เมฆพรางจันทร์ บทที่ 14 : อ่อนแอก็แพ้ไป หวั่นไหวก็ซบมา

เมฆพรางจันทร์ บทที่ 14 : อ่อนแอก็แพ้ไป หวั่นไหวก็ซบมา

โดย : คุณหญิง ร่ำรวยมหาศาล

เมฆพรางจันทร์ นวนิยายโครงการช่องวันอ่านเอาปีที่ 2 โดย คุณหญิงร่ำรวยมหาศาล กับเรื่องราวของว่าที่เจ้าสาวที่วิญญาณหลุดออกจากร่างกับข้อแม้ที่หากอยากฟื้นคืนชีวิตต้องทำภารกิจให้กับยมฑูตหนุ่ม แต่เอ๊ะ! ทำไมอยู่ๆ หัวใจเธอถึงรู้สึกแปลกๆ กับเขานะ มาร่วมลุ้นกับภารกิจและหัวใจที่สั่นไหวของเธอในอ่านเอากับนวนิยายออนไลน์สนุกๆ เรื่องนี้

มาสอาภากะพริบตาปริบๆ มองจุดสีดำเล็กๆ บนนิ้วโป้งของตัวเอง ความกังวล ความอึดอัด ความหงุดหงิด ความเศร้าหมอง ความคับแค้นใจ ที่เกิดขึ้นอย่างหลากหลายเมื่อสักครู่ สลายหายไปจนหมด คงเหลือแค่ความดีใจระคนตื่นเต้น

อย่างน้อย ผ่านไปสามวัน เก็บได้หนึ่งเคส…ตามจริงก็ไม่แย่

เธอคว้ามือใหญ่เย็นเฉียบเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่เขาจะปล่อย

ดับปราณเลิกคิ้ว มองผู้หญิงที่ไม่ยอมปล่อยมือเขาด้วยสายตาประหลาดใจ

“โอ้ว…เมื่อกี้ลุง นี้ด โรแม้น ตอนนี้ยัยมาส นี้ด เอง”

แน่นอน…วายชีวาไม่เลิกแซวอยู่นั่นเอง

“เอ่อ…ขอโทษค่ะ” คน นี้ด โรแม้น รีบปล่อยมือที่กุมมือเขาไว้ “ฉันดีใจ เลยเผลอไปหน่อย”

ดับปราณหันไปแยกเขี้ยวใส่คนแซวไม่เลิก “หุบปาก ก่อนฉันจะส่งเธอไปทำสวนจริงๆ”

“เอะอะก็ขู่ เอะอะก็ดุ เอะอะก็ด่า…โอ๊ย หมั่นไส้ ไปหาชนลี่ดีกว่า เชิญจีบกันตามสบายเลยค่า” วายชีวาบ่นพึมพำ ก่อนจะหายตัววับไปหาวายชนม์ต่อหน้าต่อตาจริงๆ

พออยู่กันตามลำพังกับยมทูตสุดหล่อ มาสอาภาก็เก้อๆ ไป สมองที่เคยวุ่นวาย คิดวกไปวนมากับเรื่องที่โดนหลอกลวงสงบลงได้อย่างน่าประหลาด หรือเขาใช้เวทมนตร์…อิทธิฤทธิ์ลบความเศร้าให้เธอ

ดับปราณอมยิ้มขบขันกับความคิดของหญิงสาวที่นั่งหน้าแดงก่ำมองเขาไม่วางตา จึงเดินไปนั่งบนอาร์มแชร์ใกล้โซฟาที่เธอนั่งอยู่

“ดีใจไหม อย่างน้อยก็ได้แล้วหนึ่ง… ” เขาถามออกมา น้ำเสียงอ่อนโยน “พอจุดสีดำปรากฏครบทั้งห้านิ้ว นั่นหมายความว่าภารกิจเสร็จสมบูรณ์”

มาสอาภาพยักหน้า ดึงสายตาให้กลับมาสนใจจุดสีดำเล็กๆ บนนิ้วโป้งที่มือข้างซ้าย

“แล้วอีกสี่ชีวิตที่ต้องช่วยเป็นใครอีกบ้างคะ คุณรู้ไหม”

“แล้วใครที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเธออีกบ้างล่ะ”

“ชีวินถือว่าเป็นเพื่อนสนิทของฉันคนหนึ่งเลยค่ะ และฉันช่วยเขาสำเร็จแล้ว” มาสอาภาพยายามนึกต่อ “พ่อ แม่ พี่ดิน…แล้วก็เอ่อ… ”

ใช่…เธอเคยคิดว่าไอ้ผู้ชายชั่วช้านั่นเคยเป็นอีกหนึ่งคนที่เกี่ยวข้องและมีความสำคัญกับชีวิตของเธอ แต่เมื่อรับรู้ถึงการกระทำหน้าไหว้หลังหลอกของภาณุรุจแล้ว จึงตัดเขาออกไปจากสารบบทันที

“คนสุดท้าย ฉันนึกไม่ออกจริงๆ”

“อาจจะเป็นคนที่คิดไม่ถึง” ดับปราณพึมพำออกมาเป็นนัยๆ

“คงไม่ใช่ไอ้ชั่วพี่รุจหรอกนะคะ”

“แล้วถ้าใช่ล่ะ เธอจะไม่ช่วยเขาเหรอ”

มาสอาภาเม้มปากแน่น กำมือแน่นอีกด้วย

“ควรช่วยหรือคะ เขาทำกับฉันขนาดนี้ หลอกกันมาได้ เขาหลอกฉันมาตลอดเวลาที่คบกันเลยนะคะ” พอคิดถึงเรื่องถูกหลอกลวง มาสอาภาก็อดไม่ได้ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง “ฉันเจ็บใจที่ตัวเองโง่ อายด้วย…พวกเขาต้องแอบหัวเราะเยาะลับหลังฉันตลอดเวลาแน่นอน”

ดับปราณถอนหายใจ ก่อนจะขยับตัวลุกมานั่งข้างๆ

คนกำลังโกรธและเจ็บใจ น้ำตาไหลออกมาอีกอย่างอัดอั้น เผลอซบไปที่ไหล่กว้างของเขา ด้วยความลืมตัว

“ไม่ต้องร้องไห้แล้ว” เสียงทุ้มปลอบใจ ก่อนจะแนะนำเบาๆ “ภาณุรุจอาจจะเป็นกุญแจสำคัญไปเปิดเผยเรื่องอื่นๆ อีกก็ได้นะ”

มือบางยกขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากแก้ม ตอนแรกหัวใจเธอร้อนผ่าวราวกับมีไฟสุม แต่ไอเย็นยะเยือกจากผู้ชายตัวโตที่เธอกำลังซบไหล่เขาอยู่ตอนนี้ ทำให้หัวใจรู้สึกสบาย ผ่อนคลายลงอย่างน่าอัศจรรย์

“แปลกจังนะคะ”

“อะไรแปลก”

“คุณตัวเย็นมาก…แต่ฉันกลับชอบ…รู้สึกดีด้วยที่อยู่ใกล้ๆ อะไรที่ร้อนรนอยู่ในใจ ก็สลายไปหมดเลย”

นั่นสิ ปกติคนเราต้องชอบความอบอุ่นไม่ใช่เหรอ…

ผู้หญิงคนอื่นอาจจะกรี๊ดกร๊าด อยากได้ผู้ชายที่อบอุ่น อ่อนโยน เหมือนไมโครเวฟ หม้อทอด กระทะไฟฟ้า หรือถุงน้ำร้อน แต่ผู้ชายที่อยู่ข้างเธอตอนนี้ เหมือนแอร์เคลื่อนที่เลย อยู่ใกล้แล้วเย็นฉ่ำ ชุ่มชื่นใจ

ดับปราณอดขำความคิดของผู้หญิงที่ซบไหล่อยู่ไม่ได้ จนเผลอมองด้วยสายตาอ่อนโยนลึกล้ำ

“วายชีวาบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่า ‘เรา’ เป็นพวกทำให้อะไรต่างๆ หมดอายุขัย…ความเศร้าหมองก็คงเหมือนกันนั่นแหละ”

“ดีจังเลยค่ะ”

ในที่สุดมาสอาภาก็ยิ้มออกมา จะมามัวพิรี้พิไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วทำไม…ตอนนี้สิ่งที่ต้องโฟกัสคือภารกิจ และกลับเข้าร่างเดิมให้ได้

“คิดได้แบบนี้ก็ดีแล้ว” ดับปราณชม

“เอ๊ะ! ฉันเสียเปรียบพวกคุณมากๆ เลยนะ คิดอะไรพวกคุณก็รู้หมดเลย”

“เธออยากรู้อะไรอีก ก็ถามมาได้เลย”

มาสอาภาถอนหายใจ ค่อยๆ ผละออกจากไหล่กว้างที่มีไอเย็นสบายลอยอวลอยู่อย่างเสียดาย แม้ว่าจะติดใจและรู้สึกสบายขึ้นมาก แต่เธอไม่ควรใกล้ชิดกับเขามากเกินไป ระหว่างนั้นก็พยายามเรียบเรียงลำดับเรื่องสำคัญ

“มือถือ เงินในบัญชี ไอจี บัญชีโซเชียล อ่อ…ธุรกิจของฉันอีกด้วย”

พอตัดเรื่องภาณุรุจออกไป สิ่งสำคัญของเธอคืองาน…ใช่…งานและเงินไม่เคยทรยศเธอสักครั้ง

“ตอนนี้ต้องลืมๆ ไปก่อนนะ เพราะถ้าเธอใช้มือถือ ถอนเงินในบัญชี หรืออัปเดตอะไรในโซเชียล เธอคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

มาสอาภาคิดตาม ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย

“ก็จริงค่ะ ถ้ามองจากมุมคนอื่น ฉันยังนอนหลับสวยๆ อยู่โรงพยาบาลเลย อืม…ว่าแต่ม่านเมฆทำมาหากินอะไรหรือคะ ถ้าฉันไปแตะต้องเงินกับงานของตัวเองไม่ได้ แล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนใช้ล่ะ ต้องอยู่ร่างนี้อีกสิบกว่าวันเลยนะ จะให้ฉันแบมือขอยัยพี่สาวจอมสะตอนั่น ฉันไม่ขอหรอก”

ดับปราณหัวเราะมองคนกำลังหน้าบึ้งหน้างออย่างขบขัน “ม่านเมฆทำงานเป็นนักแปล และเป็นแอดมินเพจอาหารเสริม ระหว่างที่เธออาศัยอยู่ในร่างนี้ เธอสามารถดำเนินการต่างๆ ต่อไปได้”

“หือ…แอดมินเพจอาหารเสริมหรือคะ อย่าบอกนะว่า…อาหารเสริมของฉัน”

ดับปราณพยักหน้าแทนคำตอบ “ฉันเลือกร่างใหม่ให้เธอดีมากใช่ไหม”

มาสอาภามองหน้าเขาอย่างงุนงง “คุณเลือกร่างให้ฉัน…”

“เอ่อ…” พอนึกได้ว่าหลุดปากพูดความลับออกไป ยมทูตหนุ่มก็เฉไฉ “ฉันพูดแบบนั้นเหรอ ได้ยินผิดหรือเปล่า”

“ไม่น่าจะผิดนะ” มาสอาภาพึมพำ แต่ไม่ได้เซ้าซี้อะไร ก่อนจะนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้อีกหนึ่งเรื่อง “ฉันเคยเจอคุณในความฝันวันเกิดอุบัติเหตุนี่นา ฉันว่าจะถามคุณตั้งแต่ที่เราเจอกันในโรงพยาบาลแล้ว แต่เรื่องราวมันแปลกไปหมดทุกเรื่อง น่าสงสัยไปหมดทุกอย่าง ฉันเลยไม่รู้จะถามอะไรคุณก่อนดี ถ้าจะให้ถามจริงๆ ก็คือ ทำไมฉันถึงฝันแบบนั้นล่ะคะ”

“ลองวิเคราะห์ดูสิ” ยมทูตหนุ่มกอดอก ไม่ตอบคำถาม แต่ให้เธอลองคิดไตร่ตรองดู เขาเอนหลังพิงพนักรอฟังเฉยๆ

“จะว่าไป ฉันฝันเห็นคนฆ่าตัวตายมาสามปีซ้อนเลยนะคะ แต่ละปีนี่ก็มีวิธีการตายแตกต่างกันออกไป เรียกว่าวิธีฆ่าตัวตายไม่ซ้ำรูปแบบเลยสักปีจะถูกกว่า” นึกถึงความฝันแล้วก็อดสยองขึ้นมาไม่ได้ “แล้วทุกครั้งที่ฝัน คือ ผู้หญิงคนนั้นจะคร่ำครวญ ร้องไห้จะเป็นจะตาย บอกว่าถูกทรยศ หักหลัง เลยไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว”

ดับปราณพยักหน้าหงึกๆ “แล้วยังไงอีก”

“แต่เมื่อคืนนั้นที่ฉันเจอคุณในฝัน…คุณมารับวิญญาณผู้หญิงคนนั้น แล้วเธอก็ขอ… ”

ชาติหน้าข้าขอให้ได้สมหวังกับใครสักคนที่รักข้าจากใจจริงสักที

“ให้ได้สมหวังกับใครสักคนที่รักจากใจจริง” มาสอาภาพึมพำออกมาจากความทรงจำส่วนลึก ก่อนจะครุ่นคิด “ผู้หญิงในความฝันนั่น คงไม่ใช่…ฉันหรอกมั้งคะ”

ดับปราณขยับตัวนิดหน่อย อึ้งไปนิดที่มาสอาภาเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ ได้เองโดยไม่ต้องเสียเวลาอธิบายมาก

“อืม…เธอทั้งนั้นแหละ”

“ฉันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ” คนฆ่าตัวตายทุกชาติครางออกมา

“ก็…อย่างที่ฝันเลย ยอมแพ้ หนีปัญหาตลอด ไม่เคยสู้” ดับปราณตอบตามตรง

“ฉันเคยได้ยินว่าคนฆ่าตัวตายจะไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดนี่คะ แล้วถ้าความฝันพวกนั้นคือฉันจริงๆ แสดงว่าฉันฆ่าตัวตายมาตั้งหลายชาติ แล้วทำไมถึงยังได้มาเกิดอีกล่ะ”

ดับปราณยกมือกอดอก กลอกตาไปมา “วายชีวาบอกเธอไปแล้วเหมือนกันว่าบนโลกนี้ ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ทุกอย่างมีการแลกเปลี่ยน มีราคาที่ต้องจ่าย”

“ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี”

“เอาเถอะ ไว้จบภารกิจ เธอจะได้รู้เรื่องทุกอย่างที่อยากรู้แน่นอน”

มาสอาภาพยักหน้า ตอนนี้มีหลายเรื่องต้องจัดการเยอะแยะไปหมด เว้นไว้รู้ทีหลังบ้างก็ได้

“และอีกเรื่องค่ะที่อยากรู้มากๆ”

ดับปราณเลิกคิ้ว พยายามค้นหาความคิดของอีกฝ่ายที่นั่งจ้องเขานิ่ง

“เรื่อง… ”

“ทำไมคุณต้องช่วยฉัน”



Don`t copy text!