ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 22 : ทำร้ายร่างกาย

ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 22 : ทำร้ายร่างกาย

โดย : โสภี พรรณราย

Loading

ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ โดย โสภี พรรณราย…เมื่อชีวิตของชาลิสาพลิกผันไปจากความร่ำรวย กลายมาเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ เธอต้องงัดเอากลยุทธ์มากมายมาจัดการให้เรื่องราววุ่นวายทั้งหลายผ่านไปให้ได้ แต่ยังมีเรื่องวุ่นๆ ของหัวใจที่เกิดขึ้นทุกทีที่พบกับธีทัต เธอจะรับมืออย่างไร นวนิยายจากอ่านเอา ที่นำมาให้ทุกท่านอ่านออนไลน์ค่ะ

เขารู้ตัวหรือเปล่า?

แต่หญิงสาวรู้ตัวแน่ๆ ว่าสถูกจูบแก้มเต็มๆ

ฉันทำหน้าที่เลขาอย่างไรแน่?

รีบผลักเขาขึ้นรถทันที ก่อนจะมี ‘อะไร’ มากกว่านี้ ที่แน่ๆ อยู่ๆ หัวใจก็เต้นแรง

เขาล่ะ?

รู้สึกมั้ย เมาหรือเปล่า เมาจนไม่รู้สึกรู้สมเลยหรือ เล่นจูบแก้มสาวเต็มๆ

อืมม์…หอม…หอม..นุ่ม…กลิ่นหอมอ่อนๆ กลิ่นความสวย ความสาว กลิ่นที่ชวนให้สัมผัวซ้ำแล้วซ้ำอีก

ชอบนะ เป็นผู้ชายทำไมจะไม่ชอบ แต่เขาก็ถูกเจ้าหล่อนผลักเข้านั่งข้างคนขับ แถมยังได้ยินเสียงบ่นพึมพำ

“งานนี้ขาดทุนย่อยยับ”

ธีทัตแอบขำ รู้ความหมายในประโยคที่เธอพูด

แค่เนี่ย ทำเป็นบ่น จ้างเป็นเลขาริก้า อย่างไงก็ได้กำไร เขายอมจะจ่ายเงินเดือนสูงลิ่ว ถ้าสามารถทำให้ริก้าขยันขันแข็งได้ มองว่าชาลิสาอาจจะเอาริก้าอยู่ เพราะในความหญิงอ่อนหวาน ก็มีความเข้มแข็งสูง นิสัยไม่ยอมคนแบบนี้ ไม่เอาใจริก้าเกินไปแบบนี้ รู้จักเดินสายกลางบ้าง อาจทำให้น้องสาวเขาอยู่ในร่องในรอย

“ส่งถึงบ้านไหวนะ” เขาถาม เมื่อรถลั่นไปบนถนนแล้ว

ชาลิสาส่งค้อน กระแทกเสียงตอบ

“อยู่บนถนนแล้วค่ะ จะถึงไม่ถึงเดี๋ยวรู้กัน”

“ขับกลางคืน รถวิ่งเร็ว”

“ฉันชินแล้ว กลับบ้านดึกประจำ ต้องดูแลสองร้าน” สองร้าน…แล้วเสียงก็เบาลงนิด กี่วันแล้วที่ไม่ได้เข้าร้าน อยู่กับริก้า อยู่กับน้องสาวนายธีทัต ใช้พลังมากมาย

“สองร้าน อืมม์…หนักนะ ในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้”

“ก็หนัก”

“ขายไปเลย”

“บ้าสิ…ชีวิตอนาคตของฉัน ทุ่มเทตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่อยากเป็นลูกจ้างเขา อยากเป็นเจ้าของกิจการเอง ลุยมาขนาดนี้ อย่าพูดให้ฉันขายนะ ฉันไม่ยอม” เสียงแข็ง

เขาแค่นหัวเราะ

“เออ…เก่ง อวดเก่ง แทนจะตัดแขนรักษาชีวิต แค่ค่าเช่าร้านจะเอากำไรที่ไหนมาจ่าย ยอดขายก็น่ารักทุกวัน จ่ายค่าจ้างพนักงานร้านให้ได้เสียก่อน”

ดูถูกกันนี่นา

“ร้านฉัน…ฉันดูแลเอง อย่าล้ำเส้น ถึงกินเงินเดือนคุณ ก็ไม่เกี่ยวกิจการส่วนตัวของฉัน”

คราวนี้เขาหัวเราะหึๆ ในลำคอ เหมือนพูดว่าจะคอยดูคนอวดเก่ง

ชาลิสาเม้มริมฝีปาก

เชิญดูต่อไปเลย อีตาบ้า อยากเห็นกิจการคนอื่นเจ๊งหรือไง โรคจิตหรือไง ไม่อยากพูดด้วยแล้ว

เขาเงียบ…เธอก็เงียบ จนมาถึงบ้าน และริก้าก็มารอรับพี่ชายถึงรถ เมื่อรถแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าตึก

“คุณธีเมา” ชาลิสาบอกกับริก้า

“ใครว่าฉันเมา” ธีทัตดูเป็นปกติขึ้นมาทันที

แล้วที่เซจนจูบแก้มตนล่ะ?

เป็นธีทัตการละครหรือไง?

มองหน้าเขา…เขาจ้องตอบ อ่านยากจริงๆ จะพูดอะไรก็พูดออกมา…แต่ริกาก็ว่า

“จะพาพี่ธีไปนอนก่อน ขอบใจมากนะ ที่มาส่งพี่ชาย” มีความรู้สึกห่วงและรักพี่ชายจากใจจริง

 

ภัทรายืนอยู่ต่อหน้าเสี่ยขจร

ดูอย่างไรก็ไม่ปกติแน่ คืนนี้ เสี่ยนั่งบนเก้าอี้โซฟา เหมือนรอภรรยา และภัทราก็รู้ว่า…มีเรื่องแน่

“ไปไหนมา?” เสี่ยถาม

ภัทราทำใจดีสู้เสือ

“เสี่ยไปไหว้สุสานเมียเก่า ไม่ยอมให้ภัทไปด้วย ภัทก็เลยไปดื่ม…เหงาค่ะ”

“กับใคร?”

“คนเดียวค่ะ”

“กับใคร?” ถามครั้งที่สอง คราวนี้คนตอบถึงกับชะงักงั้นชั่วขณะ

“เอ้อ…ก้อคนเดียวนี่คะ” จริงๆ นะ หล่อนไปคนเดียว ไปตามลำพัง ส่วนตั้งใจไปพบใครนั้น ไม่เห็นต้องบอก

“ดื่มคนเดียว?”

“เอ้อ…ก็…ค่ะ”

“คนเดียว?”

โอ๊ย จะบ้าตาย อากาศคืนนี้ก็เย็นสบาย แต่ทำไมรู้สึกร้อนจัง เหมือนเหงื่อจะซึมบริเวณหน้าผาก แล้วปากก็แห้งแปลกๆ

“ให้ตอบอีกครั้ง!” บอกเสียงเย็น

“คนเดียวค่ะ!” ใจแข็งตอบเสียงแข็ง

แล้วผลก็คือ เสี่ยขจรลุกขึ้นยืน และตบหน้าฉาดใหญ่ ทั้งแรงและเร็ว จนหญิงสาวเซถลาไปพิงกับเก้าอี้โซฟา ถ้าไม่มีเก้าอี้รับตัวไว้ และถลาไปกับพื้น ป่านนี้กระแทกกับตู้โชว์ ซึ่งอาจจะแรงและเจ็บตัวมากกว่า

ภาพทั้งหมดอยู่ในสายตา ดนัยกับจิดาภา ที่ยืนอยู่บนบันไดเกือบขั้นสุดท้าย

ดนัยจะเข้าไปที่ห้องรับแขก ขัดขวางบิดาทำร้ายภัทรา แต่ถูกจิดาภาดึงแขนและพูดเบาๆ ว่า

“เรื่องผัวเมียค่ะ อย่ายุ่ง พี่นัย”

ดนัยจึงยอมหยุด ไม่ใช่ว่าชอบแม่เลี้ยงสาวอะไรหรอก แต่บางทีก็ดูน่าสงสาร ที่บิดาดุดันกับเธอ

เพิ่งแต่งงานไม่นาน เคยเห็นแต่บิดามอบอัญมณีกำนัลแก่เธอ แม้บางครั้งดูเย็นชา แต่ไม่เคยถึงกับต้องลงมือลงไม้ ดนัยแปลกใจเช่นเดียวกับจิดาภา ซึ่งไม่รู้สึกสงสารเลย เพราะเกลียดแม่เลี้ยงเป็นทุนเดิม แค่ประหลาดใจที่บิดาทำร้ายแม่เลี้ยง

ภัทราล่ะ…ถูกตบหน้าแรงจนถลาไปกับพื้นกระแทกกับเก้าอี้โซฟาที่ทำจากผ้า แต่ด้านข้างเองก็ยังเจ็บ ส่วนหนึ่งของโซฟาเป็นไม้ เจ็บหน้าเจ็บเอว…ไม่เท่ากับเจ็บใจ…หัวใจ…และตกใจ

“เสี่ย!”

ความรัก ความเมตตาที่เคยมีให้ตน…อยู่ไหน

ความสุขที่ตนคิดว่าจะมีกับเสี่ย ผู้มีอิทธิพลและร่ำรวย ตนมีความสุขจริงหรือ

ยอมละทิ้งความรักกับธีทัต เลือกสามีแก่ หวังให้รักและหลงแล้วเป็นอย่างหวังหรือไม่

“ตอบ!”

“อะไรคะ?” ยังแกล้งถาม

“ไปไหนกับใคร?”

คำถามที่เน้นถามหลายครั้ง ดูเหมือนจะไม่เป็นความลับแล้ว เสี่ยน่าจะรู้แล้ว

“เสี่ยให้คนสะกดรอยตาม?” ถามแหบแห้ง

แค่นหัวเราะ ไม่ตอบ…จริงสินะ…ภัทราเลือกจะต้องพูดความจริง

“ภัทไปดื่ม…และพบคุณธีทัต แบบไม่นัดหมาย ภัทไปดื่มคนเดียวจริงๆ แต่แรก”

“พูดจริงแต่แรกก็ไม่ต้องเจ็บตัว…แต่ยังพูดไม่หมด”

ภัทรามือสั่น…ไม่หมด…เพราะเหงา เพราะเหล้า ทำให้ตนพยายามจะเบียดร่างให้แนบชิดกับชายหนุ่ม ระลึกถึงความรู้สึกเก่าๆ ที่ไม่อาจลบเลือนจางหาย กลับโหยหามากขึ้นทุกครั้งที่เจอหน้า”

“ภัท…ภัท…”

“พูด!”

“ภัท…ภัท…ก็สนิทกับคุณธีมานาน…”

“เธอยั่วยวนเขา!”

“เอ้อ…เสี่ยให้คนสลดลอยตามทำไม…” ครางอย่างเจ็บปวด

“เธอกับเขา…”

“มัน…ไม่จริงทั้งหมด ไม่จริง…มีคนอีกคนอยู่ด้วย คุณชาลิสา”

“ผู้หญิงคนนั้นมาทีหลัง”

“เสี่ยรู้เห็นแล้ว มีคนรายงานแน่…ทำไมทำแบบนี้ เท่ากับไม่ไว้ใจกัน”

“เสี่ยไม่ไว้ใจภัท?”

“ก็ทำตัวให้ไว้ใจสิ”

มือของหญิงสาวยังสั่นระริก กลัวผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า เคยคิดว่าตัวเองสาวและสวยมาก จะจับคนแก่อย่างเสี่ยขจรอยู่หมัด คิดผิดจริงๆ ไม่เห็นหลงหล่อนอย่างที่คาดคิดเลย

หากความกลัวจะยิ่งทำให้ตัวเองตกเป็นเบี้ยล่าง จากความกลัวต้องเปลี่ยนเป็นกล้า ยืนขึ้นเดินเข้าใกล้เสี่ย เผชิญหน้าและท้าทาย ทั้งที่มือยังสั่นระริก

หญิงสาวตะโกนใส่หน้าเสี่ยขจร

“เสี่ยมองภัทเป็นอะไรในบ้านนี้ เมียเรอะ เสี่ยให้ภัทได้หรือเปล่า ภัทก็เป็นคนมีหัวใจนะ คนตายสำคัญกับเสี่ยมากเลยสิ เสี่ยไปไหว้สุสานเมียเก่า ทิ้งให้ภัทเหงา ภัทก็ต้องมีสังคมของภัทบ้าง ทั้งที่หลังแต่งงาน ภัทตัดขาดหมด เพื่อนญาติ ภัทไม่มีเลย ภัทเหงา ภัทต้องดื่มให้เมา ไม่ให้คิดมาก ภัทผิดสินะ..”

ฉาด!

อีกหนึ่งตบที่ภัทราคิดไม่ถึง ถลาไปสองก้าวแต่ไม่ล้ม เจ็บทั้งกายและใจ

“พูดมาก…ผิด…ผิด…ผิดยังไม่สำนึก หัดอยู่บ้านบ้าง หัดทำตัวให้เป็นผู้หญิงของฉันบ้าง อย่าทำตัวเละเทะ ไร้ยางอาย!” พูดจบก็ผละไปทันที

ทิ้งหญิงสาวงง…ถูกทำร้ายสองครั้ง…เพราะตนผิดจริงหรือ และมองไปที่บันได…พบกับสายตาสองคู่…ดนัยและจิดาภา ยิ่งสร้างความอับอาย โดยเฉพาะสายตาของจิดาภาที่ดูสะใจเป็นพิเศษ

 

ชาลิสากลับบ้านและพบว่า ยายโสภิตดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ และจัดกระเป๋าเดินทางไว้แล้ว

“ยายไปไหนคะ?”

“ก้อจะไปล่องเรือสำราญ ตามที่เคยบอกแกแล้ว”

“เดือนหน้าไม่ใช่หรือคะ?”

“ก้อจัดเตรียมไว้ก่อนไง”

“จัดล่วงหน้าเกือบสองอาทิตย์นะคะ”

“ใช่…ใช่…จะว่าเห่อก็ได้”

“ยายเที่ยวบ่อยเหลือเกิน เลิกได้เลิกเถอะค่ะ”

“ไม่ได้เอาเงินแกแล้ว ยังบ่น แกไม่เหมือนเดิม ยายก็ต้องหาเองกับน้องชายแก กรแน่ะใจถึงกว่าแกอีก เป็นนายทุนให้ยายไปเที่ยว เพราะฉะนั้น แกอย่าพูดมาก”

แล้วเห็นนนทกรเดินออกจากห้อง รีบเข้าไปกอดหลานชาย ที่กลายเป็นหลานคนโปรด

“คนนี้สิ ถึงจะควรให้รัก หลานรักของยาย ให้เงินยายไปเที่ยวยายรักมาก…มาก…”

นนทกรยิ้มแห้งๆ

“ผมไม่อยากเห็นยายผิดหวัง”

“จะให้ดีก็ต้องมีเงินให้ยายติดกระเป๋าไปด้วย”

“บนเรือสำราญ แทบไม่ต้องใช้อะไรเลยครับ มีกินดื่มฟรีทุกรายการ”

“แหม…ก็ต้องช้อปปิ้งบ้าง มีให้ทิปบ้าง”

“ไว้ก่อนครับ เดี๋ยวใกล้ๆ เดินทางผมหามาให้”

ยายโสพิศจูบแก้มหลานชาย แล้วผละไป ชาลิสาอ้าปากจะถาม แต่ถูกน้องชายโบกมือ เพราะรู้ว่าพี่สาวถามอะไร ก็เดิมๆ ล่ะ จึงชิงตอบ

“เงินเก็บของผมครับ เงินส่วนตัวครับ” ตอบแล้วก็เดินหนีพี่สาวทันที

ชาลิสาโคลงศีรษะอย่างสงสัย แต่น้องชายตัวดีไม่อยู่ให้ถาม ก็เห็นมารดาเดินออกมาจากห้อง หน้าตาไม่สู้ดีนัก

“แม่คะ เป็นอะไรคะ?”

“แม่ไม่เป็นอะไรหรอก แต่พ่อสิ ไม่ยอมกินเลยทั้งวัน แค่ดื่มนมบำรุงเล็กน้อย”

“หรือพ่อจะเบื่ออาหาร เดี๋ยวสาจะดูให้ค่ะ”

“พ่อหลับไปแล้ว อย่ารบกวน ตื่นมาจะนอนไม่หลับ”

“งั้นแม่ช่วยดูพ่อหน่อยนะคะ ช่วงนี้สางานยุ่งมากเลย ถ้ายังกินไม่ลงคงต้องไปโรงพยาบาล”

คุณพจนีย์โบกมือ

“ไปโรงพยาบาลที ก็หลายพันเป็นหมื่น แม่รู้ว่าเงินทองหายาก ลูกจะลำบาก”

“อะไรที่ต้องจ่ายก็ต้องจ่ายค่ะ มันจำเป็น”

“ไหวหรือลูก?”

“ตอนนี้ยังไหวค่ะ”

“เห็นกลับบ้านดึกทุกคืน บางคืนก็เกือบเช้า”

“แม่รู้?”

“แม่นอนไม่ค่อยหลับ ประสาคนแก่ ลุกเข้าห้องน้ำตอนตีสองตีสามก็นอนไม่หลับแล้ว”

“แม่ผอมมากรู้ตัวมั้ย”

“ไม่เป็นไร ว่าแต่แกสิ เจ้านายใหม่ดีมั้ย แกถูกเรียกตัวออกไปกลางดึก แม่ไม่สบายใจเท่าไหร่ ข้างนอกมันอันตรายจะตาย”

หญิงสาวยิ้มแห้งๆ

“สาดูแลตัวเองได้ มั่นใจว่าปลอดภัยค่ะ”

 



Don`t copy text!