ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 27 : น้องตัวร้าย

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 27 : น้องตัวร้าย

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทสรุปของความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ของสมุทรไทและบนฟ้า นวนิยายยอดนิยมในอ่านเอา จากปลายปากกาของกฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

***************************

– 27 –

ค่ำสนิททีเดียวที่สมุทรไทพารถตู้แข็งแรงมาถึงทางที่หัวมุมมีลูกศรเลี้ยวซ้าย แต่ด้วยเหตุที่ไม่เคยคุ้นกับภูมิประเทศ ทำให้ไม่ทันสังเกตเครื่องหมาย จึงพารถเลยไปเข้าอีกหนึ่งอุโมงค์ข้างหน้า กว่าจะเลี้ยวกลับตามเสียงเครื่องนำทางก็ผ่านไปจนถึงหัวโค้งทางเลี้ยว พากลับมาเข้าถนนแคบริมทะเลสาบอันเป็นที่พักให้เช่าอยู่ถัดไป

จอดสนิททางซ้ายมือ

เจ้าของบ้านรออยู่แล้ว เพียงแต่โยธีพาเพื่อนทั้งคู่ลงจากรถก็พบชายและหญิงกลางคนเดินออกมาเปิดประตูพร้อมทักทายไต่ถามอย่างกันเองถึงความง่ายและยากกว่าจะมาถึงนี่ซึ่งโยธีก็เล่าให้ฟัง พลางแนะนำทุกคนที่ทยอยก้าวตามกันลงมา

ฝ่ายชายพูดด้วยไม่กี่คำ ก็ผละจากไปปล่อยให้ภรรยาผู้มีอัชฌาสัยพาแขกชุดใหม่เข้าสู่ห้องชุดชั้นล่าง

“ชุดนี้เข้าด้านนี้ อีกชุดเข้าอีกด้าน” ซิญญอร่าอธิบายขณะเปิดประตูด้านหลัง นำหน้าพาอาคันตุกะขึ้นบันไดสองขั้น “ใครอยู่ในชุดห้าคนขึ้นทางนี้ ใครอยู่ในชุดสามคนขึ้นบันไดโน้น เดี๋ยวฉันจะพาไปเอง”

โยธีก็เลยกางแขนออกกันพ่อและน้องไว้ไม่ให้ตามคณะทั้งห้าขึ้นไป

เสียงจิ๊กเบาๆผ่านออกจากริมฝีปากของน้องสาวขณะมองไปรอบๆหลังบ้านที่มีทางเดินแคบๆประดับด้วยกระถางต้นไม้ตั้งชิดผนังและกำแพงตรงข้าม เรียงรายกันไปจนถึงบันไดอีกด้านท่ามกลางแสงจางจากดวงไฟตรงมุมตึก

บนฟ้าได้แต่ถอนใจยาวลึกกับตนเองขณะคล้องแขนสมุทรไทเดินตามปู่ย่าและปรายขึ้นไปถึงห้องว่างเล็กๆแลเห็นประตูสองบาน บานละข้างอยู่ตรงหน้า

“ถอดรองเท้าไว้ตรงนี้ก็ได้” เธอบอกกล่าวพลางชี้ให้ดูประตูด้านซ้าย “ฉันนอนนี่มีอะไรขัดข้องก็เรียกได้”

สตรีกลางคนยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ไม่ตามเข้าห้องเพียงแต่ส่งกุญแจให้ปราย

ต่างก็ก้มศีรษะให้เธอพร้อมขอบคุณ

เมื่อหลุดเข้าไปภายใน จึงพบห้องกว้าง มีโซฟาเบดที่เป็นเตียงคู่ตัวใหญ่ วางผึ่งผายอยู่ตรงมุม ส่วนที่เหลือตั้งโต๊ะสี่เหลี่ยมยาวหกที่นั่ง ผนังที่ติดกับหน้าต่างอันมีม่านลินินปักกั้นบัง เรียงรายด้วยชั้นวางสรรพของกิน ทั้งขนมปัง กล่องคุ๊กกี้ ช็อกโกแลต นม เนย เครื่องดื่มที่เมื่อสักครู่ซิญญอราบอกว่า ทั้งหมดในห้องคือของแถม กินใช้ได้โดยไม่ต้องจ่าย ถัดจากริมหน้าต่างเข้ามาคือเตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องใช้ในครัวครบครัน

“โอ้โฮเฮะ” ปรายร้องพลางปลดกระเป๋าสะพายเล็กๆออกจากบ่า ชูแขนขึ้นเหนือศีรษะพลางโอบกอดย่าของเขา “ย่าชอบแล้วใช่ไหมเนี่ย หายเพลียนั่งรถนานยังกะปลิดทิ้งเลยนะฮะ”

ย่าใบบุญพยักหน้า มองตามหลังสมุทรไทผู้ปลดเป้ลงจากบ่า พลางเข็นกระเป๋าใบเล็กของย่าและปู่ที่แบ่งของจากกระเป๋าใหญ่ที่ทิ้งไว้ในรถ เพื่อค้างสองคืน ณ ที่นี้…เปิดประตูเข้าสู่ห้องข้างในอย่างเงียบๆ พร้อมเปิดประตูบานนั้นค้างไว้ ให้ทั้งปู่และย่าเดินไปดูที่อยู่ใหม่แสนสบาย

มีห้องกว้างแบ่งกั้นเป็นสองส่วนอยู่ตรงหน้า ส่วนที่ลึกเข้าไปวางตั้งเตียงสองตัว ส่วนเล็กที่อยู่ข้างนอกตั้งเตียงตัวเดียว ดูเป็นส่วนสัด

“จริงด้วยย่า” หลานสาวเสียงใสใจชื่น…ราวความสุขไหลลื่นอยู่รินๆ “ที่นอนปู่ย่าดี๊ดี ของหนูก็ดี…พี่ไทว่าที่นี่ดีไหมคะ”

“ดีมาก” สมุทรไทชมเชยเมื่อเดินดูถ้วนทั่ว “เขาจัดห้องดีจังนะ ห้องน้ำก็อยู่หน้าห้องนี่ มีประตูกั้นให้ด้วย แสดงว่าเจ้าของคิดละเอียดดีมากตอนสร้างบ้าน”

ห้องน้ำซ่อนอยู่ระหว่างประตูชั้นนอกและชั้นใน ประตูสองชั้นช่วยกั้นบังความเป็นส่วนตัวของผู้จะเข้าห้องน้ำให้พ้นจากสายตาคนในห้องทั้งสอง

“เจ้าของบ้านนี้เนี้ยบมาก” ปรายพยักหน้า

ครั้นแล้วจึงชวนกันออกมานั่งที่โต๊ะอาหาร

สมุทรไทเป็นผู้จัดรายการกินอย่างง่ายๆให้ทุกคน

“คุณปู่คุณย่าทานบะหมี่กล่องแก้ขัดไปก่อนแล้วกันนะครับ” เขาบอกเมื่อหันไปทางเตาไฟฟ้า เปิดน้ำใส่กาวางลงบนแผ่นความร้อน ฝ่ายปรายหยิบขนมปังจากห่อ เปิดฝาครอบแก้วจากถาดเล็ก ใช้มีดปลายมนตัดเนย ส่งเข้าปากเพื่อนผู้กำลังยืนรอน้ำเดือด แล้วจึงส่งเข้าปากตนเอง

“น้องบนไม่ช่วยพี่เขามั่ง” ย่าได้แต่ออกปาก

นั่นเอง…ผู้ถูกเตือนจึงล้วงกล่องโยเกิร์ตออกจากเป้ของพี่ชาย ถามเสียงฉ่ำอย่างคนมีน้ำเชื่อมหล่อลื่นในหัวใจ

“ปู่ชอบแบล็ค เคอร์เร้นท์เหมือนหนูไหมปู่ขา…ย่าล่ะ”

“อะไรก็ได้ ย่าได้ทุกอย่าง”

ปู่หัวเราะหึๆในลำคอเมื่อเห็นหลานหันไปหยิบช้อนที่เสียบอยู่กับโถกระเบื้องทรงเตี้ยบนชั้นมาแจกคนละคัน พลางช่วยเปิดฝากล่องโยเกิร์ตส่งให้บุพการี

“แก้หิวไปพลางดีกว่าปู่”

“ฝนจะตกไหมคืนนี้” ประธานถามลอยๆยิ้มๆ

“คงตก” ย่ารีบตอบรับ “น้านนาน…น้องบน ถึงจะช่วยหยิบจับอะไรให้ใคร”

“ย่า-า-น่า-า…” หากสายตาก็ปรายไปทางคนที่กำลังรินน้ำร้อนลงในถ้วยกระดาษใส่บะหมี่ ปิดฝาไว้ 3 นาที นำมาวางตรงหน้าปู่ย่า ปรายและหล่อน

ครั้นได้ยินย่าเปรย เขาก็เลยสบตาพร้อมยิ้มๆอย่างรู้ดี

ตั้งแต่รู้จักนาทีแรก น้องบนก็เป็นเช่นนี้

คือเด็กหญิงผิวบาง ขาวสะอาด น่ารักน่าเอ็นดู ผู้แฝงฤทธิ์เดชไว้ในที แม้กระนั้นย่าของเขาก็ยังติดอกติดใจใคร่จะได้หลานผู้หญิงเหมือนหล่อน

เขาเอง…ขณะนั้น…พลันที่ย้อนรำลึก…ยังรู้สึกชัดเจนว่าตนเองก็ติดใจ…ไม่น้อยไปกว่าย่า

‘เด็กอะไร้ น่ารักขนาดนี้’ ย่ายังคงรำพึงรำพันอย่างเสียดายที่มาแล้วรีบกลับ

หากเมื่อเขานำความเอ็นดูของย่าไปถ่ายทอดให้ปรายฟัง ปรายก็ได้แต่หัวเราะฮ่าๆ

‘ถ้าอยู่กะอีแล้วย่าจะรู่ซึก’

เขาฟังแล้วแทนที่จะกลัวกลับขำ

ครั้นแล้ว วันหนึ่งวันนั้นก็ผ่านไป ‘แม่ไม่อนุญาตให้พาน้องไปไหน’ อีกเลย ปรายบอกกล่าว

แต่บัดนี้ นาทีนี้ น้องตัวร้ายก็กลับมานั่งอยู่เคียงข้าง ตรงข้ามคือปู่ย่า ผู้เป็นหนึ่งในจำนวนเครือญาติที่หวงเด็กคนนี้

เป็นเด็กหญิงเล็กๆที่น่าสงสาร…นั่นคือความรู้สึกของเขาที่มีต่อหล่อนตลอดมา

สงสารตรงที่หล่อนได้รับความรักความทะนุถนอมมากล้น…จนเกินกว่าจะตั้งตนให้อยู่ในโอวาทของผู้ใด

ฝ่ายปรายกำลังส่งเสียงผ่านมือถือไปถึงโยธี

“เป็นไงวะห้อง ดีไหม”

“ดีว่ะ…ดีสุดสุด” อีกฝ่ายตอบกลับมา”คุณปู่คุณย่าล่ะชอบไหม”

แต่ก่อนที่เขาจะตอบกลับ ก็ได้ยินเสียงยาเยียแทรกเข้ามา

“ห้องสบ๊ายสบายค่ะพี่ปราย…แล้วห้องพี่ล่ะคะ เป็นไงมั่ง พี่นอนกับพี่ไทตรงไหนเหรอ…อ…”

“ตรงไหนก็จะรู้ไปทำไม” ปรายตอบพลางหลิ่วตากับหนุ่มสาวผู้นั่งตรงกันข้าม ขณะที่ปู่ย่าเงี่ยหูฟังด้วยความรู้สึกเคยคุ้นกับความโลดโผนของเด็กสาวขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

“เผื่อน้องจะมาเคาะประตูมั่งไง”

“อย่ามาได้ไหม…เดี๋ยวทะเลสาบเกิดเดือดขึ้นมา กลายเป็นภูเขาไฟละก็…จะว่าไม่บอก” ปรายเล่นกับอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ

สมุทรไทรวมทั้งปู่ย่าก็ได้แต่ยิ้มๆ

ตรงข้ามกับหลานสุดท้องผู้กำลังชักสีหน้าไม่พอใจ

“บอกเขาด้วยพี่ปรายว่า…”

“น้องบน” ย่าท้วงเบาๆ “เกรงใจโยมั่งก็ดีลูก อุตส่าห์หาที่กินที่อยู่ดี๊ดีให้ทุกเมือง”

นั่นเอง อีกฝ่ายก็เลยเงียบไป แม้กระนั้นก็อดกระเง้ากระงอดนิดๆไม่ได้

“ก็มันหมั่นไส้ไงย่า”

ปรายก็เลยลุกขึ้น เดินไปยืนถามไถ่โยธีเรื่องจะออกจากบ้านกี่โมงวันพรุ่งนี้ จบแล้วจึงปิดโทรศัพท์ กลับมานั่งที่เดิมพลางเอ่ย

“ไม่ต้องหึงมากนักก็ได้ น้องบน…ยังไงๆก็อย่าให้ถึงกะตบตีกันบนเรือนะน้องรัก”

คราวนี้ ทั้งปู่ย่าและเจ้าตัวก็เลยหัวเราะกันคิกคัก ขณะที่ชายหนุ่มหน้าแดง นัยน์ตาวาวแกมเก้อนิดๆ

นับเป็นยามค่ำที่สงบสบาย สมกับคำของซิญญอร่าที่บอกโยธีเมื่อครู่ ด้วยว่าเขาชมเชย

‘บ้านซิญญอร่าอยู่ในทำเลดีมากนะครับ ระหว่างเดินทางมาก็ยังไม่เจอฝนเลย ทั้งๆฤดูนี้ก็ยังไม่หมดฝนไม่ใช่หรือ”

ซิญญอร่าจึงบอกให้เขาคลายวิตก

‘ฝนคงจะซาลงไปแล้วละ ทุกอย่างในวันนี้ก็ยังสงบสุขดี’ เธอคงหมายถึงมิให้กังวลเรื่องก่อการร้ายที่กำลังระบาดอยู่ทั่วไป ‘หวังว่าพรุ่งนี้คุณจะข้ามไปเกาะได้สบายๆ อากาศหนาวแต่ก็คงจะเย็นกำลังดีสำหรับคุณที่เพิ่งมาจากเมืองร้อน’

“พรุ่งนี้ 9 โมงออกจากบ้านนะปราย” เสียงโยธีสั่งความ

Don`t copy text!