ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 23 : ขยันเฉพาะวัน

ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 23 : ขยันเฉพาะวัน

โดย : โสภี พรรณราย

Loading

ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ โดย โสภี พรรณราย…เมื่อชีวิตของชาลิสาพลิกผันไปจากความร่ำรวย กลายมาเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ เธอต้องงัดเอากลยุทธ์มากมายมาจัดการให้เรื่องราววุ่นวายทั้งหลายผ่านไปให้ได้ แต่ยังมีเรื่องวุ่นๆ ของหัวใจที่เกิดขึ้นทุกทีที่พบกับธีทัต เธอจะรับมืออย่างไร นวนิยายจากอ่านเอา ที่นำมาให้ทุกท่านอ่านออนไลน์ค่ะ

ริก้าเจอหน้าชาลิสาในที่ทำงานตอนสายๆ

ชาลิสาถึงนอนดึกแต่ก็ตื่นแต่เช้ามาทำงานตามหน้าที่ ส่วนริก้าที่เป็นผู้บริหาร มาทำงานสายหน่อย ยังดีกว่ามาบ่ายหรือไม่เข้าบริษัทเลย

“วันนี้ไปช้อปปิ้งที่ไหนดี?” ประโยคแรกที่ริก้าถามเลขาสาว

ชาลิสาตาโต ย้อนถาม

“ลืมอะไรหรือเปล่า?”

ริก้าเป้ปาก

“แหม…ถามเสียงแข็งเชียวนะ”

“เพราะไม่น่าลืม หรือแกล้งลืม”

“ไม่ลืมง่ายขนาดนั้นหรอก”

“รู้ตัวสินะ ก็ทำตามคำพูดด้วย สัญญารับปากอะไรไว้ ควรทำอย่างรวดเร็ว และเต็มใจ เพื่อแสดงความจริงใจตอบแทน”

ริก้าค้อนเลขาสาว

“แหม…ฉวยโอกาสเชียวนะ”

“ฉันทำงานให้คุณ ทั้งในเวลาและนอกเวลา และฉันไม่ได้ขออะไรในตัวเองเลยในการแลกเปลี่ยน เพียงขอให้คุณตั้งใจทำงานตอบแทน ตั้งใจทำงานนะคะ…วันนี้ ให้เป็นตัวอย่างและคนไม่มองคุณผิดๆ ว่าคุณเป็นแค่คุณหนูไร้ความสามารถ

ริก้าโบกมือ

“พอ…พอ…พูดมาก ริก้าคนนี้ทำได้ และรักษาคำพูดแน่ จะทำงานให้ดู ไม่ต้องพูดยั่วหรอก”

ชาลิสาเห็นแววตามุ่งมั่น จึงแอบเก็บความรู้สึก และหวังว่าอีกฝ่ายจะทำได้จริง

“งั้นทำเลยค่ะ อย่าดีแต่พูด”

โอ้ย….ริก้าตาวาว พูดแบบนี้ทำให้โมโหง่ายๆ เก็บกด อารมณ์อย่างน้อย ชาลิสาก็ช่วยเธอหลายครั้ง โดยเฉพาะครั้งหลัง ไปตามหาตน รวมทั้งล่าสุดจริงๆ ก็อุตส่าห์ตามช่วยพี่ธีที่เมาจนกลับมาส่งบ้านอย่างปลอดภัย และตนก็รับปากจะตอบแทนถ้าเลขาสาวยอมช่วย

ตอบแทนโดยที่ชาลิสาขอ…ให้ขยันทำงาน

ไม่เห็นยากเลย…ถึงมาทำงานสายก็นั่งโต๊ะ เคลียร์งานที่ค้างช่วงบ่ายมีประชุมอีกแล้ว ประชุมอะไรนักหนา เกือบทุกวัน บางทีก็เข้าไปนั่งหลับ แต่วันนี้ตั้งใจฟัง…ฟัง…และฟัง

นอกจากฟัง ยังออกความเห็น พูดเก่งขึ้นมาทันที จนพี่ชายแปลกใจ ต้องมองหน้าน้องสาวสลับกับชาลิสาที่ทำหน้าที่เลขาอยู่ข้างๆ ริก้า

แล้วชาลิสาก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ภูมิใจจัง

คุณริก้าถ้าตั้งใจทำงานก็ไม่เลวเลยนะ จากที่เห็นเข้าประชุมทีไรก็เงียบ และนั่งหาว แสดงความเบื่อหน่ายออกชัดเจนบนใบหน้า

พอขยันก็ดูดี และน่ารักมาก พออมยิ้ม…มองไปทางธีทัต…เขามองมาทางเจ้าหล่อนพอดี เห็นชาลิสาแอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ชาลิสารีบหุบยิ้ม อ่านแววตาธีทัตไม่ออก…จะขอบคุณตนหรือเปล่านะ…ขอบคุณมาเถอะ

และพอออกจากห้องประชุม ชาลิสาเดินผ่านธีทัต ได้ยินเขาพูดลอยๆ ว่า

“ทำดีมาก”

หา! คำชมเรอะ?”

ชมใคร…มองซ้ายมองขวา ตรงนี้มีแต่ตนกับนายธีทัตสองคน เพราะคนอื่นๆ เดินผ่านไปแล้ว นายเย็นชาคนนี้ชมคนเป็นด้วยเรอะ

หากก็ต้องดูริก้าต่อไป จะขยันได้นานแค่ไหน หรือขยันเป็นบางวันหนอ

ดูแล้ววันนี้ ริก้าทำได้จริงๆ จนเย็นเลิกงานแล้ว ก็ขยันทำงานต่อ ชาลิสามองนาฬิกาหลายครั้ง เกือบทุ่มแล้ว จนพนักงานออกจากบริษัทไปหมดแล้ว ไฟในห้องทำงานของริก้ากับชาลิสายังเปิดสว่างที่สุดห้องเดียว

ชาลิสาท้องร้อง….หิวข้าว มองริก้าหลายครั้ง…หลายครั้ง จนสุดท้ายริก้าก็ปิดคอม แล้วเงยหน้ามองชาลิสาที่มองตนอยู่ และกล่าวว่า

“หิวแล้ว”

ชาลิสายิ้มแห้งๆ ถามเบาๆ ไม่ต้องการคำตอบหรอก

“เพิ่งรู้ตัวหรือ?”

“ไปหาอะไรกินกัน”

“ต่างคนต่างกลับบ้านกินข้าวดีกว่ามังคะ”

แต่แล้วก็เสียงดังขึ้น

“คืนนี้พี่เลี้ยงเอง”

“พี่ธี!” ริก้าตาโต “นึกว่าพี่ธีกลับไปแล้ว เห็นไฟในห้องพี่ธีไม่ได้เปิดนี่คะ”

ใช่…เขานั่งในความมืด เฝ้ามองน้องสาวกับชาลิสา อย่างพอใจลึกๆ ถ้าเป็นแบบนี้ตลอดไปจะดีแค่ไหน ถ้าเป็นผลงานชาลิสาก็ควรชมและให้กำลังใจ

“อืมม์…ก็นั่งพักสายตาในความมืดล่ะ เพิ่งทุ่มเองไปกินอาหารที่ห้างสรรพสินค้าดีกว่า”

“ดีค่ะ…กินในห้าง” แววตาริก้าเป็นประกาย คิดอะไรอยู่เรอะ ดูเหมือนชาลิสาจะเข้าใจ ทั้งที่ทำงานร่วมกันไม่นาน แต่รู้นิสัยและการดำเนินชีวิต

และชาลิสาก็เดาถูก เพราะเมื่อทานอาหารในร้านญี่ปุ่นในห้าง สามคนสั่งอาหารคนละชุด ชาลิสาสั่งชุดปลา ธีทัตสั่งชุดเนื้อพิเศษ ริก้าสั่งกุ้ง และริก้าก็กินไม่กี่คำ ก็ว่า

“อิ่ม”

แค่อิ่มก็ไม่เท่าไหร่ แต่เป้าหมายของเธอก็คือ

“อิ่มแล้ว ไม่ค่อยหิวเลยค่ะ พี่ธีทานกับชาลิสาไปก่อนพลางๆ รอให้ริก้าไปเดินเล่นหน่อย เดี๋ยวกลับมาค่ะ รับรองไม่เกินชั่วโมง”

ไม่ทันให้พี่ชายตอบรับหรือปฏิเสธ ก็ผละไปทันที ทิ้งให้พี่ชายพูดว่า

“กลับมาให้ทันก่อนห้างปิดล่ะกัน”

ชาลิสารีบถามธีทัตว่า

“จะให้ฉันตามเธอไปไหมคะ?”

“กินต่อเถอะ”

เอ๊ะ…มาแนวแปลก ไหนว่าต้องตามติดตลอดไงล่ะ คราวนี้ยอมให้สาวไปตามลำพัง และเขาพูดต่อ

“ลองพิสูจน์ว่า ริก้าจะกลับมาภายในชั่วโมงอย่างที่เธอพูดหรือไม่”

“คุณจะทดสอบน้องสาวหรือคะ?”

“เห็นว่าวันนี้ทำได้ดี”

“จริงๆ แล้วคุณริต้าตั้งใจทำงาน เธอก็ทำได้ อยู่ที่ว่าเธอจะยอมทำหรือไม่”

“แล้วเธอทำอย่างไร ให้ยัยริก้าทำงานดีแบบนี้?”

“เราก็มีข้อแลกเปลี่ยนกัน เธอขอฉัน ฉันก็ขอเธอแลกเปลี่ยนให้ตั้งใจทำงาน”

“แลกเปลี่ยนไม่ใช่วิธีที่ดีหรอก เฉพาะกิจตามข้อแลกเปลี่ยนไม่ใช่วิธีที่จีรังยั่งยืน ฉันอยากให้น้องดูหน้าที่ และทำด้วยความเต็มใจว่าเธอเป็นใคร ควรทำอย่างไร ในจุดที่ริก้ายืนอยู่”

“คุณเล่นปล่อยปละละเลยเธอมานาน อยู่ๆ จะให้อยู่ในกรอบที่คุณอยากให้เป็น…ต้องค่อยเป็นค่อยไปสิ”

“งั้นฉันจะรอดูต่อไปว่า ริก้าจะอยู่ในร่องรอยนานแค่ไหน”

“รอดูผลงานฉันหรือคะ?”

“ถ้าเธอทำได้”

“ฉันอยากได้เงินเดือนสูงๆ เยอะๆ เลขหกหลักไม่ใช่ต้นๆ นะคะคาดหวังสูงค่ะ”

ครั้งนี้ธีทัตแค่นหัวเราะ

“สูงขนาดไหน หนี้สินก็ไม่มีปัญญาจ่าย”

ชาลิสาเม้มริมฝีปากก่อนจะคลายแล้วตอบเสียงมั่นคง

“ตอนนี้ไม่หนีไม่จ่าย แต่คนอย่างชาลิสา…ถ้ามี…จะจ่ายแน่นอน!”

 

ริก้าฉวยโอกาส แม้ชั่วโมงเดียว ก็ขอเดินเลือกซื้อของ แน่ล่ะต้องไปแผนกแฟชั่น แผนกชุดชั้นในหญิง

เดินๆ…ไปจนถึงชุดว่ายน้ำ เอื้อมมือออกไปสัมผัสเนื้อผ้า ชุดลูกไม้ทูพีซ รุ่นใหม่…สวยมาก…ก…และพึมพำ

“อยากใส่จัง…ว่ายน้ำก็ไม่เป็น แต่ชอบใส่แบบนี้ล่ะ”

ว่ายน้ำก็ไม่เป็น…

จริงหรือ…คนอย่างริก้า ที่บ้านมีสระว่ายน้ำหรูหรา ใหญ่กว้าง จะพูดว่าว่ายน้ำไม่เป็น

เป็นความหวาดกลัวตั้งแต่วัยเด็ก ความซุกซนตกลงในสระน้ำบริเวณที่ลึกสุด ขณะนั้นพี่ลักขณาก็เล่นน้ำอยู่เป็นเพื่อน ริก้าควรเกาะอยู่ขอบสระในบริเวณที่ยืนถึง แต่พลาด…เดินไปอีกฝั่งของสระ

เด็กนะ จะคิดอะไรล่ะ กระโดดลงไป เพราะคิดยังไงก็ยืนถึง พลาดแล้ว โดดลงก็จม ขามิได้สัมผัสพื้นสระเลย

เห็นพี่ณาว่ายอยู่…และพี่ณาก็มักจะหัวเราะเยาะว่าริก้าขี้ขลาด เด็กไม่กี่ขวบจะรู้อะไรล่ะ

นึกว่าง่าย…นึกว่าจะหมูๆ ตอนนั้นเราสามขวบเองมัง ส่วนพี่ณาก็ราวห้าหกขวบ ว่ายน้ำเป็นแล้ว ริก้าเพิ่งจะเริ่มเรียน ว่ายแค่ที่ยืนถึงก่อน

เป็นไงกัน…จมสิ แทบตายเลย พี่ณาเห็นก็มิได้สนใจ เด็กกับเด็กนึกว่าแกล้ง สุดท้ายพี่ธีทัตเห็นและกระโดดลงไปช่วย

ตอนนั้นเข็ด…เข็ด…และกลัว จนป่านนี้ยี่สิบกว่าก็ยังไม่สามารถลงสระลึกได้

อับอาย…และหวาดกลัวลึกๆ

พยายามจะไม่คิดถึง แต่ถ้าผ่านแผนกนี้ทีไร ก็อดจะซื้อติดตัวกลับบ้านไม่ได้เลย แล้วก็มีเสียงจากด้านหลัง

“นี่…คุณ จ่ายเงินด้วยนะครับ อย่าหยิบแล้วเดินไปล่ะ”

ริก้าสะดุ้ง หันไปทางเจ้าของเสียง ที่ค่อนข้างพูดอย่างไม่เป็นมิตร ด้วยความไม่ถูกชะตาอยู่ก่อน จึงฟังแล้วเหมือนจะเยาะเย้ยเธอด้วยซ้ำ

“นายอีกแล้วเรอะ?”

นทีพยักหน้า

“บังเอิญเจอบ่อย”

“เหมือนนายจะคอยจับผิดฉันนะ”

“คิดมากครับ”

“เจอใครไม่เจอ เจอนายอีกแล้ว”

“ผมก็ว่างั้นล่ะ”

“มาแผนกผู้หญิง หรือนายเป็น…พวกแอบๆ” จะเอาคืนบ้างพูดให้เขารู้สึกบ้าง

นทีกลับหัวเราะ และบีบเสียงเล็กๆ แกล้งทำเป็นผู้หญิง

“ค่ะ…เอ้ย…ครับ…แหม…ทำไมรู้ล่ะ”

ริก้าเม้มปาก

“ยี้…เป็นจริงหรือนี่”

“อุ๊ย…ค่ะ…” แล้วก็หัวเราะออกมา ตัวเองทำเสียงเล็กๆ เองแล้วขำเอง “ว่าแต่คุณเถอะ อย่าลืมจ่ายเงิน”

เจ้าหล่อนค้อน

“ฉันหายแล้ว…ฉันกินยา และหาหมอแล้ว”

“ผมจะรู้เรอะ โรคนี้มัน…มันพูดยากนะ อยู่ๆ กำเริบ ผมก็ไม่รู้ดีเสียด้วย”

“มาก็ดี…ช่วยจ่ายด้วย”

“อ้าว…”

“ออกมาแล้วก็ลืมพกเงิน”

“อีกแล้ว?” คราวนี้นทีเป็นฝ่ายครวญ

“กินข้าวกับพี่ธีกับสา…แล้วออกมาเดินเล่นคนเดียว ไม่พกเงินเลย ถ้าสาอยู่ก็คงช่วยจ่ายแทน”

“มันไม่ใช่หน้าที่ผม”

“ก้อเจอนายแล้วนี่ ตอนแรกไม่คิดซื้อหรอก แค่ดู…”

“แค่ดูนะ แต่คุณทำหน้าเหมือนอยากได้”

“เออ…ไม่ต้องพูดมากเลย”

“ผมไม่ใช่เลขาคุณ”

“จ่ายไป แล้วไปเก็บกับแฟนคุณก็ได้ แล้วฉันจะเคลียร์กับชาลิสาเอง”

“คุณเห็นคนอื่นเป็นกระเป๋าตังคุณหรือไง”

“เปล่า…คนกันเอง ชาลิสาเป็นเลขาส่วนตัวชั้น เธอต้องทำทุกอย่างเพื่อชั้น”

“วันหลังหัดพกกระเป๋าเงินด้วย ผมยอมจ่ายให้คุณก่อน เพราะไม่อยากเห็นคุณหยิบของออกไปหน้าตาเฉย”

“บอกว่าฉันกินยาแล้ว รักษาแล้ว”

“ถ้าคุณควบคุมตัวเองได้ก็ดี”

ในขณะนั้นชาลิสาออกมาตามหาริก้า

“อยู่นี่เอง”

ริก้าเลิกคิ้ว

“บอกว่าจะออกมาเดินเล่น ทำไมต้องตามด้วย?”

“เพราะนึกขึ้นได้ว่า คุณไม่ได้พกเงินหรือเครดิตการ์ด กระเป๋าคุณทิ้งอยู่บนเก้าอี้” แล้วหันมาทางนที “นทีก็อยู่ด้วย”

นทียิ้มกว้าง

“งานเราส่วนใหญ่วนเวียนอยู่แถวนี้ล่ะ บริษัทรักษาความปลอดภัยของเรารับงานที่นี่มากที่สุด สามสิบวันในหนึ่งเดือน ก็ต้องอยู่แถวนี้ยี่สิบวันแล้ว เรามาตรวจลูกน้องบ่อยๆ”

“ดีจังไว้นัดดื่มกาแฟกัน”

“ว่าแต่สาไม่ค่อยว่างนี่”

“ก็จะพยายามว่างถ้านทีนัด”

“ขอให้จริงเถอะ”

ริก้าโพล่ง

“นี่…คนรักกัน เขาคุยกันอย่างนี้เรอะ ไม่เจอกัน…น่าจะคิดถึงกันนะ แต่ไม่ต้องมาหวานต่อหน้าฉัน”

นทีไม่สนใจพูดกับชาลิสาว่า

“คุณริก้าอยากได้ชุดว่ายน้ำ เธอจะให้เราไปจ่ายเงินก่อน แต่สามาแล้วก็จัดการเองล่ะ มีคนอยากได้ชุดว่ายน้ำ แต่ว่ายน้ำไม่เป็นนะ”

ริก้าเม้มริมฝีปาก กัดฟันที่ถูกนทีคล้ายเยาะเย้ยตน

นายนทีตัวดี จะว่ายน้ำให้ดู จะขจัดความหวาดกลัวในอดีต ต้องเอาชนะคำพูดของชายหนุ่มให้ได้



Don`t copy text!