จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 18 : นักสืบหลังเลนส์

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 18 : นักสืบหลังเลนส์

โดย : คีตาญชลี แสงสังข์

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก โดย คีตาญชลี แสงสังข์ ผลงานจากโครงการช่องวันอ่านเอา เมื่อเจ๋งต้องกลับบ้านที่ไม่อยากกลับเพื่อเจอกบเพื่อนตุ๊ดที่เป็นรักแรกและการกลับไปครั้งนี้เจ๋งยังพบจดหมายที่อังศุมาลิน เพื่อนอีกคนทิ้งเอาไว้ก่อนตายไปในซ่อง มันจะนำพาเจ๋งและกบไปสู่จุดหมายปลายทางที่สุขสมหรือทุกข์ทนนั้น…ไม่มีใครจะล่วงรู้

อากาศคืนนี้อ้าว ลมไม่กระดิก คิดว่าคืนนี้ฉังคงต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ ตั้งแต่มานอนที่บ้านย่าฉันเลือกจะเปิดหน้าต่างและใช้พัดลมแทน

ที่นี่ต้นไม้เยอะ บริเวณบ้านยังเป็นลานดิน ไม่สะสมความร้อนเหมือนพื้นคอนกรีต ยิ่งดึกจึงยิ่งเย็นสบาย

ฉันคว้าผ้าเช็ดตัวออกไปอาบน้ำ ระหว่างตัวบ้านและห้องน้ำมีนอกชานเชื่อม เลยมีปล่องแคบๆ พอให้ดาวส่องแสงลงมาได้ ระหว่างแปรงฟันฉันเดินออกจากห้องน้ำมาเงยหน้ามองดาว ฟ้าของสุโขทัยยังมืด มีแสงรบกวนน้อยกว่าเมืองใหญ่ ฉันตัดสินใจปิดไฟห้องน้ำและไฟข้างบ้าน แสงดาวหลังยอดไม้ชัดกระจ่าง มะม่วงอกร่องข้างห้องน้ำที่ไฟส่องจนเห็นรายละเอียดใบ บัดนี้มันกลายร่างเป็นเงาทะมึน ยืนทื่อมะลื่ออยู่หน้าท้องฟ้าอันวิบวับ คืนนี้อับลม ไม่อย่างนั้นมันคงโบกใบไหวๆ ทักทายกับฉันบ้างแล้ว

ห้องน้ำแบบนี้ให้บรรยากาศแสนจะโรแมนติก ถึงแม้เมื่อเข้าหน้าฝนจะลำบากอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับบางบ้านที่ห้องน้ำอยู่ด้านล่าง การตากฝนนิดๆ หน่อยๆ สำหรับย่าหรือลูกๆ ที่อยู่ในบ้านหลังนี้มาก่อน ก็คงจะถือว่าไม่ลำบากนัก

จะว่าไปแล้วฉันก็อดสงสัยไม่ได้ว่า แม่อยู่มาได้อย่างไร บางทีอาจเพราะที่นี่เป็นบ้านของย่า และแม่เคยชินกับห้องน้ำของบ้านหลังนี้ตั้งแต่ตอนที่ย่ายังอยู่ ไม่ว่าแม่จะใจร้อนแค่ไหนแต่ก็คงจะมีมารยาทพอที่จะไม่ไปจุ้นจ้านในวิถีชีวิตของคนอื่น เพราะถึงพ่อจะเป็นคนใจเย็น แต่ก็เป็นพี่ชายคนโตที่ย่าพูดอย่างชื่นชมว่าเป็นคน ‘แข็ง’

พ่ออาจจะอดทนต่องานหนัก อดทนต่อความเห็นแก่ตัวและเอาแต่ใจของคนอื่นได้ แต่ไม่อดทนถ้าใครจะมาเปลี่ยนแปลงตัวพ่อ นึกอย่างนี้แล้วฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงเก่งอย่างแม่จึงไม่เคยลืมผู้ชายอย่างพ่อได้เลย

บางทีแล้วผู้หญิงที่เข้มแข็ง คงต้องการคนที่เข้มแข็งกว่า ส่วนคนฉลาดๆ ก็คงจะอยากได้คนที่มีความเฉลียว สำหรับพ่อและแม่แล้ว ทั้งคู่อาจจะเป็นคนในฝันของกันและกันก็เป็นได้

แต่ไม่มีใครเคยรับประกันว่าซินเดอเรลล่ากับเจ้าชาย จะอยู่กันได้ตลอดรอดฝั่งนี่นะ

ฉันคิดอย่างหดหู่…ช่วยไม่ได้ ในเมื่อฉันมายืนเหยียบความทรงจำแสนเศร้าอยู่ในบ้านหลังนี้

ฉันบอกตัวเองแล้วหันไปคว้าแป้งน้ำบนชั้นใส่ของในห้องน้ำมาเขย่า ไม่สนว่ามันจะเป็นของใคร เทใส่มือแล้วตบเบาๆ ไปทั่วใบหน้าและลำคอ อย่างที่ย่าเคยทำให้

รู้สึกเย็นวาบและหอมชอนไชเข้าไปในรูจมูก แน่นอน มันยิ่งทำให้คิดถึงย่า

เอาให้มันสุดๆ ไปเลย ในเมื่อความทรงจำเล่นงานฉันขนาดนี้แล้ว คืนนี้ฉันจะปล่อยตัวเองให้จมดิ่ง บางทีอาจจะนอนร้องไห้ให้มันบ้ากันไปข้างหนึ่ง

ฉันเดินเข้าห้อง เปิดหน้าต่างทุกบาน เอื้อมมือไปเปิดพัดลมโดยไม่คิดจะเปิดแอร์ จากนั้นเดินมานั่งจ่อพัดลมบนเตียงนอน เมื่อแป้งน้ำโดนลมก็เย็นวาบขึ้นมาอีกรอบ

หนังสือคู่กรรมของอังศุมาลินนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะหนังสือ ฉันเอื้อมมือหยิบมันมาพลิกเร็วๆ ความคิดบางอย่างเต้นกระตุกอยู่ในสมอง ดูเหมือนว่าตอนนี้ฉันรู้แล้วว่างานลำดับต่อไปของฉันคืออะไร และคงจะไม่มีเวลา ‘จมดิ่ง’ และ ‘ร้องไห้ให้บ้ากันไปข้าง’ เสียแล้ว

‘คู่กรรม’ เป็นหนังสือนวนิยายปกแข็งเก่าคร่ำ ที่ยังดูออกว่าเป็นสีเหลืองอ่อน หน้าปกมีรูปวาดภูเขาไฟฟูจิและกิ่งซากุระเป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นญี่ปุ่นและโกโบริ แต่ไม่มีส่วนไหนจะสื่อถึงแม่อัง-ฮิเดโกะ ของพ่อดอกมะลิเลย

ฉันรู้เนื้อเรื่องคู่กรรมดีทั้งๆ ที่ไม่เคยอ่าน พอๆ กับรู้เรื่องพจมาน ณ บ้านทรายทอง หรือเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเนื้อเรื่องมันเข้ามาอยู่ในความทรงจำตอนไหน แต่เอาเป็นว่าฉันรู้เรื่องคร่าวๆ ของหนังสือเหล่านั้นก็แล้วกัน

ขณะที่พลิกเปิด ฉันหวังว่าจะเจออะไรบ้าง แต่ก็พบเพียงที่คั่นหนังสือทำเอง มันทำจากกระดาษแข็งแปะดอกไม้เล็กๆ แล้วเคลือบพลาสติกเอาไว้  อาจจะเป็นของอังศุมาลิน เธอมักทำอะไรย้อนยุคได้อย่างน่าประหลาด เป็นต้นว่ารู้จักเพลงสุนทราภรณ์ในปริมาณที่เยอะเกินไป และร้องเพลงที่ขึ้นว่า เมื่อดวงใจมีรัก ดั่งเจ้านกโผบิน บินไปไกลแสนไกล เป็นเพลงติดปาก

ฉันจำชื่อเพลงไม่ได้หรอกนะ แต่อังศุมาลินทำให้ฉันจำได้ว่าเจ้าของเพลงชื่อ สุชาติ ชวางกูร

“ลูกคนแก่” กบชอบว่า อังศุมาลินจะหัวเราะทุกครั้ง สีหน้าแสนจะภูมิใจและโอ้อวดว่า “เป็นลูกคนแก่สิดี พี่สาวก็ร๊าก…ม๊ากมาก”

ฉันเห็นด้วยกับเรื่องนี้และคิดว่าอิทธิพลของเพลง ‘เมื่อดวงใจมีรัก’ ที่เธอร้องก็คงจะได้มาจากพี่สาวนั่นแหละ

ฉันพยายามทำตัวเป็นนักสืบ ลองมองในแง่มุมต่างๆ โดยเริ่มจากการดูตัวเลขหน้าที่ถูกคั่นเอาไว้

สองร้อยสามสิบกับสองร้อยสามสิบเอ็ดอย่างนั้นหรือ…ฉันพยายามคำนวณแต่คิดอะไรไม่ออก เลยเปลี่ยนความคิดว่าควรจะอ่านเนื้อหาหน้านั้นแทน

รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อคิดว่า อาจจะมีข้อความระหว่างบรรทัดซ่อนอยู่ อังศุมาลินอาจจะไปรู้ความลับของแก๊งค้ามนุษย์ เจ้าของบ่อน หรือพวกค้ายารายใหญ่ เธอจึงต้องหนีหายออกไปแบบนั้น

ซึ่งในที่สุดฉันก็รู้ว่าตัวเองกำลังฟุ้งซ่าน และไม่พบอะไรสักอย่างในนั้น หรือถ้ามันจะมีบางอย่าง ฉันก็ไม่ฉลาดพอที่จะค้นพบปริศนาที่อังศุมาลินซ่อนเอาไว้ได้

แต่คำตอบบางครั้งอาจอยู่แค่ปลายจมูก ฉันบอกตัวเองอย่างไม่ละความพยายาม แล้วฉวยโทรศัพท์กดเบอร์โทร.ออก ใบหน้าของชายปลายสายทำให้ฉันรู้สึกคิดถึง นี่ฉันไม่ได้ยินเสียงเขานานเท่าไรแล้วนี่

เสียงสัญญาณเรียกเข้า ทำหัวใจฉันเต้นรัว แต่ปลายสายไม่มีคนรับ

ไม่ทันจะผิดหวังเสียงมือถือของฉันก็แผดเสียงสนั่น หัวใจของฉันเต้นตุบเมื่อเห็นชื่อ ‘ตะวัน’ ขึ้นหราบนหน้าจอ

ฉันรีบรับ “ฮาโหล…พี่ตะวัน…”

“เจ๋งเหรอ เป็นยังไงบ้าง” เสียงเขาทำฉันน้ำตาแทบไหล ฉันไม่ได้เจอเขาหนึ่งปี หรือว่าเกือบสองปีเข้าไปแล้ว

เพิ่งสองทุ่ม ถ้าตอนนี้ฉันอยู่กรุงเทพฯ ฉันจะไม่ลังเลที่จะนัดเขาออกมาเจอกันนอกบ้านเดี๋ยวนี้เลย

“สบายดีพี่ อยากเจอมากเลย”

“คิดถึงหรือมีเรื่อง” เขาดักคอ

“ทั้งสองอย่าง อย่างแรกรู้สึกมากๆ แต่อย่างหลังด่วนจี๋ มีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือ” ฉันตรงประเด็น แต่หยอดคำอ้อนไปนิดๆ

สำหรับฉันแล้วพี่ตะวันคือพี่ชายคนหนึ่งที่น่านับถือและควรค่าแก่การไว้วางใจ เราเจอกันในการอบรมงานเกี่ยวกับการเขียนสารคดีที่ฉันและเขาสมัครเข้าอบรม และดันได้รางวัลร่วมกันในคลาสเรียน หลังจากนั้นเราก็ติดต่อกันเรื่อยมา ทั้งๆ ที่สายงานของเขาและฉันไม่ได้มีอะไรที่เชื่อมโยงกันนัก นอกจากการต้องพกกล้องตลอดเวลาเหมือนๆ กัน

ความรู้สึกที่มีต่อเขามันคล้ายความรู้สึกที่ฉันมีให้พี่เตยและพี่ภพ ผิดกันนิดตรงการคบหาพี่ภพ ฉันรู้สึกเหมือนแขวนประทัดไว้ข้างเอวตลอดเวลา

“ว่ามา” เขาตอบกลับมาอย่างง่ายๆ สมเป็นเขา

ฉันขอร้องพี่ตะวันให้ช่วยหาข่าวกรอบบ่ายวันที่ 3 มกราคมเมื่อ 13 ปีก่อน เขารับปากเพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในวิสัยที่ทำได้ แต่ถามกลับมาว่าจะเอาไปทำอะไร ฉันเล่ารายละเอียดเรื่องอังศุมาลินและข่าวชิ้นนั้นให้เขาฟังคร่าวๆ

“ขอเวลาสองสามวันนะ ช่วงนี้พี่มีงานแปลข่าวต้องรีบเคลียร์ให้ลูกค้าก่อน”

“ลูกค้า…” ฉันลากเสียงอย่างสงสัย นักข่าวกีฬามีลูกค้าด้วยหรือ

“จ๊อบนอกน่ะ หางานสำรองเอาไว้ เผื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่ต้องเกาะแม่กิน” เขาพูดอารมณ์ดี ฉันจำได้ว่าเขาเป็นเด็กต่างจังหวัด และมีความฝันที่จะได้กลับไปทำสวนต่อจากที่บ้าน แต่ถึงป่านนี้เขาก็ยังวนเวียนเป็นเหยี่ยวข่าวอยู่ในเมืองหลวง

ในเมื่อยังมีโอกาส คนข่าวอย่างเขาก็คงจะยึดเอาไว้ก่อน

ไม่มีใครรู้ว่าหนังสือพิมพ์จะเหลือเวลาอีกเท่าไร ถ้าฉันเป็นพี่ตะวัน มีบ้านและที่ดินต่างจังหวัดเอาไว้รองรับ ฉันก็จะอยู่ร่วมในสำนักงานข่าวจนกว่าจะได้เป็นประวัติศาสตร์หน้าสุดท้ายนั่นแหละ

ที่พูดมาฉันไม่ได้เศร้าหรอกนะ โหยหานิดหน่อย เพราะความเปลี่ยนแปลงฉันเจอกับตัวเองมาเยอะจนเห็นมันเป็นของธรรมดาโลกไปเสียแล้ว

“ตอนนี้เจ๋งอยู่สุโขทัย ถ้ากลับกรุงเทพแล้วเรานัดเจอกันนะพี่” ฉันรู้สึกอยากเจอเขาจริงๆ พี่ตะวันตกลงและบอกย้ำว่าถ้าเขาได้ของที่ฉันต้องการเมื่อไรจะส่งไปให้ทางอีเมล

“ใช้อีเมลเดิมอยู่ใช่ไหม” เขาถามย้ำ

“ใช่ค่ะ เหมือนเดิม”

ความหวังเรืองรอง สติของฉันกลับมาทั้งหมด ไม่หลงเหลืออารมณ์เศร้าอีกต่อไปแล้ว

เหมือนความเปลี่ยนแปลงจะสะท้อนไปถึงธรรมชาติข้างนอก จู่ๆ ลมเย็นก็พัดพรู มันกระชากหน้าต่างตีกันตึงตัง ฉันเดินไปสับขอหน้าต่าง รู้สึกเหมือนได้กลิ่นฝน มันเป็นกลิ่นของดินชื้นๆ ที่สายลมหอบเอามาฝาก สักพักฝนก็เริ่มตกเปาะแปะแล้วลงเม็ดหนักขึ้นเรื่อยๆ

ย่าเคยบอกว่า ถ้าฝนหลงฤดูตกลงมาช่วงนี้ เขาเรียกว่าฝนชะช่อมะม่วง มันจะช่วยให้มะม่วงติดผลดกไปทั้งต้น แต่ถ้าตกมาช่วงที่มะม่วงผลโตเต็มที่แล้ว แทนที่มันจะมาช่วยกลับทำให้ผลมะม่วงที่โตแล้วแตกและเสียรสชาติ

ฉันนึกถึงมะม่วงตลับนากขึ้นมา ปีนี้มันคงดกพราว นี่ฉันไม่ได้กินมันมากี่ปีแล้วนะ

คืนนี้ฉันตัดสินใจจะนั่งเรียบเรียงประวัติทั้งสองวัดให้เสร็จ แล้วส่งไปให้พี่เตยเพื่อเอาข้อมูลไปจัดการต่อ จากนั้นตั้งใจว่าระหว่างสามวันที่ต้องคอย ฉันจะอ่านหนังสือเรื่องคู่กรรมให้จบและไปเก็บฟุตเทจที่วัดทุ่งและวัดหนองโว้งเอาไว้ก่อน

ส่วนพี่เตยเธอจะเอาข้อมูลไปเขียนบทให้ทั้งสามรายการมาถ่ายทำที่นี่ และใช้เวลาอยู่สุโขทัยกี่วันก็ไม่ใช่หน้าที่ของฉันแล้ว

คิดแล้วก็นึกถึงพี่ภพ เขาเหมือนหมอดูตาทิพย์ ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องทิ้งตั๋วขากลับให้ใบตองได้เสียดายเล่นแน่ๆ

 



Don`t copy text!