ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 11 : ผีเข้าแต่เช้ามืด

ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 11 : ผีเข้าแต่เช้ามืด

โดย : วิตต ตุลยธัญ

Loading

เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

ร่างของณดาเดินตรงลิ่วไปข้างหน้าด้วยแรงที่มองไม่เห็น ภายในอกพลุ่งพล่านไปด้วยเพลิงแค้นของอวัศยาเจ้าของร่างพยายามฝืนสู้ แต่แรงพยาบาทของอวัศยาแข็งแกร่งเกินกว่าที่ณดาจะต้านทานไหว รู้ตัวอีกที อวัศยาก็พาร่างณดามายืนอยู่ในล็อบบีโรงแรม วิลลา เดอ นัวร์ เรียบร้อยแล้ว

นี่เป็นครั้งแรกที่ณดาได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้ ผนังสูงใหญ่ประดับด้วยแผ่นไม้สีน้ำตาลอ่อนที่จัดวางสลับจังหวะลดหลั่นเป็นชั้นอย่างสวยงาม พื้นไม้และฝ้าเพดานปูด้วยแผ่นไม้สีเข้ม กลางห้องคือชุดโซฟาสีงาช้างที่วางอยู่บนพรมสีเทาผืนใหญ่ ทุกอย่างดูเรียบหรูทว่าอบอุ่น ตอนนี้ยังเป็นเวลาตี 5 กว่าๆ เท่านั้น ล็อบบีจึงยังเงียบสงบ มีเพียงพนักงานสาวในชุดยูนิฟอร์มสีดำที่กำลังคุยกับลูกค้าฝรั่งที่หน้าฟรอนต์

“ไอ้ศรุตอยู่ไหน” อวัศยาแผดเสียงระดับร้อยเดซิเบลจนดังก้องไปทั้งล็อบบี ทั้งพนักงานสาว ทั้งลูกค้า หันมาอ้าปากค้างพร้อมกัน

“เอ่อ…คุณศรุต” พนักงานสาวใบหน้าซีดเผือด

“ผมอยู่นี่ครับ คุณมีอะไรมิทราบ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง เจ้าของเสียงคือชายวัยกลางคนในชุดเสื้อคอจีนสีดำ เส้นผมใส่น้ำมันที่หวีจนเรียบแปล้ของเขามีสีเทาแซมอยู่เล็กน้อย

คนนี้น่ะเหรอศรุต ดูไม่เห็นจะน่ากลัวอะไรขนาดนั้นเลย ณดาคิดในใจ

“แล้วคุณเป็นใคร”

“ฉันมาจากบ้านชมดาว” เป็นอีกครั้งที่ดวงวิญญาณสาวลืมตัวไปว่ากำลังใช้ร่างณดาอยู่ “นี่แกจะหาเรื่องพวกเราไปถึงไหน อิจฉาหรือไงที่โรงแรมพวกเราดีกว่าโรงแรมกระจอกของแก”

“นี่คุณพูดเรื่องอะไรของคุณ” ศรุตดูเหมือนจะเริ่มโมโหขึ้นมา

“ก็เรื่องที่แกจ้างคนมาจัดบ่อนที่โรงแรมฉันไง ไม่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้เลย ไอ้ชั่ว…”

จากนั้นคำหยาบสารพัดก็พรั่งพรูออกจากปากของณดาอย่างควบคุมไม่อยู่เหมือนท่อแตก ศรุตทำท่าจะเถียงกลับแต่ดวงวิญญาณสาวไม่เว้นช่องว่างให้คนถูกด่าได้อ้าปากเลยแม้แต่วินาทีเดียว ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ณดาไม่เคยพูดคำหยาบมากมายขนาดนี้ในเวลาเดียวกันมาก่อน

“นี่คุณพูดจบหรือยัง” ในที่สุดศรุตก็หาจังหวะพูดได้สำเร็จ

ณดารู้สึกเหนื่อยหอบจนแทบหายใจไม่ทัน ก็จะไม่ให้เหนื่อยได้ยังไงล่ะ เจ๊แกเล่นด่าเป็นชุดเหมือนปืนกลไม่กลัวกระสุนหมดแบบนี้ พอเริ่มจะหายเหนื่อย อวัศยาก็ทำท่าจะด่าต่อ โชคดีที่ศรุตยกมือขึ้นปรามไว้ก่อน

“เดี๋ยวก่อนครับ อย่าเพิ่งพูด ผมไม่รู้จริงๆ ว่าคุณพูดถึงอะไร แต่เรื่องที่คุณบอกมันไม่เกี่ยวกับผม ไว้คุณใจเย็นก่อนแล้วค่อยกลับมาคุยกันดีกว่า” ศรุตพูดรีบๆ เหมือนกลัวจะโดนแย่งพูดอีก

คราวนี้อวัศยาไม่พูดอะไรแต่เดินเข้าไปผลักอกศรุตเต็มแรง ในตอนนั้นเอง รปภ.สองคนที่ยืนดูท่าทีอยู่ก็รีบวิ่งเข้ามาชาร์จ รปภ.คนที่อายุมากกว่าเข้ามารับตัวศรุตไว้ก่อนจะล้มลง ส่วน รปภ.อีกคนที่ดูหนุ่มกว่าวิ่งเข้ามาล็อกแขนทั้งสองข้างของณดาเอาไว้

“ฉันเจ็บนะโว้ย ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” อวัศยาสะบัดแขนเต็มแรงจนร่างของ รปภ.หนุ่มกระเด็นลงไปกองกับพื้น เมื่อเห็นท่าไม่ดี พนักงานสาวที่หน้าฟรอนต์จึงโทรไปเรียกกำลังเสริมจาก รปภ.จุดอื่นมาช่วย

ในที่สุดณดาก็ถูกพากลับมาที่บ้านชมดาวอีกครั้งด้วยแรงของ รปภ.ถึงห้าคนที่ต้องต่อสู้กับแรงต่อยและแรงถีบของอวัศยาไปตลอดทาง ในขณะที่เจ้าของร่างตัวจริงอย่างณดาได้แต่อยู่เงียบๆ ในร่างของตัวเอง

 

ต้องใช้เวลาอีกเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าที่อวัศยาจะสงบสติลงได้ คนที่ปลอบให้อวัศยาใจเย็นลงคือคิรินนั่นเอง ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าคนที่เขาปลอบโยนคือพี่สาวของตัวเอง คงคิดไปว่ากำลังปลอบณดาที่จู่ๆ ก็อารมณ์ขึ้นแบบไม่มีสาเหตุ ในที่สุดอวัศยาก็ยอมออกจากร่างณดา และรวีก็คือคนที่เข้ามารับไม้ต่อในการปลอบโยนดวงวิญญาณสาวต่อไป

ณดาสูดหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อบรรเทาอาการเหนื่อยหอบ หญิงสาวไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการให้ดวงวิญญาณพยาบาทเข้าสิงร่างจะสิ้นเปลืองพลังงานมากถึงเพียงนี้

ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด คิรินควบคุมตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง เขาหนักแน่นราวกับภูผาสมชื่อ เจ้านายหนุ่มอัปเดตข่าวร้ายล่าสุดให้ฟังว่าเขาได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วและพบว่า วิดีโอทั้งหมดในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ถูกลบทิ้งจนเกลี้ยง

“แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะ” ณดาถามด้วยสีหน้ากังวล

คิรินไม่ตอบแต่ยิ้มที่มุมปากเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

“มีอะไรคะ” ณดาทำหน้าตาเลิ่กลั่ก

“เปล่าครับ เมื่อกี้คุณดูเหมือน…”

“เหมือนอะไรคะ” ณดาเริ่มหน้าแดง

“เมื่อกี้ตอนที่คุณเดินไปอาละวาดคุณศรุต คุณดูเหมือน…โดนผีเข้าเลยครับ” คราวนี้คิรินหัวเราะเสียงดังอย่างไม่เก็บอาการ

จะไม่ให้เหมือนยังไงล่ะ เมื่อกี้ฉันน่ะโดนผีเข้าเต็มๆ เลย ก็ผีพี่สาวคุณนั่นแหละที่เข้าร่างฉัน

“อย่าเพิ่งนอกเรื่องสิคะ นี่มันเรื่องใหญ่นะคะคุณคิริน” ณดาค้อนเจ้านายหนุ่ม “คุณคิรินพอจะนึกออกมั้ยคะว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”

คิรินหยุดหัวเราะแต่ณดายังแอบเห็นเขายิ้มนิดๆ ที่มุมปาก “ที่ข้อมูลในกล้องวงจรปิดหายไปแบบนี้ ผมคิดว่าคนในของเราอาจจะร่วมมือกับคนร้ายครับ รอปอภอที่เราเพิ่งรับเข้ามาใหม่ลางานวันนี้พอดี โทรไปก็ติดต่อไม่ได้ ผมเดาว่าเขาน่าจะเป็นคนที่ฝั่งนั้นจ้างมา”

“แล้วคุณคิดว่าเป็นฝีมือของคุณศรุตจริงๆ เหรอคะ”

“ที่จริงผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ คุณศรุตเขาชอบหาเรื่องโรงแรมเราก็จริง แต่ที่ผ่านมาเขาก็แค่พยายามจับผิดเราเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่เคยใช้วิธีสกปรกแบบนี้”

“ฉันสาบานได้เลยนะคะว่าเมื่อวานตอนที่ฉันเข้าไปเช็กห้องบอลรูมครั้งสุดท้าย ทุกอย่างยังปกติดีอยู่เลย ไม่มีอุปกรณ์การพนันอะไรทั้งนั้น”

“ผมเชื่อคุณครับ” คิรินยิ้มให้ณดาอีกครั้ง “ถ้าให้ผมเดา พวกเขาน่าจะแอบขนอุปกรณ์เข้ามาช่วงกลางดึก แล้วรอปอภอคนที่ว่าก็น่าจะเป็นคนช่วยพวกเขาครับ”

ณดารู้สึกสิ้นหวังอย่างบอกไม่ถูก ภาพจากกล้องวงจรปิดก็ไม่มี ข้อมูลเครดิตการ์ดก็ไม่มี แถม รปภ.ก็ยังมาหนีหายไปอีก สรุปว่าไม่มีอะไรเชื่อมโยงไปถึงคนร้ายตัวจริงได้เลยสักอย่าง

ในตอนนั้นเองที่เสียงเคาะประตูห้องทำงานของคิรินดังขึ้น

“เข้ามาได้เลยครับ” คิรินส่งเสียงบอก

ฝ้ายเดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าลังเล เธออ้ำอึ้งอยู่หลายวินาทีก่อนจะพูดขึ้น “เอ่อ…พอดีว่ามีคนอยากขอพบคุณคิรินน่ะค่ะ แต่ฝ้ายไม่แน่ใจว่าควรจะให้เขาเข้ามาดีมั้ย”

“ใครครับ” คิรินเลิกคิ้วสงสัย

“เอ่อ…คุณศรุตค่ะ บอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วยค่ะ”

ณดายกมือขึ้นกุมหน้าผาก หมอกนะหมอก ไม่น่าไปอาละวาดที่โรงแรมนั้นเลย

“ให้เขาเข้ามาได้เลยครับ” คิรินเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น

ทันทีที่พูดจบ ชายวัยกลางคนก็เดินเข้ามาในห้อง ณดาก้มหน้างุดแกล้งทำเป็นมองพื้น ไม่กล้าสู้หน้าคู่กรณีที่เธอ…ไม่ใช่สิ…วิญญาณในร่างเธอเพิ่งจะไปหาเรื่องมาเมื่อเช้า

“สวัสดีครับคุณศรุต มีอะไรให้พวกเราช่วยหรือเปล่าครับ”

“คุณใจเย็นลงแล้วใช่มั้ยครับ” ศรุตหันมาถามณดาด้วยท่าทางหวั่นๆ

“ค่ะ” ณดาตอบสั้นๆ โดยไม่มองหน้าคนถาม

“ดีครับ ผมได้ยินปัญหาของพวกคุณหมดแล้ว ผมคิดว่าผมน่าจะช่วยคุณได้นะครับ”

ณดาเงยหน้าขึ้นมองศรุตเหมือนไม่เชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

ศรุตยื่นแฟลชไดรฟ์อันหนึ่งให้คิริน “คุณลองเปิดนี่ดูก่อนดีกว่าครับ เปิดดูไฟล์แรกก่อนเลยนะครับ”

คิรินหยิบแฟลชไดรฟ์มาเสียบเข้ากับแล็ปท็อปแล้วเปิดไฟล์วิดีโออันแรกสุดตามที่ศรุตบอก สิ่งที่ปรากฏขึ้นคือภาพจากกล้องวงจรปิดที่บอกเวลาประมาณตีสองเศษๆ ในวิดีโอมีรถกระบะคันหนึ่งจอดอยู่ คนขับเดินลงจากรถแล้วคุยอะไรบางอย่างกับ รปภ.คนที่หายไป แล้วทั้งสองคนก็ช่วยกันขนอุปกรณ์การพนันลงมาจากหลังรถกระบะ

ในหัวของณดาเต็มไปด้วยคำถาม ภาพจากกล้องวงจรปิดตรงหน้าดูเหมือนจะถ่ายจากภายในบ้านชมดาว แต่ณดานึกไม่ออกเลยว่ากล้องตัวนี้ตั้งอยู่ที่มุมไหน

“คุณได้ไฟล์นี้มายังไงค่ะ” ณดาตัดสินใจถามศรุตไปตรงๆ

เมื่อได้ยินคำถามของณดา ศรุตดูท่าทางลังเลเล็กน้อย ชายวัยกลางคนนิ่งไปพักใหญ่เหมือนกำลังพยายามควานหาคำพูดประโยคต่อไปในอากาศ

“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมขอสารภาพเลยก็แล้วกันนะครับ” คราวนี้เป็นฝ่ายศรุตที่พูดโดยไม่มองหน้าณดาบ้าง “ที่จริงผมจ้างให้คนมาแอบติดกล้องเอาไว้ในโรงแรมคุณน่ะครับ”

“หา! อะไรนะคะ” ณดาตะโกนโหวกเหวกด้วยความตกใจ

“ใจเย็นก่อนสิคุณ ฟังผมอธิบายก่อน”

“ให้เขาอธิบายก่อนเถอะครับ” คิรินใช้มือแตะข้อศอกของณดา

“ตอนแรกผมตั้งใจจะสืบความลับในโรงแรมของคุณ แล้วก็พยายามหาเรื่องจับผิดด้วย” ศรุตพูดเสียงละล่ำละลัก “แต่พอได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงแรม ผมกลับรู้สึกประทับใจในวิธีบริหารจัดการโรงแรมของพวกคุณ เอ่อ อันนี้ผมพูดจากใจจริงนะครับ แล้วพอพนักงานของผมเล่าเรื่องปัญหาที่คุณเจอให้ฟัง ผมก็เลยนึกถึงกล้องที่เคยซ่อนเอาไว้ขึ้นมาได้”

ณดาสูดลมหายใจลึกแล้วจ้องหน้าศรุตอีกครั้ง ดูท่าทางแล้วสิ่งที่เขาพูดน่าจะเป็นความจริง

“คุณศรุตทราบใช่มั้ยคะ ว่าทำแบบนี้น่ะมันผิดกฏหมาย” ณดาพยายามใจเย็นลง ถึงเรื่องที่ศรุตทำจะไม่น่าให้อภัย แต่ในเมื่อตอนนี้มันกลายมาเป็นประโยชน์กับรูปคดี ยังไงก็ต้องใจเย็นเอาไว้ก่อน

“ทราบครับ และผมก็ต้องขออภัยด้วยครับ” ศรุตยิ้มแหยๆ ก่อนจะเดินมายืนข้างคิรินแล้วใช้เมาส์กดซูมภาพวิดีโอเข้าไปที่ป้ายทะเบียนรถ “ผมลองดูไฟล์วิดีโอจากหลายๆ มุมประกอบกัน แล้วก็ดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่หน้าโรงแรมผมด้วย ผมคิดว่าเราน่าจะตามหารถกระบะคันนี้ได้ไม่ยากนะครับ”

“ทำไมคุณถึงช่วยพวกเราคะ” ณดาตัดสินใจถามศรุตไปตรงๆ “ก่อนหน้านี้คุณอยากจะปิดโรงแรมเราไม่ใช่เหรอคะ”

“เมื่อก่อนน่ะใช่ครับ” ศรุตทำหน้าละอาย “ถ้าจะให้พูดตรงๆ คือผมรู้สึกอิจฉาที่พวกคุณทำโรงแรมได้ดีกว่าผมน่ะครับ แล้วพอคุณหมอกมาเสียไป ผมก็รู้สึกผิดกับทุกอย่างที่ผมทำลงไป แล้วอีกอย่าง…”

ศรุตถอนหายใจยาวก่อนจะพูดต่อ “จากนี้ไปผมคงจะไม่ได้ทำโรงแรมต่อแล้วละครับ”

“อ้าว ทำไมล่ะคะ”

ศรุตยิ้มเศร้าๆ “พอดีมีคนมาติดต่อขอซื้อโรงแรมของเราไปแล้วน่ะครับ ที่จริงผมอยากทำโรงแรมต่อนะครับ แต่พอหุ้นส่วนของผมเห็นเงินก้อนโตก็อยากได้เงินมากกว่า โรงแรมของพวกเราน่ะมีปัญหาเรื่องการเงินมาก่อนหน้านี้อยู่แล้วน่ะครับ ทุกคนก็เลยถอดใจกันไปหมด”

ณดานึกไปถึงเรื่องที่อวัศยาเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้เกี่ยวกับนายหน้าที่พยายามรวบรวมที่ดินเพื่อทำโรงแรมขนาดใหญ่ บางทีนายหน้าคนที่ว่าอาจจะเป็นคนที่ซื้อโรงแรมของศรุตนี่เอง

“แต่ว่าเรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอกครับ ตอนนี้เรามาช่วยแก้ปัญหาให้พวกคุณกันก่อนดีกว่า” ศรุตพูดขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าของเขาฉายแววเศร้าที่ยากจะอธิบายอยู่ในนั้น

ณดานึกไม่ออกเลยว่าก่อนหน้านี้อวัศยากับศรุตเคยทะเลาะกันมารุนแรงแค่ไหน แล้วก็ไม่รู้เลยว่าศรุตเคยทำเรื่องแย่ๆ อะไรเอาไว้กับอวัศยาบ้าง สิ่งเดียวที่ณดามองเห็นในตอนนี้ก็คือผู้ชายน่าสงสารคนหนึ่งที่รู้สึกผิดจากใจจริงกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป และเขาก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขความผิดนั้น

 



Don`t copy text!