ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 10 : ผีเข้าแต่เช้ามืด

ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 10 : ผีเข้าแต่เช้ามืด

โดย : วิตต ตุลยธัญ

Loading

เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

ลมหนาวที่คลายความเย็นลงช้าๆ คือสัญญาณที่บอกว่าเวลาที่บ้านชมดาวของณดาใกล้หมดลงแล้ว

ณดารู้สึกใจหายกับเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว หลายเดือนที่ผ่านมา หญิงสาวได้รับประสบการณ์ดีๆ มากมายเหลือเกิน เธอรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ และในตอนนี้ ผลงานชิ้นสุดท้ายที่ณดาได้ฝากเอาไว้ให้บ้านชมดาวก็คือห้องบอลรูมห้องใหม่ที่กำลังจะเปิดใช้งานเร็วๆ นี้

นักคณิตศาสตร์สาวเคยออกแบบกรมธรรม์ประกันชีวิตมาแล้วหลายครั้ง แต่นี่คือครั้งแรกที่เธอได้มีโอกาสทำงานออกแบบตกแต่งภายใน และเป็นครั้งแรกที่เธอต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดจากการใช้แต่ตรรกะและเหตุผล มาใช้อารมณ์ความรู้สึกของตัวเองบ้าง

ระหว่างที่อยู่ที่เชียงดาว ณดาได้เดินทางขึ้นดอยหลายครั้ง และแรงบันดาลใจสำคัญในการออกแบบครั้งนี้ก็คืองานหัตถกรรมของชาวเขาเผ่าอาข่าในเชียงดาวโดยเฉพาะงานจักสานและงานทอผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ หญิงสาวไม่ได้หยิบเอางานหัตถกรรมเหล่านี้มาใช้ตรงๆ แต่นำมันมาประยุกต์ใช้ในหลายรูปแบบอย่างเช่นการนำลายจักสานมาสอดแทรกไว้ตามเฟอร์นิเจอร์ไม้ต่างๆ การนำแพตเทิร์นผ้าปักของชนเผ่าอาข่ามาปรับเปลี่ยนให้เป็นลายไม้แกะสลักบนผนังห้อง ในขณะที่โครงสีของห้องเป็นสีเอิร์ธโทนเรียบง่ายสบายตา บรรยากาศของห้องบอลรูมห้องนี้จึงมีความร่วมสมัย แต่ก็สัมผัสได้ถึงเอกลักษณ์พื้นถิ่นของเชียงดาว

ณดารู้สึกภูมิใจกับงานออกแบบชิ้นนี้ แต่คนที่ดูจะภูมิใจกับมันมากยิ่งกว่าก็คือ…คิริน ทันทีที่ห้องเสร็จ คิรินก็รีบจ้างช่างภาพมาถ่ายรูปห้องและลงรูปในเว็บไซต์ เพียงไม่กี่วันต่อมาก็มีลูกค้าจองห้องเข้ามาเพื่อจัดงานสัมมนา และคิรินก็มอบหมายให้ณดาเป็นผู้รับผิดชอบงานนี้ด้วยตัวเอง

ก่อนหน้าวันงานหนึ่งวัน ลูกค้าได้พาทีมงานมาจัดเตรียมงานนับสิบชีวิต ณดาเองก็เตรียมทีมงานของโรงแรมเอาไว้เพื่ออำนวยความสะดวกเช่นกัน แต่ทางลูกค้ายืนยันว่าพวกเขาจำเป็นต้องใช้ทีมงานของตัวเองเท่านั้นเพราะงานสัมมนาครั้งนี้เกี่ยวข้องกับความลับทางการค้าที่เปิดเผยไม่ได้ นอกจากนี้พวกเขายังขอเตรียมงานในช่วงเวลากลางคืนด้วยโดยสัญญาว่าจะไม่ทำเสียงดังรบกวนแขกท่านอื่น

คืนนั้นณดารู้สึกตื่นเต้นจนนอนไม่ค่อยหลับ หญิงสาวไม่ได้เอะใจเลยสักนิด ว่าผลงานการออกแบบที่เธอภาคภูมิใจจะนำหายนะมาสู่บ้านชมดาวอย่างที่เธอไม่เคยคาดคิด

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกลางดึกของคืนนั้น ณดารับสายทั้งที่ยังงัวเงีย เมื่อเหลือบไปมองนาฬิกาก็พบว่ามันเป็นเวลาตีสามกว่าๆ เท่านั้น

“คุณณดา แย่แล้วค่ะ มีตำรวจมาที่โรงแรมเราค่ะ” เสียงตื่นตระหนกของฝ้ายดังมาจากปลายสาย “ตำรวจบอกว่าอยากจะขอตรวจค้นโรงแรมเราค่ะ”

“หา! อะไรนะ มาตรวจโรงแรมตอนตีสามเนี่ยนะ”

ณดาผุดลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะรีบแต่งตัวอย่างลวกๆ แล้ววิ่งลงมาที่ล็อบบีโดยมีดวงวิญญาณทั้งสองตามมาติดๆ พวกเขาลงมาถึงในจังหวะเดียวกับคิรินพอดี

“มีอะไรเหรอครับคุณตำรวจ” คิรินเอ่ยถามนายตำรวจวัยกลางคนด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“มีคนแจ้งมาว่ามีการทำผิดกฎหมายที่นี่ครับ ทางเราต้องขอตรวจค้นโรงแรมหน่อยนะครับ” นายตำรวจวัยกลางคนพูดขึ้นพร้อมกับยื่นเอกสารในมือให้คิริน

คิรินหยิบเอกสารจากมือนายตำรวจก่อนจะพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็เชิญเลยครับ”

“ห้องบอลรูมอยู่ที่ไหนครับ พวกเราอยากต้องขอตรวจค้นห้องบอลรูมหน่อยครับ”

คำถามของนายตำรวจทำให้ณดาใจหายวาบ “แต่…ลูกค้าของเรากำลังเตรียมงานกันอยู่นะคะ”

“ช่วยพาไปที่ห้องบอลรูมหน่อยครับ” นายตำรวจพูดซ้ำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของณดา

ณดาและคิรินเดินนำทางนายตำรวจไปยังห้องบอลรูม หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงไปตลอดทาง ในหัวพยายามนึกทบทวนว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า แต่ครั้งสุดท้ายที่ณดาพาลูกค้าไปดูห้องบอลรูมตอนช่วงบ่ายเมื่อวาน ทุกอย่างก็ยังเรียบร้อยดี

ห้องบอลรูมถูกล็อกเอาไว้ ณดาใช้กุญแจไขประตูทั้งที่มือยังสั่น ประตูไม้บานใหญ่ค่อยๆ แง้มออกให้เห็นตัวห้องที่ตอนนี้ยังมืดสนิทและไร้เงาของผู้คน ทันทีที่ไฟในห้องถูกเปิดขึ้น ณดาก็ขนลุกชันไปทั้งตัว

ในตอนนี้โต๊ะเก้าอี้ที่เตรียมไว้สำหรับงานสัมมนาไม่ได้อยู่ในห้องอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่มาแทนที่ก็คือโต๊ะรูปวงรีปูผ้าสักหลาดสีเขียวหลายตัวที่วางอยู่กลางห้อง บนโต๊ะมีชิปพลาสติกหลากสีวางเรียงรายซ้อนกันอยู่หลายกอง ที่มุมห้องมีโต๊ะเก้าอี้หลายตัววางเรียงรายอยู่โดยมีสำรับไพ่หลายกองวางอยู่บนนั้น

ในช่วงเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง ห้องบอลรูมที่ณดาภาคภูมิใจได้แปลงร่างเป็นกาสิโนไปเรียบร้อยแล้ว!

“พวกคุณจะอธิบายเรื่องนี้ยังไงครับ” นายตำรวจหันมามองหน้าคิรินกับณดาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ณดายืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้นนานหลายวินาที ในขณะที่คิรินยังควบคุมสติตัวเองได้ดี

“มีลูกค้าจองห้องบอลรูมเพื่อจัดงานสัมมนาครับ เมื่อคืนลูกค้ายังขอใช้ห้องเพื่อเตรียมงานอยู่เลยแต่ พอเปิดมาอีกทีก็เป็นอย่างที่เห็นนี่ละครับ” คิรินอธิบายก่อนจะหันมาขอให้ณดาลองติดต่อลูกค้าดูอีกครั้ง

ณดารีบหยิบโทรศัพท์แล้วโทร.ไปยังเบอร์ติดต่อที่ลูกค้าให้ไว้แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ

ณดาใจหายวูบ รู้สึกชาไปทั้งใบหน้า หญิงสาวเพิ่งจะรู้ตัวในตอนนั้นเองว่าเธอถูกหลอกเข้าให้แล้ว ใครบางคนพยายามจัดฉากเพื่อใส่ร้ายบ้านชมดาว หญิงสาวย้อนกลับไปคิดถึงการติดต่องานที่ผ่านมา ลูกค้ารายนี้วางเงินมัดจำด้วยเงินสด จึงไม่มีหลักฐานจากเครดิตการ์ดเพื่อสืบสาวได้ ถ้าจะมีอะไรสักอย่างที่พอจะเป็นหลักฐานได้ก็น่าจะเป็น…

“พวกเราขอดูกล้องวงจรปิดหน่อยได้ไหมครับ”

ใช่! กล้องวงจรปิด ยังไงภาพในกล้องวงจรปิดก็น่าจะช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้พวกเราได้

ณดาพาทีมตำรวจไปยังห้องควบคุม แต่เมื่อกล้องวงจรปิดถูกเปิดขึ้น ณดาก็ต้องพบกับเรื่องช็อกอีกครั้งเมื่อข้อมูลจากกล้องวงจรในบริเวณห้องบอลรูมถูกลบหายไปจนหมดเกลี้ยง!

“ทางเราต้องขอปิดห้องบอลรูมเอาไว้เพื่อการสอบสวนก่อนนะครับ” นายตำรวจพูดกับคิรินด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “และถ้าพบว่าทางโรงแรมมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ทางเราคงต้องขอสั่งปิดโรงแรม”

ปิดโรงแรมเลยเหรอ ณดาไม่เคยคิดเลยว่าทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ขนาดนี้

ตำรวจกลับไปในเวลาหกโมงเช้าซึ่งเป็นเวลาที่แขกกลุ่มแรกเริ่มลงมาที่ล็อบบีพอดี พวกเขาดูมีท่าทีตื่นตระหนกจนณดาต้องรีบเข้าไปอธิบายให้ฟังว่าทุกอย่างเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น

“มันต้องเป็นฝีมือของไอ้ศรุตแน่ๆ” อวัศยาพูดถึงเจ้าของโรงแรมคู่แข่งที่อยู่ข้างๆ กัน “ไอ้เลวนั่นมันหาเรื่องโรงแรมเรามาตลอด ก่อนหน้านี้ก็แจ้งว่าโรงแรมเราทำผิดกฎหมายอาคารบ้าง ผิดกฎหมายแรงงานบ้าง จะให้ปิดโรงแรมเราให้ได้ แต่พวกเราไม่เคยทำอะไรไม่ถูกต้อง พอทำอะไรเราไม่ได้ ก็เลยใช้วิธีสกปรกแบบนี้”

“ใจเย็นก่อนสิคุณ ตอนนี้เรายังไม่รู้ความจริงเลยนะ” รวีที่ยืนอยู่ข้างกันเตือนดวงวิญญาณสาว

ณดายังคงสับสนกับเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น กว่าจะรู้ตัวอีกที ดวงวิญญาณสาวก็เข้ามาอยู่ในร่างของเธอเรียบร้อยแล้ว

 



Don`t copy text!