ผมรักคุณ ผมฆ่าคุณ : บทนำ

ผมรักคุณ ผมฆ่าคุณ : บทนำ

โดย : รังสิมันต์

ผมรักคุณ ผมฆ่าคุณ สุดยอดนวนิยาย Medical thriller แห่งปี จากปลายปากกาของ ‘รังสิมันต์’ ที่คุณอ่านแล้วจะต้องนับวันรอตอนต่อไปด้วยใจที่จดจ่อ… นิยายออนไลน์ อีกเรื่อง ที่ เว็ปอ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

****************************

– บทนำ –

 

“เชี่ยยยยยย” 

 

ผมเบือนหน้าหนีจากหน้าจอไลฟ์

แต่มันไม่ทันแล้ว ผมเห็นภาพนั้นไปแล้ว

 

และถึงแม้จะปิดมันไปแล้ว

แต่ภาพเมื่อกี้นี้  ยังติดตาผมอยู่ ..

และผมแน่ใจว่า ภาพนั้นจะติดตาผมไปอีกหลายคืน

 

ให้ตายสิ …  มือผมเริ่มสั่นแล้ว

และมันสั่นแรงขึ้นเรื่อยๆด้วย

 

ผมรีบผละออกจากโต๊ะทำงาน ตรงไปที่ห้องครัว เปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมา ไม่มีเวลาสำหรับการเทลงแก้วแล้วค่อยๆดื่ม อารามรีบร้อนผมเทน้ำเย็นจากเหยือกน้ำกรอกลงปากไปเลย

 

ผมไม่สนใจน้ำที่หกเลอะเสื้อผ้า  ไม่สนใจน้ำที่กระเด็นหกลงพื้นจนเปียก ยิ่งในสภาพที่มือผมสั่นแบบนี้  น้ำค่อนเหยือก แปรสภาพเป็นรอยเปียกบนเสื้อและพื้นครัว  มากกว่าส่วนที่เข้าลงปากผม

 

แม้จะหยิบเหยือกที่สองมากรอกลงปากตามอีก แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ความร้อนในคอผมจางหายไปเลย ในคอผมร้อน  ในอกผมจุก  ผมรู้สึกถึงอะไรขม ๆ ที่ค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาตามทางเดินอาหาร  จากท้อง มาสู่คอ และ ….

 

ไวเท่าความรู้สึก  ผมวิ่งพรวดเข้าห้องน้ำ  แล้วก็สำรอกทุกอย่างที่กินไปออกมาจนหมดไส้  หมดทุกอย่าง  ผมรู้สึกว่าในปากมันขม  ผมคงอาเจียนเอาทุกอย่างในท้องออกมาหมด  กระทั่งน้ำดี

 

แม้จะไม่มีอะไรจะออกมาจากตัวผมอีกแล้ว

ผมก็ยังนั่งอยู่กับพื้นห้องน้ำ ไม่ยอมออกมา

 

เพราะเราต่างรู้ดีว่า ทุกครั้งที่คิดว่าอาเจียนออกมาหมด  จนไม่มีอะไรจะออกมาแล้ว ร่างกายมักจะทำให้เราแปลกใจ ด้วยการอาเจียนอีกคำรบหนึ่งออกมาอีกอย่างทะลักทะลาย ต่อเมื่อผ่านไปเกือบห้านาทีนั่นล่ะ ผมถึงได้วางใจว่าคงไม่มีอีกแล้ว ผมเดินตุปัดตุเป๋กลับมาที่ห้องครัว

 

คราวนี้ผมรินน้ำใส่แก้ว

แล้วค่อยๆดื่มมันลงไปช้าๆ ..

 

ผมคอยังคงแห้ง ใจผมเต้นรัว

และแม้ผมจะหายใจถี่ขึ้น  ลึกขึ้น

 

แต่กลับรู้สึกราวกับไม่มีอากาศผ่านเข้าปอดเลยสักนิด  เหมือนผมกำลังเป่าลมใส่ลูกโป่ง ที่โดนกำไว้แน่น  ไม่ยอมให้ขยาย

 

มือผมยังสั่นอยู่  ให้ตายสิ !

นี่มันจะไม่หยุดสั่นใช่ไหม

 

แต่ … เป็นใครได้เห็นอะไรแบบนั้น ก็ต้องมือสั่นเป็นธรรมดา  เพราะฉากนั้นในไลฟ์ มันไม่ใช่สิ่งที่เราจะได้พบเห็นในทุกๆวัน

 

แม้คุณจะจิตแข็งแค่ไหน แต่การได้เห็นอะไรแบบนั้น

มัน ย่อม ทำ ให้ คุณ กลัว จน สั่น ไป ทั่ง ตัว  …

 

ผมหันไปมองนาฬิกา  จ้องที่เข็มวินาที

นับ 1 2 3 จับจังหวะหายใจตัวเอง ..

เวรเอ้ย ! ผมนับพลาด

 

สติผมกระเจิง แม้จะนับเลขง่ายๆ

เอาใหม่ 1 2 3 นับไป จับจังหวะหายใจไปด้วย

โอเค เอาล่ะ ดีขึ้นแล้ว สติผมมาแล้ว อย่างน้อยก็จับจังหวะหายใจตัวเองได้

 

ผมหายใจเข้าและออก 1 รอบใช้เวลาแค่สามวินาที ผมนับอีกทีเพื่อความแน่ใจ  ใช่จริงด้วย รอบละแค่สามวินาที   นั่นแปลว่า ผมหายใจเร็วมาก

 

และถ้าไม่ทำให้มันช้าลงกว่านี้  อีกสักพัก ผมจะมีอาการของ hyperventalation syndrome ซึ่งผมไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น  แม้จะรู้จักมันดีและรู้วิธีจัดการกับมันก็ตาม

 

ผมเคยมีอาการนี้บ่อยๆ เวลาตกใจ เสียใจ หรือตื่นเต้นมากๆ และมันน้อยลงเรื่อยๆ จนหายไปนานแล้ว ตั้งแต่ที่ผมเริ่มเรียนต่อเฉพาะทางจิตเวช

 

ผมไม่ต้องการให้มันกลับมา  รสชาติความรู้สึกตอนที่มีอาการยังตราติดในสมอง  และผมไม่ต้องการจะรู้สึกแบบนั้นอีก ต้องปรับจังหวะหายใจให้กลับมาปกติ

 

ผมเริ่มตั้งสมาธิ ปรับจังหวะการหายใจ

มองเข็มวินาทีบนนาฬิกา นับ และ ปรับ

 

1 2 3, 1 2 3, 1 2 3

ตอนนี้คือผมหายใจเร็วอยู่

เอาล่ะ ค่อยๆ ค่อยๆ ค่อยๆ ช้าๆ ลึกๆ

 

1 2 3 4 , 1 2 3 4 , 1 2 3 4

ดีมาก ผมหายใจรอบละ 4 วินาทีแล้ว

เอาล่ะ ค่อยๆ อีกทีนะ ช้าๆนะ ให้มันห่างขึ้นอีก

 

1 2 3 4 5 , 1 2 3 4 5 , 1 2 3 4 5

จังหวะหายใจผมเริ่มกลับมาเป็นปกติ โล่งอก

แต่ผมยังไม่วางใจ ตาและสมาธิยังคงจับไปที่เข็มวินาที

 

ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง

 

เสียง notification จากคอมพิวเตอร์

เริ่มจากติ๊งแรก ต่อมาก็รัวขึ้น รัวขึ้น รัวขึ้น

 

ผมไม่กล้าหันกลับไปมองมัน …

ผมเพิ่งกลับมาหายใจเป็นปกติเมื่อกี้นี้เอง

ผมจะยังไม่กลับไปดูอะไรที่กระตุ้นให้ผมมีอาการอีกรอบ

 

ตื๊ด ๆ ๆ ๆ

 

คราวนี้โทรศัพท์ดัง ทำเอาผมสะดุ้งสุดตัว   ผมลืมไปแล้วนะเนี่ย ว่าเอาโทรศัพท์มาวางไว้บนโต๊ะในห้องครัวตั้งแต่เมื่อไหร่  คงจะตั้งแต่ตอนที่กลับเข้ามาที่คอนโดนี่แหละ  ก่อนที่จะอ่านข้อความบนทวิตเตอร์นั้น

 

ผมปรายตามองไปที่หน้าจอ เป็นเบอร์ใหม่ ที่ผมเพิ่งเมมไปเมื่อกี้นี้ และผมต้องรับสายนี้ ผมหยิบมันมาพูดสาย ด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ปกติที่สุด  “สวัสดีครับ”

 

“คุณหมอนินใช่ไหมครับ?”

ปลายสายถาม น้ำเสียงค่อนตระหนก

 

“ใช่ครับ ผมเอง”    ผมพยายามคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ  ไม่ได้ถามว่าเขาโทรมาทำไม เพราะรู้อยู่แล้ว มันมีเหตุผลเดียวเท่านั้นล่ะที่นายตำรวจหนุ่มคนนี้โทรมาหาผม

 

นั่นคือ เรื่องไลฟ์เมื่อกี้นี้  … ไลฟ์ที่ทำเอาผมอาเจียนหมดท้อง และจวนเจียนจะมีอาการแพนิค

 

“คุณหมอได้ดู … ?”

เขาไม่สามารถจบประโยคคำถามได้

 

“ครับ ผมได้ดู  … และคงมีคนดูเยอะเลยล่ะครับ”

หางตาผมเหลือบไปมองทางคอมพิวเตอร์  ที่ปิดหน้าจอไลฟ์ไปแล้ว  ผมว่าคนดูมันคงจะปาไปหลักหมื่น เผลอๆหลักแสนไปแล้วล่ะ

 

“ผมเอง ยังตกใจเลยครับหมอ ขนาดเคยเห็นอะไรแบบนี้มาแล้วก็เหอะ”  นายตำรวจหนุ่มสารภาพ น้ำเสียงเขาดูคลายความตระหนกลงได้บ้างแล้ว  คนเราก็เป็นแบบนี้ล่ะ ความตกใจ ความกลัวจะน้อยลง หากมีคนร่วมชะตากรรมด้วย  และในกรณีนี้หมายถึงผม

 

“เป็นใครเห็นแบบนั้นก็ตกใจครับ”

“แล้วตอนนี้ทางผมวุ่นวายเลยล่ะครับหมอ”

 

ผมพยักหน้า นึกภาพออก  คดีฆ่าตัวตายในรถยนต์ธรรมดา ๆ ที่มองเผิน ๆ ไม่มีอะไร  กลายเป็นกรณีโด่งดังเป็นที่สนใจของคนมากมาย ไหนจะสื่อมวลชนอีก

 

แล้วพอคิดว่าทุกอย่างคลี่คลายแล้ว  ไม่มีอะไรค้างคา จบเรียบร้อยไปแล้วทุกฝ่าย  ก็กลายเป็นว่า …

 

มีทวิตเตอร์ร่ายยาว เล่าเหตุการณ์ แล้วปิดท้ายด้วย ไลฟ์สยองขวัญคนดูเมื่อครู่นี้ สด ๆ ร้อน ๆ

 

แน่นอน ทีมทำงานที่ดูแลคดีนี้ย่อมวุ่นวาย

 

“ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกมาเลยนะครับ”

 

ผมพูดกับคุณตำรวจไปตามมารยาท ที่จริงไม่คิดหรอกว่าจะมีอะไรที่ช่วยได้ แม้จะเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่หากพิจารณาแล้วผมคือคนนอก คนนอกที่ได้เห็นทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ เหมือนคนที่นั่งดูละครที่หน้าจอ ดูชีวิตของพระเอกสองคน …

 

ใช่ .. มันเหมือนละคร

เหมือนละครซีรี่ส์วายสมัยนิยม

เด็กหนุ่มสองคน หน้าตา โปรไฟล์ดี

 

เด็กสองคนที่ผมรู้จัก เด็กสองคนที่ผมได้ดูแล

เด็กสองคนที่ผมเห็นตั้งแต่เขาเริ่มต้นรักกัน

เด็กสองคนที่ตอนนี้ …

ไม่ อยู่ ใน โลก นี้ แล้ว

 

“ที่จริง มันก็ มีนะอยู่ครับหมอ” ปลายสาย ถอนหายใจก่อนจะพูด

“ที่จริงผมโทรมา  เพราะว่าต้องการความช่วยเหลือจากคุณหมอนี่ล่ะครับ”

 

สิ้นประโยคนั้น  กลายเป็นฝ่ายผม ที่รับช่วงการถอนหายใจต่อจากเขา กะแล้วล่ะ เรื่องวุ่นวายนี้มันยังไม่จบจริงๆด้วย

 

“ครับ มีอะไรให้ผมช่วยบอกมาเลยครับ  แต่หวังว่าจะไม่ใช่ให้ผมไปที่สถานีตำรวจอีกนะครับ”

 

“อันที่จริง …  มันใช่น่ะครับ”

นั่นไง กะแล้วเชียว

 

ผมเอาโทรศัพท์ออกไปไกลๆ แล้วถอนหายใจยาวๆอีกที  มันคงไม่สุภาพเท่าไรนัก หากจะถอนหายใจใส่คุณเจ้าหน้าที่ ที่ทำตามหน้าที่ของเขา  ผมเชื่อว่าเขาก็ลำบากใจเช่นกันที่โทรมาตามผมไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ เป็นครั้งที่สอง

 

และครั้งแรกที่ไป ก็เพิ่งจะผ่านไปไม่นานมานี้เอง กลิ่นควันไหม้จากรถที่ถูกเผา ยังไม่จางเลยด้วยซ้ำ  …

 

“ผมไปได้ครับ” ผมแนบโทรศัพท์กับปากแล้วตอบเขาไป หลังจากถอนหายใจเฮือกใหญ่จบ  “แต่ผมขอเตรียมตัวสักครู่นะครับ ขอเรียบเรียงเหตุการณ์ในหัวก่อน”

 

ผมตอบไปอย่างนั้นเพราะรู้ว่า  ตอนนี้คนที่จะต้องเป็นผู้เล่าเหตุการณ์   เหลือแต่ผมคนเดียวแล้ว ผมกลายเป็นผู้เล่าเรื่องตัวหลัก แทนเด็กสองคนที่ ไม่อยู่แล้ว ผมต้องรวบรวมสติ  ลำดับเรื่องราวดีๆเสียก่อน

 

“ได้ครับคุณหมอ  เดี๋ยว .. เดี๋ยวผมไปรับนะครับ”

“ครับ ขอบคุณมากครับ”

 

“งั้นเดี๋ยวเจอกันนะครับ”  เขาบอก

“ครับผม”  แล้วผมก็วางสายไป

 

ผมหันกลับไปทางจอคอมพิวเตอร์อีกที   หน้าจอหนึ่ง เป็นยูทูปไลฟ์  อีกหน้าจอหนึ่ง เป็นทวิตเตอร์ .. ที่แปะลิงค์เชื่อมไปที่ยูทูปไลฟ์  ทวิตเตอร์ที่เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดในวันนี้

 

ผมเดินกลับไปที่โต๊ะ กดปิดหน้าจอไลฟ์ทิ้งไปซะ  ไม่มีประโยชน์ที่จะดูต่อไป  ตัวดำเนินเรื่องทั้งหมด ตัวละครหลักๆทั้งหมด จากไปแล้ว

 

ตอนนี้ .. เหลือแต่หน้าจอทวิตเตอร์

ที่ผมเปิดดูแอคเคานท์ต้นเรื่อง

 

แอคเคานท์ของ “กฤษ”

เด็กหนุ่ม .. คนไข้ของผม

ที่เพิ่งไลฟ์โชว์สยองขวัญไปเมื่อครูนี้

 

ผมไล่หน้าจอลงมาเรื่อยๆ  มันเป็นเธรดยาวเล่าเรื่องของกฤษ  เขาเริ่มต้นเธรด หลังจากที่กลับจากสถานีตำรวจเมื่อสองสามชั่วโมงที่ผ่านมา เป็นทวีตที่เธรดต่อเนื่องยาวมาก และไปจบที่ลิงก์

 

/ ขอเชิญ กดลิงก์ ข้างล่างนี้ครับ

มันจะนำไปสู่ YouTube live ของผม

ไปดูฉากจบ ที่แท้จริง ของเรื่องนี้พร้อมกันครับ

 

และก่อนกดไปดู อย่าลืมนะครับ

อย่า ลืม รี ทวีต ผม ก่อน 🙂

 

อย่าลืมชื่อผม กฤษ  นะครับ

เพราะคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ก็ คือ ผม คน นี้ นี่ แหละ /

 

ผมดูยอดรีทวีตของทวีตนั้น คนรีทวีตตอนนี้ปาเข้าไปห้าหมื่นแล้ว ผมไล่กลับขึ้นไปจนถึงทวีตแรก  อันเป็นจุดเริ่มต้นการเล่าเรื่องราวทั้งหมด

 

/สวัสดีครับ

ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าผมคือกฤษ

ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าผม เป็นแฟนกับพี่ภู

 

ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเราเป็นคู่รักที่ดังบนทวิตเตอร์

และทุกคนเห็นข่าวแล้วว่า พี่ภู เพิ่งจะฆ่าตัวตายไป …

 

ผมจะไม่ได้จะมาเล่าเรื่องที่ทุกคนรู้ดี

เพราะพวกคุณเป็นแฟนคลับเราสองคน

คุณรู้เรื่องเราสองคนเยอะมากพอ

 

แต่ …

ผมจะมาเล่าเรื่องเบื้องหลังของเราสองคน

เบื้องหลังความรักที่น่าอิจฉาของเราสองคน

 

ผมจะมาเล่าให้ฟัง ตั้งแต่ต้น

ว่าผมกับพี่ภูรักกันได้ยังไง เจอกันยังไง

ว่าผมกับพี่ภูรู้สึกดีต่อกันมากแค่ไหน

 

เล่าถึงจุดเปลี่ยน …

ผมจะมาเล่าว่าเพราะอะไร …

เราสองคน ถึงหันมา ฆ่า กัน เอง/

 

ตอนนี้ ยอดรีทวีตปาเข้าไป 200K แล้ว  มันเป็นไปตามเจตนาของกฤษ  เขาต้องการความสนใจ  ต้องการสายตาที่จับจ้องมาที่เขา  ต้องการชื่อเสียง ความโด่งดัง   และ…  ยอดรีทวีต

 

สิ่งที่กฤษยึดถือเป็นสรณะมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ที่ผมได้เจอเขา ตั้งแต่การรักษาในครั้งแรกของเรา  กฤษรักยอดรีทวีต  ไหน ๆ ตอนนี้ ผมต้องมารับหน้าที่ตัวหลักในการเล่าเรื่องของ กฤษ กับ ภู ผมว่าพวกคุณควรจะได้อ่านเรื่องนี้นะ

 

เรื่องราวของ กฤษ กับ ภู

เรื่องเล่าที่อยู่ในทวิตเตอร์ของกฤษ

ทวิตเตอร์ยาว ที่เล่าก่อน … มรณกรรมของเขา

 

มรณกรรม ของเด็กชายสองคน

 

เอาล่ะ หลังจากนี้เป็นต้นไปไป ผมขอส่งมอบพื้นที่นี้ ให้กับทวีตของกฤษเป็นตัวเล่าเรื่อง แล้วเรามาเจอกันอีกทีตอนที่ทวีตของกฤษเล่าเรื่องจบแล้วกัน

 

ผมมองปุ่ม retweet ที่ใต้ทวีตแรกของกฤษ

ที่ตอนนี้ยอดรีทะลุไป 250K

แล้วผมก็กดมัน ….

Don`t copy text!