Mr. Judo ทุ่มฉันเถอะที่รัก บทที่ 3 : จงไปเรียนยูโดซะเถอะ

Mr. Judo ทุ่มฉันเถอะที่รัก บทที่ 3 : จงไปเรียนยูโดซะเถอะ

โดย : แสนแก้ว

Loading

Mr. Judo ทุ่มฉันเถอะที่รัก นิยายออนไลน์ของ แสนแก้ว เรื่องราวของ ‘ลูกไม้’ นักกีฏวิทยาสาวที่บังเอิญต้องเข้าไปเป็นสมาชิกเว็บไซต์โสดเสงี่ยมเลี่ยมทองและได้พบกับชายในฝัน เธอต้องทำทุกวิถีทางให้เขาเห็นเธออยู่ในสายตาและรับเธอเข้าไว้ในหัวใจ ปฏิบัติการทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ยอมให้เขาทุ่มในสังเวียน! #นิยายสนุกๆ มีให้อ่านที่อ่านเอา

**************************

– 3 –

วันแล้ววันเล่า คุณแสนย์ก็ไม่ตอบกลับมา

คนรอได้แต่เฝ้ามองหน้าจอโทรศัพท์อย่างอ่อนใจ เข้าไปดูรูปของชายหนุ่มในหน้าเพจส่วนตัวของเขาบ้างเป็นบางครั้งแก้คิดถึง แต่ไม่ว่าจะรอยยิ้มกว้างเปิดเผยของใบหน้าคมคาย หรือท่าทางอันสุภาพและเป็นมิตรของเขา ก็ไม่อาจลบล้างความจริงข้อที่ว่า เขาไม่ตอบข้อความเธอ

กำลังใจหนึ่งเดียวในช่วงนี้ก็คือเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเก่าก่อนอย่างทอรุ้ง หลังจากที่พบกันวันนั้น ทั้งสองก็ติดต่อกันเรื่อยมา มีอยู่คืนหนึ่งที่สองสาวใช้เวลาไปเกือบค่อนคืนสวมบท ‘นักสืบไซเบอร์’ ล้วงข้อมูลทุกอย่างเท่าที่พอจะหาได้จากหน้าเพจส่วนตัวของชัชแสนย์

น่าประหลาดใจว่า ทั้งที่เธอกับทอรุ้งไม่ได้เป็นเพื่อนกับเขาในระบบ และจะเห็นหน้าเพจได้เฉพาะรูปหรือข้อมูลที่เขาตั้งค่าการเปิดเผยเป็นสาธารณะเท่านั้น แต่คุณนักสืบทอรุ้งก็เก็บข้อมูลได้หมดตั้งแต่วันเกิด ปีที่จบการศึกษา รถยนต์ที่ใช้ ไปจนถึงเลขประจำตัวนักศึกษาสมัยเรียน ทุกอย่างที่ปรากฏในเพจ เพื่อนสาวจับมายำรวมกันแล้วคิดวิเคราะห์ได้เป็นฉากๆ ชนิดที่เพลงพนัสจดเล็กเชอร์ตามแทบไม่ทัน

“คุณแสนย์ของแกบ้านรวยไม่ใช่เล่นนะเนี่ย ลูกชายคนโตของครอบครัวเศรษฐีนักธุรกิจ มีบ้านหรูอยู่ในหมู่บ้านย่านไฮโซแถวๆ ศรีนครินทร์ แต่ตัวเขาส่วนใหญ่อยู่ที่คอนโดหรูชื่อดังแถวสถานีรถไฟใต้ดินพหลโยธิน ชั้น 21 ห้อง 2112 อ้อ…ใกล้ออฟฟิศสินะ บริษัทที่เขาทำงานอยู่ตรงลาดพร้าว ส่วนโรงเรียนยูโดซันอยู่สถานีอะไรนะ”

“พร้อมพงษ์” เพลงพนัสตอบพลางจดลงสมุดยิกๆ แต่แล้วก็ชะงักมือ “เดี๋ยวนะ นี่แกรู้ยันเลขห้องของเขาเลยเหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ มีรูปที่เขาถ่ายของขวัญที่เพื่อนส่งไปรษณีย์มาให้ ถ่ายติดกล่องพัสดุมาด้วยเสี้ยวหนึ่งก็เลยเห็นเลขห้องน่ะ”

“เฮ้ย น่ากลัวอะ” เพลงพนัสยกมือลูบหน้า

“ใช่ น่ากลัวมากๆ นี่เขาคิดว่าตัวเองเป็นนักยูโดก็เลยไม่ต้องระวังตัวหรือไง ถ้ามีใครคิดจะทำอะไรละก็ บุกถึงตัวได้เลยนะ’

“ไม่ใช่ ที่ฉันว่าน่ากลัวน่ะหมายถึงแกต่างหากยัยรุ้ง” หญิงสาวครางเสียงสูง ภาพเพื่อนสาวตาวาววับเคลื่อนนิ้วซูมหน้าจอมือถือยิกๆ ยังกับแฮ็กเกอร์โรคจิต ลอยเข้ามาในจินตนาการอย่างห้ามไม่ได้

“อ้าวไอ้นี่ เดี๋ยวก็ไม่ช่วยซะเลย”

พอโดนปลายสายบ่นเข้าให้ เธอก็หัวเราะกลบเกลื่อนแล้วเตรียมตัวจดต่อ ยิ่งได้รู้ข้อมูลก็ยิ่งย้ำชัดในความเป็นคุณพรหมลิขิต ใช่แล้ว…ข้อเจ็ดสิบห้า คุณพรหมลิขิตมีคอนโดอยู่ใกล้ออฟฟิศ ผิดไปจากความจริงที่ไหน

“ที่บ้านศรีนครินทร์เลี้ยงหมาด้วยนะ พันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี ตัวเมีย ชื่อว่าเมอร์รี่ นี่เขาคงรักมากขนาดไปหาพวงกุญแจหมามาห้อยกระเป๋าเลย”

“หืม…” หญิงสาวหยุดปากกา “คุณแสนย์มีมุมคิขุอาโนเนะด้วยเหรอเนี่ย”

ทอรุ้งส่งรูปมาให้ดูแทนคำตอบ  เป็นภาพชัชแสนย์ถ่ายรูปคู่กับชายคนหนึ่งซึ่งดูท่าจะเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งสองสวมเสื้อโปโลสีน้ำเงินเข้ม มีเสื้อกั๊กเซฟตี้สีส้มสะท้อนแสงสวมทับ และสวมหมวกนิรภัยสีขาว คงถ่ายที่ไซต์งานที่ไหนสักแห่ง

“ผู้ชายท่าทางอารมณ์ดีข้างๆ คือ ชนินทร์ เพื่อนวิศวกรของคุณแสนย์ คนที่เอาคุณแสนย์มาแนะนำลงเพจนั่นแหละ แต่อยากให้โฟกัสดูที่กระเป๋าโน้ตบุ๊กที่คุณแสนย์สะพายอยู่ มีตุ๊กตาหมาไซบีเรียนห้อยอยู่ด้วยเห็นไหม นี่คงรักเจ้าเมอร์รี่มากจริงๆ ถึงกับมีของดูต่างหน้า”

เพลงพนัสดูตามแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ ผู้ชายอะไร ตัวก็โต นักกีฬายูโด แต่ห้อยตุ๊กตาหมาไว้กับกระเป๋าทำงาน

“ว่าไงล่ะลูกไม้ ตอนนี้ก็รู้หมดแล้วทั้งที่อยู่บ้าน ที่ทำงาน คอนโด โรงเรียน บุกซะเลยดีไหม ดักตีหัวลากเข้าถ้ำซะเลย เล่นตัวดีนัก”

“บ้า…” เพลงพนัสยิ้มเขินกับโทรศัพท์ “เขาสูงตั้งร้อยแปดสิบ ฉันตีไม่ถึง”

ได้ยินเสียงหัวเราะคิกดังมาจากปลายสาย “งั้นก็ ตุ๊ยท้อง”

ภาพซิกซ์แพ็กแน่นๆ ปรากฏขึ้นมาเต็มสองตา หญิงสาวส่ายศีรษะแรงๆ ไล่ไปให้พ้น

“เขาได้จับฉันทุ่มน่ะสิ คอหักตายก่อนแน่”

“มีอีกวิธี …ปืนแก๊ป ปืนเด็กเล่นก็ได้ หาที่มันคล้ายของจริงหน่อย บุกจี้ลักพาตัวไปเลย”

“ก็คงไม่วาย โดนแย่งปืน จับทุ่มตั้งแต่ยังไม่ทันพ้นปากซอยนั่นละ”

“งั้นก็มีทางเดียว ต้องวางยานอนหลับ หรือไม่ก็รมควันยาสลบ แล้วค่อยจัดการรวบหัวรวบหางซะ”

เห็นเพื่อนสาวยังไม่ยอมแพ้ เพลงพนัสก็หัวเราะอีก “แกน่ากลัวว่ะรุ้ง ฉันชักเป็นห่วงคุณแสนย์ซะแล้วสิ นี่มันถึงยุคที่ผู้ชายต้องตกเป็นเหยื่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศแล้วหรือไงนะ”

ทอรุ้งส่งเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจ “แกก็รู้ว่าฉันไม่ทำจริงหรอก แต่มันก็น่าไหมล่ะ คุณพรหมลิขิตอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ แต่กลับแตะต้องไม่ได้ ฉันว่านะ ในเมื่อแกคุยกับเขาแบบออนไลน์ไม่ได้ มันก็ต้องมาเจอกันแบบออฟไลน์แล้วละ ซึ่งก็มีทางเดียวเท่านั้นคือ แกต้องไปสมัครเรียนยูโดที่โรงเรียนของเขา”

เพลงพนัสแทบตาเหลือก “เรียนยูโดน่ะเหรอ ไม่เอาหรอก ฉันกลัวกีฬาต่อสู้ แค่ปะทะกันธรรมดาอย่างพวกบาสหรือฟุตบอลฉันยังเล่นไม่ได้เลย ต้องแข่งกันคนละแดนอย่างพวกวอลเลย์ แบด ตะกร้อ ถึงจะพอไหว”

“แล้วไงล่ะ คุณแสนย์ของแกเตะตะกร้อหรือไง มันก็ไม่ใช่เปล่าวะ เขาเล่นยูโดโว้ย…ถ้าแกยังไม่ยอมงัดความกล้าออกมา แล้วจะเข้าหาเขาได้ยังไง อยากได้ลูกเสือมันก็ต้องเข้าถ้ำเสือ อยากได้นักยูโด มันก็ต้องไปเรียนยูโดเซ่!”

“โธ่ รุ้งจ๋า รุ้งคนเก่งของลูกไม้” หญิงสาวหมอบลงกับโต๊ะ ทำปากยื่นอยู่ใกล้ๆ โทรศัพท์ “รุ้งก็ไปเรียนให้หน่อยซี ถ้าคุณแสนย์รู้จักแก ฉันก็จะกลายเป็นเพื่อนของเพื่อน เขาก็คงเปิดใจให้มากกว่าผู้หญิงแปลกหน้า ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาจากอินเทอร์เน็ตอย่างนี้ ฉันออกค่าเรียนให้ก็ได้ ไปเรียนให้หน่อยเถอะนะ นะจ๊ะรุ้งคนสวย น้า…”

“โอ๊ย ทำไมฉันต้องลงทุนทำเพื่อแกขนาดนั้นด้วยยะ จะกลัวอะไรนักหนา คิดดูนะ แกไปเรียนคอร์สเดียว ได้ทั้งผู้ชาย ได้ทั้งศิลปะป้องกันตัวไว้ดูแลตัวเอง ดีจะตาย เขาเป็นครู แกเป็นนักเรียน มันเป็นวิธีเข้าหาที่เพอร์เฟกต์มากและเป็นธรรมชาติที่สุดแล้วเว้ย หรือแกคิดว่ามีวิธีไหนดีกว่านี้ฮะ”

“ก็มันน่ากลัวนี่นา ฉันทำใจไม่ได้จริงๆ ว่ะ”

“งั้นแปลว่า แกทำใจปล่อยคุณแสนย์ไปได้ง่ายกว่าใช่ไหม”

เพลงพนัสอับจนคำพูดจนเงียบไปครู่ใหญ่ ฝ่ายทอรุ้งเองก็เงียบเช่นกัน คงตั้งใจปล่อยให้เธอได้คิดทบทวน

และแล้วหญิงสาวผู้ซึ่งมาเจอทางตันตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม ก็ยอมเปิดปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหม่นเศร้าและสั่นเครือ

“แกพูดถูกทุกอย่างเลยรุ้ง ถ้ามีโอกาส ฉันควรจะไปเจอเขาในโลกจริงๆ มากกว่าโลกออนไลน์ แต่มันไม่มีทางอื่นนอกจากไปเรียนยูโดเลยเหรอ ฉันกลัวจริงๆ นะแก แค่ดูในทีวียังกลัวเลย”

“เสียใจด้วยว่ะลูกไม้ ฉันว่ามันเป็นทางเดียวจริงๆ” เสียงเพื่อนที่ตอบมาฟังดูจริงจัง หญิงสาวเข้าใจดี ทอรุ้งเองก็คงพยายามช่วยที่สุดแล้ว “แกคิดดูให้ดีนะลูกไม้ ระหว่างก้าวข้ามความกลัวของตัวเองแล้วออกมาเจอกับคุณพรหมลิขิต กับอยู่ที่เดิมแล้วปล่อยให้เขาเดินผ่านหน้าแกไปเฉยๆ แกจะเลือกทางไหน”

 

ค่ำคืนนี้ช่างยาวนานนักในความรู้สึกของนักการตลาดอย่างทอรุ้ง หลังเลิกประชุมทีมก็ต้องสรุปรายงานความคืบหน้าโปรเจกต์ส่งเจ้านาย และยังต้องเตรียมแผนมาร์เกตติงส่งให้ลูกค้าอีก กว่าจะถอนร่างลุกจากเก้าอี้ทำงานที่บริษัทได้ก็เฉียดสามทุ่ม ขับรถกลับถึงบ้านที่กาญจนบุรีก็ปาเข้าไปห้าทุ่มเศษ หญิงสาวโถมร่างเหนื่อยอ่อนซุกกอดสวัสดีพ่อกับแม่ แล้วสะโหลสะเหลเซมาทิ้งร่างแผ่หลาลงบนเตียงในห้องนอนอย่างหมดสภาพ

ทีแรกนึกว่าตัวเองจะหลับเป็นตายคาชุดทำงานเสียแล้ว แต่กลับพบว่าไม่อาจหลับลงได้เสียอย่างนั้น เธอคิดถึงดวงตาจริงใจแบบจ๋อยๆ แล้วยังน้ำเสียงหงอยๆ นั่นอีก ไม่รู้ป่านนี้เพลงพนัสจะเป็นยังไงบ้าง

ทอรุ้งลุกขึ้นไปเปิดตู้หนังสือชั้นล่าง ค้นอยู่ครู่ก็หยิบได้อัลบัมรูปเล่มเก่าออกมาเปิดกางดูเล่น เมื่อสมัยเรียนมัธยมปลาย ยัยลูกไม้เป็นนักวอลเลย์บอลตำแหน่งมือเซตมือหนึ่งของโรงเรียน ทั้งคล่องแคล่ว ว่องไว เซตได้นิ่ง นิ่ม และแม่นยำ ส่งลูกสวยๆ เข้ามือเธอผู้เป็นมือตบจนสามารถโจมตีคู่ต่อสู้ฝั่งตรงข้าม คว้าแชมป์ด้วยกันมาหลายต่อหลายรายการ

ลูกไม้ในวันนี้ก็ไม่ต่างจากวัยเยาว์นัก ถ้าไม่นับใบหน้าสะสวยกับรูปร่างเพรียวบางกลายเป็นหญิงสาวเต็มตัวแล้ว สิ่งอื่นยังแทบเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นความจริงใจใสซื่อ ไม่มีพิษมีภัยกับใคร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความบ้ายอบ้ายุที่เป็นต้นทุนมาตั้งแต่เด็ก

ทอรุ้งยิ้มขำเมื่อนึกถึงเรื่องเก่าก่อน ตัวเธอเองเชื่อถือนักในเรื่องความเป็นไปได้ จึงชอบคิดแบบฉีกทุกกรอบ แหกทุกกฎ พังมันทุกอุปสรรค ส่วนยัยลูกไม้นั้นแม้ขี้กลัวก็จริง แต่ความซื่อของเจ้าหล่อนกลับทำให้เป็นคนบ้ายุ เธอยุให้ทำอะไรก็ทำตามหมด ทั้งสองจึงร่วมสร้างวีรกรรมมาด้วยกันไม่รู้เท่าไร

ส่วนเรื่องคุณพรหมลิขิตหรือผู้ชายที่ชื่อชัชแสนย์นั่น เธอไม่เห็นว่าจะมีอะไรยากหรือเป็นไปไม่ได้ตรงไหน เพื่อนเธอตั้งสเปกไว้แล้วได้แฟนตรงใจตามสเปก นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องและควรจะเป็นที่สุดต่างหาก

คุณแสนย์เป็นวิศวกรบริษัทใหญ่ แถมยังมีธุรกิจส่วนตัวทำโรงเรียนสอนยูโด ฐานะร่ำรวย

ยัยลูกไม้เป็นแค่นักกีฏวิทยา ฐานะปานกลาง…

แล้วไง เพื่อนเธอรู้จักใช้สอยอย่างประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ มีเงินเก็บ และยังส่งให้เงินพ่อแม่ทุกเดือนด้วย นี่ต่างหากไม่ใช่เหรอที่น่าชื่นชม

 

คุณแสนย์มีชาติตระกูลดี เป็นลูกชายเศรษฐี มีบ้าน มีคอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้า แถมยังมีรถหรูขับอีก

ส่วนยัยลูกไม้เป็นแค่ลูกสาวครูบ้านนอก…

แล้วไง พ่อครูแม่ครูแบบนี้สิดี ยัยลูกไม้ถึงได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างดีมาตั้งแต่เด็ก คุณแสนย์จะหากุลสตรีดีงามทั้งกิริยา วาจา กายใจแบบนี้ได้อีกที่ไหน  ยัยลูกไม้อุตส่าห์ปรากฏตัวให้รู้จัก นับว่าเป็นบุญของเขาแล้วต่างหาก

คุณแสนย์ใช้ชีวิตหรูหราสุดไฮโซอยู่ในกรุงเทพฯ จบโทเมืองนอก

ยัยลูกไม้ก็จบปริญญาโท เป็น ‘เด็กนอก’ เหมือนกัน ทว่า ไม่ใช่ ‘เมืองนอก’ แต่เป็น ‘บ้านนอก’ แถมยัง ‘นอกเมือง’ อีกต่างหาก เพราะไม่ใช่แค่อยู่ต่างจังหวัดธรรมดา แต่ยังเป็นอำเภอไกลโพ้น ขึ้นไปบนเขาโน่น…

ก็แล้วไงเล่า ยุคนี้สมัยนี้ใครๆ ก็อยากสัมผัสชีวิตเรียบง่ายอยู่กับธรรมชาติกันทั้งนั้น แล้วเด็กนอกไฮโซอย่างคุณแสนย์จะกล้ามาอยู่บนเขาลำบากๆ ห่างไกลความเจริญเหมือนอย่างผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างลูกไม้หรือเปล่า อดทนต่อดิน ฝุ่น แดด ฝน ได้อย่างเพื่อนเธอหรือเปล่า

และถ้าคุณแสนย์จะไม่กล้าคบกับลูกไม้เพราะปัญหาเรื่องระยะทางแล้วละก็ ขอบอกเลยว่าอายเพื่อนเธอจริงๆ ผู้หญิงอย่างลูกไม้ยังกล้ารักเลย ให้ขับรถลงเขามาเจอกันที่กรุงเทพฯ บ่อยๆ ยัยนั่นก็ทำได้ เชื่อไหมเล่า

 

ส่วนเรื่องหน้าตาน่ะเหรอ…คุณแสนย์หล่อ เท่ สมาร์ต สาวๆ เป็นต้องเหลียวมองจนคอเคล็ด

ฝั่งลูกไม้ แม้จะไม่ได้สวยสะดุดตา แต่น่ารักสะดุดใจ ใครอยู่ใกล้ไม่มีใครไม่หลงรัก ขอแค่คุณแสนย์มารู้จัก รับรองว่าต้องชอบแน่ๆ

โอเค เธอยอมรับแบบไม่เข้าข้างเพื่อนแล้วก็ได้ว่า ลูกไม้มันก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่แล้วไงล่ะ ถ้าคุณแสนย์จะไม่ยอมเปิดใจมารู้จักยัยลูกไม้เพียงเพราะนางไม่ได้สวยดึงดูดจนอยากจะเดินตามก้นละก็ ขออัญเชิญให้หลีกไปไกลๆ เถอะ เพราะคนอย่างลูกไม้สมควรได้ผู้ชายที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ผู้ชายที่วัดค่าผู้หญิงแค่ที่ไซซ์ยกทรงและบั้นท้าย

ไม่ว่าจะคิดอีกกี่ตลบ ทอรุ้งก็ยังได้ข้อสรุปเดิมว่า ยัยลูกไม้สมควรจะได้ผู้ชายที่นางอยากได้

และที่สำคัญ ต้องได้! โดยไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งนั้นด้วย

แต่วิธีที่จะนำมาซึ่งตัวเป็นๆ ของนายชัชแสนย์นั้น ทอรุ้งคิดแล้วคิดอีกก็เห็นจะมีวิธีเดียวคือ ลูกไม้ต้องไปสมัครเรียนยูโดที่โรงเรียนของคุณแสนย์ จะมีวิธีไหนอีกเล่า ให้ลาออกจากศูนย์วิจัยไปสมัครงานใหม่ในบริษัทพลังงานที่เดียวกับชายหนุ่มก็ใช่ที่

“งั้นแกก็จงไปเรียนยูโดซะเถอะ ยัยลูกไม้”

ว่าแล้วทอรุ้งก็กางเปิดโน้ตบุ๊กเพื่อดูคอร์สเรียนให้เพื่อน หน้าเพจของโรงเรียนยูโดซันเป็นโทนสีขาวแดง เช่นเดียวกับโลโก้โรงเรียนกรอบวงกลมรูปดวงอาทิตย์สาดแสง เธอคลิกเข้าไปดูประวัติโคชผู้สอนก่อนอย่างอื่น

โคชของยูโดซันมีอยู่ห้าคน ดูรูปผ่านๆ ก็ดูแข็งแรง น่าเชื่อถือและน่าเกรงขามทั้งนั้น ทอรุ้งเลื่อนหน้าเพจไปเรื่อยๆ มองหาโคชหนุ่มหน้าคมเจ้าของโรงเรียนผู้มีนามว่า ชัชแสนย์

“นักกีฬายูโด เคยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งระดับนานาชาติ ชนะเลิศ คว้าเหรียญทองมาแล้วหลายรายการ” ทอรุ้งอ่านคำบรรยายใต้ภาพ พยักหน้ากระหยิ่มใจ “ไม่ธรรมดาแฮะ เพื่อนเขยของเรา”

“ตารางสอนของโคชแสนย์ วันจันทร์ อังคาร สอนเด็กน้อย  วันพุธกับศุกร์สอนคลาสยูโดเบื้องต้น อ้าว พฤหัสล่ะ อ้อ…วันพฤหัสเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์”

หญิงสาวนึกจินตนาการว่า เพลงพนัสผู้เป็นนักเรียนหน้าใหม่ใสกิ๊ง เข้าเรียนคลาสยูโดเบื้องต้นในวันพุธ แล้ววันพฤหัสบดีซึ่งเป็นวันหยุดก็ไปออกเดตกับโคชแสนย์ แล้วก็มาเรียนอีกในวันศุกร์ เท่ากับว่าในหนึ่งสัปดาห์เพื่อนของเธอก็จะได้เจอคุณแสนย์ตั้งสามวันเลยสินะ

ไวเท่าความคิด มือเอื้อมไปตะปบโทรศัพท์มือถือหมับ เตรียมโทร.หาคุณเพื่อนแล้วเชียว หากสายตาไม่กวาดไปเห็นอีกช่องในตารางสอนเสียก่อน

“วันเสาร์ช่วงเช้าเทรนนักกีฬา ช่วงบ่ายเป็นคลาส ‘Private’” เธอเอียงคอ ยกนิ้วแตะริมฝีปาก “คืออะไรกันนะ คลาสไพรเวต อืม…หรือว่าจะเป็นการสอนแบบตัวต่อตัว”

ทอรุ้งดีดนิ้วเป๊าะ ไม่ต้องลงเรียนคลาสเบื้องต้นแล้ว จะบุกทั้งทีลงคลาสตัวต่อตัวให้รู้กันไปเลยดีกว่า เพราะเท่ากับว่า…เพื่อนของเธอกับคุณโคชสุดหล่อจะได้ใกล้ชิดสนิทสนม อยู่ด้วยกันสองต่อสอง ทุ่มกันไปทุ่มกันมาให้หวานหยาดเยิ้มไปเลย

ทอรุ้งคลิกเข้าไปในคลาสไพรเวต ซึ่งลิงก์ต่อไปยังหน้ารายละเอียดการสอนและโปรโมชั่นต่างๆ มีตัวหนังสือสีแดงกะพริบสะดุดตา หญิงสาวร้องอุ๊ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้นเมื่อพบว่าคอร์สนี้กำลังลดราคาพอดี

“โอ้โฮ สวรรค์เชียร์แกนี่หว่ายัยลูกไม้”

แต่เมื่อเลื่อนสายตาลงมา ก็พบกับตัวหนังสือสีแดงที่ตัวใหญ่กว่า กะพริบถี่กว่า และถ้อยคำที่ประกาศอยู่นั้นก็ทำเอาทอรุ้งนิ่งอึ้งไป

ด่วน! จำนวนจำกัด ภายใน 30 พฤศจิกายนนี้

“เอ๊ะ วันนี้วันที่เท่าไรนะ” เธอหันขวับหาปฏิทินข้างฝา แล้วก็ต้องอุทานว่า “เฮ้ย! แย่แล้ว”

ช่องในปฏิทินบอกว่า วันนี้วันที่ 30 พฤศจิกายนพอดี และตอนนี้ก็เป็นเวลาห้าทุ่มห้าสิบนาทีแล้วด้วย ทอรุ้งลนลานคว้าโทรศัพท์มากดหาเพลงพนัสโดยด่วน ภาวนาขอให้เพื่อนยังไม่เข้านอน หรือถ้าเข้านอนไปแล้วก็ขอให้เปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ หรือถ้าปิดเสียงก็ขอให้ได้ยินเสียงสั่นครืดๆ จนตื่นมารับสายหน่อยเถอะ

แต่แล้ว เจ้าโทรศัพท์กลับส่งเสียงตอบว่า ขออภัยค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

ปิดเครื่อง? จริงสิ แม่เจ้าประคุณเข้าป่าไปเก็บตัวอย่างแมลง คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยบอกไว้อย่างนั้น นี่คงอยู่ในพื้นที่อับสัญญาณตามเคย

มีเวลาอีกไม่ถึงสิบนาทีแล้วตอนนี้ ถ้าพลาดการสมัครครั้งนี้ อาจต้องรออีกเกือบสองเดือนกว่าจะเปิดรับสมัครรอบใหม่

ตั้งสองเดือนเชียว นี่ยัยลูกไม้จะต้องนั่งรอ ต่อให้ผู้หญิงคนอื่นนำล่วงหน้าไปก่อนนานขนาดนั้นเลยเหรอ ผู้ชายได้โดนงาบไปก่อนพอดีสิ เธอยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด

ทอรุ้งตัดสินใจแล้วว่าจะสวมโหมดผู้ปกครองลงสมัครเรียนให้ลูกไม้เอง คลิกเปิดหน้าสมัครออนไลน์ขึ้นมาทันใดแล้วพิมพ์กรอกข้อมูลอย่างแคล่วคล่อง ค่าสมัครคลาสไพรเวตแพงหน่อยก็จริง แต่หากมันจะช่วยให้เพื่อนได้มีสามีที่ถูกใจ เธอก็จะยอมจ่าย

จะว่าไป ไม่รู้ว่าสมัครไปแล้ว ยัยลูกไม้ซึ่งกลัวความรุนแรงทุกรูปแบบจะยอมไปเรียนหรือเปล่า หรือจะว่าเธอจุ้นจ้านเกินไปไหม ทอรุ้งคิดว่าหากแย่ที่สุดคือลูกไม้ไม่ไปเรียน เธอก็แค่เสียเงินฟรีและโดนด่าก็เท่านั้น มันคงดีกว่าให้เธอนั่งมองทุกอย่างผ่านเลยไปตามยถากรรมโดยไม่ทำอะไรเลยทั้งที่พอมองออกว่ามีทางทำได้ และลึกๆ ทอรุ้งมั่นใจว่า ถึงลูกไม้จะด่าก็คงไม่ถึงกับโกรธ คงรู้ว่าที่เธอทำไปทั้งหมดเป็นเพราะความหวังดี

หญิงสาวรัวแป้นพิมพ์แข่งกับเวลา ก่อนจะพบว่าเจอตออันใหญ่เบิ้มเข้าแล้ว นั่นคือ ให้แนบไฟล์บัตรประจำตัวประชาชนซึ่งเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

“ตายหะ…” หญิงสาวกร่อนเสียงตัวเองได้ทันก่อนที่มันจะกลายเป็นคำหยาบ

23.57 น.

ไม่มีเวลาให้คิดหาทางอื่นอีกแล้ว ทอรุ้งตัดสินใจในวินาทีนั้น แก้ไขใบสมัครทั้งหมด แล้วเปลี่ยนเป็นข้อมูลของตัวเอง

หญิงสาวกรอกข้อมูลเร่งด่วนชนิดแป้นพิมพ์แทบลุกเป็นไฟ และสุดท้ายก็กดปุ่มส่งข้อมูล สมัครเรียนได้ทันก่อนข้ามคืนอย่างฉิวเฉียดชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด

ทอรุ้งทิ้งกายพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน แล้วจึงหัวเราะออกมาเบาๆ ถามตัวเองว่า

“นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย อีรุ้ง”

ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า ตัวเองจะบ้าระห่ำถึงขั้นไปลงสมัครเรียนยูโดเพื่อเป็นแม่สื่อแม่ชักให้เพื่อน แต่ยังไงเธอก็ทำไปแล้ว หญิงสาวยกมือไหว้ท่วมหัว ร้องเสียงดังฟังชัดว่า

“เจ้าประคู้น…ขอให้บุญกุศลที่ลูกได้ช่วยเพื่อนหาสามีในครั้งนี้ ส่งผลให้ลูกได้ของลูกด้วยอีกคนเถิ๊ด สาธุ!”



Don`t copy text!