมหมาตัวเดิมๆ อีก สบายใจหายห่วง พูดถึงหมา ลุงแจ็คหายไปไหนเนี่ย ทำไมไม่มาเสนอหน้า” แผ่นดินถามหาสุนัขตำรวจพันธุ์บีเกิลที่ปลดเกษียณแล้ว เขาประมูลมาไว้เลี้ยงเอง เนื่องจากทำใจไม่ได้ที่จะให้มันไปอยู่กับใครที่ไม่รู้จัก เขาผูกพันกับเจ้าแจ็คมากเกินกว่าใครจะคิด

“คงหลับไปแหละ เพราะยาที่หมอให้ เห็นหมอว่ากินแล้วง่วง เขาจะได้พักเยอะๆ”

แค่ได้ยินคำว่า ‘หมอ’ หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อจนชายหนุ่มต้องปรามตัวเองในใจ

‘มึงเป็นอะไรของมึงอีกแล้ว ไอ้ดิน! ไอ้หมาเห็นเครื่องบินเอ๊ย’ แต่คำพูดที่เฉไฉบอกแม่ก็แค่…

“แย่เลย เมื่อเช้าแม่ต้องพาลุงแจ็คไปโรงพยาบาลคนเดียว พอดีผมติดงาน ไม่งั้นแม่ก็ไม่ต้องเหนื่อยหรอก”

“เอาน่า ให้แม่หัดพาไปเองบ้างจะเป็นไรไป แม่จะได้รู้ขั้นตอนซะทีว่าต้องทำไงบ้าง โชคดีเนอะที่มีโรงพยาบาลสัตว์มาเปิดใกล้บ้าน แม่น่ะไม่เหนื่อยหรอกใกล้แค่นี้เอง แล้วถ้าไม่จำเป็นก็จะให้ดินเป็นคนพาลุงแจ็คไปเองเหมือนเดิมแหละ ไม่ต้องกลัวจะไม่ได้เห็นหน้าคุณหมอคนสวยหรอก”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่หยอกเขาเรื่องสัตวแพทย์สาวคนนั้น ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าหวานๆ ของคุณหมอ

“โธ่! แม่ก็ ขยี้จังเลยนะ ไม่มีอะไรสักหน่อย แซวอยู่ได้” แผ่นดินยกมือขึ้นเกาท้ายทอยทั้งที่ไม่ได้คัน จู่ๆ ก็ไม่รู้จะเอามือไปไว้ตรงไหน

“ไม่มีก็ไม่ต้องหน้าแดงสิ”

แม่ยังแซวไม่เลิก จะว่าไปก็ไม่มีใครรู้ทันเขาเท่าแม่แล้วแหละ ขนาดเคยไปโรงพยาบาลสัตว์ด้วยกันแค่หนเดียว แม่ยังจับสังเกตได้ว่าเขาเกิดสนใจสัตวแพทย์สาวคนหนึ่งขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งที่คำว่า ‘หมอ’ ทำให้เขากลัว แถมด้วยความรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย แต่ก็ยังดันไปรู้สึกแปลกๆ ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน นอกจากใจสั่น มือไม้เย็นแล้ว ยังพูดตะกุกตะกักเหมือนกับวัยรุ่นเพิ่งเจอสาวครั้งแรกอีกด้วย จะบ้าตาย!

“เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่านะแม่นะ ผมขอร้อง ไม่อยากอกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่มจีบน่ะ”

“กลัวอะไร คุณหมอออกจะใจดี ยิ้มเก่ง แม่ไม่เคยเห็นสัตวแพทย์คนไหนสวยหวานน่ารักแบบนี้มาก่อน ถ้าเป็นแม่นะ จะลุยเลยละ”

“ขอเวลาผมตั้งตัวนิดนึงแม่ เอาให้แน่ใจแล้วค่อยเริ่ม”

“ดินเอ๊ย! ชักช้าไม่ทันใจแม่เล้ย อายุลูกก็ปาเข้าไปยี่สิบเก้าแล้วนะ เจอคนที่ชอบแล้วต้องรออะไร ไม่ใช่กว่าจะเริ่ม คนอื่นคว้าไปแล้วล่ะ”

นั่นแหละที่แผ่นดินกลัว แต่จะว่าไปก็จริงของแม่อยู่เหมือนกัน ถ้าไม่เริ่มตอนนี้ แล้วจะเริ่มเมื่อไร จะรอให้โดนใครตัดหน้าฉกไปไม่ได้เด็ดขาด

เจอก่อนต้องได้ก่อนสิ!

 

ตรรกะที่ว่า ‘เจอก่อนต้องได้ก่อน’ ที่แผ่นดินใช้ปลุกตัวเองดูจะไม่เป็นจริงสักเท่าไร

แม้แผ่นดินจะพาเจ้าแจ็คมาพบสัตวแพทย์คนสวยก่อน แถมมาเป็นประจำ และเมื่อเช้ายังโทรศัพท์มาจองจนได้คิวแรกไว้ แต่ยังอุตส่าห์มีคนชิงเข้าไปตรวจก่อนจนเขากับลุงแจ็คต้องนั่งรออยู่พักหนึ่ง

เมื่อคนแซงคิวตรวจเสร็จก็จูงสุนัขพันธุ์เชาเชาขนปุกปุยตัวใหญ่เบ้อเริ่มเดินออกมาพร้อมประกาศก้อง

“ผิงผิงลูกพ่อเป็นคนไข้ที่น่ารักมาก ไม่ดื้อกับคุณหมอเลย คุณหมอนัดว่าอีกสามวันมาดูอีกทีนะลูกนะ ดีมากที่ลูกช่วยให้พ่อได้พบคุณหมอคนสวยบ่อยๆ เอาไว้คราวหน้าเราพาคุณหมอไปกินข้าวกลางวันด้วยกันดีมั้ยลูก หนูอยากกินร้านไหนบอกพ่อได้เลย เดี๋ยวนี้ภัตตาคารหรูที่ยอมให้เอาสุนัขเข้าไปได้มีเยอะแยะ แพงแค่ไหนพ่อไม่ว่า”

อ้วก!

แผ่นดินอยากอ้วกใส่หน้าไอ้ขี้คุยเสียจริงๆ แต่ก็นั่นแหละนะ สิ่งที่ทำได้ก็แค่ทนฟังด้วยความหมั่นไส้เหมือนกับคนอื่นๆ ที่นั่งรอหมออยู่ด้วยกันนั่นแหละ ทุกคนมีอาการเดียวกันคือ ‘มองบน’ โดยมิได้นัดหมาย

‘มองบน’ เสร็จ ผู้กองหนุ่มก็ขอมองหน้าคนพูดให้ชัดๆ สักที และเมื่อเห็นใบหน้าหนุ่มใหญ่ในชุดสูทเต็มตาเท่านั้น เขาก็ถึงกับอ้าปากค้าง

ไอ้ธนทรัพย์! ไอ้นี่อีกแล้ว ใช่มันจริงๆ ด้วย!

แผ่นดินเคยเจอมันพาหมามาหาหมอที่นี่สองครั้ง แล้วยังเพิ่งเห็นมันบนจอที่สารวัตรงานตรวจพิสูจน์๑ เป็นคนฉายให้ดู ทำให้มั่นใจว่าสิ่งที่กังวลอยู่นั้นเป็นจริง ไอ้พ่อค้ายารายใหญ่ที่ยืนจ่อคิวเข้าตะรางดันมาสนใจสัตวแพทย์สาว เขาคงนิ่งนอนใจไม่ได้แล้ว

หากขณะนี้ผู้กองหนุ่มจำต้องเก็บอาการ จะกระโตกกระตากไม่ได้เด็ดขาดเพราะเป็นความลับสุดยอดของทางราชการที่ยังไม่สมควรเปิดเผยจนกว่าจะได้หลักฐานพอที่จะรวบตัวมันไปรับโทษตามกฎหมาย แผ่นดินจึงทำได้แค่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปก่อน

“น้องแจ็ค ถึงคิวแล้วค่ะ” พนักงานหน้าเคาน์เตอร์เรียกชื่อเจ้าแจ็ค ทำให้แผ่นดินจำต้องหยุดความคิดทุกอย่างไว้แล้วลุกพรวดจูงบีเกิลของเขาเดินตรงไปยังห้องตรวจ

ให้ตายเถอะ! ใจเริ่มสั่นอีกแล้ว เป็นบ้าอะไรวะเนี่ย

ชายหนุ่มรำพึงเสร็จก็สูดหายใจลึกๆ เพื่อตั้งสติแล้วผลักบานประตูเข้าไป

“สวัสดีจ้ะแจ็ค มานี่มา ขอหมออุ้มหน่อย”

แผ่นดินที่กำลังจะทักทายตอบต้องสะดุดกึกเพราะหมอไม่ได้ทักเขาสักคำ ใจคอคุณหมอสาวจะไม่สนใจเขาเลยหรือ ไม่ได้นะ ไม่ใช่ละ หมาจะมาชนะคนได้ไง ว่าแล้วชายหนุ่มก็อุ้มเจ้าแจ็คขึ้นมา สบตาคุณหมอแล้วบอก

“สวัสดีครับคุณหมอ ผมชื่อแผ่นดินนะครับ เรียก ดิน ก็ได้”

เอาแบบนี้แหละ ในเมื่อเจอกันแต่ละครั้งสัตวแพทย์สาวไม่เคยถามชื่อเขาเสียที ก็ต้องใช้วิธีเสนอตัว เอ๊ย! แนะนำตัวเองเสียเลย

“อ้อ คุณดิน หมอคงไม่ต้องแนะนำตัวใช่ไหมคะ คุณเห็นชื่อที่ป้ายหน้าห้องตรวจแล้วนี่” เธอตอบแบบไว้ตัว…ไว้ตัวมากๆ เลยด้วย ถ้าดูไม่ผิดเหมือนคุณหมอสาวออกแนวระแวงเสียด้วยซ้ำ เธอเป็นแบบนี้ทุกทีที่เจอกัน เพราะอะไรนะ

“ครับ คุณหมอหวานใจ” แค่ได้พูดชื่อเธอ แผ่นดินก็เกิดอาการปากสั่นนิดๆ

“เรียกหวานก็ได้ค่ะ แล้วแจ็คเป็นไงบ้างคะ อาการดีขึ้นมั้ย”

แผ่นดินวางเจ้าแจ็คลงบนเตียงตรวจ

“ดีขึ้นมากแล้วครับ หายไอแล้ว แปลกจังนะครับ ตอนมันยังหนุ่มยังแน่นแทบไม่เคยเป็นหวัดเลย พอแก่ตัวลงนี่มาทั้งหวัดบ้าง ท้องเสียบ้าง โรคผิวหนังบ้าง ทำเอาต้องมารบกวนคุณหมอบ่อยๆ”

“เป็นธรรมดาของสุนัขเลยค่ะ ยิ่งแจ็คอายุมาก ตรากตรำมาเยอะก็ย่อมมีบ้างที่จะป่วยตามวัย นี่ถือว่าเขาแข็งแรงมากเลยนะคะ ดีกว่าสุนัขวัยเดียวกันหลายๆ ตัว เขาพิเศษกว่าตัวอื่นอยู่แล้วเพราะเคยถูกคัดให้เป็นสุนัขตำรวจก็ต้องไม่ธรรมดาหรอกค่ะพื้นฐานสุขภาพเขาต้องดีมาก อย่ากังวลนะคะ เจอปัญหาอะไรก็เอามาให้หมอตรวจเป็นพักๆ รักษาได้ก็รักษากันไป”

ไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ แผ่นดินรู้สึกว่าสัตวแพทย์สาวพยายามสร้างช่องว่างกว้างๆ ระหว่างเธอกับเขาไว้ แม้จะรู้สึกถึงความเอื้ออาทรและใจดี แต่ก็เป็น ‘ใจดี’ แบบระมัดระวังชอบกล

“ครับคุณหมอ คงต้องฝากลุงแจ็คไว้ในความดูแลของคุณหมอแหละครับ เจ้านี่มันธรรมดาที่ไหน กับหมอคนอื่นมันทั้งร้องทั้งดิ้น ไม่ยอมให้ตรวจง่ายๆ แต่กับคุณหมอหวานนี่นิ่งสนิท ทำตาพริ้มอีกต่างหาก”

สัตวแพทย์สาวหัวเราะแล้วเริ่มตรวจสุนัขบีเกิลแสนรู้อย่างละเอียด โดยมีเจ้าของหมานั่งจ้องมองอย่างสนใจ…สนใจคุณหมอและหาทางเจาะลึกเข้าไปในหัวใจของเธอให้จงได้!

 

เมื่อตรวจร่างกายให้เจ้าแจ็คเสร็จแล้ว คุณหมอก็บอกกับแผ่นดินด้วยน้ำเสียงหวานใส รอยยิ้มที่มีให้แม้จะไม่กว้างนักแต่ก็ทำให้ผู้กองหนุ่มชื่นใจเหลือเกิน

“คราวนี้ก็คงไม่ต้องพามาบ่อยแล้วละค่ะ อาการเขาดีขึ้นมาก จะเรียกว่าหายสนิทเลยก็ได้”

ไม่รู้ทำไม แผ่นดินเกิดอาการใจหายขึ้นมา เขาส่งยิ้มแล้วว่า

“เสียดายจัง ผมกับลุงแจ็คคงไม่ได้พบคุณหมออีก” ความจริงแผ่นดินอยากตัดคำว่า ‘ลุงแจ็ค’ ออกไป แต่จำต้องพ่วงไว้ก่อน เผื่อคุณหมอสาวจะไม่ชอบให้เขาจู่โจม

“แหม! ทำเหมือนจะจากกันนิรันดร์อย่างงั้นแหละ หมอเห็นที่อยู่คุณกับแจ็คแล้ว อยากบอกว่าเราอยู่หมู่บ้านเดียวกันนะคะ”

เยส!

แผ่นดินตะโกนก้องในใจ ถ้าไม่เกรงใจอยากหงายมือแล้วยื่นสองหมัดไปข้างหน้า ตามด้วยการชักศอกกลับแรงๆ สามครั้งด้วยความสะใจ นี่เป็นความรู้ใหม่จริงๆ  เขากับคุณหมอหวานใจอยู่หมู่บ้านเดียวกัน! แต่ที่ผ่านมาทำไมเขาไม่เคยพบเธอที่อื่นเลยนอกจากในห้องตรวจที่โรงพยาบาลสัตว์แห่งนี้ เป็นเรื่องเหลือเชื่อไม่น้อย

“ดีใจจังที่เราเป็นเพื่อนบ้านกัน ผมหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกครับ”

ไม่มีคำตอบจากปากหญิงสาว ราวกับเธอไม่ได้อยากเจอเขาอีก ทำเอาแผ่นดินใจหาย เริ่มสงสัยว่าคุณหมอสาวอาจจะมีคนจับจองหัวใจไปก่อนหน้าแล้ว ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย

ก่อนออกจากห้อง แผ่นดินพยายามเก็บภาพจำของสัตวแพทย์ในดวงใจไว้ …หญิงสาวร่างสูงสมส่วนผิวขาวกระจ่างผู้มีใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมนั้นหวานฉ่ำสมชื่อ จมูกโด่งรับกับริมฝีปากรูปกระจับที่แต้มไว้ด้วยลิปสติกสีชมพูอมส้มจาง ผมยาวของเธอที่ออกสีน้ำตาลธรรมชาติถูกรวบหลวมๆ ปล่อยลูกผมให้ลุ่ยลงมาบางส่วนทำให้ดูเป็นธรรมชาติ…น่ารักแบบใสๆ…คือคำจำกัดความที่แผ่นดินนึกได้ตอนนี้ เธอคือผู้หญิงในฝันของเขาที่ไม่เคยนึกเลยว่าจะได้พบในโลกของความจริง

โฮ่ง!

แน่นอนว่าไม่ใช่เสียงเจ้าบีเกิลของเขาแน่ เพราะมันจะไม่เห่าถ้าไม่จำเป็น เสียงเห่านั้นเป็นของสุนัขคิวต่อไปที่มายืนจ่อหน้าห้องตรวจแล้ว ทำให้แผ่นดินรีบจูงเจ้าแจ็คออกไปโดยเร็ว

และด้วยนิสัยตรงไปตรงมาไม่ปล่อยให้อะไรค้างคาใจ ตอนยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อชำระเงินผู้กองหนุ่มจึงเอ่ยปากถามเบาๆ

“ขอโทษนะครับน้อง คือ…ผมอยากทราบว่าคุณหมอหวานใจมีแฟนรึยังครับ”

พนักงานสาวเงยหน้าขึ้นมามอง ทำตาโตด้วยความประหลาดใจที่มีไอ้เถรตรงคนหนึ่งมาพูดแบบนี้ แล้วเธอก็ตามด้วยการยิ้มหวาน ตอบแทบเป็นกระซิบ

“ยังค่ะ แต่คนจีบน่ะ ก็เยอะอยู่”

“โอ้! ขอบคุณที่ช่วยตอบนะครับ ขอโทษที่ผมถามตรงเกินไป”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูอยู่หน้าเคาน์เตอร์มีหน้าที่ต้องบริการตอบทุกคำถามของคุณลูกค้าอยู่แล้ว”

แผ่นดินจูงเจ้าแจ็คเดินจากห้องตรวจมา ความฮึกเหิมบังเกิดเมื่อรู้ว่าสัตวแพทย์สาวยังไม่มีแฟน

ในใจมาดมั่นว่าจะต้องหาทางพบเจอคุณหมอคนสวยอีกให้ได้ ไม่ยากแน่นอนถ้าเธออยู่ในหมู่บ้านเดียวกับเขา

สวรรค์บันดาลแท้ๆ เลย

 

เชิงอรรถ : 

(1) ในชุดปฏิบัติการของตำรวจจากกองกำกับการสุนัขตำรวจ (Police K-9) หนึ่งชุดจะประกอบด้วยนายตำรวจ ๓ นาย เป็นชั้นสัญญาบัตร ๑ นาย ทำหน้าที่ผู้ควบคุมกำลัง และชั้นประทวนอีก ๒ นาย โดยชั้นประทวนนี้คนหนึ่งบังคับสุนัข อีกคนคอยประกบช่วยเหลือ และมีสุนัขตำรวจอีกหนึ่งถึงสองตัวแล้วแต่ภารกิจ

 

Don`t copy text!