พยับฟ้าโพยมดิน บทที่ 27.1 : หมวกโทจัพ – Toe Jap Hat

พยับฟ้าโพยมดิน บทที่ 27.1 : หมวกโทจัพ – Toe Jap Hat

โดย : พงศกร

Loading

พยับฟ้าพโยมดิน นวนิยายจากอ่านเอา โดย พงศกร เมื่อน้องชายฝาแฝดหายตัวไปอย่างลึกลับในหมู่บ้านกลางหุบเขาของภูฏาน เขาจำเป็นต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหาก่อนที่จะสายเกินไป เขาต้องยอมรับความช่วยเหลือจากนารีญาหญิงสาวที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขาตั้งแต่แรกเจอพ่วงไปด้วย เธอคนนี้อาจเป็นคนเดียวที่ไขปริศนาต่างๆ และพาเขาไปพบกับน้องชายได้

“ลม…ลิ่วลม”

ล่องเมฆร้องเสียงดัง พร้อมกับสะดุ้งพรวดพราดขึ้นมากลางดึกที่เงียบสงัด เหงื่อโซมกายทั้งที่อากาศเย็นสบาย

หัวใจของเขาเต้นแรง มือไม้เยียบเย็น รู้สึกไม่สบายใจจนต้องลุกขึ้นมานั่ง

เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายเต็มหน้าผากกว้าง

…ฝันร้าย…

เขานอนหลับโดยไม่ฝันอะไรเลยมาหลายเดือนแล้ว

ทว่าคืนนี้เขาฝัน

ฝันเห็นพี่ชายชัดเจนที่สุด

ชัดเจนราวกับว่าเขาร่วมอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย

ในความฝัน ลิ่วลมกำลังเดินทางไปไหนสักแห่ง พี่ชายของเขากำลังจะข้ามลำธารน้ำใส

แต่แล้วน้ำในลำธารก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลขุ่นคลั่ก และเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว ในอีกไม่ถึงนาทีถัดมา กระแสน้ำก็ไหลบ่ามาอย่างรวดเร็วและรุนแรง พัดพาร่างสูงใหญ่ของลิ่วลมไปไหนก็ไม่รู้

เขาเห็นชัดเจนแม้กระทังสีของชูชีพที่พี่ชายสวม ลิ่วลมพยายามประคองตัวเอาไว้ไม่ให้จมหายไปในน้ำ พยายามต้านทานกระแสน้ำสุดกำลัง หากสุดท้ายก็สู้แรงไม่ได้ ถูกพัดปลิวไปเหมือนกับตุ๊กตา นอกจากลิ่วลม ยังมีคนในกลุ่มอีกหลายคนที่โดนสายน้ำซัดกระหน่ำ

ปัง ปัง ปัง…

ในความฝันนั้นเขาได้ยินเสียงปืนด้วย พยายามมองหาที่มา แต่ล่องเมฆมองไม่เห็นว่าใครเป็นยิง และยิงมาจากทางไหน

เสียงปืนและเสียงน้ำไหลผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ในฝันเขาพยายามหาทางช่วยพี่ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

“ลม ลม”

เขาตะโกนสุดเสียง เมื่อกระแสน้ำม้วนเป็นเกลียวแล้วกลืนเอาร่างของลิ่วลมหายไปในโพรงถ้ำที่ทั้งลึกและมืดดำ

“เมฆ…เป็นอะไร”

มีเสียงเคาะประตู ก่อนที่ร่างบอบบางของยังเชนจะเปิดประตูเข้ามา

“ฝัน ผมฝันร้าย” ล่องเมฆยังไม่หายหอบ

“ฝัน…ทำไมถึงฝัน…หรือว่า…” ยังเชนนิ่วหน้า เธอรีบเหลือบมองไปที่หัวเตียง เห็นหมวกทรงสูงสีดำสนิทถอดวางเอาไว้ตรงนั้น

“นี่นายถอดหมวกออกหรือ”

“ใช่” ล่องเมฆพยักหน้า เม้มริมฝีปากแน่น

“ไหนสัญญากันแล้วว่าจะไม่ถอดหมวก” เสียงของยังเชนไม่พอใจ

“สวมหมวกเอาไว้ตลอดเวลาแบบนี้ ผมรู้สึกอัดอัด นอนไม่สบาย” ล่องเมฆพึมพำ ก่อนจะมองแลเลยไปทางหน้าต่างบานยาว

ท้องฟ้าภายนอกยังคงมืดสนิท มีเพียงดวงดาวที่เปล่งแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ดอกไม้รูปทรงคล้ายระฆังคว่ำ กลีบบางสีขาวบริสุทธิ์ ในแก้วน้ำที่โต๊ะหัวนอน ใกล้กับหมวกสีดำสนิท ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยอวลมากับสายลมเย็น

จากภายนอกบ้านไม้สองชั้นที่ปลูกด้วยสถาปัตยกรรมภูฏาน ล่องเมฆได้ยินเสียงแกรกกราก เหมือนอะไรบางอย่างกำลังขยับตัว หากเสียงนั้นดังให้ได้ยินอยู่เพียงชั่วขณะก่อนจะเงียบไป

“ทำไมเพิ่งมาบ่นเอาตอนนี้” ยังเชนเลิกคิ้ว “ก่อนหน้านี้ทำไมทำได้”

“ผม…” ล่องเมฆถอนใจ สายตามองไปที่หมวกสีดำสนิทด้วยสายตารังเกียจ

คนภูฏานเรียกหมวกแบบนี้ว่าหมวกโทจัพ Toe Jap เป็นหมวกที่พ่อมดหมอผีนิยมสวมในพิธีกรรมขับไล่ปีศาจ รวมถึงสำหรับพระสวมเมื่อกระทำพิธีสำคัญทางศาสนา เชื่อกันว่าเป็นหมวกศักดิ์สิทธิ์ที่มีเวทมนตร์มากมายบรรจุอยู่ในนั้น

เขาไม่รู้ว่ายังเชนได้หมวกใบนี้มาจากไหน แต่เธอต้องการให้เขาสวมมันไว้ตลอดเวลา ทั้งยามหลับและยามตื่น เพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะไม่แพร่งพรายความลับที่บังเอิญไปเห็น…ให้คนอื่นรู้

‘ทำไมต้องสวม’ ล่องเมฆจำได้ว่าถามหญิงสาวไปเช่นนั้น

‘เพราะมันจะทำให้คุณใช้โทรจิตไม่ได้อีกต่อไป’ ยังเชนตอบง่ายๆ เหมือนพูดถึงเรื่องทั่วไป

ตอนอยู่ด้วยกันที่มหาวิทยาลัย ล่องเมฆเคยบอกความลับของเขาให้เธอรู้

ยังเชนรู้ว่าล่องเมฆมีโทรจิต และรู้ด้วยว่าเขาสามารถส่งโทรจิตถึงพี่ชายฝาแผดที่ชื่อลิ่วลมได้

‘หมวกนี่…’ ล่องเมฆมองหมวกสีดำด้วยสายตาทึ่งแกมประหลาดใจ ‘มีอิทธิฤทธิ์ขนาดนั้นเลยหรือ’

‘โทจัพเป็นหมวกมนตราของพระชั้นสูงของภูฏาน…แน่นอนว่า มันมีอิทธิฤทธิ์หลายอย่าง…มากกว่าที่คุณคิดเยอะเลยละ’ ยังเชนหัวเราะเยือกเย็น ‘สวมมันเอาไว้นะเมฆ ฉันจะได้มั่นใจในตัวคุณได้ว่า จะไม่มีใครรู้ความลับของเราจริงๆ’

‘ไม่สวมได้ไหม ผมไม่มีทางบอกเรื่องนี้กับใครหรอก ผมสัญญา’ ล่องเมฆจ้องหน้าหญิงสาวแน่วนิ่ง

‘ฉันรู้ว่าคุณจะไม่บอกใคร’ ยังเชนจ้องกลับ ‘แต่คุณอาจเผลอไงเมฆ ฉันไม่มั่นใจว่าคุณจะควบคุมพี่ชายของคุณได้ ถ้าเกิดเขารู้เรื่องนี้เข้า มันอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เลยนะ…’

‘เขาไม่บอกใครหรอก’ ล่องเมฆรีบบอกให้ยังเชนมั่นใจ ‘นิสัยของลิ่วลมก็เหมือนกับผมนี่ละ’

‘ไม่’ ยังเชนยังยืนยัน ‘คุณก็รู้ว่าเรื่องนี้…เราเสี่ยงไม่ได้’

‘ผม…’ ล่องเมฆลังเล เขาจ้องมองดูหมวกทรงสูงสีดำสนิทในมือเรียวยาวของอีกฝ่าย

‘ทำเพื่อฉันได้ไหม’ ยังเชนเอ่ย ‘ไหนคุณบอกว่า…เพื่อฉัน คุณทำได้ทุกอย่าง’

‘ผม…’

ล่องเมฆอึกอัก ไม่คิดว่ายังเชนจะใช้ไม้ตายนี้

เธอรู้ว่าเขารักเธอ และเพราะเขารักเธอ…เขาจึงยอมทำตามทุกอย่างที่เธอบอก ล่องเมฆรู้จักหญิงสาวชาวภูฏานคนนี้ที่มหาวิทยาลัย ความที่เป็นคนเอเชียด้วยกัน ทำให้ทั้งสองถูกชะตากันทันที และเริ่มคบหากันมาตั้งแต่ตอนนั้น

ยังเชนเรียนแค่ปริญญาโท เธอจึงเรียนจบก่อนเขา

ดังนั้นตอนที่ล่องเมฆเลือกหัวข้อทำวิจัยระดับปริญญาเอกที่ประเทศอังกฤษ ชายหนุ่มก็เลยตัดสินใจเลือกศึกษาพรรณพืชหายากที่ภูฏาน ทั้งที่สามารถเลือกหัวข้ออื่น หรือเดินทางไปประเทศอื่นที่สะดวกสบายกว่านี้ก็ย่อมทำได้ แต่ล่องเมฆตั้งใจเลือกมาที่นี่ เพราะเขาอยากพบกับยังเชน อยากสานต่อความสัมพันธ์ที่เริ่มจะงอกงาม แต่ไม่มีโอกาส เพราะยังเชนก็รีบเดินทางกลับภูฏานเสียก่อน

‘ถ้าคุณไม่ยอมสวม…ฉันก็ไม่มีทางเลือก’ ยังเชนพูดเหมือนจะขู่ แต่น้ำเสียงไม่ใช่การขู่ให้กลัว ‘ฉันต้องจัดการทำให้คุณลืมทุกอย่างที่คุณไปพบไปเห็นมา…รวมถึงลืมฉันด้วย…ว่าไง’

‘ตกลง’ ล่องเมฆยอมรับปากในที่สุด

…ก็รักเขาแล้วนี่นะ ดั้นด้นมาไกลถึงขนาดนี้ก็เพราะอยากอยู่ใกล้ๆ…

‘สวมแล้วห้ามถอดเด็ดขาด’ ยังเชนเน้นย้ำ ‘หมวกโทจัพทอจากขนจามรี ปักด้วยไหมทองคำ…นิ่ม สวมสบายไม่เจ็บหัว ไม่รำคาญแน่นอน’

‘แล้วตอนที่ผมอาบน้ำล่ะ ยังไงก็ต้องถอดหมวกนะคุณ เดี๋ยวเปียก’ ล่องเมฆสงสัย

‘อาบน้ำก็ห้ามถอด เปียกได้ก็แห้งได้’ ยังเชนพูดจริง ‘แม้แต่ตอนนอนก็ต้องใส่’

‘ถ้าบังเอิญเผลอถอดล่ะ’ ล่องเมฆยังไม่หมดคำถาม

‘ก็ต้องรีบกลับมาใส่ทันที’ ยังเชนว่า ‘แต่ทางที่ดีอย่าถอดจะดีกว่า…ว่ายังไง จะใส่หรือไม่ใส่’

‘อืม’ เขาถอนใจยาว ‘ใส่ก็ใส่’

และทันทีที่สวมหมวกโทจัพลงบนศีรษะ ล่องเมฆก็รู้ได้ทันทีว่า

…ร่างกายและตัวตนของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป…



Don`t copy text!