เมียอันดับห้า บทที่ 51 : คืนวิวาห์

เมียอันดับห้า บทที่ 51 : คืนวิวาห์

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 51 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

เด็กหญิงยังตื่นๆกับคนแปลกหน้า เกษรพูดกับเด็กหญิงกุลธิดาว่า

“นั่นแม่แท้ๆของคุณผึ้งค่ะ…แม่น้ำทิพย์ไงคะ เหมือนไหมคะ รูปถ่ายในห้องคุณผึ้ง คุณถามพี่เสมอ…ใคร…ใคร…ตัวจริงมาอยู่ตรงหน้าคุณผึ้งแล้วค่ะ แม่คุณผึ้ง”

ถึงทราบว่าเป็นใคร เด็กหญิงก็ยังกลัวคนแปลกหน้า ไม่เคยพบตัวจริง เคยเห็นในรูปและไม่ใส่ใจมากเท่าไร เนื่องจากยังเด็ก

ภีมให้ความอบอุ่นมากพอจะไม่ให้เด็กมีปมด้อย

น้ำผึ้งกอดพี่เลี้ยงแน่น เกษรต้องพูดกับน้ำผึ้งอีกครั้ง

“แม่น้ำทิพย์ของคุณผึ้ง”

น้ำทิพย์จ้องมองลูก ดวงตามีน้ำใสๆเรื่อๆ ดีใจที่ได้พบลูก สายเลือดที่ใจแข็งจากไป ประชดที่ภีมไม่เลือกหล่อน กลับเลือกย่ากับแม่ หล่อนไม่ใช่แม่ที่ดี พลาดเห็นการเจริญเติบโตของลูก ลูกเป็นเด็กน่ารัก สดใส แข็งแรง ครอบครัวภีมเลี้ยงดูอย่างดี

“แม่เอง…ลูกรัก แม่ไปอยู่เมืองนอก ตอนนี้กลับมารับลูก มาให้ความรักความอบอุ่นลูกของแม่”

น้ำผึ้งยังโคลงศีรษะ

“ไม่…ค่ะ…ผึ้งไม่รู้จัก”

“ผึ้งอาจยังตกใจ แม่เข้าใจ เรายังมีเวลาทำความรู้จักกัน แม่คนนี้รักลูกนะจ๊ะ…รักมาก”

เด็กหญิงยังหวาดกลัว เกษรจึงพูดกับน้ำทิพย์ว่า

“อย่าเพิ่งเร่งเด็กค่ะ เมื่อครู่คุณพูดว่ากลับมารับลูก คุณจะมารับคุณผึ้งไปหรือคะ”

“ถ้าทำได้ ฉันจะทำ”

เกษรเริ่มไม่ชอบน้ำทิพย์ หล่อนคิดไกลว่าถ้ามารับน้ำผึ้งไปอยู่เมืองนอก เกษร…หล่อนตกงานทันที หลุดจากฐานะพยาบาลพี่เลี้ยงเด็กหญิงที่เคยสะดวกสบาย มีทั้งเงินและได้ใกล้ชิดภีม ไม่หวังเป็นภรรยา ขอแค่อยู่ใกล้ๆ ขอมีเงินมากๆก็พอแล้ว

“ท่านๆทราบหรือยังคะว่าคุณกลับมา”

“รู้แล้ว…คุณภีมเป็นคนบอกว่าผึ้งอยู่ด้านนอก”

“คุณผึ้งไม่ชอบคนมากๆค่ะ”

“ฉันต้องทำความรู้จักกับลูก”

ขณะนั้นภีม คุณฉวีและคุณวรรณก็เดินมา เพราะพิธีในช่วงเช้าจบลงแล้ว แขกก็เริ่มทยอยกลับแล้ว เจ้าภาพทั้งหมดรองานฉลองอีกครั้งตอนหกโมงเย็น

เด็กหญิงวิ่งไปหาบิดาทันที

“พ่อขา…”

คุณฉวีพูดกับน้ำทิพย์ว่า

“อย่าทำให้เหลนฉันตกใจ ฉันจะพาเหลนกลับบ้านก่อน คืนนี้ต้องกลับมาโรงแรมอีกครั้ง”

“คืนนี้พบกันค่ะ”

คุณวรรณพูดกับน้ำทิพย์อย่างไม่พอใจ

“ไม่รู้กลับมาทำไม ตั้งหกปีแล้ว”

“เราก็ต่างเป็นแม่ คงเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่ค่ะ”

“เข้าใจ แต่ตอนเธอไป ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจจริงๆ”

น้ำทิพย์เม้มริมฝีปาก

“ตอนนั้นทิพย์อึดอัดกับสภาพครอบครัวใหญ่ค่ะ”

“สะใภ้บ้านเราต้องยอมรับสภาพ”

“ไม่อยากพูดถึงอดีตค่ะ ขอได้อยู่กับลูกก็พอแล้ว”

คุณวรรณตาโต

“หลานฉันนะ พูดให้ดีๆด้วย” แล้วก็รีบไปฉุดแขนหลานสาว และเดินผละไปพร้อมกับคุณย่าฉวีกับเกษร

เหลือภีมที่ยังอยู่ในโรงแรม มีห้องพักที่นี่ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เป็นพิธีช่วงกลางคืน ไหมแพรกลับไปพักที่ห้อง ไปเตรียมแต่งตัวชุดใหม่ แต่งหน้าทำผมใหม่ ภีมมีเวลามาพบอดีตภรรยาคนแรกอีกครั้ง

ทั้งสองไปนั่งคุยกัน ดื่มกาแฟที่คอฟฟี่ช้อป

น้ำทิพย์มองไปรอบๆ

“บรรยากาศเหมือนเก่าเลยนะคะ มุมที่เรามาดื่มกาแฟกัน ทิพย์จองห้องที่นี่เพื่อระลึกถึงอดีต”

“ผมไม่ค่อยจะจดจำเท่าไร”

“จริงหรือคะ ลืมหมดเลยหรือคะ”

“ไม่มีประโยชน์”

“ไม่ใช่ประโยชน์หรือไม่ แต่อยู่ในความทรงจำ รัก เกลียด แค้น เจ็บปวด อยูในใจเสมอ

“แต่สำหรับผมมีอะไรมากมายต้องทำ ทำให้ลืมง่ายๆ”

“ใช้ผู้หญิงอื่นทำให้ลืม หรือใช้งานทำให้ลืมคะ”

“หกปีแล้วนะ”

“คุณก็แต่งงานอีกสี่ครั้ง”

“ด้วยเหตุผลแตกต่างกัน”

“เหมือนคุณขาดผู้หญิงไม่ได้ อุ๊ย…ขอโทษค่ะ ไม่ใช่ขาดไม่ได้ แต่คุณกลัวเหงามากกว่า ลึกๆคุณเป็นคนเหงามาก”

“กลับมาเพราะอะไร” เขาถามตรงๆ

“ลูกค่ะ”

“นึกว่าหกปีผ่านมา คุณมีลูกกับคนอื่นแล้ว”

น้ำทิพย์ยักไหล่

“ไม่รู้เพราะทิ้งลูกหรือเปล่า จึงไม่มีอีก”

“รู้ว่าคุณแต่งงานกับฝรั่ง”

“ค่ะ เขารวยมาก แต่อายุสั้น เขาตายปีที่แล้ว เป็นมะเร็ง ทิ้งทรัพย์สินให้ทิพย์และทิพย์ก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองเหงามาก เหมือนกับเคยมองว่าคุณขี้เหงา เคยมองคุณผิด ว่าอย่างไรคุณต้องไปกับทิพย์ ไปอยู่กันสามคนพ่อแม่ลูก”

“เมืองไทยเป็นบ้านของผม”

“ทิพย์ไม่ได้มองว่าคุณยิ่งใหญ่ในอาณาจักรสุททินพงษ์กรุ๊ป แต่มองว่าคุณบ้าทำงานเพื่อคนอื่นเกินไป ทุ่มเทจนลืมตัวเองและลูกเมีย ทำเหมือนบริษัทมีคุณคนเดียวที่ทำงานเก่ง”

“ผมทำเพื่อครอบครัว” หยุดเว้นระยะ “ใหญ่”

ครอบครัวใหญ่ที่มีทั้งญาติพี่น้อง คุณย่า คุณแม่ พนักงาน…มากมาย ไม่ใช่แค่ครอบครัวที่มีแค่พ่อแม่ลูก

“คุณทำเพื่อคนอื่นเสมอ ยกเว้นเพื่อเมีย คุณถึงต้องหย่าหลายครั้ง”

เป็นเรื่องดีหรือที่ต้องหย่า น้ำทิพย์กำลังกรีดแผลในใจเขา หลังหย่าจันทนีเขาเคยคิดจะไม่แต่งอีก สุดท้ายก็ต้องแต่งจนได้ และต้องหย่าอีกแน่ๆ

“ช่างเถอะ ผมจะหย่ากี่ครั้งก็ไม่สำคัญแล้ว สำคัญที่ต่อไป ผมจะใช้ชีวิตอย่างไรมากกว่า และคุณก็เป็นแค่อดีต”

“ทิพย์มาครั้งนี้เพราะอยากได้ลูก”

“ง่ายไปที่คุณพูดแบบนี้ หลังจากทิ้งแกไปหกปี”

“ทิพย์ยอมรับว่าตัวเองผิดค่ะ แต่ต่อไปจะไม่ให้ผิดพลาดอีก ทิพย์ไม่มีใครแล้ว คุณยังมีเมียใหม่ มีลูกใหม่ได้ ทิพย์ขอลูกกับคุณ จะพาไปอยู่เมืองนอกด้วยกัน ถือว่าให้ผึ้งได้เปิดโลกใหม่กับแม่”

เขาทนฟังอดีตภรรยาพูดจนจบ แล้วแค่นหัวเราะ

“ไม่คิดว่าจะมีวันนี้”

“ทิพย์ขอนะคะ ขอลูก”

“ไม่มีทาง”

“ขอให้เราพูดกันดีๆเถอะค่ะ ด้วยเหตุผลเถอะค่ะ”

“กลับมาเยี่ยมลูกผมไม่ว่า พาลูกไปเที่ยวผมก็ไม่ว่า แต่มาเอาไปเลยผมไม่ยอม”

“คุณมีแม่เลี้ยงให้ผึ้งหลายคน แกเป็นเด็ก แกคงสับสนว่าควรเรียกใครว่าแม่ เด็กควรอยู่กับแม่แท้ๆ”

เขาโบกมือ

“เปลี่ยนความตั้งใจเสีย ผมไม่มีวันให้ลูกกับคุณ” เขาลุกและเดินหนีไปทันที

น้ำทิพย์กำมือแน่น ความหวังที่แท้จริงของหล่อนคืออะไรแน่…

 

ไหมแพรต้องแต่งหน้าทำผมใหม่สำหรับกลางคืน

จากชุดไทยเปลี่ยนเป็นชุดสีขาวครีมที่งดงาม ผ้าสวยหรูจากต่างประเทศ มีสินีคอยอยู่เป็นเพื่อน และได้คุยกันตลอดเวลา

“งานแต่งของแก อดีตเมียมากันครบคืนนี้ แกทำใจได้นะ” สินีห่วงความรู้สึกเพื่อน

“ได้สิ” ใจสงบนิ่ง

“เมียคนแรกมาแล้ว ส่วนคุณวิกับคุณนีก็ว่าจะมาตอนกลางคืน”

“ไม่เห็นแปลก”

“ขาดแต่คุณษาที่ป่วย”

“เธอ…เธอ…มา…ด้วย”

“อะไรนะ”

“ช่วยเก็บชุดบุษราคัมให้ฉัน”

“อ้าว ชุดนี้คุณย่าให้เธอนะ”

“ฉันสวมตอนพิธีเช้าแล้ว แต่ตอนกลางคืนฉันจะสวมอีกชุดของ…ของคนที่มาไม่ได้แต่อยากมาร่วมงาน สวมของเธอแล้วเท่ากับเธอมาร่วมงาน”

“ใคร”

ไหมแพรส่งชุดสร้อยเพชรรูปหัวใจให้เพื่อนรัก ให้สวมให้หล่อน สินีพูดชมไม่ขาดปาก

“เพชรรูปหัวใจ สวยจังเลย แกเอามาจากไหน”

“ของคุณษาให้ฉันสวม คุณษาน่าสงสาร ป่วยหนักมาร่วมงานไม่ได้ แต่มอบสร้อยแห่งความรักของเธอกับฉัน”

“โอ้โห คุณษาใจป้ำจริงๆ แพงขนาดนี้ยังให้อีก”

ไหมแพรถอนใจยาว

“ตอนแรกฉันไม่รับ ราคาแพงขนาดนี้ แต่คุณษาก็ไม่ยอม ฉันตั้งใจและบอกคุณษาว่าวันไหนหย่า ฉันจะเอาไปคืน คืนไปสบายใจกว่า”

“มีแต่แกที่ซื่อสัตย์ ของแพงให้แล้วคืน โง่สิ”

“เพื่อความสบายใจ”

“ใช่สินะ แกก็แต่งแบบมีเงื่อนไข นานแค่ไหนยังต้องดูกันต่อไป”

พอใกล้เวลาหกโมงเย็น แขกบางคนมาก่อนเวลาก็มากันแล้ว ไหมแพรเดินออกจากห้องแต่งตัวในโรงแรมเพราะอรัญกับอรฤดีมาตาม

อีกแล้ว…ต้องเป็นคนอื่นมาตาม นายภีมไปไหน ป่านนี้อาจจะอยู่กับเมียแรก

“อิจฉาพี่ภีมจริงๆ” อรัญเอ่ยปากอีกแล้วกับอรฤดี

“คุณแพรเธอสวยมาก” อรฤดียอมรับ ไม่ใช่สวยฉูดฉาดแบบผู้หญิงคนเก่าๆของพี่ชาย แต่ไหมแพรสวยเย็นๆ สวยมีเสน่ห์ที่เพ่งพิศอย่างไรก็ไม่เบื่อเลย

เมื่อไหมแพรปรากฏตัวในงานอีกครั้ง จึงเห็นภีม…

แขกมาพอสมควร ทั้งพนักงานบริษัทและเพื่อนๆในแผนกของไหมแพรต่างมารุมล้อมยินดีกับวาสนาของเพื่อน

แต่งงานกับมหาเศรษฐีหนุ่ม ใครจะไม่ตื่นเต้นล่ะ

หล่อนยิ้มแย้มหน้าชื่นแต่ทุกข์ลึกๆ ใครๆว่าหล่อนโชคดี ว่าหล่อนตกถังข้าวสาร และสงสัยว่าลงเอยกันได้อย่างไร คำอธิบายง่ายๆและสั้นๆที่สินีช่วยแก้แทนก็คือ ยายของไหมแพรเป็นเพื่อนกับย่าฉวี งานแต่งงานคือผู้ใหญ่จัดการให้แบบคลุมถุงชน แต่คนที่รับรู้ก็ยังตื่นเต้น ดีใจไปกับเจ้าสาว

ไหมแพรมองไปข้างหน้า…

นั่น…เจ้าบ่าว…เขาอยู่กับใคร

พรวิไลกับจันทนี อดีตเมียอันดับสามสี่ แล้วอันดับหนึ่งล่ะ เกือบครบบรรดาอดีตเมีย ขาดแต่อุษามาไม่ได้แต่ดวงแขก็มาแทน

ถึงเป็นอดีตแต่บรรดาเมียเก่าก็ยังทำท่าอยากเป็นเจ้าเข้าเจ้าของภีมเหมือนเดิม เรียกคุณภีมคะ คุณภีมขา ล้อมหน้าล้อมหลัง

อยู่ๆไหมแพรเหมือนไม่พอใจขึ้นมาเฉยๆ หล่อนเป็นเจ้าสาวนะ หล่อนควรได้รับการเอาใจใส่จากเจ้าบ่าวบ้าง แต่เจ้าบ่าวกลับต้อนรับอดีตภรยาด้วยการสวมกอด แก้มแนบแก้ม จมูกปากแนบแก้ม ทักทายกันอย่างสนิทสนมเหลือเกิน เหมือนรักกันเหลือเกิน แล้วจะหย่ากันทำไมเนี่ย

ไหมแพรว่าจะเดินมาหาภีม แต่ก็มีดวงแขที่ถลันมาดักหน้าไหมแพรเสียก่อน พลางจ้องมองสร้อยคอรูปหัวใจในคอของเจ้าสาว และกล่าวอย่างตกใจแกมโกรธว่า

“สร้อยของพี่ษา…ใช่แน่ๆ ฉันจำได้ คุณขโมยมาจากพี่ษา”

ไหมแพรสงบ…เพราะรู้ว่าต้องเจอข้อหานี้แน่นอน

“สร้อยเพชรคุณษาจริงๆ แต่ฉันไม่ได้ขโมย”

“ไม่ขโมยแล้วไปอยู่บนคอคุณเรอะ”

“คุณษาให้สวม”

“ไม่จริง นี่คงแอบไปห้องพี่ษาสินะ สร้อยเส้นนี้พี่ษาหวงมากที่สุด รักมากที่สุด และสวยที่สุด หายากมาก คุณไปขโมยตั้งแต่เมื่อไหร่ เอาคืนมาเลย”

“ฉันทำตามที่คุณษาต้องการ ฉันต้องเก็บสร้อยไว้ก่อนตามที่คุณษาขอร้อง”

“ขี้ขโมย ครั้งก่อนก็ขโมยแหวนของคุณจันทนี ใครๆก็รู้ ครั้งนี้ยังไม่ละทิ้งนิสัยเดิมๆ เห็นของมีค่าไม่ได้ เอาคืนมาเลยนะ”

ขยับเข้าใกล้เพื่อเอื้อมมือไปกระชากที่คอ หากเจ้าสาวถอยหลัง

“กลับไปถามพี่สาวคุณก่อน แล้วค่อยกลับมาเอาคืน ฉันต้องรักษาสัจจะ รักษาคำพูดกับคุณษา”

ในขณะนั้นภีมเดินมาหาไหมแพร ดวงแขจึงฟ้องพี่เขยว่า

“สร้อย…สร้อยเพชรของพี่ษาค่ะ เธอขโมย…เธออยู่ที่โรงพยาบาลนั้น”

ขโมยหรือ…คำนี้ไหมแพรเกลียดที่สุดเลย ภีมมีสีหน้าไม่พอใจวูบหนึ่ง แต่เขาระงับอารมณ์ได้เสมอ ให้งานนี้สามารถดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นงดงามปราศจากเสียงนินทา

เห็นชัดว่าเป็นของอุษาจริงๆ…แต่ขโมยอย่างไรต้องให้ผ่านคืนนี้ไปก่อน อย่าให้งานแต่งงานเป็นงานวุ่นวาย และเจ้าสาวจะกลายเป็นคนขี้ขโมยถูกซุบซิบนินทา

“แข…อย่าเพิ่งพูดไป เรื่องสร้อยเพชรของษา…พี่จะจัดการเอง”

ดวงแขพยักหน้า กล่าวอย่างอ่อนหวานว่า

“ค่ะ พี่ภีม”

แล้วภีมก็พูดกับไหมแพร

“ไปกับฉัน ผู้ใหญ่หลายคนอยากรู้จักเจ้าสาวคนใหม่ของฉัน เรื่องสร้อยที่เธอขโมย ค่อยจัดการทีหลัง”

ไหมแพรส่งสายตาดุๆให้เขา เพราะเรื่องขโมยอีกแล้ว

“เรื่องขโมยต้องคุยกันแน่ ว่าแต่คุณ เจ้าบ่าวคืนนี้ อดีตเมียมากันครบ ฉันยกนิ้วให้เลย หน้าตาระรื่นกันทุกคน”

“ทุกคนอยากรู้จักเมียใหม่ของฉัน”

“รู้จัก ได้สิคะ แต่ต้องรู้จักให้เกียรติกันด้วย เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิดว่าใครเป็นเจ้าสาวกันแน่”

“เจ้าสาวชั่วคราวเนี่ยนะ”

“แต่คืนนี้ฉันเป็นเจ้าสาว” อยู่ๆหล่อนก็เกิดอยากเรียกร้องขึ้นมา



Don`t copy text!