สาป บทที่ 2 : หมอกมายา

สาป บทที่ 2 : หมอกมายา

โดย : เยาวเรศ

สาป นวนิยายลึกลับ โดย เยาวเรศ เรื่องราวของสาวไทยที่ต้องไปเผชิญกับความลึกลับในบ้านชนบท ประเทศอังกฤษ โดยมีความรัก…ความแค้น…และความอาฆาตพยาบาทที่มาเดิมพันกับชีวิตของเธอ นิยายออนไลน์จากเว็บไซต์อ่านเอาที่เราอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์อีกเรื่อง

*************************

– 2 –

คลิกซื้อ E-Book ‘ในสวนอักษร’ ที่นี่

หญิงสาวร่างสูงโปร่ง ใบหน้าสวยคม ยกมือสะบัดผมบ๊อบที่ยาวประบ่าออกไปข้างๆ อย่างขัดใจ หล่อนหมุนตัวไปมาหน้ากระจกรูปไข่บานใหญ่ พลางแนบเดรสสีแดงเพลิงเข้ากับตัว หันซ้าย หันขวา เบ้ปากนิดๆ อย่างไม่ค่อยพอใจนัก แล้วก็ทาบชุดกับตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะหันไปทางเพื่อนสาว

“ชุดนี้ดีไหมลดา” แดฟนีถาม เบ้ปากอีก “ฉันเบื่อสีดำ แต่ชุดนี้มันเรียบเกินไป น่าเบื่อ…หรือจะใส่สีขาวที่ฉันเพิ่งซื้อมาใหม่”

“ชุดนี้แหละสวยดีแล้ว” ไอลดายิ้ม “ฉันว่าชุดนั้นมันเปิดมากเกินไปนิด เหลืออะไรไว้ให้เขาสงสัยบ้างดีกว่าไหม เพิ่งเดตกันครั้งแรกนี่”

คนฟังหัวเราะเสียงใส โยนเดรสสั้นสีแดง คอปิด แต่เว้าหลังลึกนั้นลงไปบนเตียง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนที่นอนหนานุ่มข้างๆ เพื่อนสาวของหล่อนที่กึ่งนั่งกึ่งนอน อ่านหนังสือเล่มโตอยู่

แดฟนีเป็นคนสวย แม้จะสูงโปร่งด้วยมีเชื้อสายสวีดิชทางพ่อ แต่หล่อนก็มีส่วนเว้า ส่วนโค้งที่สวยงามชวนดู ในยามที่มีเวลาว่าง หล่อนมักไปออกกำลังกายที่ยิมเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้หล่อนสวยอย่างสาวสุขภาพดี ยิ่งระยะหลัง หล่อนตัดสินใจตัดผมยาวเกือบกลางหลัง เปลี่ยนมาเป็นบ๊อบที่กำลังนิยมกันอยู่ในขณะนี้ ผมด้านหน้า ช่างตัดไล่ยาวลงมาระดับบ่า ส่วนด้านหลังนั้นเว้าสูงขึ้นไปจนราวท้ายทอย ก็ยิ่งทำให้หล่อนดูเก๋ เฉี่ยว และเซ็กซี่มากยิ่งขึ้น

และก็ดูเหมือนแดฟนีจะรู้ดีว่าหล่อนเป็นคนสวย มีเสน่ห์ หญิงสาวจึงมีความมั่นใจในการบริหารเสน่ห์ของหล่อนตั้งแต่เริ่มเป็นสาว ไอลดารู้จักกับแดฟนีเมื่อย้ายเข้าไปอยู่ในหอพักมหาวิทยาลัยเดียวกัน แม้จะเรียนคนละคณะแต่ห้องพักนั้นอยู่ติดกัน แดฟนีคนสวยยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ หล่อนเป็นคนจิตใจดี มองโลกในแง่ดี แต่ก็เป็นคนใจร้อนและไม่อดทนอะไรเอาเสียเลย ประตูห้องไอลดามักจะถูกเคาะบ่อยๆ จากสาวสวยผมทองห้องข้างๆ ถ้าไม่ขอหยิบขอยืมข้าวของเครื่องใช้เล็กๆ น้อยๆ ก็จะขอให้ไอลดาช่วยหล่อนสอนการบ้าน ทั้งๆ ที่เรียนอยู่กันคนละคณะและสาขาวิชา!

คบกันไประยะหนึ่ง เพราะถูกนิสัยใจคอกัน ไอลดาจึงได้รู้ว่า แดฟนีเป็นลูกสาวคนเดียวของมหาเศรษฐีชาวสวีดิช แม่ของหล่อนก็เป็นคนในวงสังคมชั้นสูงของอังกฤษที่มีฐานะร่ำรวยเช่นกัน แต่แดฟนีไม่เคยโอ้อวดหรือทำตัวหรูหราอะไร หญิงสาวใช้ชีวิตในหอพักเหมือนกับนักศึกษาคนอื่นๆ เพราะสะดวก แต่ทุกๆ วันศุกร์ คนขับรถจะมารอรับหล่อนกลับบ้าน และมาส่งในเช้าวันจันทร์

ไอลดากับแดฟนีไปไหนต่อไหนด้วยกันเมื่อมีเวลาว่างตรงกัน บางทีฝ่ายหลังก็จะหายหน้าหายตาไปบ้าง หากเจอหนุ่มที่ถูกใจ แต่หล่อนเป็นคนรักง่ายหน่ายเร็ว ไม่นานนักแดฟนีก็จะกลับมาเคาะประตูห้องไอลดาเหมือนเคย แล้วก็เชื้อเชิญตัวเองมาอยู่ที่ห้องของหล่อน เป็นดังนี้สลับไปมาเรื่อยๆ แล้วแต่วาระและโอกาสว่าหล่อนจะพบใครที่ถูกใจ และจะเบื่อเร็วแค่ไหน

ปีสุดท้ายของการเรียนปริญญาตรี แดฟนีเบื่อชีวิตในหอพัก จึงขอมารดาออกมาอยู่แฟลตในย่านหรูที่แม่ของหล่อนปล่อยไว้ให้เช่า และก็ชวนไอลดาไปอยู่ด้วย หญิงสาวก็ตกลงโดยมีข้อแม้ว่า หล่อนขอจ่ายค่าเช่า ไม่เช่นนั้นจะไม่ย้ายไปด้วยเด็ดขาด แม้แดฟนีจะคัดค้านอย่างไร หล่อนก็ถือว่า หล่อนจะไม่ยอมเอาเปรียบเพื่อนรักเด็ดขาด ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีฐานะดีกว่าหล่อนเพียงใด

“ฉันตื่นเต้นนะนี่” แดฟนีคว้าหนังสือที่เพื่อนหล่อนอ่านอยู่ขึ้นมาดู แล้วก็ส่งคืนให้เมื่อเห็นเป็นหนังสือวิชาการที่หล่อนไม่มีความสนใจ “แอบไปสืบๆ มา ได้ความว่า เขาไม่เคยออกเดตกับใครตั้งแต่คู่หมั้นตายไปตั้งหลายปีโน่นแน่ะ”

ไอลดาพยักหน้า ทำท่าสนใจ แต่ตายังจ้องอยู่ที่หนังสือ ในขณะที่อีกฝ่ายยังพูดต่อไปแจ้วๆ “โจทย์แบบนี้ฉันชอบนะ ท้าทายดี ไม่น่าเบื่อด้วย เพียงแต่แปลกใจนิดนึง มิสซิสเทอร์เนอร์เพื่อนแม่ฉันบอกว่า ตาคนนี้นะ หยิ่งจะตาย สาวๆ มองจ้องตาเป็นมัน เพราะหน้าตาดีด้วย รวยด้วย แต่ก็ไม่เคยสนใจใครเลย ไม่ใช่ว่าไม่จริงจังกับใครนะ พี่แกเล่นไม่ออกเดตกับใครเลยน่ะ มันเป็นไปได้ยังไง อยู่มาถึงป่านนี้”

“เขาแก่แล้วเหรอ”

“บ้า…” แดฟนีหัวเราะ “ยังๆ ไม่แก่หรอก น่าจะประมาณสามสิบกว่าๆ นะ ถ้าแก่กว่าเราน่ะใช่ แต่สามสิบกว่านี่แก่ซะที่ไหนเล่าเธอก็”

“ถ้าอย่างนั้นเขาอาจจะไม่ชอบผู้หญิงก็ได้ ใครจะรู้”

“นั่นซิ” คราวนี้คนฟังทำหน้าครุ่นคิด “แต่ถ้าเขาชอบผู้ชาย นักสืบก็ต้องบอกฉันแล้วซิ”

“นักสืบ…นักสืบมาเกี่ยวอะไรด้วย”

แดฟนีหัวเราะกร่อยๆ ไม่ยอมพูดอะไรต่อ ไอลดาเดาได้ทันทีว่าเพื่อนสาวของหล่อนคงอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับชายหนุ่มคนนี้มาก ถึงกับลงทุนจ้างนักสืบหาประวัติของเขาทีเดียว

จริงๆ หล่อนไม่ได้แปลกใจมากนัก แดฟนีมักจะทำในสิ่งที่หล่อนไม่คาดคิดอยู่เสมอ แต่ถึงขนาดจ้างนักสืบนี่ คงแสดงว่าชายหนุ่มคนนี้คงเป็นคนลึกลับพอสมควร ชาวไฮโซจึงไม่มีข้อมูลเพียงพอให้เพื่อนของหล่อนสืบได้ และที่สำคัญ เพื่อนสาวของหล่อนคงสนใจผู้ชายคนนี้มาก

“เขาหล่อมากหรือ ปกติฉันไม่เคยเห็นเธอเคยคลั่งใครขนาดถึงต้องจ้างนักสืบมาก่อนเลย”

“มาก” แดฟนีพยักหน้า “แต่ไม่ใช่แค่นั้น หล่อด้วย ฉลาดด้วย ไม่สนใจฉันด้วย ไม่สนใจผู้หญิงคนอื่นๆ ด้วย มันน่าท้าทาย”

“แล้วนี่เธอนัดให้เขามารับกี่โมง ทำไมยังไม่รีบแต่งตัวอีก”

“ก็เจ็ดโมงแหละ” คนพูดพลิกข้อมือ ดูนาฬิกา “นี่เหลือเวลาอีกตั้งสองชั่วโมง ฉันก็นั่งตื่นเต้นไปสิ ขนาดจะใส่ชุดไหนยังเลือกไม่ได้เลย คิดๆ ไปแล้วก็แปลกเหมือนกันนะลดา ฉันไม่ได้เป็นแบบนี้มานานนักหนาแล้ว ตั้งแต่สิบสี่สิบห้ากระมัง ก็ไม่รู้ทำไมกับคนนี้ถึงเป็นเอามาก”

“เธอทำให้ฉันอยากเห็นหน้าเขาเสียแล้วว่าหล่อขนาดไหน”

“บอกแล้ว หล่อมาก เธอเห็นแล้วอาจจะอ้าปากค้าง”

“เดี๋ยวๆ” ไอลดาหัวเราะ “ฉันนี่นะ จะอ้าปากค้าง”

“งั้นซิ” เพื่อนสาวหัวเราะบ้าง “ฉันอยากจะเห็นไอลดา แม่ชีสาวโสด ตกตะลึงในความหล่อเหลาของชายหนุ่มจนอ้าปากค้าง ตาเหลือกบ้าง อะไรแบบนี้”

คราวนี้สองสาวหัวเราะประสานเสียงกันดังลั่น

แดฟนีนึกภาพไม่ออกเหมือนกัน ว่าไอลดาเพื่อนรักของหล่อนจะรู้สึกตกหลุมรักใคร หรือตกตะลึงหลงใหลใครจนอ้าปากค้าง ด้วยตั้งแต่รู้จักกันมา ไอลดาไม่เคยมีเพื่อนชาย ไม่เคยสนใจหรือมองใครทั้งสิ้น แม้หล่อนจะเพียรพยายามจับคู่ให้หลายต่อหลายที แต่ก็ดูเหมือนว่าเพื่อนสนิทของหล่อนจะมุ่งมั่นแต่การเรียนเท่านั้น

“ถ้าเธอเป็นลูกพ่อแม่ฉัน เขาคงรักเธอตายเลยนะเนี่ย ขยันเรียนออกจะขนาดนี้ ประพฤติตัวก็ดี เรียบร้อยเหมือนแม่ชี พ่อฉันคงไม่ต้องบ่นๆๆ ยืดยาว จนหูชา”

“พ่อแม่เธอเขารักเธอมากนะ เธอก็รู้ดี แต่เธอก็ทำตัวให้เขาบ่นเองหรือเปล่าล่ะ”

“พ่อจะบ่นแต่เรื่องใช้เงินกับไม่ค่อยทำงาน ส่วนแม่ก็บ่นเรื่อง…ผู้ชาย…”

“แม่เธอเขาก็เป็นห่วงแหละ ตามประสา”

“ฉันดูแลตัวเองได้ ดูแลหัวใจตัวเองได้” แดฟนีเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า พลางกรีดนิ้วไล่ดูเดรสสั้นที่แขวนไว้เป็นระเบียบด้วยฝีมือการจัดของเพื่อนสาว “แม่กลัวว่าฉันจะพลาด ไปเอาคนที่ไม่เหมาะสมมาเป็นสามี แต่ไอ้ครั้นจะให้ฉันเดตกับคนที่แม่หาให้ตลอดนี่มันใช่ไหม แต่ละคนๆ มีแต่เงิน หน้าตา นิสัย ดูไม่ได้ ฉันรับไม่ได้หรอก เงินมันไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้คนมีความสุขนะลดา แม่น่ะ หัวโบราณเกินไป”

“ฉันเข้าใจแม่เธอนะ ในความคิดของคนเป็นแม่ก็อย่างนี้แหละ อยากจะให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุด”

“แต่เธอไม่เข้าใจฉัน…”

“ทำไมฉันจะไม่เข้าใจเธอ” ไอลดาเดินไปกอดเพื่อนสาวจากด้านหลัง “เพราะเข้าใจเธอน่ะสิ ฉันถึงได้อยู่ตรงนี้ นั่งฟังอยู่ตรงนี้ ไม่เคยหนีไปไหนเลยยังไง แต่ฉันกลัวเธอจะเหนื่อยเสียก่อนกว่าจะได้เจอสิ่งที่เธอค้นหาน่ะสิ…”

“ฉันยังไม่เหนื่อยหรอก” แดฟนีหันหน้ามากอดหล่อนแน่นๆ “ฉันยังไม่แก่ ยังมีแรงอีกเยอะ อีกอย่าง…ใครจะรู้ ฉันอาจจะเจอคนที่ค้นหาแล้วก็ได้ ว่ามั้ย แต่ฉันก็กังวลอยู่เหมือนกันนะ ว่าเขาจะชอบฉันหรือเปล่า ถ้าไม่คงเสียใจแย่เลย”

“ชอบสิ” ไอลดายืนยันหนักแน่น “ใครบ้างจะไม่ชอบ ไม่รักเธอ อีกอย่างนะ ถ้าเขาไม่รู้สึกอะไรเลยกับเธอ เขาก็คงไม่ยอมเดตกับเธอใช่ไหม เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่า เขาไม่สนใจผู้หญิงเลย ไม่เคยออกเดตเลยตั้งแต่คู่หมั้นเขาตาย”

“ใช่ๆ” คนฟังมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “เขาก็คงรู้สึกอะไรกับฉันบ้างหรอกนะ ถึงได้ตกลงเดตกับฉัน แค่โทรไปชวนเขาก็ตกลงเลย”

“นั่นไง เห็นไหม…เลิกกังวลได้แล้ว”

“ถ้าเขาชอบฉัน มันก็คุ้มนะ ที่เราจะย้ายไปอยู่ที่นั่น ฉันจะได้มีเรื่องติดต่อเขาเรื่อยๆ หาเรื่องไปเรื่อยๆ ว่าอะไรเสีย ต้องมาซ่อม ต้องมาดู อะไรอย่างนี้”

ไอลดาอดหัวเราะไม่ได้ ที่เพื่อนหล่อนคิดเหมือนเด็กๆ

“เขาเป็นเจ้าของบริษัทนะแดฟนี เธอจะหวังให้เขามาซ่อมไฟฟ้าหรือเครื่องทำความร้อน อะไรแบบนี้เหรอ อย่างมากเขาก็ส่งคนมาจัดการให้”

“นั่นแหละๆ ฉันก็โทรไปหาเขาไง มันก็ดูไม่น่าเกลียดที่โทรไปหาเขาบ่อยๆ”

เมื่อเห็นเพื่อนรักตื่นเต้น ดีใจ ที่จะได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านเช่าหลังนั้นขนาดนี้ ไอลดาจึงหยุดความคิดที่จะบอกแดฟนีถึงเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับหล่อนในวันที่หล่อนไปดูบ้าน

จะว่าหล่อนตาฝาดก็คงอาจจะเป็นไปได้ เพราะบ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่ แถมห้องใต้หลังคายังถูกปิดตายเป็นเวลาหลายสิบปี เด็กที่ไหนจะเข้าไปในห้องนั้นได้

แต่ถ้าหากหล่อนตาฝาด หรืออาจจะเป็นเงาสะท้อนของต้นไม้ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ดูเหมือนกับเงาของเด็กผู้หญิง ทำไมชายหนุ่มถึงกับนิ่งอึ้ง ใบหน้าถอดสีเมื่อหล่อนชี้ให้เขาดูเด็กผู้หญิงคนนั้น

และถ้าเป็นเงาสะท้อนของต้นไม้ที่ทำให้เกิดภาพลวงตา ทำไมหล่อนจึงมองเห็นดวงตาของเด็กคนนั้นอย่างแจ่มชัดมากจากลานจอดรถ ชัดเจนจนมองเห็นขนตาอันเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา…ชัดเจนจนเห็นดวงตาอันแสนเศร้าที่มองสบตาหล่อนอยู่เช่นนั้น

“ฉันให้เธอเพ็นนีนึง ช่วยบอกหน่อยว่าเธอคิดอะไรอยู่” แดฟนีเขย่าแขนไอลดา “นิ่งไปนานเลย”

“ฉันคิดถึงบ้านหลังนั้นอยู่ คิดว่าถ้าเราย้ายไป คงจะไม่สะดวกนักทั้งเธอและฉัน”

“ไม่เอาๆ” คนฟังส่ายหน้า “เราไม่คุยเรื่องนี้อีกนะ เราคุยกันรู้เรื่องแล้วว่า อย่างไรเราก็จะย้าย แล้วถ้าหากว่าเดินทางไม่สะดวก ฉันก็บอกแล้ว ฉันขอรถแม่มาอีกคัน เธอก็ใช้คันของฉันไป ฉันก็ใช้ของแม่ จบ เป็นอันว่าเรื่องเดินทางไม่สะดวกก็จะไม่เป็นประเด็นอีกต่อไป”

“ฉันทยอยเก็บของบางส่วนใส่กล่องกระดาษไว้แล้วนะ ยกเว้นเสื้อผ้า อาทิตย์หน้าจะได้ไม่ต้องยุ่งยากมากนัก ค่อยๆ เก็บ ค่อยๆ ทำไป อีกอย่าง ช่วงนี้ฉันยังว่างอยู่”

“บอกแล้วไง ฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว จันทร์หน้าบริษัทที่ฉันติดต่อไว้เขาจะมาแพ็กทุกอย่าง ใส่กล่อง ย้ายไปบ้านใหม่ให้ เราไม่ต้องทำอะไรเลยแม้แต่รื้อของออกจากกล่อง แล้วเธอจะทำไปทำไม” แดฟนีนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วเริ่มบรรจงแต่งหน้า “ยังไงเขาก็ไม่ลดราคาให้หรอกนะลดา ถ้าเธอจะทำเองน่ะ”

“ฉันไปอ่านหนังสือก่อนนะ” ไอลดาไม่ต่อล้อต่อเถียง “ก่อนเธอจะไปอย่าลืมเรียกฉันก่อนแล้วกัน อยากจะเห็นคนสวยก่อนไปออกเดต”

หมอกในยามเช้าที่ลงหนาจัดทำให้หล่อนมองแทบไม่เห็นทางข้างหน้า ไอลดาเดินช้าๆ จากอีกด้านของสนามหญ้าที่ติดกับฟาร์มของชาวนาไปยังตัวบ้านอย่างยากลำบาก ขาสองข้างเปียกชื้นจากน้ำค้าง อากาศอันหนาวเย็นทำให้หล่อนห่อไหล่ลงกว่าเดิมก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกโดยอัตโนมัติ นึกแปลกใจตนเองที่ออกมาเดินข้างนอกบ้านยามเช้ามืดในอากาศแบบนี้โดยปราศจากเสื้อกันหนาวและรองเท้า

หมอกลงหนากว่าเดิมจนเหมือนควันที่ห่อหุ้มปกคลุมตัวหล่อน ไอลดารู้สึกหายใจติดขัด แน่นหน้าอก อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลพรั่งพรูและในที่สุดหล่อนก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นโดยไม่มีสาเหตุ รู้เพียงแต่ว่า หล่อนรู้สึกเศร้ามากที่ต้องเดินวนเวียนอยู่ในดงสายหมอกนี้ ทั้งหนาวเย็น ทั้งเศร้าโศก ทั้งสิ้นหวัง

แล้วจู่ๆ หล่อนก็รู้สึกถึงได้ถึงความโกรธแค้น ความเกลียด ความชิงชังที่วิ่งเข้าสู่ขั้วหัวใจ เกลียดอย่างที่ไม่เคยเกลียดใครมาก่อนในชีวิต โกรธแค้น ชิงชังจนอยากจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้พังพินาศลงไปด้วยความโกรธ เกลียด เคียดแค้นใจเสียเหลือเกิน

“ชีวิตต้องตอบแทนด้วยชีวิต”

หล่อนคร่ำครวญซ้ำซากกับตัวเองพลางสะอึกสะอื้น รู้สึกเจ็บปวดไปถึงขั้วหัวใจ เหมือนโดนพรากของที่รักที่สุดไปโดยไม่มีวันได้กลับคืนมาอีก ไอลดาร้องไห้คร่ำครวญอยู่เช่นนั้นเป็นนานจนรู้สึกเหนื่อยเหมือนใจจะขาด

แม้จะมองเห็นตัวบ้านอยู่ไม่ไกลนักท่ามกลางความมืดมัวของสายหมอก แต่ก็ดูเหมือนเมื่อเดินเข้าใกล้ตัวบ้านเท่าไร สายหมอกก็จะปกคลุมหนาขึ้นจนหล่อนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้อีก และแล้ว…สายหมอกหนาก็กลับกลายเป็นความมืดมิด…มืดสนิทจนหล่อนมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น มืดเหมือนท้องฟ้าที่ไร้เดือนและดาว มืดเหมือนตาสองข้างของหล่อนบอดสนิท

และแล้วความมืดสนิทนั้น ก็ค่อยๆ ก่อตัวรุมล้อมร่างของไอลดาแทนสายหมอก หล่อนรู้สึกถึงความมืดดำที่ค่อยๆ ไหลหลั่งเข้ามาสู่หัวใจ ความมืดสนิทและเยียบเย็นที่เปลี่ยนหัวใจอันอบอุ่นของหล่อนให้หนาวเยือกและด้านชาประดุจน้ำแข็ง

หญิงสาวพยายามต่อสู้กับความเยือกเย็นนั้น ร่างบอบบางสั่นไปทั้งตัว หล่อนรู้สึกไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน แม้ว่าจะพยายามเพียงใด ไอลดาพยายามเปล่งเสียงขอความช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนจะไม่มีเสียงใดหลุดรอดมาจากลำคอหล่อน อวัยวะภายในร่างกายของหล่อนเย็นจัดดุจร่างกายถูกแช่ในบ่อน้ำแข็งก็ไม่ปาน

ไอลดาหวีดร้องในอก ความกลัวแล่นเข้าจับขั้วหัวใจเย็นๆ นั้น มีความรู้สึกเหมือนอวัยวะในร่างกายเริ่มหยุดทำงานทีละน้อยๆ

หรือหล่อนกำลังจะตาย…

ทันใดนั้นเอง หญิงสาวก็สัมผัสกับสายลมอุ่นๆ ที่ก่อตัวขึ้นใต้ฝ่าเท้าของหล่อน กระแสลมนั้นหมุนวนจากผืนหญ้าที่เปื้อนน้ำค้าง ขึ้นมาเรื่อยๆ จนโอบล้อมร่างของหล่อนไว้ ความเยียบเย็น ความดำมืดดูเหมือนจะค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยกระแสความอบอุ่นนั้น หากแต่ความเกลียดแค้น ความชิงชังที่เกาะกุมอยู่ในหัวใจของหล่อนหาได้ถูกกำจัดไปไม่

แสงแดดจ้าที่ส่องตรงเข้ามาตรงหน้า ทำให้ไอลดาต้องกะพริบตาถี่ๆ เพื่อให้ดวงตาชินกับแสงสว่าง หลังจากที่ตกอยู่ในความมืดมัวของกลุ่มหมอกและความมืดมิดมาครู่ใหญ่ เมื่อสำรวจตัวเอง ก็พบว่าหล่อนไม่ได้อยู่ที่สนามหญ้าที่บ้านหลังนั้น หล่อนไม่ได้เดินเท้าเปล่า และที่สำคัญ หล่อนนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานในห้องข้างๆ แดฟนีนี่เอง!

หญิงสาวถอนใจ หล่อนไม่ได้ฝัน หล่อนไม่ได้หลับไป แล้วสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ มันคืออะไร

“ลดา…ลดา” เสียงแดฟนีดังมาก่อนตัว “ฉันแต่งตัวเสร็จแล้ว”

เพื่อนรักของหล่อนเปิดประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วหมุนตัวไปรอบๆ มือทั้งสองผายออกก่อนจะโพสต์ท่าเซ็กซี่พลางหัวเราะเสียงใส

“สวยมาก” ไอลดายิ้มแห้งๆ “สวยที่สุด”

แดฟนีหยุดยิ้ม หยุดโพสต์ หล่อนมองเพื่อนสาวอย่างประหลาดใจ

“เธอเป็นอะไรไปลดา หน้าซีดมากเลย”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆ ก็รู้สึกแปลกๆ”

“แปลกยังไง ไม่สบายเหรอ” แดฟนีจับแขนหล่อนอย่างห่วงใย “ไปๆ ไปนอนที่เตียงนั่น ไม่สบายแล้วทำไมยังนั่งทำงานอยู่ นี่ตัวทำไมเย็นเฉียบขนาดนี้ เดี๋ยวฉันห่มผ้าให้ ไปๆ”

หญิงสาวเดินตามไปที่เตียงแล้วนอนลงอย่างว่าง่าย

“อ้าว แล้วนี่หญ้าพวกนี้มันมาติดขาเธอได้ยังไง” เพื่อนสาวหยิบเศษหญ้าตามขาและเท้าออก “ออกไปเดินที่ไหนมา มีติดที่กระโปรงด้วย”

ไอลดาหน้าซีดกว่าเดิม หล่อนหลับตา รู้สึกห้องหมุนติ้ว

“เธอพักนะ ไม่ต้องรอฉันนะ อย่าลืมฉันมีกุญแจ แล้วก็หายากินเสียด้วยนะ เดี๋ยวจะไม่สบายมาก”

“ฉันคงอยู่ดึกไม่ไหวหรอกคืนนี้ ไม่รู้ทำไม อยู่ดีๆ ก็รู้สึกไม่สบายขึ้นมาเสียอย่างนั้น ตอนที่เราคุยกันอยู่ในห้องเธอ ฉันยังรู้สึกดีๆ อยู่เลย”

“เธอทำงานหนักเกินไปกระมังลดา ยังไงๆ ปีหน้าเธอก็จบแหละ อีกนิดเดียวเราก็จะได้ฉลองปริญญาเอกของเธอกันแล้ว พักสักหน่อยก็แล้วกัน คืนนี้ก็เข้านอนแต่หัวค่ำนะ ไม่ต้องห่วงฉัน”

หญิงสาวจับมือแดฟนีไว้ ก่อนจะมองสำรวจเพื่อนสาวทั่วทั้งตัว

“เธอสวยมากเลยนะ ชุดนี้เข้ากับเธอมาก ฉันว่าคู่เดตของเธอเขาคงจะต้องตกตะลึงเลยแหละ มาพนันกันคนละห้าปอนด์เลย”

แดฟนีหัวเราะเสียงใส

“เขามาถึงแล้วจ้ะ คงกำลังจัดการเรื่องรถอยู่ ฉันเลยเชิญเขาขึ้นมาดื่มก่อนเราจะไปกินดินเนอร์กัน”

เมื่อเห็นไอลดาทำท่าตกใจ หล่อนก็หัวเราะดังกว่าเดิม

“ไม่เป็นไรๆ ไม่ต้องตกใจ เธอไม่ต้องออกไปหรอก พักอยู่ในห้องนี่แหละ”

“ฉันก็ไม่อยากออกไปเป็นก้างขวางคอหรอก เธอสองคนจะได้โรแมนติกกันตามสบาย…”

เสียงกริ่งหน้าห้องดังกังวาน ทั้งแดฟนีและไอลดาสะดุ้งพร้อมกัน สองสาวหัวเราะอดหัวเราะไม่ได้ แดฟนีเบิกตาโตอย่างตกใจ ก่อนจะบอกหล่อนว่า “ฉันลืมไป ยังไม่ได้ใส่น้ำหอมเลยลดา…”

แล้วหล่อนก็วิ่งปรู๊ดออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ไอลดายิ้มกับตัวเองอยู่คนเดียว

 

เสียงกริ่งหน้าห้องที่ดังอย่างต่อเนื่องทำให้ไอลดาลืมตาตื่นขึ้น หล่อนจำได้ว่า แดฟนีบอกว่าหล่อนว่าไม่ต้องรอ นั่นหมายความว่าหล่อนคงกลับดึกมากอย่างเคย หรือไม่ก็อาจจะไม่กลับบ้านเลยก็ได้ แล้วใครกันที่มากดกริ่งเอาดึกดื่นป่านนี้ และทำไมพนักงานรักษาความปลอดภัยถึงปล่อยให้คนแปลกหน้าขึ้นมาถึงห้องพักได้

หล่อนคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาใส่ก่อนจะสลัดความงัวเงียออกไป นึกในใจว่าอย่างไรหล่อนก็จะไม่เปิดประตูให้ใครเข้ามาเด็ดขาด

ไอลดามองผ่านตาแมวหน้าประตูอย่างระแวดระวัง แต่แล้วหล่อนก็ร้องอุทานออกมาเบาๆ ก่อนจะรีบเปิดประตูห้องพักอย่างรวดเร็ว

ภาพที่เห็นคือ แดฟนีเมาไม่ได้สติ กลิ่นเหล้าแรงเข้าจมูกจนหล่อนต้องเบือนหน้าหนี เพื่อนรักของหล่อนดูเหมือนจะเมาจนทรงตัวยืนไม่ได้ นอกจากทอม พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ประคองหล่อนไว้ข้างหนึ่งแล้ว อีกข้างหนึ่งคือ ชายหนุ่มผมทองในชุดสูทสีเทาเข้มที่ประคองร่างสูงโปร่งนั้นไว้อย่างระมัดระวัง

“เข้ามาเลยค่ะ เข้ามา” ไอลดาเปิดประตูกว้าง “เดี๋ยวฉันไปเปิดประตูห้องนอนให้ค่ะ จะได้ช่วยกันพาแดฟนีไปที่เตียงเลย ตามมาเลยค่ะทอม”

พนักงานรักษาความปลอดภัยที่คุ้นเคยกับหล่อนดีพยักหน้า เขาประคองร่างสูงโปร่งนั้นพร้อมกับออกเดินนำชายหนุ่มอีกคนไปยังห้องนอนของแดฟนี ไอลดาตามไปติดๆ นึกเคืองเพื่อนรักที่ปล่อยตัวให้เมาจนหมดสติเช่นนี้

ทอมขอตัวลงไปข้างล่างเพื่อไปทำหน้าที่ของตัวอย่างรวดเร็ว ไอลดาปิดประตูห้องนอนของแดฟนี รีบถอดชุดสีแดงเพลิงอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

หล่อนต้องออกกำลังอย่างสุดแรงเพื่อพลิกร่างของเพื่อนสาวเพื่อจะถอดชุดสวยนั้น และใส่ชุดนอนที่หยิบออกมาจากตู้เสื้อผ้า หญิงสาวเลือกเอาชุดกระโปรงสั้นที่ใส่ง่ายที่สุด ในขณะที่แดฟนีนอนหลับสนิท บางทีก็พึมพำ ฟังไม่ได้ศัพท์เหมือนคนละเมอ

ไอลดาเบือนหน้าไปอีกทาง กลิ่นเหล้าคละคลุ้งผสมกันกลิ่นเหม็นเปรี้ยวคล้ายอาเจียน ทำให้หล่อนรีบถอดรองเท้าส้นสูงให้เพื่อนสาวโดยไว ก่อนจะรีบเดินไปหาผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ชุบน้ำอุ่นจัด บิดให้หมาดๆ หล่อนคว้าน้ำหอมที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งที่ใกล้มือที่สุดแล้วฉีดใส่ผ้าขนหนูแล้วนำไปเช็ดหน้า คอ เรื่อยไปจนถึงแขนของแดฟนีอย่างเบามือ หล่อนคลุมผ้าห่มผืนหนาให้ถึงคอ ก่อนจะปิดประตูห้องนอนพลางถอนหายใจยาว

ชายหนุ่มคู่เดตของแดฟนียังไม่ได้ไปไหน เขายืนรออยู่ในห้องรับแขก ดวงตาสีฟ้าจัดคู่นั้นมองสบตาหล่อน เขายิ้มน้อยๆ พลางก้มศีรษะให้เป็นการทักทาย

ไอลดารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว หล่อนชะงักเมื่อมองเห็นใบหน้าอันหล่อเหลานั้นอย่างเต็มตา

Don`t copy text!