เมฆพรางจันทร์ บทที่ 17 : มาสอาภาการละคร

เมฆพรางจันทร์ บทที่ 17 : มาสอาภาการละคร

โดย : คุณหญิง ร่ำรวยมหาศาล

เมฆพรางจันทร์ นวนิยายโครงการช่องวันอ่านเอาปีที่ 2 โดย คุณหญิงร่ำรวยมหาศาล กับเรื่องราวของว่าที่เจ้าสาวที่วิญญาณหลุดออกจากร่างกับข้อแม้ที่หากอยากฟื้นคืนชีวิตต้องทำภารกิจให้กับยมฑูตหนุ่ม แต่เอ๊ะ! ทำไมอยู่ๆ หัวใจเธอถึงรู้สึกแปลกๆ กับเขานะ มาร่วมลุ้นกับภารกิจและหัวใจที่สั่นไหวของเธอในอ่านเอากับนวนิยายออนไลน์สนุกๆ เรื่องนี้

พสุธากดตัดสัญญาณมือถือจากเครื่องหนึ่งเพื่อรับสายอีกเครื่องหนึ่ง

“ดิน…น้าดีใจที่ดินรับสายสักที” เสียงของปลายสายสั่นเครือเจือก้อนสะอื้นน่าสงสาร “น้ารักดินมากนะลูก แต่เรื่องที่น้าขอ…”

“น้าใจ ผมก็พยายามแล้ว แต่มันยังไม่ได้จริงๆ”

“น้าก็ไม่มีคนอื่นที่พอจะพึ่งพาได้เหมือนดิน เรามีกันสองคนน้าหลานนะลูก จำได้ใช่ไหม”

คนฟังขบฟันกรอด นึกถึงตอนเรียนชั้นมัธยมปลาย เพียงใจหรือน้าใจ พาตัวมาทำความรู้จักกับเขา บอกว่าเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของแม่แท้ๆ ที่เสียชีวิตไป พร้อมกับเล่าเรื่องราวบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนให้ได้รับรู้

วันนั้นพสุธามึนงง สับสน หัวใจเขาแตกสลายแทบเป็นเสี่ยงๆ ข้อมูลและหลักฐานต่างๆ ที่เพียงใจนำมาให้ดู มันชัดเจนมาก

“ผมจำได้” เสียงทุ้มแหบพร่าเพราะความรู้สึกปั่นป่วนเกินจะอธิบาย

“ดินรู้ทุกอย่างว่าอะไรเป็นอะไร ดินต้องไม่ลืมนะลูก พ่อกับแม่ของดินต้องสูญเสียทั้งหมดไปเพราะใคร แถมชีวิตยังรักษาเอาไว้ไม่ได้อีก”

พอปลายสายพูดเรื่องนี้ ทำให้พสุธากำมือเข้าหากันแน่น

“ผมไม่เคยลืม ยังไงพวกมันก็ต้องชดใช้” ชายหนุ่มถอดแว่นตาออก ก่อนจะใช้นิ้วกรีดน้ำตาออกจากหัวตาที่แดงก่ำ “ผมมีโอนไปให้แค่หมื่นเดียว น้าใจใช้ประหยัดหน่อยก็แล้วกัน”

“ได้ลูก ขอบใจดินมากนะที่ช่วยน้า” เพียงใจพูดต่อ “แล้วของที่เอาไปวันนั้นหมดหรือยัง ได้ทำตามที่น้าบอกไหมดิน”

“ทำสิ ผมทำทุกอย่าง”

“ดีมาก เด็กดีของน้า น้าอยู่ข้างดินเสมอนะลูก เราเป็นสายเลือดเดียวกัน น้าดีใจที่ดินแก้แค้นให้พี่สาวเพียงคนเดียวของน้า วิญญาณของแม่ดินต้องกำลังดีใจมากแน่ๆ”

 

บทสนทนาของภาณุรุจกับบุคคลปริศนาในสายโทรศัพท์ที่แอบได้ยินโดยบังเอิญหลังกลับมาจากข้างบ้านเมื่อบ่ายแก่ๆ นี้ ทำให้มาสอาภาขลุกอยู่ในห้องนอน ไม่ยอมออกมาร่วมโต๊ะกินข้าวตอนเย็น แม้ว่าม่านฝนจะเคาะเรียกและเซ้าซี้จนน่ารำคาญก็ตาม เธอก็ไม่นำพา โชคดีที่ข้าวเช้าสำคัญกว่าข้าวเย็น

ความจริงอีกอย่างที่รู้ในวันนี้คือ ภาณุรุจค้างกับม่านฝนที่นี่

เขาแอบ ‘กิน’ ผู้หญิงคนอื่นมาตลอดนี่เอง มิน่า…ระหว่างที่ภาณุรุจคบหากับเธอ เขาถึงไม่มีกิริยารุ่มร่ามหรือเอาเปรียบเกินเลยสักนิด เอ…สรุปว่าเขาไม่ได้รักเธอ หรือเขารังเกียจเธอกันแน่

แต่มาสอาภาไม่ได้รู้สึกอาลัยอาวรณ์ หงุดหงิด หรือเจ็บแค้นผู้ชายเฮงซวยคนนั้นอีกต่อไปแล้ว อาจเป็นเพราะ ‘รักแรก’ ที่เติมเต็มความหวานใส่หัวใจเธอในวันนี้ก็เป็นได้

‘ไม่มีอะไรมาก แค่เริ่มต้นจากรัก ค่อยๆ ขยับเป็นรักมาก รักที่สุด แล้วก็รักมาตลอด’

มีแต่คำว่ารักเต็มไปหมดเลย…

ลุงน่ารักขนาดนี้ได้ยังไงกัน!

“มีใครเขาเรียกแฟนตัวเองว่าลุง” ดับปราณพึมพำเบาๆ ขณะร่างของเขาปรากฏขึ้นบริเวณปลายเตียง “สงสัยอยู่กับยายตัวแสบมากไปสินะ”

เฮ้ย! ทำไมแค่คิดถึง เขาก็โผล่มาในห้องนอนได้ล่ะ ไวกว่าสัญญาณเน็ตมือถือห้าจีอีก

“จิตปฏิพัทธ์ไง” เขาตอบ พร้อมกับมองคนกำลังอึ้งนิ่งๆ “ทำไมไม่กินข้าวเย็น”

“ฉันไม่หิวค่ะ” มาสอาภากะพริบตาปริบๆ “คุณเป็นห่วงฉันเหรอ”

“ไม่ให้ห่วงเธอ จะให้ไปห่วงใคร”

คนได้รับความห่วงใยอึ้งไป หน้าแดงก่ำ ไม่เคยโดนยมทูตอ่อยมาก่อน ทำตัวไม่ถูกเลยจ้า

“แหม พอเปิดตัวแล้วก็ฟาดท่อนอ้อยใส่ยายมาสไม่ยั้งเลยนะคะลุงขา…” เสียงวายชีวาดังขึ้น แล้วร่างบอบบางในชุดนอนสายเดี่ยว มีเสื้อคลุมยาวกรุยกราย ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงเก้าอี้ทำงานอีกด้าน

ดับปราณเลิกคิ้วมองยมทูตจอมจุ้นที่นั่งไสเก้าอี้ทำงานมาใกล้มาสอาภา ส่งสายตาดุมาจากปลายเตียง แต่ก็ยังนั่งนิ่งไม่ได้พูดอะไร

“ไม่ต้องเหล่ ไม่ต้องมองแรงขนาดนั้นค่ะลุง กลางดึกแบบนี้ อยู่กันตามลำพังสองต่อสอง ถึงจะอยู่หัวเตียงกับปลายเตียง มันก็น่าเกลียด” พูดแล้วเธอก็หัวเราะคิกคัก ยกดอกไม้สีม่วงอ่อนในมือโบกไปมา “จะจีบกัน จะจูบกัน จะทำอะไรกัน ก็เชิญตามสบายนะค้า หนูไม่แอบดูหรอก แค่มานั่งเป็นเพื่อนกันไม่ให้คนอื่นเขานินทา”

มาสอาภายิ่งเขินหนักขึ้นไปอีก พลางคิดในใจขำๆ นี่มันห้องส่วนตัว คนอื่นที่ไหนจะมาเห็นแล้วเอาไปนินทาค้า

“แหม ห้องส่วนตัวน่ากลัวออกนะยะหล่อน ฉันดูในซีรีส์หลายต่อหลายเรื่อง เขาหลอก ‘กิน’ กันที่ไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่ในห้องส่วนตัว กินกันชิวๆ เพลินๆ ไม่มีใครกวน” ยมทูตจอมแอ๊วยังตั้งหน้าตั้งตาแซวไม่ยั้ง พลางยกมือป้องปากกระซิบกระซาบกับเจ้าของห้อง “เผื่อมียมทูตคลั่งอดใจไม่ไหว ฉันจะได้ช่วยเธอทันไงยายมาส”

ดับปราณพยักหน้า ดวงตาคมแวววาว จับจ้องจอมป่วนนิ่งๆ “อืม ใกล้คลั่งแล้วละ”

“เห็นไหมๆ ยายมาส ลุงเขากำลังจะอดใจไม่ไหวแน้ว” วายชีวาทำท่ายกมือกางนิ้วปิดหน้า “วุ้ยๆ จู๋จี๋กันตามสบายเลยค่า หนูไม่แอบดูหรอก”

มาสอาภาหัวเราะคิกคัก เมื่อดับปราณดีดนิ้ว แล้วมือกับเท้าของวายชีวาก็มีเชือกรัดไว้แน่นหนา…เจ้าตัวถึงกับร้องวี้ด เมื่อโดนพันธนาการจากเวทมนตร์ร้ายกาจ

“ไอ้ลุง! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย เอาเชือกมามัดทำไมเนี่ย ฉันจะฟ้องพี่ชายฉันแน่”

“ไปฟ้องเลย พี่ชายเธอเข้าใจดีว่าฉันทำแบบนี้เพราะอะไร”

“ลุง! แก้เชือกเดี๋ยวนี้นะ”

“หยุดพูดสักสิบนาทีซิ เดี๋ยวจะลองคิดดู”

ยมทูตสาวค้อนใส่ผู้มีพลังมากกว่าซึ่งนั่งกอดอกและยิ้มมุมปากอย่างเป็นต่อ เธอจึงหันไปทางมาสอาภา “ยายมาส ฉันว่าเธอลองทบทวนใหม่ดีไหม อีตาลุงนี่นิสัยไม่ดีหรอก มีดีแค่หล่อ หน้าก็นิ่ง ตัวก็เย็น เชื่อฉันเถอะ เดี๋ยวฉันแนะนำหนุ่มหล่อๆ แซ่บๆ เอ๊าะๆ ในสังกัดให้ เธอจะเอากี่คนก็ได้ ฉันจัดให้”

คนถูกเกลี้ยกล่อมหัวเราะเสียงใส เหลือบตามองคน เอ่อ…ยมทูตที่เพิ่งได้มาเป็นแฟนอย่างงงๆ เมื่อสักพักนี้ด้วยสายตาเหมือนขอความเห็น

ดับปราณถอนหายใจกับคำพูดยุแยงของอีกฝ่าย ก่อนจะหรี่ตาแคบแล้วดีดนิ้วอีกครั้ง

ตุ๊กตาไก่โอ๊กสีเหลืองทำจากยาง ตาโตเหลือกลาน ปากกว้างสีแดงแจ๋ ตัวขนาดประมาณฝ่ามือก็อยู่ในปากยมทูตสาวจอมแสบทันที

“อ๊าย อะไอเอี่ย เอาออกอ๊ะโอ๊ย”

“ปากแจ๋วนักก็เอาไว้กัดเล่น จะได้ไม่ต้องพูดมาก”

“อี๊ด อีอุงอ้า อ๊า เอาอันออกไออ๊ะ!” วายชีวาคร่ำครวญ ทำหน้าน่าสงสาร

“อยากให้เอาออกเหรอ”

ยมทูตสาวพยักหน้าเร็วๆ “อื้อๆ”

“เสียใจ”

มาสอาภาหัวเราะจนหอบกับวิธีจัดการความแสบที่ดับปราณใช้ แต่ก็อดสงสารไม่ได้ เลยขอร้องเขา “อย่าไปแกล้งคุณไวน์เลยค่ะ น่าสงสาร”

“ยุเก่ง ชงเก่ง กล้าดียังไงมาแนะนำผู้ชายคนอื่นให้ผู้หญิงของฉัน” เขาให้เหตุผล

คนถูกหวงทำตัวไม่ถูก ยกมือปิดปากอย่างเขินๆ “คุณหวงฉันเหรอคะ”

“ไม่ใช่หวง” ดับปราณพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ก่อนจะลุกขึ้นจากปลายเตียงแล้วเดินมาโน้มหน้าลงกระซิบข้างหูมาสอาภา “แต่หวงมากที่สุด…พรุ่งนี้เจอกัน”

คนกำลังอารมณ์ดีตกใจไม่น้อยกับสัมผัสเย็นเฉียบที่เฉียดผ่านผิวแก้ม หัวใจเต้นระทึก ตัวสั่นไปหมด

ยมทูตสุดหล่อยังหันมายิ้มหวานแถมให้เธออีกที ก่อนจะหิ้วคอจอมโวยวายที่เชือกถูกมัดมือมัดเท้าและมีตุ๊กตาไก่โอ๊กยัดปากหายตัวออกไป

 

เวลา…เป็นสิ่งเดียวบนโลกนี้ที่เดินไปข้างหน้าอย่างซื่อตรง สม่ำเสมอ ไม่มีการหยุดพัก ไม่มีการรั้งรอ สี่วันผ่านไปแล้ว จากวันที่ฟื้นในร่างม่านเมฆ

น่าจะเป็นเพราะความป่วนของวายชีวาผสานกับความหวานของดับปราณ ทำให้มาสอาภานอนหลับสนิทมากเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่ลืมตาขึ้นมาในร่างใหม่ หญิงสาวลุกขึ้นเหยียดแขน ขยับตัวไปมาอย่างเกียจคร้าน แต่จะขี้เกียจไม่ได้สิ เธอหายใจทิ้ง เสียเวลาไปสองวันฟรีๆ แล้ว

เท่ากับเหลือเวลาอีกแค่สิบวันกับอีกสี่ภารกิจ

กระชั้นชิดมากแม่!

เอาจริงๆ ตอนนี้มีแต่เรื่องน่าระแวงไปหมด

กรณีศึกษาจากพฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอกของภาณุรุจ ทำให้เธอเริ่มตั้งคำถาม

มาสอาภารู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คนฉลาดปราดเปรื่อง แต่เธอก็ไม่ได้โง่ขนาดจะถูกหลอกง่ายดายขนาดนั้น ว่ากันตามจริง ภาณุรุจเลือกที่จะแต่งงานกับเธอออกหน้าออกตา ฝ่ายนั้นคงคิดว่าเป็นวิธีเดียวที่จะสามารถทำให้เธอยกอะไรต่อมิอะไรให้เขาง่ายที่สุด

เสียใจเถอะจ้ะ คนอย่างมาสอาภาผู้ถือคติเสียเงินเป็นแสน ยังไงต้องได้จับมากกว่าแขน…ไม่มีทางยกอะไรต่ออะไรที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองให้ผู้ชายหรอกย่ะ

แต่พูดถึงน้ำพักน้ำแรง ม่านเมฆมีเงินให้เธอใช้บ้างหรือเปล่า

หญิงสาวเหลือบตามองไปที่โต๊ะทำงาน จึงลุกไปสำรวจดู ลิ้นชักด้านล่างสุด เจ้าของร่างเก็บซองสีน้ำตาลที่บรรจุสัญญางานแปลต่างๆ พร้อมกับเอกสารสำคัญของตัวเองเอาไว้ เธอพยักหน้าอย่างทึ่งๆ ที่ม่านเมฆจัดเรียงทุกอย่างไว้อย่างดี เป็นระเบียบเรียบร้อย มือบางจึงเปิดลิ้นชักด้านบน ริมฝีปากนุ่มคลี่ยิ้มสมใจ เมื่อพบสมุดบัญชีพร้อมบัตรเอทีเอ็มและกระดาษจดรหัสแผ่นเล็กๆ สอดอยู่คู่กันในลิ้นชัก

โทรศัพท์มือถือของม่านเมฆก็พังเพราะอุบัติเหตุ ช่วงนี้เธอจึงไม่ได้เข้าดูความเป็นไปบนโลกออนไลน์ แต่ช่างก่อน ถึงยังไงตอนนี้ตนเองก็เป็นเจ้าหญิงนิทรา นอนหลับสวยๆ อยู่โรงพยาบาล เพราะฉะนั้นเธอควรจะรีบทำภารกิจให้เสร็จ แล้วค่อยอัปเดตเรื่องราวแสนมหัศจรรย์นี้ลงโซเชียลก็ยังไม่สาย

มาสอาภามองจำนวนเงินคงเหลือในบัญชีแล้วนิ่งไปนิดหน่อย ปกติเงินจำนวนนี้ เธอแค่กะพริบตาก็ใช้หมดแล้ว แต่นี่อีกสิบวัน จะพอใช้ไหม

ช่างเถอะ ไม่พอก็ต้องพอ เธอควรกดเงินจำนวนนี้ออกมาสำรองไว้ใช้ก่อน พอฟื้นในร่างตัวเองเมื่อไหร่ ค่อยเอามาคืนพร้อมดอกเบี้ยก็แล้วกัน

เพราะทุกอย่างจะจบลงอย่างดีและมีความสุข อีกแค่สิบวันเท่านั้นเอง…

 

มาสอาภาโล่งอกไปหนึ่งเปลาะ เมื่อเดินออกมาจากห้องนอนแล้วไม่เจอใครในบ้าน ก่อนจะเห็นบนโต๊ะมีข้าววางเตรียมไว้ให้ หญิงสาวผู้ถือคติประท้วงได้ทุกอย่างแต่ห้ามอดข้าว ถอนหายใจแล้วเดินไปกินจนหมดจาน

เสียดายของหรอก อุตส่าห์ทำไว้น่ากินเชียว

เห็นจากโน้ตแผ่นเล็กบนโต๊ะกินข้าวก็รู้ว่าม่านฝนไปกับภาณุรุจ แต่เขาทั้งสองจะไปไหนกันนั้น ก็สุดที่จะรู้ได้

คนมาอาศัยร่างของน้องสาวเจ้าของบ้านจึงสำรวจตรวจตรารอบบ้านอย่างดีอีกครั้ง แล้วล็อกกลอนประตูจากด้านใน ก่อนชะงักเมื่อเห็นยมทูตสาวยืนพิงรถโบกมือทักทายเธออยู่ข้างบ้าน

“ไฮ…เบบี๋ สนใจให้ไปส่งไหมจ๊ะ”

คนถูกถามยิ้มกริ่ม อดหัวเราะออกมาอย่างขบขันไม่ได้ ขณะนึกถึงสภาพของอีกฝ่ายที่ถูกเชือกมัดมือมัดเท้าแถมยังโดนตุ๊กตาไก่โอ๊กยัดปากเมื่อคืนนี้

ผู้ล่วงรู้ความคิดและหวังดีจะไปส่งที่หมายชักสีหน้า ทำหน้าหงิกหน้างอ พร้อมกับกอดอกเบ้ปากใส่อย่างหมั่นไส้

“เธอหัวเราะเยาะฉันเหรอ เดี๋ยวก็สั่งให้ตบปากเท่าอายุฉันหรอก!”

“คิดแล้วอดขำไม่ได้จริงๆ ค่ะ” มาสอาภาตอบตามตรง และยังหัวเราะอยู่ ไม่ถือสาคำขู่ของเจ้าหล่อน “คุณจะไปส่งฉันหรือคะ ดีเลย…ไม่มีรถนี่ไม่สะดวกเลยอะ”

“อยากขับเองไหมล่ะ” วายชีวาเสนอ

คนเพิ่งประสบอุบัติเหตุมาถอนหายใจ ก่อนส่ายหน้า “ไม่ดีกว่าค่ะ ขนาดเห็นแค่รถก็ยังขนลุกอยู่เลย คุณไวน์ขับดีแล้ว เอ่อ…แล้ว…คุณดับปราณไปไหนเหรอคะ ไม่ไปด้วยกันเหรอ”

นั่นสิ เขาหายไปไหน ก็นัดไว้เมื่อคืนว่าเจอกันวันนี้ไง

“แหมๆๆๆ คิดถึงลุงละสิ” ยมทูตสาวทำทีพยักหน้าเข้าใจ “ก็แบบนี้แหละ ข้าวใหม่ปลามัน ถ้าเมื่อคืนฉันไม่เข้าไปแอบส่อง คงเข้าหอกันฟินไปแล้วแน่ๆ เชอะ!”

“เอ๊ะ ข้าวใหม่ปลามันอะไรกันคะ แล้วเข้าหออะไร ฟินที่ไหนยังไง ฉันกับเขาแค่เพิ่งเริ่มต้นเอง แถมยังงงๆ อยู่ด้วยซ้ำ” มาสอาภาหน้าแดงก่ำ รีบแสดงท่าทางโวยวายกลบเกลื่อน

“ไม่ต้องมาตั้งมาสอาภาการละครแถวนี้เลย ดูก็รู้ว่าปลอมย่ะ ลุงไปธุระนิดหน่อยนั่นแหละ เดี๋ยวก็มา” วายชีวาค่อนแคะนิดหน่อยตามประสา แล้วบอกง่ายๆ แต่ไม่ได้ขยายความว่า ‘ธุระนิดหน่อย’ ของยมทูตรุ่นพี่คืออะไร จากนั้นทั้งสองก็พากันไปยังจุดหมายปลายทางที่มาสอาภาต้องการ

ก่อนจะเดินขึ้นไปห้องพักผู้ป่วยด้านบน หญิงสาวแวะกดเงินจากตู้เบิกเงินสดเรียบร้อย

“อย่างน้อยยายเจ้าของร่างนี่ก็มีเงินให้เธอใช้เนอะ” วายชีวาพึมพำ “ลุงเตรียมทุกอย่างไว้รอบคอบจริงๆ หาร่างให้เธอได้แจ๋วมาก”

เป็นอีกครั้งที่เธอได้ยินอะไรคล้ายๆ แบบนี้ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน “สรุปคือที่ฉันต้องมาอยู่ในร่างนี้เพราะคุณดับปราณเป็นคนจัดการใช่ไหมคะ”

วายชีวาเห็นว่าหลบเลี่ยงไม่ได้ จึงเลือกตอบไปตามตรง “อืม”

“ทำไมถึงเลือกร่างนี้นะ” มาสอาภาพึมพำด้วยความสงสัยบ้าง แต่ก่อนจะซักไซ้ไล่เลียงหาความอะไรเพิ่มเติมจากผู้นำวิญญาณไปโลกแห่งความตายตนนี้เพิ่มอีก เธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงของเพื่อนสนิทเดินออกจากลิฟต์มา จึงรีบโผเข้าไปหาทันที

“วิน! เราดีใจจังเลยที่เจอวิน”

 



Don`t copy text!