พรนับพัน บทที่ 2 : คนรัก

พรนับพัน บทที่ 2 : คนรัก

โดย : เมษาริน

“พรนับพัน” ของ “เมษาริน” จบแล้ว ผู้เขียนใจดีมอบ 5 บทแรกไว้ให้อ่านกันเพื่อคลายคิดถึง หากอยากซื้อหนังสือรวมเล่มเก็บไว้อ่านละก็ สั่งซื้อได้ที่ www.dbooksgroup.com ทาง inbox page : dbooksgroup และ line id : @dbooks_group นะคะ

****************************

– 2 –

‘ณภัทร แซ่ตั้ง’ ณภัทรบอกตัวเองว่าเขาเป็นได้แค่นี้สำหรับภวินท์ พี่วินไม่เคยมองเขาเป็นน้อง ไม่ยอมให้ใช้นามสกุล ตั้งผลาเลิศ ตลอดชีวิตยี่สิบห้าปี เขาไม่เคยได้เป็น…น้องชาย แต่เขาไม่เคยคิดอย่างนั้น ณภัทรไม่สนิทกับพี่ชายก็จริง แต่เขาก็เคารพและให้เกียรติในฐานะที่มีพ่อคนเดียวกัน

หลังกลับจากต่างจังหวัด ชายหนุ่มได้รับการติดต่อจากอชิระเลขาพี่ชาย การพูดคุยพบปะกับภวินท์ต้องมีพิธีรีตอง ต้องมีการนัดหมายผ่านผู้ช่วย ทำราวกับว่าเขาเป็นคนอื่นทั้งที่บ้านเล็กที่อยู่กับแม่ ก็อยู่บริเวณเดียวกันกับบ้านใหญ่ของพี่ชาย แต่ภวินท์ก็เจ้ายศเจ้าอย่างมาตั้งแต่จำความได้ ความเหินห่างไม่ได้เกิดขึ้นเพราะพี่ชายไปร่ำเรียนต่างประเทศ แต่ระยะห่างที่ขวางกั้นมีทั้งขวากหนามของทิฐิและหุบเหวแห่งความเกลียดชังขวางกั้น

กระดาษในมือไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย แต่ณภัทรคิดไม่ออกว่าอะไรทำให้พี่ชายคนเดียวของเขาใจดำได้ถึงเพียงนี้ เขารู้ว่าภวินท์ไม่อยากได้หุ้นเพียงน้อยนิดที่เขามี แต่พี่ชายคนละแม่ แค่ไม่อยากให้เขาได้อะไรทั้งนั้น ถ้าจะออกจากบ้านเขากับแม่ก็ต้องไปตัวเปล่า

ณภัทรรู้ดีว่าภวินท์คิดอะไร แต่เขาทำไม่ได้ เมื่อเขายังมีแม่ แม่ที่ไม่ยอมไปไหน แม่ที่พอใจกับฐานะและ ‘บ้านเล็ก’ ที่อาศัยมานาน

“พัดมีอะไรไม่เข้าใจ สงสัยจุดไหนก็ถามพี่ได้เลยนะ” นพปฎลถามในฐานะทนายความ ในห้องทำงานของภวินท์มีเพียงสามคน เจ้าของห้องยืนหันหลังกอดอกหลวมๆ สายตาจับจ้องนอกกระจกผ่านม่านสีขาวผืนบางอย่างที่ชอบทำ ส่วนณภัทรยังคงอ่านหนังสือสัญญาทีละคำอย่างเชื่องช้า เป็นเหตุให้เขาต้องถามออกไป

“เข้าใจทุกอย่างครับพี่ดล”

“ถ้าเข้าใจแล้วก็เซ็น” ภวินท์พูดทั้งที่ยังหันหลังให้ทั้งสองคน พูดด้วยน้ำเสียงธรรมดาสามัญ หากเด็ดขาดและไร้เยื่อใย

“ผมเข้าใจสัญญา ผมเข้าใจว่าพี่วินอยากได้หุ้นในส่วนของผม” ณภัทรจับจ้องแผ่นหลังพี่ชาย ร่างสูงของภวินท์ยังคงตรงนิ่งอยู่ที่เดิมเหมือนหุ่น หุ่นที่เย็นชาและไร้หัวใจ “แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมต้องยกหุ้นพวกนี้ให้พี่ด้วย” แม้จะเป็นคนจิตใจอ่อนโยน แต่ณภัทรก็ไม่ใช่คนโง่ ยิ่งการกระทำเอาแต่ใจและเกินกว่าเหตุของคนเป็นพี่ เขายิ่งรับไม่ได้ ภวินท์มีคนคอยเอาอกเอาใจ แรกๆ ก็เพราะสงสารที่สูญเสียแม่ตั้งแต่สามขวบ หลังๆ มีคนล้อมหน้าล้อมหลังคอยตามใจเพราะสมบัติพัสถานที่มีติดตัว มีป้ากอบกุลคอยยุแยงใส่ไฟไม่เว้นวัน มีอาศจีน้องสาวบิดาคอยเปาะเหลาะเพราะต้องพึ่งพาอำนาจทางการเงิน นั่นยิ่งทำให้พี่ชายกลายเป็นศูนย์รวมจักรวาลของ…ตั้งผลาเลิศ ไม่มีใครกล้าขัดใจ ภวินท์จึงเติบโตจากเด็กเอาแต่ใจ กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ซ่อนความร้ายกาจไว้หลังดวงตาสีน้ำตาลเข้มดุร้าย

แต่ถ้าถามว่าภวินท์เกลียดใครที่สุด ณภัทรรู้คำตอบข้อนี้ดี

คนเป็นน้องนึกเสียดาย…เสียดายความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง เสียดายที่ภวินท์กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวไม่น่าคบหา

“ดล นายออกไปรอข้างนอกก่อน” ภวินท์พูดกับเพื่อน แต่สายตาจับจ้องชายหนุ่มที่มีพ่อคนเดียวกันไม่วางตา

ณภัทรค่อยๆ เงยหน้ามองพี่ชาย แสงแดดจัดจ้ายามบ่ายสาดจับร่างสูงราวกับมีรังสีบางอย่างเปล่งประกายอยู่รอบตัว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเหมือนตาจระเข้ทอประกายวาวโรจน์ ทั้งน่าเกรงขามและน่ากลัว ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังรุนแรงแผ่มาจากพี่ชายตัวเอง

ลับหลังนพปฎล ภวินท์ผละจากริมกระจกมายืนกอดอกพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงาน เดินมาใกล้คนที่มีเลือดเหมือนเขากึ่งหนึ่ง ชายหนุ่มใช้นิ้วกลางดันแว่นขึ้นบนสันจมูกอย่างเคยชิน ใช้มืออีกข้างเลื่อนสมาร์ตโฟนขึ้นๆ ลงๆ จนได้ภาพที่ต้องการ ก็หันหน้าจอให้น้องชายเห็นชัดๆ

ภาพนั้นทำเอาณภัทรเบิกตากว้าง เลือดอุ่นๆ ในกายพลันเย็นเฉียบตั้งแต่หัวจดเท้า ใบหน้าขาวซีดเหมือนกระดาษที่ถือในมือ ใจหายวาบเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของพี่ชาย

“แฟนนายนี่สวยชะมัด อย่างกับนางเอกละคร ชื่ออะไรนะพัด…”

ณภัทรยังเบิกตากว้างขึ้นเรื่อยๆ พูดไม่ออก ใจเต้นรัวกว่าเดิมเมื่อภวินท์เอ่ยชื่อคนรัก

“ชื่อดิวใช่ไหม ดิว ปดิวรดา รูปก็งาม…” ภวินท์ถามเองตอบเอง เพ่งมองหญิงสาวในหน้าจอโทรศัพท์พบว่าคนรักของน้องชายสวยบาดตาจนไม่อาจปฏิเสธ “…นามก็เพราะ”

“พะ…พี่วิน พี่จะทำอะไร” ณภัทรถาม น้ำเสียงแหบแห้งด้วยยังตกใจไม่หาย

“ถ้านายไม่เซ็นสัญญา ฉันก็ไม่รับปาก…แฟนนายอาจจะเปลี่ยนสถานะเป็น…พี่สะใภ้” พูดจบก็ส่งเสียงบางอย่างในลำคอคล้ายหัวเราะ

“พี่วิน อย่าเอาดิวมาเกี่ยวกับเรื่องนี้” ณภัทรลุกจากเก้าอี้ พูดเสียงดังเกือบเป็นตะโกน นึกไม่ถึงว่าภวินท์จะงัดไม้นี้มาต่อรองกับเขา ชายหนุ่มสุดทนกับพี่ชาย เขาปรี่เข้าชิดร่างสูงของภวินท์ เพื่อรู้ว่าเตี้ยกว่าพี่ชายราวๆ หนึ่งคืบ แต่นาทีนี้ณภัทรไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เขาเสียปดิวรดาให้ใครไม่ได้เด็ดขาด

ภวินท์ไม่มีทีท่าตกใจเขาแค่นหัวเราะอย่างคนเหนือกว่า มั่นใจกว่า ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง เพื่อให้น้องชายเห็นว่า สิ่งที่เขามีมากกว่านั้นไม่ใช่เฉพาะความสูง แต่รวมถึงสติปัญญาและอำนาจในมือ ภวินท์สบตาสีดำสนิทของณภัทรเห็นแวววูบไหวหวาดหวั่นชัดเจนในตาคู่นั้น ดวงตาที่เหมือนของพ่อ ก่อนที่แววไหวหวั่นจะจางหายและแปรเปลี่ยนเป็นรอยเข้มข้นจากอารมณ์ความรู้สึกโกรธขึ้ง คับแค้น เข้ามาแทน

ณภัทรตั้งใจถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อให้ภวินท์เห็นการกระทำของเขาชัดๆ ชายหนุ่มค่อยๆ ฉีกสัญญาต่อหน้าพี่ชาย ฉีกกระดาษจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วโยนเศษซากทิ้งไปด้านหลังอย่างไม่แยแส

“พี่วินจะไม่ได้อะไรจากผมทั้งนั้น” พูดจบชายหนุ่มที่เกิดหลังพี่ชายสี่ปีก็หมุนตัวออกจากห้องทันที

“เดี๋ยว!” ภวินท์รั้งน้องชายคนที่ฉีกสัญญาทิ้ง แล้วทำท่าจะเดินออกไปง่ายๆ เหมือนไม่รู้ตัวว่าการกระทำเหล่านั้น เท่ากับประกาศสงครามอย่างเต็มรูปแบบ “รักษาของๆ นายให้ดีๆ ฉันเตือนนายแล้ว”

ณภัทรมาถึงร้านประจำก่อนเวลานัดร่วมชั่วโมง เขาใช้เวลานี้ขบคิด ทบทวนประโยคที่ได้ยินจากพี่ชายอีกครั้ง ก่อนที่ภายในร้านอาหารจะจอแจแน่นขนัดไปด้วยพนักงานออฟฟิศบริเวณใกล้เคียง สีหน้าชายหนุ่มค่อนข้างเคร่งเครียดกับคำพูดของภวินท์เมื่อวาน ณภัทรขยับตัวอย่างกระสับกระส่าย ชายหนุ่มพลิกข้อมือดูนาฬิกาทุกๆ ห้านาที ทั้งที่รู้ว่ายังไม่ถึงเวลานัดหมาย ทว่าเขากลัวจับใจ รู้ดีกว่าใครว่าภวินท์เป็นคนไร้หัวใจและรู้ว่าดวงตาใต้แว่นสายตาใสแจ๋วนั้น…น่ากลัว

“พัด…พัดจริงๆ ด้วย” เสียงเรียกหวานใสทำให้ณภัทรเหลียวกายไปมองที่มาของเสียง พบกิริยาที่คนพูดเอียงศีรษะมาอยู่ในระดับเดียวกัน ผมยาวประบ่าสีอ่อนทิ้งตัวลงข้างแก้มบางส่วนคลี่คลุมบ่าบอบบาง และเมื่อรวมกับลักยิ้มเล็กๆ บนมุมปากทั้งสองข้าง ทำให้ชายหนุ่มดีใจจนหลงลืมเรื่องเคร่งเครียดเสียสนิท

“ผิง”

“ผิงเอง พัดสบายดีไหม บังเอิญจังที่เจอพัดที่นี่ โอ๊ย…ผิงดีใจ” พรนับพันถือวิสาสะนั่งลงตรงข้ามเพื่อนเก่าสมัยมัธยมต้น ก่อนที่เธอจะติดตามบิดาซึ่งย้ายไปรับราชการในจังหวัดเล็กๆ แห่งหนึ่งทางเหนือ

“พัดก็ดีใจ นี่ผิงไปไงมาไง มาเที่ยวเหรอ หรือกลับมาอยู่ที่นี่ถาวร” แม้จะห่างหายกันไปหลายปีแต่ด้วยเทคโนโลยี เพื่อนเก่าจึงเห็นความเป็นไปของกันและกันผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก

“ผิงได้งานโรงพยาบาลเอกชนที่นี่ คงอยู่ที่นี่แหละ อุตส่าห์หนีมาได้ ยังไงก็คงอยู่อีกนาน” พูดจบก็หัวเราะคิกอย่างอารมณ์ดี เน้นรอยกดลึกมุมปากน่ารักชวนมอง

“หนี?” ณภัทรถาม ก่อนจะยิ้มตามเพื่อน เมื่อเห็นพรนับพันยิ้มพลางหัวเราะพลางอย่างร่าเริงสดใส

“พ่อแม่เห็นว่าผิงโสดมั้ง ก็เลยจะจับคลุมถุงชนทุกวัน น่าเบื่อมาก” หญิงสาวบอก ส่งยิ้มอวดรอยบุ๋มเล็กๆ ข้างริมฝีปาก “แต่ไม่รู้ว่าจะหนีเสือปะจระเข้หรือเปล่านะ” พูดจบก็หัวเราะอีกครั้งอย่างคนที่ไม่มีเรื่องเศร้าหมองในหัวใจ

จังหวะนั้นคนพูดชะงักไปเล็กน้อยด้วยสังหรณ์บางอย่าง แต่คนร่าเริงเป็นนิตย์ไม่เก็บความรู้สึกที่คล้ายร้องเตือนมาคิดมาก หากเพียงรู้ล่วงหน้า บางครั้งบางทีชะตากรรมก็เล่นตลก จระเข้ที่เธอต้อง ‘ปะ’ จึงเป็นคนที่มีดวงตาสีน้ำตาลเข้มดุร้ายเยี่ยงจระเข้

“ผิงอยู่โรงพยาบาลไหน”

“อยู่…” พรนับพันบอกชื่อโรงพยาบาลเอกชนขนาดกลางที่ซุกตัวอยู่ท่ามกลางหมู่ตึกสูงย่านธุรกิจ “แถวนั้นมีร้านกาแฟกับเค้กอร่อยๆ อยู่ร้านนึง แวะไปหาผิงนะพัด แล้วผิงจะพาไปอ้วน”

ณภัทรยิ้มกว้างอีกครั้ง การเจอพรนับพันแค่ไม่กี่นาทีทำให้เขาลืมเรื่องเคร่งเครียดเสียหมดสิ้น “อ้วนตรงไหน ผู้หญิงนี่ยังไง ตัวเล็กนิดเดียวแต่ชอบบ่นว่าอ้วน” ชายหนุ่มส่ายหัวทั้งที่ใบหน้ายังเปื้อนยิ้ม พรนับพันเป็นหญิงสาวรูปร่างเล็กบาง รวมกับใบหน้ารูปหัวใจทำให้ดูอ่อนกว่าวัย

“อ้วนสิ ดูแก้มผิงนะ” คนตัวเล็กที่บอกว่าอ้วน ดึงแก้มอิ่มๆ ให้เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันหลายปีดูชัดๆ

“น่ารักจะตาย” ณภัทรชมอย่างจริงใจ

สองหนุ่มสาวทักทายกันอีกเล็กน้อย ใจจริงพรนับพันอยากคุยกับเพื่อนให้นานกว่านี้ แต่เกรงใจเพื่อนพยาบาลที่มาด้วยกัน ซึ่งยืนรอนอกร้านอาหารพักใหญ่

“ผิงกลับก่อนนะพัด ถ้าผ่านไปแถวนั้นก็แวะไปหาผิงที่โรงพยาบาลบ้างนะ” พยาบาลสาวยิ้มพลางหัวเราะพลาง เมื่อตลกกับคำพูดถัดมาของตัวเอง “พัดต้องไปในฐานะเพื่อนผิงนะ อย่าไปเพราะเจ็บป่วย คนไข้ล้นโรงพยาบาลแล้วเนี่ย”

ณภัทรยังยิ้มขันขณะโบกมือลาพรนับพัน จังหวะที่เพื่อนเก่าผลักประตูออกจากร้าน สาวสวยอีกคนก็ผลักประตูอีกบานเข้ามาพอดี สองสาวเดินสวนกันชนิดที่ไหล่เบียดไหล่ แต่ไม่มีใครใส่ใจเพราะเป็นช่วงเที่ยงวันที่ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในร้านอาหาร ไม่รู้ว่าชะตากรรมในวันหน้าจะเกี่ยวพันกันยุ่งเหยิง

ปดิวรดาดึงแว่นกันแดดออกจากใบหน้าแล้วทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับชายคนรัก ทุกกิริยาสวยงามชวนมองจนคนที่ ‘แอบมอง’ นึกชมในใจ

“พัดคุยกับสาวที่ไหน ดิวเห็นนะ” ปดิวรดาแสร้งทำหน้าบึ้ง แต่แววตากลับหวานเชื่อมอ่อนละมุน เธอเห็นตั้งแต่เดินอ้อมร้านอาหารมาจากด้านหลังซึ่งเป็นลานจอดรถ เห็นว่าแฟนหนุ่มคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ความมั่นใจในตัวณภัทรทำให้เธอไว้ใจเขาเสมอ เข้าใจว่าอาชีพช่างภาพอิสระฝีมือดีทำให้มีคนรู้จักไม่น้อย

ณภัทรถอนหายใจอย่างโล่งอกที่แฟนสาวมาถึงตรงตามเวลานัดหมาย ยังไม่ทันอธิบายก็เห็นอีกฝ่ายก็ทำหน้างอ แก้มป่องอย่างน่าเอ็นดู และคนสวยอย่างปดิวรดาทำอะไรก็น่ามองไปหมด

ณภัทรไม่รู้ว่าคนที่ลอบมองอยู่ในระยะไม่ใกล้ไม่ไกลก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน…ปดิวรดาสวยและน่ามอง

“หน้าตาน่ารัก ใครเหรอ” หญิงสาวยังแกล้งทำเสียงเข้มทั้งที่แววตาไหวระริกอย่างนึกสนุก ด้วยณภัทรเป็นหนุ่มนิ่งๆ ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก และไม่เคยมองผู้หญิงคนอื่นนอกจากเธอ

“เพื่อนพัด ชื่อผิง เป็นพยาบาล” ณภัทรยื่นมือไปเกาะกุมมือนิ่มบางของคนรัก บีบแน่นกว่าปกติเพื่อสัมผัสให้ตัวเองสบายใจว่าตัวตนของเธอยังเป็นของเขา

“อะไรเนี่ย” ปดิวรดาแปลกใจเล็กน้อยกับปฏิกิริยาของคนรัก แต่ไม่เก็บมาคิดมาก เธอสังเกตเห็นแววหม่นหมองในดวงหน้าของณภัทร คิดไปเองว่าชายหนุ่มคงคิดจริงจังกับคำพูดล้อเล่นของเธอ ปดิวรดาจึงยิ้มกว้าง ส่งผลให้ใบหน้าสวยสมวัยสาวสะพรั่งเปล่งปลั่งชวนมอง “คิดไว้แล้วว่าคงเป็นเพื่อนพัด ดิวเชื่อแล้วค่ะ”

“ดิว…พัดรักดิวนะ”

ปดิวรดาหัวเราะเสียงใสน่าฟัง “เป็นอะไรไปเนี่ย ไม่สบายหรือเปล่า ปกติเคยบอกรักเสียที่ไหน ปากแข็งอย่างกับอะไรดี วันนี้เป็นอะไร สารภาพมาซะดีๆ ไปทำอะไรผิดมาใช่ไหม” ปดิวรดาชี้นิ้วพลางหรี่ตามองชายคนรัก ด้วยท่าทางคาดคั้นแต่ไม่จริงจัง

ณภัทรไม่ตอบ กระชับมือขาวบางของแฟนสาวแนบแน่นเหมือนกลัวว่าเธอจะหายไปต่อหน้าต่อตา บางทีเขาอาจจะระแวงหวาดกลัวเกินไป ปดิวรดาไม่ใช่สิ่งของที่ใครจะขโมยเอาไปง่ายๆ เธอเป็นรักแรกและรักสุดท้ายของเขา ไม่ว่าจะเสียอะไรไปเขาก็ไม่ยอมเสียเธอเป็นอันขาด

“พัดแค่เป็นห่วงดิว พรุ่งนี้ต้องไปถ่ายงานที่ภูเก็ตด้วยสิ ไปด้วยกันไหม” ณภัทรถามเสียงหวาน

“ดิวต้องทำงาน” ปดิวรดายิ้มให้แฟนหนุ่ม เวลาที่เขาอ้อนอย่างนี้น่ารักดี ปกติณภัทรไม่ใช่ผู้ชายที่ช่างเซ้าซี้น่ารำคาญ ออกจะนิ่งๆ เสียด้วยซ้ำ วันนี้เขาดูแปลกไป เธอเดาว่าช่วงนี้เขารับงานเยอะไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยเหมือนอย่างเคย จึงมีอาการอยากอ้อนเธอขึ้นมา

“เสียดาย พัดอยากให้ดิวไปด้วย”

“ดิวก็อยากไป แต่ไปเที่ยวนะ ไม่ใช่พัดไปทำงานแล้วปล่อยให้ดิวรอที่โรงแรมคนเดียว” ปดิวรดาดักคอ เพราะช่างภาพอย่างเขาต้องถ่ายงานทั้งวัน

“งั้นคราวหน้าเราไปเที่ยวกัน พัดจะได้ถ่ายรูปสวยๆ ให้ดิวด้วย ดีไหม” ณภัทรพยายามเอาใจสาวคนรัก เพราะรู้ตัวว่าช่วงหลังรับงานมากขึ้นเป็นเท่าตัว เหตุผลหนึ่งคือเร่งสร้างฐานะ

“มีแฟนเป็นช่างภาพก็ดีอย่างนี้” ปดิวรดาส่งยิ้มหวานให้แฟนหนุ่ม

ณภัทรไม่รู้ว่าระหว่างที่เขาวางใจ ลดความเคร่งเครียดเพราะเจอความร่าเริงสดใสของพรนับพัน ละเลยเสียงเตือนเล็กๆ ในหัวเมื่อพบความสวยหวานมั่นคงของปดิวรดา ในห้วงเวลาที่ณภัทรวางใจ พี่ชายต่างแม่กำลังจ้องมองด้วยแววตาว่างเปล่าอยู่บนชั้นลอยเหนือทั้งสองร่าง

ภวินท์ไม่ได้สนใจผู้หญิงคนแรกที่เข้ามาทักณภัทร รู้ดีว่าน้องชายเขาเป็นคนหน้าตาดี รูปร่างดี รวมกับลักษณะท่าทางเป็นมิตรเข้าถึงง่ายจึงมีเสน่ห์กับเพศตรงข้ามไม่น้อย

แต่ผู้หญิงคนที่สองนี่สิ ภวินท์ต้องยอมรับกับตัวเองว่า ดิว หรือ ปดิวรดา เป็นผู้หญิงที่สวยสมคำล่ำลือ ตัวจริงที่ปรากฏตรงหน้างดงามกว่าภาพถ่ายหลายเท่า ชายหนุ่มหวังลึกๆ ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้มีดีแค่สวย

เขาหวังว่าเธอจะฉลาด

Don`t copy text!