ตราบหัวใจไม่แพ้ บทนำ : สายสัมพันธ์

ตราบหัวใจไม่แพ้ บทนำ : สายสัมพันธ์

โดย : พรรณสิริ

ตราบหัวใจไม่แพ้ นวนิยายจากโครงการช่องวันอ่านเอาปีที่ 2 โดย พรรณสิริ แม้สังเวียนแห่งการต่อสู้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่องอาจก็ไม่เคยหวั่น หากเมื่อเป็นสังเวียนหัวใจกลับยิ่งยากกว่า ระหว่าง ‘รุ้ง’ ดอกฟ้าที่ทุกคนหมายปอง กับ ‘หลี’ เด็กสาวธรรมดาที่ไม่เคยทอดทิ้งเขาไปไหน ใครคือคนที่ใช่…นิยายออนไลน์ที่เราอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

หญิงวัยกลางคนกระหืดกระหอบขึ้นบันไดโรงพักในยามค่อนคืน ผลักบานประตูกระจกเข้ามาได้ก็ปรี่เข้าไปหาคนในเครื่องแบบที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์แก้ง่วงอยู่

“คุณตำรวจ หลานชายฉันอยู่ไหน จ่าประชาฝากคนไปบอกให้มารับมันกลับบ้าน”

“อ้อ เด็กที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์มากับจ่า รอเดี๋ยวนะ”

ตำรวจยศนายสิบลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างเนือยๆ พลางชะโงกหน้าผ่านฉากกั้นตะโกนเรียกคนด้านใน “ไอ้หนู มีคนมารับแล้ว”

เด็กชายหน้าตาขะมุกขะมอมค่อยๆ โผล่ศีรษะขึ้นมา สีหน้าหวาดหวั่นอย่างรู้ตัวว่าทำความผิดมาและกำลังจะถูกลงโทษ

“ออกมานี่เลย ไอ้ตัวแสบ! บอกย่าว่าจะไปตกปลา แล้วทำไมไปโผล่อยู่บนถนนกับพวกแก๊งมอเตอร์ไซค์ หา!” ผู้สูงวัยตะโกนด่าหลานชายข้ามหัวนายตำรวจตามประสาชาวบ้าน

“ใจเย็นๆ ป้า มันก็แค่ตามไปดูเขาแข่งรถ ตัวกะเปี๊ยกเดียว ยังลงสนามไม่ได้หรอก” ตำรวจอีกนายจูงเด็กชายออกมาส่งให้ผู้ปกครอง

“อย่าทำเป็นใจเย็นไปนะจ่า อีกแค่ปีสองปี ขี้คร้านจะยกล้อปร๋อไป รอบก่อนที่จับมา อายุน้อยสุดแค่สิบสองเอง” นายตำรวจยศต่ำกว่าส่ายหัวอย่างเอือมระอา

สถานีตำรวจแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ตลาด มีชุมชนแออัดอยู่ด้านหลัง เจ้าหน้าที่จึงต้องรับมืออาชญากรรมหลายรูปแบบตั้งแต่ลักเล็กขโมยน้อย ฉกชิงวิ่งราว หรือยาเสพติดอยู่เนืองๆ โดยผู้ก่อเหตุมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ อย่างน่าตกใจ

จ่าประชามองหน้าสองย่าหลานสลับไปมาอย่างหนักใจ หน้าตาหม่นหมองอมทุกข์ของผู้สูงวัยปลุก ความรู้สึกผิดที่ติดค้างอยู่ในใจขึ้นมาอีกครั้ง

หากไม่เป็นเพราะเขาขอร้องให้อเนก อดีตนักมวยบาดเจ็บซึ่งผันตัวมาขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างหน้าตลาดช่วยล่อซื้อยาเสพติดจากในชุมชน เด็กชายตรงหน้าคงไม่กำพร้าพ่อเหมือนทุกวันนี้

“ขอบใจจ่ามากนะที่ให้คนไปบอก ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่รู้ว่าจะไปตามหาตัวมันได้ที่ไหน” นางอุ่นหันไปฉุดแขนหลานชาย “ไป กลับบ้าน ดูสิ ดึกดื่นป่านนี้ ข้ายังเตรียมของไม่เสร็จ พรุ่งนี้กว่าจะได้ออกไปขาย ตลาดวายกันพอดี”

นางอุ่นเป็นแม่ค้าขายห่อหมกอยู่ในตลาดสด สามีซึ่งเป็นช่างก่อสร้างตกนั่งร้านเสียชีวิต จึงต้องเลี้ยงดูบุตรชายคนเดียวตามลำพังมาจนเติบใหญ่ อเนกซึ่งสนใจเอาดีทางหมัดมวย เดินสายชกมวยตั้งแต่ชั้นมัธยมต้นซึ่งคนเป็นแม่ก็ไม่ได้คัดค้าน เพราะได้ค่าชกมวยจากบุตรชายมาจุนเจือชีวิตอยู่เนืองๆ นางอุ่นเป็นคนมัธยัสถ์ จึงพอจะเก็บหอมรอมริบ ซื้อทองหยองใส่ได้ไม่อายคนในตลาด

อเนกอยู่กินกับแฟนสาวจนให้กำเนิดบุตรชายตัวน้อย นางอุ่นกลายเป็นย่า หยุดขายห่อหมกอยู่บ้าน ช่วยเลี้ยงหลานเต็มตัว

ชีวิตที่เริ่มนับถอยหลังเข้าสู่บั้นปลายดูราวจะราบรื่นและสงบสุข แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ในการชกครั้งสำคัญ หากชนะจะได้เงินรางวัลนับแสนบาท อเนกซึ่งหวังจะนำพาครอบครัวออกจากชุมชนหลังตลาดกลับถูกน็อก สมองได้รับความกระทบกระเทือน ไม่อาจหวนคืนสังเวียนผ้าใบได้อีก

นางอุ่นกลับมาขายห่อหมกอีกครั้ง และใช้เงินทองที่เก็บสะสมมาซื้อเสื้อวินมอเตอร์ไซค์หน้าตลาดให้ลูกชายไว้ขี่เลี้ยงชีพ

เวรกรรมยังไม่จบลงง่ายๆ ลูกสะใภ้หนีหายออกจากบ้าน ทิ้งหลานชายให้กลายเป็นเด็กกำพร้าแม่ หลังจากนั้นไม่นาน อเนกก็ถูกกระสุนปืนของผู้ค้ายาเสพติดเสียชีวิต

“น้าอุ่น ช่วงนี้หลานปิดเทอมอยู่ใช่ไหม ให้มันไปซ้อมมวยที่ค่ายได้นะ ฉันมีค่าขนมให้วันละสามสิบบาท” ประโยคสุดท้าย จ่าประชาไม่เชิงคุยกับผู้เป็นย่า แต่หันไปถามเด็กชายที่ยืนหน้ามุ่ยอยู่

แม้ภายนอกจะดูดุ แต่นางอุ่นก็มักใจอ่อนกับหลานกำพร้าเสมอ “ว่าไง จ่าเขาชวนเอ็งไปฝึกมวย เอาไหม ชอบนักไม่ใช่หรือเรื่องต่อยตี ไปซ้อมให้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลย ได้เงินอีกต่างหาก” ย่าช่วยเชียร์อีกทาง

นางอุ่นเองวุ่นวายกับการหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ไม่มีเวลาดูแลหลานชายเต็มเม็ดเต็มหน่วย องอาจโตขึ้นทุกวัน กลัวเหลือเกินว่าสภาพแวดล้อมจะทำให้เสียคน หากได้ตำรวจน้ำดีอย่างจ่าประชามาคอยช่วยกวดขัน ก็น่าจะเบาใจลงได้บ้าง

เด็กชายเงยหน้าขึ้นสบตาคนในเครื่องแบบอย่างลังเล รู้สึกว่าแปลกจากตำรวจทั่วไป แทนที่จะจับเขาขึ้นรถกระบะตราโล่ไปพร้อมกับก๊วนนักซิ่ง กลับพามาส่งให้ย่าหน้าตาเฉย

“นอกจากค่าขนมรายวัน ถ้าได้ขึ้นชก มีค่าตัวให้ด้วยนะ เอ็งจะได้มีเงินหยอดกระปุกเอาไว้ซื้อมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ๆ ขี่ไงล่ะ”

ดวงตาเด็กชายเป็นประกายเมื่อนึกถึงมอเตอร์ไซค์คันโตส่งเสียงคำรามดังกระหึ่ม

“ไปก็ได้” แม้เพิ่งทำผิดมาหมาดๆ จนผู้เป็นย่าและเจ้าหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ต้องเดือดร้อน แต่เจ้าตัวยังไม่วายทิ้งลาย ตอบกลับอย่างยียวน

“ถ้าอย่างนั้น ฉันฝากด้วยนะ จ่า คิดเสียว่ามันเป็นลูกเป็นหลานก็แล้วกัน ไหนๆ มันก็กำพร้าทั้งพ่อและแม่แล้ว”

“ตกลง มา! จับมือทำสัญญาลูกผู้ชายกันหน่อย”

ขณะสัมผัสมือเล็กบอบบาง จ่าประชาไพล่คิดถึงพ่อของเด็กชายด้วยความรู้สึกแปลบปลาบในช่องอก นักมวยฝีมือดี มีอนาคตรออยู่ในภายภาคหน้า กลับถูกโชคชะตาเล่นตลกให้ต้องยุติอาชีพที่กำลังรุ่งโรจน์ หนำซ้ำต้องมาจบชีวิตลงเพราะยื่นมือเข้าช่วยเหลือราชการ

เขายังจำได้ถึงวันที่ออกปากให้อเนกช่วยล่อซื้อยาบ้า อดีตนักมวยซึ่งผันตัวมาขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างอาสาอย่างไม่ลังเล

‘ถ้าฉันไม่ช่วยแล้วใครจะช่วย ขืนปล่อยไอ้พวกค้ายาไว้ ฉันก็นอนไม่หลับเหมือนกัน กลัวว่าสักวันมันจะมาขายยาให้ลูกฉัน’

ภารกิจทลายรังผู้ค้ายาเสพติดในวันนั้น เจ้าหน้าที่จับตัวผู้เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด แต่กลับต้องสูญเสียชีวิตของคนล่อซื้อไประหว่างที่ตำรวจยิงต่อสู้กับผู้ค้าที่ขัดขืนไม่ยอมมอบตัว

เงินชดเชยจากทางการเพียงน้อยนิดไม่คุ้มกับการที่ครอบครัวต้องสูญเสียเสาหลักไป ความรู้สึกผิดยังติดค้างในใจ เพราะตัวเองเป็นต้นเหตุให้เด็กชายต้องกำพร้าพ่อ และเผชิญกับอนาคตอันไม่แน่นอน

‘อเนก ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ฉันจะดูแลลูกแกให้ดีที่สุด’        

จ่าประชามองตามหลังสองย่าหลานที่จูงมือกันลงบันไดไป ก่อนที่จะเงยหน้าแหงนมองท้องฟ้าในยามดึก

คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด แต่ดาวดวงน้อยยังคงเปล่งแสงระยิบระยับ ส่งให้ฟากฟ้าไม่หม่นมัวจนเกินไปนัก

 



Don`t copy text!