ล่องลำนำกาล บทที่ ๓/๒ : จุดกำเนิด

ล่องลำนำกาล บทที่ ๓/๒ : จุดกำเนิด

โดย : สีตลา สัตตสุวรรณ

Loading

เมื่อคาถาอาคมยื้อดวงวิญญาณให้อยู่เหนือกาลเวลา ออกขุนแห่งกรุงศรีอยุธยาจึงยอมล่องลอยผ่านสามยุคสมัย จากอยุธยา สู่ธนบุรี ถึงรัตนโกสินทร์ ไม่ใช่เพื่อหนีความตาย… แต่เพื่อตามหาหัวใจเดิมในร่างใหม่ของหญิงอันเป็นที่รัก พบเรื่องราวนี้ใน ล่องลำนำกาล โดยสีตลา สัตตสุวรรณ นักเขียนเจ้าของรางวัลชนะเลิศ จากโครงการอ่านเอาก้าวแรก รุ่น 3

คนงานกลุ่มใหญ่เดินฝ่าความมืดไปตามไหล่เขาโดยมีแสงจากตะเกียงนำทาง จนชายชราร่างผอมเกร็งซึ่งมีอายุมากสุดชี้นิ้วไปข้างหน้าเมื่อพามาถึงลานดินกว้าง

“ตรงนั้นน่ะ จัดการได้เลย”

จุดที่ว่าสังเกตไม่ยากจากร่องรอยที่จงใจทิ้งไว้ ต้นไม้เตี้ยๆ ที่ถูกถางโล่งและเนินดินสูงบ่งบอกว่าบริเวณนั้นเพิ่งถูกขุดและฝังกลบอย่างไม่เรียบร้อยนัก

คนในกลุ่มรีบช่วยกันโกยดินออกด้วยเครื่องมือที่เตรียมมาอย่างระวัง ไม่ให้ระคายสิ่งที่ถูกฝังใต้นั้น โดยชายวัยกลางคนซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มคอยควบคุมไม่ห่าง

“ขึ้นเขามาตั้งไกล ลุงไม่ได้พาฉันมาผิดที่นะ”คำปองดักคอ น้ำเสียงหยั่งเชิงทำให้ชายแก่แค่นหัวเราะ

“บ๊ะ ไอ้นี่ ข้าเคยทำเอ็งเสียเวลาเหรอ เร็วเข้ามัวชักช้า เดี๋ยวใครก็มาเห็นหรอก” บุญทาตะโกนสั่งด้วยกังวลว่าไฟตะเกียงซึ่งเป็นแสงสว่างเดียวจะเรียกความสนใจจากคนในรีสอร์ตข้างล่าง

ไม่นานหน้าดินก็ถูกเปิดอีกครั้งเผยให้เห็นถุงปุ๋ยสีขาวเปรอะด้วยคราบสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ แต่ที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือกลิ่นเน่าคลุ้งเตะจมูก

“เจอแล้ว รีบเอาขึ้นมา” คำปองตะโกนลั่น

เจ้าของเสียงและคนรายรอบปากหลุมรีบแหวกทางให้บุญทาก้าวยาวๆ เข้ามาพร้อมมีดโค้งยาวในมือ เมื่อใบมีดต้องแสงไฟ ตั้งแต่โคนจรดปลายเกรอะกรังไปด้วยสนิมห่อหุ้ม

ชายสูงวัยใช้มีดตัดเชือกเส้นใหญ่ที่มัดปากถุงไว้เพื่อพบกับซากลูกช้างที่ไม่มีโอกาสใช้ชีวิตบนโลก คนที่เหลือรีบกางผ้ายางที่เตรียมมาทั้งผืนบนพื้น ก่อนเททุกอย่างในถุงออกมา

“นี่มันทั้งตัวเลยเหรอวะ” หนึ่งในนั้นอุทาน บุญทารีบสวนกลับทันทีว่า

“เออสิวะ กูถึงบอกว่ารอบนี้ของดีทั้งนั้น”

ซากสัตว์ใหญ่ที่ผ่านมาเกือบอาทิตย์เริ่มแปรสภาพและทำปฏิกิริยากับอากาศส่งกลิ่นไม่น่าพิสมัย แต่สร้างความดีใจเสียยิ่งกว่ามีแก้วแหวนเงินทองมากองตรงหน้า

“โอ้ รกช้าง ของดีๆ ทั้งนั้นเลย” คนในกลุ่มพึมพำก่อนถูกคำปองขัดจังหวะว่า

“อย่าโลภ นายสั่งให้เก็บไปเฉพาะที่จะใช้แล้วทิ้งตัวมันไว้ นายไม่อยากให้รู้ว่ามาจากปางไหน”

“นายพี่น่ะนายคนไหน คนที่อนุญาตให้ตาบุญทาพามาที่นี่เหรอ”

“อย่ารู้เลย รอบนี้ไม่เหมือนรอบก่อน จ่ายเงินมาด้วย” เมื่อเป็นของซื้อของขายถูกกำหนดราคาไว้ชัดเจน และทำกันมายาวนานจนเป็นอีกอาชีพหนึ่ง การเจรจาต่อรองแทบไม่จำเป็น

ทั้งกลุ่มทำงานอย่างขยันขันแข็งและเงียบเชียบเพื่อคัดเฉพาะส่วนที่จะนำไปใช้งานได้ งานที่ว่าก็มีตั้งแต่วัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง ของบูชาไปจนถึงดัดแปลงให้เป็นคุณไสยตามแต่ความเชื่อของมนุษย์

บุญทาถอยออกจากตรงนั้นเพราะหมดหน้าที่ ไม่ไกลจากแสงไฟ คำปองควักเงินในกระเป๋ายื่นให้ผู้สูงวัยเป็นธนบัตรจำนวนหนึ่งที่จะพอกินพอใช้ไปได้หลายเดือน

“รอบก่อนแทบรากเลือด กว่าจะพาไอ้พวกนั้นข้ามฝั่งมาได้ ตำรวจชุกชะมัด” ชายชราบ่นด้วยเสียงต่ำ พอให้นายคำปองได้ยินแค่คนเดียว

งานหลักของแกคือรับจ้างทั่วไปให้กับคนในรีสอร์ต แต่งานรองที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่ามีตั้งแต่ลักลอบพาคนจากประเทศเพื่อนบ้านข้ามฝั่งผ่านช่องทางธรรมชาติ ก่อนส่งต่อไปทำงานในเมือง ซึ่งนอกจาก ‘คน’ แล้วก็ยังมี ‘ของ’ บางอย่างที่บุญทาได้คำสั่งให้ลำเลียงข้ามมาด้วย

“เอาน่ะลุง ทำๆ ไปก่อน น้ำขึ้นให้รีบตัก ไม่ตักตอนนี้จะไปรอให้ถึงเมื่อไร” คำปองพูดพลางยักคิ้ว

พวกคนงานให้สัญญาณว่าภารกิจลุล่วงไปได้ด้วยดี ซากช้างสองหัวถูกชำแหละเอารกและเครื่องในบางส่วนแช่ไว้ในโหลดองน้ำยาใส่เป้สะพายเพื่อขนลงไปด้านล่าง

ขั้นตอนสุดท้ายคือฝังกลบให้ดินเรียบเสมอกัน ก่อนปล่อยให้บริเวณนั้นคืนสู่ความมืด จนกว่าแสงอรุณจะมาเยือน รอวันที่ธรรมชาติจะลบร่องรอยต่างๆ ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

 



Don`t copy text!