จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 20 : ใบไม้ที่หายไป

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 20 : ใบไม้ที่หายไป

โดย : คีตาญชลี แสงสังข์

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก โดย คีตาญชลี แสงสังข์ ผลงานจากโครงการช่องวันอ่านเอา เมื่อเจ๋งต้องกลับบ้านที่ไม่อยากกลับเพื่อเจอกบเพื่อนตุ๊ดที่เป็นรักแรกและการกลับไปครั้งนี้เจ๋งยังพบจดหมายที่อังศุมาลิน เพื่อนอีกคนทิ้งเอาไว้ก่อนตายไปในซ่อง มันจะนำพาเจ๋งและกบไปสู่จุดหมายปลายทางที่สุขสมหรือทุกข์ทนนั้น…ไม่มีใครจะล่วงรู้

เกิดเหตุสลดรับปีใหม่! ไฟไหม้ร้านนวดแผนไทยย่านพระโขนง เสียหาย 3 คูหา พบหมอนวดสาวดาวเด่นประจำร้านนอนเสียชีวิตอยู่ในห้องพักบนชั้นสาม และเด็กสาวอายุต่ำกว่า 18 ปีได้รับบาดเจ็บจากการสูดควันพิษอีก 3 ราย คาดผู้ตายสูดควันพิษเข้าไปมากจนเสียชีวิต

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 2 ม.ค. ร.ต.อ.ชวรัตน์ อาทิตยา รอง สว.(สอบสวน) สน.พระโขนง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้และมีผู้เสียชีวิต ภายในซอยอ่อนนุช แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานรถน้ำดับเพลิง จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. 3 คัน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลจุฬาฯ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ต้นเพลิงเกิดที่บ้านเลขที่ 1210/20 เป็นอาคารพานิช 4 ชั้น เปิดเป็นร้านนวดแผนไทย โดยพบแสงเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วเนื่องจากมีลมพัดแรง เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม ใช้เวลาประมาณ 30นาทีเพลิงจึงสงบ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เพลิงไหม้เกิดขึ้นบนชั้น 2 ของร้านนวดแผนไทยและลุกลามไปยังร้านสังฆภัณฑ์ซึ่งอยู่ติดกัน โดยพบผู้เสียชีวิต 1 รายในห้องพักส่วนตัวบนชั้น 3 ของบ้านต้นเพลิง ทราบชื่อภายหลังคือนางสาวอังศุมาลิน สายสกุล อายุ 17 ปี สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน มีรอยแผลจากความร้อนบริเวณขาและเท้า เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลจุฬาฯ

นางสาวอ้อย (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ซึ่งพักอยู่ในห้องติดกับผู้ตายให้การว่า ผู้ตายเป็นคนสวย ตั้งใจทำงาน เพราะต้องการเก็บเงินไปเรียนต่อ วันเกิดเหตุเป็นช่วงวันหยุดปีใหม่จึงมีลูกค้าใช้บริการจำนวนมาก ผู้ตายคงจะเหนื่อย จึงหลับลึกจนไม่รู้ว่าเกิดเพลิงไหม้

จากการตรวจสอบสันนิษฐานเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วงในห้องเก็บของซึ่งต่อเข้ากับเครื่องชอร์ตยุงไฟฟ้า ซึ่งบริเวณนั้นมีกล่องและลังกระดาษเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี

ร.ต.อ.ชวรัตน์ เปิดเผยอีกว่า อาคารพานิชดังกล่าวเป็นของนางอำนวยพร ทวีเจริญทรัพย์ อายุ 45 ปี เปิดเป็นร้านนวดแผนไทยซึ่งมีหมอนวดสาวสวยให้บริการ ร้านเปิดบริการตั้งแต่เวลา 14.00 ถึง 24.00 หลังจากปิดร้านจะมีผู้พักอาศัยเป็นประจำอยู่ 8 คน ซึ่งขณะเกิดเหตุ นางสาวอังศุมาลินขึ้นไปพักผ่อนอยู่ในห้องส่วนตัวบนชั้น 3 อีกส่วนหนึ่งนั่งกินหมูกระทะและดื่มฉลองปีใหม่อยู่ชั้นล่าง ส่วนร้านสังฆภัณฑ์นั้นปิดช่วงปีใหม่ เจ้าของบ้านไปท่องเที่ยวต่างประเทศจึงไม่มีผู้อยู่อาศัยในช่วงเวลาที่เกิดเพลิงไหม้

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบอุปกรณ์เซ็กส์ทอยในห้องชั้น 2 และถุงยางอนามัยใช้แล้วจำนวนมากในถังขยะ จึงต้องตรวจสอบต่อไปว่ามีการเปิดบริการนวดแผนไทยเพื่อบังหน้าแต่แอบแฝงนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาขายบริการทางเพศให้กับลูกค้าและนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยหรือเปล่า หากพบว่ามีความผิดจริงจะแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

……………

อีเมลฉบับนี้ถูกส่งมาในเย็นวันจันทร์ ฉันพิมพ์ออกมาอ่านด้วยการขับรถไปตลาดแล้วหาร้านถ่ายเอกสารที่มีบริการพิมพ์สำเนาออกจากไฟล์คอมพิวเตอร์ บ้านพ่อมีเครื่องพิมพ์เอกสารแต่หัวตันไปแล้ว ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลดี เพราะการที่พ่อและโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้าพุดซ้อนมีอุปกรณ์แบบนี้อยู่ในบ้านมันประหลาดพอๆ กับที่พี่ภพติดเตาอบเอาไว้ในครัวนั่นแหละ

“ไม่ใช่ซ่องซะหน่อย” ฉันพึมพำ

ใช่สิ…เนื้อข่าวก็บอกอยู่ทนโธ่ ‘พบอุปกรณ์เซ็กส์ทอยและถุงยางอนามัยใช้แล้วจำนวนมาก’ ร้านนวดแผนไทยแบบไหนกันที่จะมีแต่หมอนวดสาวสวย อายุต่ำกว่า 18 และมีของแบบนั้นไปอยู่ในถังขยะ ฉันเตือนสติตัวเอง

“ฮะ! อะไร…ที่ว่าไม่ใช่ซ่อง” พี่ตะวันทวนคำถามที่เต็มไปด้วยความหวังลมแล้งๆ ของฉัน ตอนนี้ฉันกำลังคุยกับเขาผ่านโปรแกรมซูม และอ่านข่าวที่ได้จากเขาไปด้วย ยอมรับว่าฉันออกจะผิดหวังหน่อยๆ ที่ไม่มีอะไรเป็นไปอย่างที่คาดหวังสักนิดเลย

“ร้านนวดนี่น่ะหรือ” พี่ตะวันถาม สีหน้ากึ่งสงสัยกึ่งขำ

“พี่ว่ามันจะมีหมอนวดแผนโบราณธรรมดาๆ อยู่ในนั้นบ้างไหม”

สิ้นคำถามเขาหัวเราะก๊าก ไม่กึ่งขำกึ่งสงสัยอีกต่อไป ฉันแทบจะได้ยินเสียง ‘แม่คนใสซื่อ’ จากปากกบลอยมาเข้าหู ถ้าเขาอยู่กับเราตรงนี้ด้วยน่ะนะ

เมื่อรู้ตัวว่าน่าจะเข้าข่ายหลงงมงายไปจริงๆ ฉันก็เลยจำต้องยอมรับ

“รู้แล้วละน่า ไม่ต้องหัวเราะหรอก”

“โทษทีๆ พี่ไม่ได้ตั้งใจ แค่…ช่างเถอะ แล้วเราเอาของพวกนี้ไปทำไม” ชายผิวน้ำผึ้งร่างบางเฉียบถาม ฉันไม่ตอบทันที

“ว่าไง” เขาถามอีก

“เพิ่งรู้ว่านักข่าวกีฬาก็กัดไม่ปล่อยกับเขาด้วย” ฉันสัพยอกก่อนจะเล่าเรื่องอังศุมาลินให้รุ่นพี่ผู้นี้ฟังอย่างละเอียด

ถ้าคราวที่แล้วฉันบอกแค่ว่าข่าวที่ฉันต้องการนั้นเป็นข่าวของเพื่อนเก่า คราวนี้ฉันบอกเขาว่าอังศุมาลินเป็นเพื่อนรัก และเพิ่งจะไปหาแม่ของอังศุมาลินจนได้อ่านจดหมายฉบับเดียวและฉบับสุดท้ายของเธอที่ส่งมา

ชายตรงหน้าหูผึ่ง เลือดนักข่าวของเขาคงกำลังเดือดปุด ถ้าอยู่ตรงหน้าฉันคงจะเห็นเส้นเลือดที่โปนออกมาจากลำแขนเล็กลีบของเขาแน่ๆ

“เรื่องเป็นอย่างนี้เอง” เขามองฉันด้วยสายตาเกือบจะเห็นใจก่อนจะถามอีกรอบ “แต่มันผ่านมา 13 ปีแล้วนะ เราก็รู้เรื่องอยู่แล้ว ร้านนวดนั่นมันไม่ใช่ร้านนวดแผนไทยจริงๆ แล้วอยากอ่านข่าวนี้ไปทำไม”

“ตอนแรกไม่รู้หรอก แต่ตอนนี้รู้แล้ว” ฉันตอบ ชี้นิ้วไปยังชื่อเจ้าของร้านและชื่อนางสาวอ้อย นามสมมุติ ซึ่งปรากฏอยู่ในเนื้อข่าวทั้งๆ ที่ในจอภาพพี่ตะวันมองไม่เห็นกระดาษแผ่นนั้น

ฉันอ่านชื่อทั้งคู่ออกไปดังๆ พี่ตะวันจำเนื้อข่าวได้

“พี่ตะวันว่าเจ๋งจะตามหาผู้หญิงสองคนนี้ได้ไหม”

“ก็…น่าจะได้ แต่…จะตามหาไปทำไม”

“พี่ตะวันพอจะมีแหล่งข่าวที่หาข้อมูลมหาดไทยให้ได้บ้างหรือเปล่า”

“เห้ย…” เขาร้องเสียงหลง ตาเหลือก คงไม่คิดว่าจะโดนบีบคอขอร้องเอาดื้อๆ

“เจ๋งไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้วนี่นา” ฉันโกหก หน้าพี่เตยลอยเข้ามา แต่ฉันมั่นใจว่าพี่เตยจะต้องไม่ร่วมมือกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างนี้แน่ๆ ถ้ายิ่งได้ฟังเรื่องยายแมวแม่ของอังศุมาลินจากกบ นอกจากพี่เตยจะไม่เข้าใจฉัน เธอก็มีแนวโน้มว่าจะใช้วิจารณญาณนางฟ้ามาตัดสินว่า ฉันควรสงบจิตสงบใจและหยุดเรื่องนี้ได้แล้ว

“แหล่งข่าวใช้เท่าที่จำเป็น อีกอย่างพี่นักข่าวกีฬานะ”

“รู้…” ฉันลากเสียง “ถึงถามไงว่าพอจะมีแหล่งข่าวที่หาข้อมูลเรื่องพวกนี้ได้ไหม พี่ตะวันอยู่วงการนี้มานานต้องมีบ้างสิ”

“ก็…”

“มีแน่ๆ” ฉันจ้องเขาผ่านหน้าจอ พยายามมองกล้อง เพราะเขาจะได้สบตาของฉันพอดี

พี่ตะวันผ่อนลมหายใจ เขายอมช่วยแน่ๆ

“แล้วเราจะเอาข้อมูลไปทำอะไร” เขาถามเกือบจะเป็นคำเดิม ซึ่งฉันไม่มีคำตอบให้

ใช่ อังศุมาลินตายในสถานะผู้หญิงขายบริการมา 13 ปีแล้ว หล่อนหนีออกจากบ้านที่อบอุ่น หนีจากการเรียนระดับกลางค่อนไปทางดี หนีไปจากอนาคต หนีไปจากทุกๆ อย่าง แต่ยังส่งจดหมายซึ่งเต็มไปด้วยความหวังกลับไปให้แม่ ฉันนึกไม่ออกจริงๆ ว่าหล่อนทำแบบนั้นไปทำไม ไม่ว่าจะพลิกกลับด้านมองด้วยแง่มุมไหนฉันก็ไม่เห็นคำตอบ

จะต้องมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น…

ฉันไม่อาจยืนยันมั่นเหมาะว่าอังศุมาลินไม่ใช่เด็กสาวใจแตก แต่ที่ฉันยืนยันได้คือหล่อนไม่ได้มาจากครอบครัวเจ้าปัญหา อังศุมาลินอาจจะเสียพ่อไปตั้งแต่เด็กแต่หล่อนมีแม่ที่รัก มีพี่สาวที่ตามใจ อังศุมาลินในสายตาฉันอาจจะเปราะบาง ช่างฝัน แต่หล่อนไม่ใช่ของแตกร้าว ฉันคาดเดาไม่ถูกจริงๆ ว่าทำไมแก้วเนื้อดีอย่างอังศุมาลินจึงพาตัวเองไปสู่ก้นถังขยะเน่าเหม็นพวกนั้นได้

“มีเพื่อนคนนึงบอกเจ๋งว่า ผู้หญิงไม่เคยหมดหวังกับอะไรทั้งสิ้น หลับหูหลับตาเชื่อเรื่องไม่จริงอยู่นั่น ทำอย่างกับว่าความจริงมันจะทำให้ตายวันนี้พรุ่งนี้ เพราะเจ๋งเป็นผู้หญิงมั้ง เลยไม่อยากจะเชื่อว่าอังศุมาลินหนีออกจากบ้านเพื่อจะไปขายตัวจริงๆ”

“เป็นผู้หญิงงั้นเหรอ” เขามองฉัน ทำสีหน้าแปลกๆ

“เออ…แล้วแต่จะคิดละกัน” ฉันสะบัดเสียง เริ่มงอน

“โทษๆ” นักข่าวกีฬาโบกมือ กลั้นขำ เขากระแอมออกมาครั้งหนึ่ง ปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น ก่อนจะถามฉันด้วยถ้อยคำเย็นเยียบ “เจ๋ง แล้วถ้าคำตอบไม่ต่างไปจากเรื่องที่เรารู้อยู่แล้วล่ะ”

“มันก็…คงไม่มีอะไรเจ็บปวดมากไปกว่านี้อีกแล้วละพี่ตะวัน”

ชายตรงข้ามฉันพยักหน้า “ไม่ใช่เพื่อนธรรมดาใช่ไหม” เขาถาม ฉันยอมรับว่าใช่ อังศุมาลินไม่ใช่เพื่อนธรรมดา ก่อนหน้านั้นฉันไม่เคยคิดหรือรู้สึกในเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ฉันแน่ใจอย่างถ่องแท้

ในห้วงความทรงจำไกลโพ้น ในฝันริมฝั่งที่ไหนสักที่ วัยเยาว์ช่างงดงาม ชวนฝัน มันเป็นสถานที่อมตะ เปรมปริ่มและแสนอิ่มสุข อังศุมาลินคือผีเสื้อสยายปีก อิ่มเต็มไปด้วยความสุขอันไร้เดียวสา และรอคอยฉันอยู่ที่นั่นเสมอ

“บอกพี่ได้ไหมว่าเป็นเพื่อนแบบไหน”

“แบบเดียวกับที่พี่เป็นเพื่อนกับดารินทร์นั่นแหละ” ฉันเอ่ยชื่อนักเทนนิสหญิงสายเลือดไทยระดับรางวัล ‘ยัง สตาร์ส’ จากสหพันธ์เทนนิสเอเชียเมื่อครั้งยังวัยรุ่น และเพิ่งเข้ารอบชิงชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมเมื่อปีที่ผ่านมา

“ไม่จำเป็นที่เราจะต้องรักกันหรือเปล่า แค่รู้ตัวว่าเราสำคัญกับคนแบบนั้น ชีวิตเรามันก็จะมีค่าขึ้นมาด้วยตัวของมันเอง” ฉันว่า

“ฮือ…” ชายตรงหน้าฉันพยักหน้า เลือดสูบฉีดขึ้นจนใบหน้าสีคล้ำของเขาระเรื่อ ฉันขยายความต่อ

“พี่ว่าไหม บางทีมันก็คล้ายความรักของพ่อแม่ แค่รู้ว่าเราสำคัญ ชีวิตเราก็จะมีค่าขึ้นมาด้วยตัวของมันเอง แต่ไอ้เด็กที่ทิ้งชีวิตไปเปล่าๆ มันคงจะไม่เคยสำเหนียกถึงความรัก ถ้ามันสำนึกได้ว่าตัวเองสำคัญ มันคงจะภูมิใจและรักตัวเองเหมือนที่มันถูกรัก”

“หมายถึงความคาดหวังที่พ่อแม่มีให้เราหรือเปล่า”

“คล้ายๆ แบบนั้น แต่ความคาดหวังมันหนัก ส่วนการสำนึกว่าเราเป็นที่รัก เราสำคัญกับใครสักคนที่เป็นคนสำคัญมันไม่หนัก มันทำให้เราตัวพอง นี่…อย่าบอกนะว่าพี่ตะวันไม่เคยรู้สึก ทั้งๆ ที่รู้เต็มอกว่าคนอย่าง ‘ดารินทร์ ลิม’ มองว่าพี่เป็นคนสำคัญคนหนึ่งในชีวิต” เสียงฉันโหนสูง อย่างไม่อยากจะเชื่อว่าชายตรงหน้าไม่รับรู้สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเอง

“ก็” เขาส่ายหน้าเขิน

“ช่างเถอะ บางครั้งเราก็เอียงอายให้กับโชคชะตา ตลกดีเหมือนกันนะพี่ อันที่จริงไม่ใช่ว่าเจ๋งจะดีไปกว่าพี่ตะวันหรอกนะ แต่อังศุมาลินตายแล้ว เชื่อไหมความเติบโตมันก็มาหลังความตาย ฟังดูเยินยอตัวเอง แต่ทุกครั้งที่เจ๋งได้สัมผัสความตาย ก็มักจะเติบโตและคิดอะไรๆ ได้ มันเหมือนปลงได้คิดได้ละมั้ง”

ฉันรู้ตัวว่าหัวเราะขื่น “ชีวิตมันก็เท่านี้แหละ จะเก็กจะกลัวอะไรหนักหนา”

อยู่ๆ ฉันก็สัมผัสถึงความตระหนักรู้ในตัวเองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตอนนี้ฉันได้คำตอบแล้วว่าทำไมฉันจะต้องตะเกียกตะกายหาความจริง ให้กับเรื่องที่ทำอย่างไรก็เอากลับคืนมาไม่ได้

เหมือนจะไร้สาระ แต่ฉันไม่อาจรับความแปดเปื้อนที่ทำให้อดีตอันหอมหวานพร้อยไปด้วยรอยด่าง การได้รับรู้ว่าผู้หญิงที่สวยที่สุด น่าทึ่งที่สุดในวัยนั้นมอบจูบแรกในชีวิตให้ฉัน กระซิบบอกด้วยเสียงสั่นระรัวว่ารักฉัน โดยที่รู้ตัวดีว่า ฉันจะไม่มีอะไรตอบแทนกลับไปให้นอกจากความเป็นเพื่อน ได้สร้างคุณค่าบางอย่างให้แก่ตัวฉัน

พี่ตะวันจ้องมองฉันนิ่งครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจยาว ฉันรู้แล้วว่าเขาใจอ่อนลงเต็มที่แล้ว

“ก็ได้ ขอเวลาสองสามวันแล้วพี่จะให้คำตอบ แต่ไม่รับปากนะ เจ้าของร้านคงจะหาไม่ยาก แต่นางสาวอ้อนนามสมมุติพี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะได้อะไรมากไหม” เขาแบ่งรับแบ่งสู้ ถึงกระนั้นฉันก็มั่นใจว่าเขาจะทำให้อย่างดีที่สุด

“ขอบคุณค่ะ” ฉันกล่าวอย่างซาบซึ้งใจ

แม้ทั้งหมดที่ฉันพยายามสืบค้นไม่น่าจะมีประโยชน์ ฉันไม่มีทางเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ แต่บางทีนะบางที…ฉันอาจจะได้อดีตอันหอมหวานของตัวเองคืนมา บางทีนะบางที…ฉันอาจจะสามารถเปลี่ยนความจริงที่ว่าอังศุมาลินไปตายในสถานะที่น่าทุเรศแบบนั้นไปเป็นอย่างอื่น

“พี่ต้องไปแล้วนะ ต้องไปแปลข่าวต่อ งานเร่ง” นักข่าวกีฬาเอ่ยลา ฉันปิดกล้อง จินตนาการเห็นเขาเป็นจุดด่างสีขาวที่ค่อยๆ เดินลับหายไปในจุดสีต่างๆ ของอากาศหม่นมัวในเมืองหลวง สำหรับพี่ตะวันเขาไม่เคยเป็นพิษเป็นภัยกับใครนอกจากตัวเขาเอง ซึ่งทั้งหมดก็มาจากหัวใจสะอาดๆ ของเขาที่ดันหลงเวียนวนอยู่ในเมืองอันแสนสกปรก

ถ้าบ้านฉันสมบูรณ์เหมือนก่อน ฉันอยากจะช่วยพี่ตะวันมาเที่ยวสุโขทัยบ้าง แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมและจะไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิม

 



Don`t copy text!