เมฆพรางจันทร์ บทที่ 9 : ยกเลิกสัญญาเถอะค่ะ !

เมฆพรางจันทร์ บทที่ 9 : ยกเลิกสัญญาเถอะค่ะ !

โดย : คุณหญิง ร่ำรวยมหาศาล

เมฆพรางจันทร์ นวนิยายโครงการช่องวันอ่านเอาปีที่ 2 โดย คุณหญิงร่ำรวยมหาศาล กับเรื่องราวของว่าที่เจ้าสาวที่วิญญาณหลุดออกจากร่างกับข้อแม้ที่หากอยากฟื้นคืนชีวิตต้องทำภารกิจให้กับยมฑูตหนุ่ม แต่เอ๊ะ! ทำไมอยู่ๆ หัวใจเธอถึงรู้สึกแปลกๆ กับเขานะ มาร่วมลุ้นกับภารกิจและหัวใจที่สั่นไหวของเธอในอ่านเอากับนวนิยายออนไลน์สนุกๆ เรื่องนี้

ภาณุรุจและม่านฝนออกไปจากห้องพักผู้ป่วยสักพักแล้วเพราะคิดว่าเธอต้องการพักผ่อน คนอยู่ในโปงผ้าห่มจึงค่อยๆ โผล่หน้าออกมา

มือไม้สั่นไปหมดกับความจริงกระแทกใจว่าผู้ชายคนนั้นที่เธอคิด และเห็นมาตลอดว่าเขาแสนดี ไม่มีพิษสง กลับทรยศหักหลังเธอได้อย่างเลือดเย็น!

โกรธ…แค้นมาก คนสวยหงุดหงิดจนปากสั่นไปหมด

“คุณดับปราณ…” มาสอาภากระซิบเรียกผู้ช่วยเหลือเบาๆ น้ำตาจวนเจียนจะหยดอยู่รอมร่อ ก่อนจะต้องกะพริบตาปริบๆ เมื่อผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นคือยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยหน้าใสที่ชื่อวายชนม์

“เฮียไปธุระครับ…เอ่อ… ” เด็กหนุ่มพยายามครุ่นคิดเลือกใช้สรรพนามแทนหญิงสาวตรงหน้าให้ตรงกับฐานะของเธออย่างดีที่สุด “… ซ้อ”

“หือ…” คนกำลังโกรธแค้นปากสั่นเขม้นมองอย่างงงงัน เจ้าหนุ่มน้อยหน้าใสเรียกเธอว่า ‘ซ้อ’ เหรอ

“ครับ เรียกซ้อเหมาะสุดแล้ว”

ด้วยความที่ยังมึนงงกับเรื่องภาณุรุจ ทำให้มาสอาภาไม่ได้ใส่ใจกับความหมายของสรรพนามที่อีกฝ่ายเรียก ตอนนี้เธอต้องการข้อมูลอย่างเร่งด่วน

“ผมก็ไม่มีข้อมูลอะไรจะให้ซ้อหรอกนะครับ”

คุยกับยมทูตนี่ดีเนอะ ไม่ต้องเปลืองน้ำลาย…แค่คิดก็เข้าใจกันแล้ว

เจ้าหนูวายชนม์หัวเราะคิกคัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ทำเอาคนที่กำลังคิดอะไรต่ออะไรค้อนใส่

“จะมายืนทำหน้าหล่อหัวเราะ…เอ่อ พี่อยู่แบบนี้เหรอ พี่ต้องการเจอคุณดับปราณด่วนจริงๆ” เห็นหน้าตาน่ารักถูกชะตาดี มาสอาภาเลยยอมสนิทด้วย

“เดี๋ยวเสร็จธุระ เฮียก็มาฮะซ้อ”

ไม่ทันขาดคำ ร่างสูงของผู้ที่เธอต้องการพบก็ปรากฏขึ้นพร้อมไอเย็นจางๆ ลอยวนอยู่ในห้อง จนคนนอนบนเตียงรู้สึกหนาวสะท้านถึงกับต้องดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดอก

“แหม…เฮียมาพอดีเลย ปกติต้องเรียกนานนะเนี่ย” ยมทูตในความดูแลอดแซวไม่ได้พร้อมกับมองด้วยแววตาเป็นห่วง แต่ก็ปรับสายตาใหม่มองหาวายชีวาแทน “แล้วเจ่เจ้ล่ะเฮีย”

“ทำงานอยู่อีกที่”

“อือ…” ยมทูตหนุ่มน้อยทำเสียงเหมือนรับรู้ แล้วรีบบอก “ซ้อมีอะไรจะถามเฮียแน่ะ”

“ซ้อ…เหรอ” ดับปราณทวนคำเรียกแทนชื่อมาสอาภาของเด็กในความดูแลก็ขมวดคิ้ว ริมฝีปากเหมือนจะกระตุกนิดหน่อย “วันนี้ไม่มีอะไรแล้ว นายไปประจำที่เถอะ”

“เฮียทำโอทีต่อเหรอ” วายชนม์อดแหย่ไม่ได้

ดับปราณเลิกคิ้ว ทำตาดุใส่

“โอเคๆ ผมไม่แซวแล้วเฮีย เชิญเลยนะครับซ้อ…มีอะไรถามเฮียได้เลย” เจ้ายมทูตหนุ่มทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แล้วก็หายตัวไป

เมื่ออยู่ตามลำพัง มาสอาภาก็อดเขินไม่ได้…แต่เดี๋ยวก่อน เธอควรจะต้องมาเขินอะไรแบบนี้ไหม เธอโกรธแค้นภาณุรุจอยู่ไม่ใช่เหรอ

ใช่! ตอนนี้เธอต้องการข้อมูล…

“ผู้หญิงคนนั้น เธอบอกว่าชื่อฝน และเหมือนจะเป็นพี่สาวของร่างนี้”

เขาพยักหน้า

“แล้วผู้ชายคนนั้นคือพี่รุจ คู่หมั้นของฉัน”

เขาพยักหน้าอีก

“สองคนนั้น…คนที่ชื่อฝนกับพี่รุจ พวกเขา…มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน”

เขาพยักหน้าอีกครั้ง

มาสอาภาสูดลมหายใจเข้าปอดจนลึก “มันเรื่องอะไรกันแน่คะ!”

“ฉันเตือนเธอแล้วว่าสิ่งที่มองเห็นอยู่ทุกวัน อาจจะไม่ใช่อย่างที่เห็นเลยก็ได้นะ”

“คุณเตือนตอนไหน” คนกำลังแค้นปากคอสั่นอดเถียงไม่ได้ ค้อนใส่ยมทูตอย่างพาลๆ “คุณจงใจซ่อนสปอยล์ ไม่ยอมแจ้งฉันก่อนว่าฉันจะต้องเจอเรื่องเซอร์ไพรส์หนักหน่วงรออยู่ ไม่อย่างนั้น…ฉันยอมขึ้นเฟอร์รารีไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ไม่ต้องมาทรมาน รับรู้ว่าตัวเองเป็นคนโง่ขนาดนี้หรอก” พูดออกมาแล้วก็ยังไม่หายอัดอั้น น้ำตาร้อนผ่าวไหลอาบแก้มเนียน ไม่แน่ใจว่าโกรธที่โดนภาณุรุจหลอกลวง หรือแค้นที่เขาคิดว่าเธอโง่มาตลอด “ฉันไม่อยากทำภารกิจแล้ว! ยกเลิกสัญญาเถอะค่ะ สองอาทิตย์เอง…ยังไงก็ตายอยู่ดี ฉันทำไม่ไหวหรอก”

ดับปราณถอนหายใจ มองคนอยากยกเลิกสัญญาด้วยสายตาระอา “เธอไม่เคยคิดอยากต่อสู้อะไรบ้างเลยเหรอมาสอาภา พอเจอปัญหานิดหน่อยก็เลือกวิธีหนี… ”

“นิดหน่อยเหรอคุณดับปราณ…ฉันว่าที่กำลังเจออยู่นี่ไม่เรียกว่านิดนะ” มาสอาภาหัวเราะอย่างขมขื่น “ในชีวิตฉัน ไม่เคยมีใครหลอกฉันเลย”

“เธอมั่นใจอย่างนั้นจริงๆ หรือ” ดับปราณยกมือกอดอก “มนุษย์น่ะ ทั้งกลับกลอก แถมยังหลอกลวงเก่งที่สุด จิตใจก็ยากแท้หยั่งถึง”

“คุณพูดเหมือนว่าเคสที่ฉันเพิ่งเจอยังน้อย แสดงว่ายังมีเรื่องให้ฉันเซอร์ไพรส์อีกเหรอคะ”

ดับปราณยิ้มแค่นิดเดียว “การหนีจากปัญหาทำได้ง่ายมาก แต่เธอไม่ลองคิดให้ดีๆ อีกนิดล่ะว่าทำไมเธอถึงได้โอกาสในการทำภารกิจ”

“นั่นสิคะ ฉันจะได้รางวัลใหญ่อะไรตอบแทนอีกใช่ไหม นอกจากกลับเข้าร่าง”

“นั่นขึ้นอยู่กับว่าเธอเคยขออะไรไว้” เขาย้อนถาม

คนถูกย้อนถามชะงัก “แล้วฉันเคยขออะไรไว้ด้วยหรือคะ”

“คนขอยังจำไม่ได้ แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไง”

มาสอาภาทำท่าครุ่นคิด “คือด้วยความที่ฉันเป็นผู้หญิงที่มีครบ และเพียบพร้อมทุกอย่างแล้วจริงๆ เพราะฉะนั้น ฉันจำไม่ได้เลยค่ะว่าเคยขออะไรไว้หรือเปล่า”

“โอ๊ย คือตอนแรกก็อยากจะเปิดโอกาสให้ปรับความเข้าใจกันอะนะ แต่ทนแอบฟังไม่ไหวแล้วแก…หลงตัวเองอะไรเบอร์นั้นยะหล่อน ไม่ไหวจะเคลียร์ อ่อนเพลียจะเมาท์มาก” วายชีวาปรากฏตัวขึ้น พร้อมด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ตวัดตามามองดับปราณ “ลุงก็บอกเขาไปสิค้าว่าเขาขออะไรไว้ ถึงต้องมาแลกด้วยการทำภารกิจให้สำเร็จ”

ดับปราณขบฟันกรอด หรี่ตามองยมทูตแสนสวย ซึ่งลอยหน้าลอยตายั่วยุอารมณ์เขา

“หุบ-ปาก”

“ถ้าปากหนูไม่หุบ ลุงจะลากหนูไปทุบไหมเอ่ย” วายชีวาทำท่าแอ๊บแบ๊ว เหมือนความโมโหของเขาคือความรื่นเริงบันเทิงใจของเธอ “หึ…ขืนลุงชักช้า ลีลาท่ามากแบบนี้ เดิมพันกับภารกิจนี้ของลุงก็ล้มเหลวอยู่ดี อย่าลืมนะลุง…โอกาสสุดท้ายแล้ว”

มาสอาภาฟังด้วยความไม่เข้าใจ วายชีวาพูดอะไร แล้วดับปราณเกี่ยวข้องอะไรกับภารกิจของเธอ

“คุณวายชีวาคะ…” มนุษย์คนเดียวในห้องนี้เอ่ยขึ้น

ผู้ถูกเรียกกลอกตาไปมา “ใช้เสียงสั้นเรียกชื่อฉันสิจ๊ะ มันจะดูนุบนิบน่ารัก…ไวน์…โอเคนะคะ เรียกฉันว่าไวน์ แหม…ฟังดูน่าดื่มจัง”

ดับปราณถอนหายใจยาว ส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะทำยังไงกับยมทูตสติไม่สมประกอบตนนี้ดี

“หยุดด่าฉันในใจเลยนะคะลุง” วายชีวาตวัดตาเรียวสวยไปค้อนใส่ยมทูตตัวโต แล้วหันมากระซิบบอกคนนอนบนเตียง “ถ้าเธอทำภารกิจสำเร็จ เธอจะได้รางวัลจริงๆ นั่นแหละ คล้ายๆ เวลาซื้อผงชูรสแถมช้อน ซื้อน้ำปลาแถมจานข้าวนั่นแหละจ้ะ”

‘ของแถม’ ทำหน้าตึง ถลึงตาใส่ยมทูตปากมากที่ชักจะพูดมากขึ้นเรื่อยๆ

“ฮะ…คุณหมายความว่าฉันจะได้รับรางวัลจากการทำภารกิจสำเร็จ นอกเหนือจากการกลับร่างอีกด้วยหรือคะ” มาสอาภาพึมพำเบาๆ ความโกรธแค้นที่ถูกหลอกลวงเหมือนจะจางๆ ไป รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่จะได้รับรางวัลพิเศษ

วายชีวาหัวเราะลั่นอย่างมีจริต “จริงสิจ๊ะ ยมทูตโกหกได้ยังไง”

“พูดมากเกินบทไปไหมวายชีวา” เสียงเข้มขรึมติงยมทูตในความดูแลที่จ้างหลักร้อย แสดงความสามารถหลักล้านเบาๆ ก่อนจะรีบตัดบท “เธอก็นอนพักซะ พรุ่งนี้อาการจะดีขึ้น เราจะได้มาดูกันว่าภารกิจแรกคือใคร”

“นั่นสิคะ…แล้วฉันต้องช่วยใครบ้าง นึกอะไรไม่ออกเลย” พอคิดถึงภารกิจ…ความอึดอัดจากความหลอกลวงของภาณุรุจเหมือนจะยังไม่สลายไปจากใจง่ายๆ “แล้วฉันทำภารกิจไปด้วย แก้แค้นไปด้วยได้ไหมคะ”

“แจ๋ว!” วายชีวาฟังแล้วดีดนิ้วดังเปาะ ท่าทางดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันที “มันต้องแบบนี้สิยัยหนู ตาต่อตา ฟันต่อฟัน! อ่อนแอก็แพ้ไป อ่อนไหวก็ทักมา” ประโยคคล้องจองสุดท้าย ผู้พูดเหลือบมองไปทางยมทูตตาดุที่อยากจะขบหัวเธอเต็มทีด้วยสายตาแช่มชื่นรื่นฤดี

“ชักใบให้เรือเสียตลอด แล้วหยุดยุกยิกเสียที ฉันปวดหัวกับเธอมากแล้วนะวายชีวา” ดับปราณออกปากดุอย่างจริงจัง

“ถ้าไม่มีหนู ลุงจะดูเหงาๆ นะค้า”

มาสอาภาอดหัวเราะกับความร่าเริงของยมทูตสาวขี้เล่นตนนี้ไม่ได้ ยอมรับว่ามุกตลกของเจ้าหล่อน ทำให้รู้สึกสนุกสนาน ลืมความทุกข์ไปชั่วขณะ

ผู้ล่วงรู้ความคิดทั้งสองลอบมองหน้ากัน แล้วก็เป็นยมทูตสาวพูดมากเปิดปากอีกครั้ง “เธอไม่ต้องกังวล ไม่มีใครในโลกนี้ไม่เคยถูกหลอกลวง เพราะฉะนั้น เธอไม่ต้องเสียใจที่สวยแต่โง่ ดูผู้ชายไม่ออก แล้วถูกหลอกให้ชี้ช้ำกะหล่ำปลีหรอกนะ”

“ฟังแรกๆ เหมือนจะดีนะคะ ไปๆ มาเหมือนถูกคุณหลอกด่าอะ” มาสอาภาหน้าหงิก

“ไม่ได้ด่าค่ะ ฉันแค่พูดความจริง”

“ตอนนี้ฉันคิดได้แล้ว เมื่อกี้ตอนอยากยกเลิกสัญญา ฉันคงจะโมโหที่ถูกหลอกมากไปหน่อย” หญิงสาวสารภาพเสียงแผ่ว “ฉันยังยกเลิกภารกิจไม่ได้หรอกค่ะ ยังไงฉันต้องกลับไปหาพ่อ หาแม่ ให้ได้ อีกแค่สองอาทิตย์เอง ฉันต้องทำให้ได้ค่ะ”

“ดีมากที่รู้จักคิดว่าพ่อแม่สำคัญกว่าผู้ชาย” วายชีวาชมจากใจจริง

“เอาเถอะๆ” ดับปราณจึงออกปากปราม กวาดตามองไปที่ร่างโปร่งของยมทูตฝึกหัด แล้วถาม

“ฤทัยธุวาไปไหน…ปกติเห็นถือตลอด”

“เอ๊ะ! เมื่อกี้ฉันก็ถือมานะ…” วายชีวาทำท่าตกใจ เมื่อสำรวจตรวจดูแล้วไม่พบดอกไม้นำทาง “ตายแล้วลุง! ฉันทำหล่น”

“เอ่อ…ฤทัยธุวาคืออะไรหรือคะ” มาสอาภาเอ่ยถาม ขณะมองยมทูตทั้งสองมองหน้ากัน

“ฤทัยธุวา คือดอกไม้นำทางวิญญาณไปยังโลกหลังความตาย” ดับปราณเป็นคนเฉลย “ปกติ เราจะต้องมอบให้คนที่มีพลังชีวิตใกล้ดับสูญล่วงหน้าหนึ่งถึงสามวัน ทุกคนจะได้รับฤทัยธุวาเป็นดอกตูมสีม่วงอ่อน และพอดอกบานเป็นสีม่วงเข้ม แบบที่เธอเห็นบรรดาวิญญาณถือกันเมื่อวาน…นั่นคือพลังชีวิตสูญสิ้นแล้ว”

คนฟังพยักหน้าลอบกลืนน้ำลาย นึกเอะใจว่าตัวเองเคยได้รับหรือเปล่า “ฟังดูเหมือนเป็นดอกไม้ที่น่ากลัวพอสมควรเลยนะคะ…แล้วหายไปไหนได้ยังไง”

“ถ้ารู้จะเรียกหายไหมยะหล่อน เพิ่งฉลาดอยู่แป๊บๆ โง่อีกแล้ว” วายชีวากอดอก ยกนิ้วเรียวขึ้นมาเคาะแก้ม “เดี๋ยวนะ…เมื่อกี้ชนเข้ากับใครสักคนไหมหนอ คิดไม่ออก”

“รีบๆ คิดเลยยัยตัวยุ่ง”

“ใช่…” ยมทูตสาวดีดนิ้ว “เมื่อกี้ตอนฉันเดินเล่นเอ้อระเหย เปิดโอกาสให้ลุง ไม่ยอมหายตัวเข้ามาในนี้ ฉันชนกับผู้ชายผมยาวคนหนึ่ง”

“แล้วไปเดินเล่นทำไม” ดับปราณส่ายหัว “คนเก็บได้เป็นใคร จำหน้าได้ไหม ได้ตรวจสอบไหมว่าอยู่ในรายชื่อหรือเปล่า”

“โหย ลุง ทำไมถามเยอะจัง”

“ก็ถ้าคนเก็บไปยังไม่ถึงฆาต จะพากันซวยไปหมดไหมล่ะ ขยันทำแต่เรื่องยุ่ง!”

“จ้ะ จ้ะ จ้ะ” ตัวยุ่งไม่สลด กลอกตามองบน พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็ก “นี่ไง คนนี้…นายชีวิน สิงหากาญจน์ อายุยี่สิบห้าปี สองเดือน สามวัน เอ๊ะ…พลังชีวิตในนี้ ทำไมมันแสดงผลแบบนี้ล่ะลุง” เจ้าหล่อนยื่นหน้าจอให้ยมทูตพี่เลี้ยงดู

“ชื่อที่คุณไวน์อ่าน…ชื่อ ชีวิน หรือคะ” มาสอาภาพึมพำ “ชีวิน สิงหากาญจน์ เป็นเพื่อนสนิทของฉันเอง”

ดับปราณฟังแล้วครุ่นคิด สลับกับมองพลังชีวิตที่กะพริบในจออย่างข้องใจ ก่อนจะมองหน้าเด็กฝึกงาน แล้วพูดออกมาพร้อมกัน

“ภารกิจที่หนึ่ง!”



Don`t copy text!