ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 21 :  เลขาทำทุกหน้าที่

ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 21 : เลขาทำทุกหน้าที่

โดย : โสภี พรรณราย

Loading

ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ โดย โสภี พรรณราย…เมื่อชีวิตของชาลิสาพลิกผันไปจากความร่ำรวย กลายมาเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ เธอต้องงัดเอากลยุทธ์มากมายมาจัดการให้เรื่องราววุ่นวายทั้งหลายผ่านไปให้ได้ แต่ยังมีเรื่องวุ่นๆ ของหัวใจที่เกิดขึ้นทุกทีที่พบกับธีทัต เธอจะรับมืออย่างไร นวนิยายจากอ่านเอา ที่นำมาให้ทุกท่านอ่านออนไลน์ค่ะ

ธีทัตยังลังเลจะจัดการอย่างไรกับภัทราดี ก็ดูเหมือนจะมีตัวช่วยพอดี และอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญกระมัง

“คุณธี…มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?” ชาลิสาเอ่ยขึ้น เจ้าหล่อนมาปรากฏตัวต่อหน้า และถามอย่างกับรู้ว่าตนกำลังลำบากใจ

ภัทราเลิกคิ้วเมื่อเห็นชาลิสา

ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วมา จังหวะเหมาะ

สำหรับธีทัตถึงสงสัยแต่ก็ใช้ชาลิสาให้เป็นประโยชน์ อย่างน้อยก็ทำให้ภัทรารีบผละออกห่างชายหนุ่มในทันที ซึ่งตอนแรกก็เบียดใกล้ แต่ขณะนี้เว้นระยะห่างพอควร

ชาลิสาถามภัทราด้วยน้ำเสียงอย่างมิตร

“คุณภัทรามีอะไรให้ช่วยไหมคะ?” อย่างน้อยเห็นดวงตาภัทราแดงๆ ผ่านการร้องไห้มาแล้ว คำถามคงไม่น่าเกลียด

คำที่ตอบในใจคือ

ยุ่ง!

แต่คำพูดออกมาคือ

“คุณมาทำอะไรแถวนี้ เวลานี้”

“ฉันเป็นเลขาคุณริก้าค่ะ ทำตามคำสั่งคุณริก้าค่ะ”

“ริก้าสั่งให้มา?”

“ปัญหาหรือคะ?”

“ฉันกับคุณธีธุระต้องคุยกัน ใช่เวลามั้ย เลขาของใครก็ตาม ต้องมาแทรก”

นั่นสิ ใช่เวลามั้ย ชาลิสาตอบไม่ถูก ตำแหน่งของตนคือเลขาของริก้า ไปๆ มาๆ เลขาอย่างหล่อน ทำอะไรอยู่ เอาเป็นว่า เลขาทำทุกอย่าง ทุกหน้าที่ กลายเป็นวุ่นวายไปทั่ว แต่…แต่…ก็เพราะคำขอร้องของริก้า

เพื่อนของริก้าเห็นธีทัตกับภัทราในผับ จึงโทรมาบอกริก้า และริก้าก็ง่วงนอน แต่ห่วงพี่ชายจะถูกลูกตื๋อจากถ่านไฟเก่า ก็เคยเห็นนะภัทรามีเยื่อใยกับพี่ชายชัดๆ ขึ้นเป็นเช่นนี้พี่ชายจะกลายเป็นคนโฉด หรือชายเลว เป็นชู้กับเมียคนอื่น

ด้วยฐานะ ชื่อเสียงของตระกูล ริก้าจะให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ เพราะก็ไม่ค่อยไว้ใจพี่ชายเท่าไหร่ เป็นผู้ชายมีเลือดเนื้อ อาจเผลอปล่อยอารมณ์ใฝ่ต่ำจนผิดพลาดมหันต์

นึกถึงตัวช่วยก็มีแต่ชาลิสา ต้องใช้งานเยอะๆ ถือเป็นการพิสูจน์หน้าที่ และถือว่าเป็นการแกล้งด้วย ดูสิว่าเจ้าหล่อนจะอดทนได้นานแค่ไหน

ง่ายๆ และสั้นๆ ช่วยไปเป็นสร้างขวางคอพี่ธีทัตกับคุณภัทราหน่อย อย่าให้ทำอะไรเกินเลย จนเป็นเรื่องใหญ่

ตอนแรกชาลิสาก็อ้างว่า ดึกแล้วเกินหน้าที่

ริก้ายังใช้เสียงเข้ม

“แค่นี้ก็ช่วยไม่ได้หรือไง คนเป็นเลขาต้องช่วยเจ้านายทุกเรื่องสิ พิสูจน์ตัวเองหน่อยว่าช่วยได้ไหม”

“มันเป็นเรื่องส่วนตัว ทำไมคุณไม่ไปเอง?”

“โอ๊ย…ง่วง…เปล่า…เปล่า…ฉันปวดหัวแน่ะ…อย่าพูดมาก…ช่วยหน่อยเถอะ จะถือว่าเธอทำดี แล้วจะตอบแทนให้เธอนะ…นะ…นะ…ขอนะ…ต้องเร็วด้วย เธออยู่ใกล้พี่ธีมากกว่า ไปถึงเร็วกว่า อย่าให้ทุกอย่างสายเกินไป”

“รับปากคุณจะตอบแทนนะ”

“ใช่…ใช่…รับปาก…รับปาก ด้วยเกียรติยศของลูกสาวคุณพ่อ ด้วยเกียรติของน้องสาวพี่ธี”

จะให้ชาลิสาไปขัดขวางพี่ชายกับภัทรา จำต้องรับปากทุกอย่าง

คือเหตุผลที่ชาลิสาต้องมาปรากฏในขณะนี้

ชักไม่แน่ใจว่าตัวเองทำหน้าที่อะไรกันแน่

มาขัดขวางแฟนเก่าเขาเจอกัน สำหรับภัทราตนถูกมองเป็นนางร้ายแน่ๆ แต่สำหรับธีทัต เขารู้สึกอย่างไรล่ะ

อย่างน้อยชายหนุ่มก็โล่งอกที่มีบุคคลที่สาม คลายความอึดอัดได้เยอะ และภัทราก็เอ่ยอย่างไม่พอใจ

“เลขาริก้าก็มายุ่งกับเรื่องเจ้านายได้ขนาดนี้” หากต้องยอมรับว่า ชาลิสาไม่ธรรมดาเลย ดูโดดเด่นจนรู้สึกกลัว

“ฉันมาตามคำขอร้องคุณริก้า” แล้วหันมาถาม “คุณธีมีปัญหาไหมคะ”

ชายหนุ่มทำตาดุๆ ใส่ แต่ก็ยอมพยักหน้า

“ไว้คุยกันทีหลัง”

ตอนนี้จะทำอย่างไรกับภัทราก่อนล่ะ ต้องแยกตัวออกมาก่อน แต่ภัทราไม่ยอม รู้ทัน

“งั้นเราก็มาดื่มกันสามคนเลย คุณธีก็ดูเมาๆ แล้วนะ”

ชาลิสาปฏิเสธ

“ขอไม่ดื่มค่ะ”

“ก้อไหนๆ มาแล้วนี่ ดื่มสิ” ขอแก้วมาอีกใบ และรินให้ชาลิสา “นอกจากคุณจะรังเกียจ”

ชาลิสางงเล็กน้อย

“ไม่ดีมัง เพราะฉันต้องขับรถพาคุณธีไปส่งบ้าน”

“คุณธีคงมีคนคนขับรถรออยู่”

แต่ธีทัตปฏิเสธ

“ให้คนขับรถกลับไปก่อนแล้ว ดีเลย ให้ชาลิสาขับรถพาผมกลับบ้าน ไม่ต้องดื่ม”

“แก้วเดียว ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ภัทราว่า

“คนดื่มผมไม่ให้ขับรถพากลับบ้านหรอก”

“แค่แก้วเดียว เพื่อ…มิตรภาพ”

มิตรภาพ…ภัทราเน้นพร้อมกับมองหน้าชาลิสา อดไม่ได้จากริษยาที่อีกฝ่ายมีใบหน้างดงาม โดดเด่น

ใช่สิ…ภัทรา…หล่อนได้ชื่อว่าสวย หวาน แต่อีกฝ่ายก็สวยเก๋จนยากอธิบาย

ทำไมรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่า และยิ่งด้อยจนเหลือตัวเล็ก เล็กมาก…เพราะติดคำว่า เป็นภรรยาเสี่ยขจรแล้ว ในขณะที่ผู้หญิงตรงหน้ายังโสด

“ไม่รับมิตรภาพจากฉันเรอะ?” ภัทรายังยื่นแก้วให้ชาลิสาอย่างมุ่งมั่น

“คือว่า…” ต้องหาทางปฏิเสธ

และแล้ว โทรศัพท์ช่วยไว้ ไม่ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง

ภัทรารับสาย และหน้าซีด…เสี่ยโทรมาตามตัว กลับจากไปไหว้สุสานภรรยาหลวงแล้ว ไม่พบภัทราที่บ้าน รอ…จนค่ำก็ไม่กลับมาจึงต้องโทรตามตัว

“ค่ะ..ค่ะ…ภัทกำลังกลับ อยู่ระหว่างทางแล้ว” ภัทราละล่ำละลักในสาย แล้วรีบผลุนผลันออกจากร้าน โดยไม่พูดอะไรกับธีทัตและชาลิสา

ดูสภาพแล้ว ภัทรากลัวเสี่ยมากแค่ไหน ไม่ต้องอธิบายอะไร

ไปแล้ว…กลับไปแล้ว…

ชาลิสาจึงถามธีทัต

“จะให้ฉันเป็นโชเฟอร์ขับรถส่งคุณกลับบ้านไหมคะ?”

“ดี…แต่ยังไม่กลับนะ”

ว่าแล้วก็ดื่มต่อ ในบรรยากาศที่เงียบ สงบ และเย็นเยือก แต่เจ้าหล่อนว่า

“ฉันง่วง”

“ไม่นานหรอก”

โอ…เค…ไม่นาน ไม่เป็นไร นั่งมองชายหนุ่มดื่ม รู้สึกง่วงนอนมาก…มาก…มาก…แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว อยากได้เงินเขาก็ต้องอดทนหน่อย อะไรไม่เกินเลยเกินไป ต้องยอมรับ

จ้องมองอีกฝ่าย…ที่เอาแต่ดื่มสลับกับนั่งนิ่ง

จนมีเสียงขึ้น

“มองพอหรือยัง?”

ชาลิสาจึงสะดุ้ง อ้าว…ตนเองเผลอขนาดนี้เลย

จริงๆ แล้วหน้าตาของธีทัตน่ามองนะ ต้องยอมรับความจริง ผู้ชายหล่อเกินเบอร์ ผิวอมชมพูทั้งที่เป็นผู้ชาย มีรูปสมบัติรวมกับทรัพย์สมบัติครบถ้วนเช่นนี้ น่าอิจฉา

นึกว่าเขาเมา นึกว่าเขาไม่รู้สึกรู้สม จึงเผลอมองแล้วมองอีก

“มองว่าเมื่อไหร่คุณจะเลิกดื่มซะที” หาให้ผลแก้ตัวไปงั้นๆ เพราะที่จริงแล้ว เธอมองความหล่อของเขาต่างหาก…

ยัยชาลิสาบ้า…เผลอทำไม นายคนนี้มันกระดูกจะตาย ไม่ใช่คนที่น่าคบหาหรอก แม้แต่ความเป็นเพื่อนยังยาก

แค่คดีแอบคบหาแฟนเก่า ก็ผิดศีลธรรมเห็นๆ บาปๆ เห็นๆ น่าขยะแขยงจะตาย

“หมดแก้วก็กลับ”

“ดีค่ะ…ดี”

“คิดอะไรตอนมองฉัน”

“ก็…ก็…คิดว่าน่าจะหยุดดื่ม”

“มากกว่านั้น”

“แค่นั้น”

“ไม่จริง ดวงตาเธอบอกหลายอย่าง โดยเฉพาะคำโกหก หลอกไม่ได้หรอก”

“เก่งอีกแล้ว”

“ฉันอ่านคนออก”

“ไม่เสมอไปมั้ง”

“อ่านเธอออก”

“ไม่เชื่อค่ะ”

“เธอคิดไม่ดีระหว่างฉันกับคุณภัทรา”

ชาลิสาเบ้ปาก

“นั่นมันธรรมดาจะตาย ใครคิดดีก็บ้าละ เห็นๆ อยู่ ไม่ใช่เห็นครั้งด้วย โทษทีฉันไม่ชอบเห็นอะไรที่หมิ่งเหม่กับศีลธรรม ความถูกต้องหรือล่อแหลมอะไรทำนองนั้น หวังว่าคุณจะเข้าใจ”

“ชู้!”

หญิงสาวสะดุ้ง

“คุณพูดเองนะ”

“ไกลตัว”

“ใกล้แค่นี้เอง”

“เหลวไหล ไร้สาระ”

“ลองให้เสี่ยขจรมาเห็นภาพคุณกับคุณภัทราไหมคะ จะได้รู้กันเหลวไหล ไร้สาระหรือเปล่า”

ว่าจะพูดต่อนะ แต่เห็นสายตาธีทัตเข้ม โกรธ หญิงสาวต้องรีบหยุดพูดก่อน

บ้าจริงกลัวเขาด้วยเรอะ?”

กลัวทำไมล่ะ กับความจริง?

โกรธก็โกรธไป ชาลิสาจะลองดูสักตั้ง ทำใจดีสู้เสือ

“ไงหรือคุณ จี้ใจดำหรือคะ?” เธอเป็นคนยั่วเขาเองนะ ผลคือ…ถูกเขาคว้ามือที่เธอวางไว้บนโต๊ะ และบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บร้อง

“โอ๊ย…”

จะทำร้ายร่างกายเรอะ?

“ปล่อยฉัน!”

“จะพูดอะไรให้ระวังปากด้วย”

“ปล่อยสิ” เขายังบีบแน่นอยู่

“อย่ามาล้อเล่นกับฉัน”

“้ก้อคุณกลัวที่จะฟังความจริง”

“ฉันรู้ตัวฉันเอง ยิ่งกว่าคนอื่น” ธีทัตรู้ว่าตัวเองควบคุมตัวเองอยู่ แม้ว่าภัทราจะเป็นอดีตคนรัก คนเราหัวใจไม่ตายด้านง่ายๆ ถึงเลิกรัก แต่ความรู้สึกดีๆ คงอยู่ หากก็มีสติคอยรั้ง ไม่ให้ทำผิดศีลธรรมหรือทำอะไรเกินเลย

มือที่บีบจนเจ็บ เริ่มคลายออก ไม่เจ็บแล้ว แทนที่ชาลิสาจะรีบดึงออก กลับปล่อยให้เขากุมไว้

ในเมื่อเขาพูดเสียงเบาลง และไม่บีบมือจนเจ็บ หญิงสาวก็รู้สึกเบาลงเช่นกัน

“ภาพบางภาพอาจทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้นะคะ ฉันเตือนคุณด้วยความหวังดี ความจริงเป็นยังไง มีแต่คุณที่รู้ คุณภัทรรู้ แต่คนนอกมันดูเข้าใจผิดได้และหมิ่นเหม่ในแง่ร้าย”

เขาจ้องดวงตาหญิงสาว จ้องจนหญิงสาวที่นึกว่าตัวเองเก่งนักยังต้องหลบ

“กลับ…” เขาชำระเงินและพูดสั้นๆ

เดินออกมาจากผับ ร่างของธีทัตเซเล็กน้อย จนหญิงสาวรีบประคองและพูดว่า

“คุณเมาแล้ว”

“นิดหน่อย” เขายอมรับว่าเมาแล้วสิ

การประคองผู้ชายจนโตๆ ไม่ง่ายเลย ต้องจับโอบและแนบแน่นด้วยแรงที่มีผู้ชายตัวโตหนักจะตาย

ตอนแรกก็ลืมนึกว่าอะไรเป็นอะไร แต่พอนึกเท่านั้น กูรู้ตัวว่าโอบกอดผู้ชายอยู่นะ

กลิ่นผู้ชาย…กลิ่นหอมอ่อนๆ ในตัวเขาแปลกๆ จังเลย แปลก…แปลก…ไม่รู้แปลกอะไร ใจเต้นแรง โอ๊ย…ต้องไม่คิด…ไม่คิด…ไม่คิดมาก…ก…

กว่าจะเดินถึงรถ…จริงๆ ก็ไม่ไกลหรอก แต่เพราะโอบกอดฝ่ายชายเดิน มันไกลกว่าที่คิดเยอะเลย

“ฉันจะเปิดประตูรถ คุณยืนเองแป๊บนะคะ” เขาส่งกุญแจให้และรอจนประตูเปิด

“ขึ้นรถระวังหัวด้วยค่ะ” เตือนเขาเหมือนเตือนเด็กๆ และเขาก็เซจนชาลิสารับเกือบไม่ทัน

เกือบ…ไม่ทัน…แต่ เกิดอะไรขึ้น

แค่เกือบ…รับ…ร่าง…เซ…จนตัวเองเซพิงกับตัวรถ และร่างนั้นก็ฌอนมา…ศีรษะมาก้อน หน้ามาก่อน

จมูก…ปาก…สัมผัสกับใบหน้าของชาลิสา

จมูก…ปาก สัมผัสบริเวณแก้มที่เธอเอียงหน้าพอดี

จูบเต็มๆ เลยล่ะ



Don`t copy text!