
จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 11 : ป้ามาลัยอีกที
โดย : สีหมอก ดอกรัก
![]()
เมื่อพี่ชายตัวดีหนีไปมีสามี! จิตรกรสาวจึงต้องจำใจบริหารโรงงานยาไทยมรดกของคุณปู่แทน แต่ท่ามกลางอุปสรรคที่ไม่ถนัด เธอจะพบว่าความสัมพันธ์ที่งดงามจากเหล่าคนชราในโรงยาแห่งนี้ คือยาขนานเอกที่ช่วยเยียวยาหัวใจได้ดีที่สุด พบกับเรื่องราววุ่นๆ นี้ ใน “จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา” โดย สีหมอก ดอกรัก

คุณหมอหนุ่มตี๋มองหน้าหนุ่มสาวที่พาคนไข้มาหา สลับกับมองคนไข้ที่นั่งหน้าง้ำ พร้อมอธิบาย
“คนไข้กล้ามเนื้ออักเสบนะครับ แต่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนหนุ่มสาวเลยมีไข้ด้วย หมออยากให้พักแขน จำเป็นต้องงดใช้งานสักพัก” หมอหันไปสบตาป้ามาลัย แล้วพูดต่อ
“กินยาตามกำหนด สามสี่วันก็หายแล้วครับ…หมอไม่นัดนะ แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบมาหาหมอ”
“ต้องกินยาด้วยเหรอหมอ ป้าว่าแค่นวดยาก็หายแล้วเนี่ย ทำไมต้องกินด้วย” ป้ามาลัยเริ่มประท้วง เสียงก็ชักจะดังขึ้นเรื่อยๆ ว่าแล้วก็หันรีหันขวาง ฉวยกระเป๋าที่แทนสะพายอยู่มาควานหายาหม่อง
“นี่ไงหมอ ป้ามียาหม่องด้วยนะ ไม่ต้องกงต้องกินหรอก ยาน่ะ” ป้ามาลัยยังพยายามต่อรอง หยิบยาหม่องของโรงงานยาบุษบันมาอวด
“มันมีไพลนะคุณหมอ ดี๊ดี ทาแล้วหายเมื่อยหายปวดเลยนะ” ป้ามาลัยโฆษณาสรรพคุณ จนน่าจะรั้งตำแหน่งประชาสัมพันธ์เพิ่มอีกตำแหน่ง
คุณหมอหนุ่มยิ้ม แล้วต่อรอง “ทายานวดของป้าด้วยก็ได้ครับ แต่หมอขอให้กินยาของหมอด้วยนะ ช่วยกัน จะได้หายเร็วขึ้นไง…นะครับ เรามาช่วยกัน” หมอพูดเสียงดังฟังชัด เพราะรู้ดีว่าคุยกับคนแก่ ต้องเพิ่มระดับเสียงไปอีกสามขั้น พลางยิ้มกริ่มเหมือนกับว่ายังไงป้าก็ต้องยอม ก่อนจะหันมาบอกกับสองหนุ่มสาวว่า
“อย่าลืมให้คุณป้าทานยาตามกำหนดด้วยนะครับ”
“ก็ได้ เห็นแก่หมอหรอกนะ” ป้ามาลัยได้แต่ค้อนลมค้อนแล้ง ออกจะโมโหนิดหน่อยที่โดนบังคับ
“กินยาแล้วหายเร็วขึ้นไงครับป้า นะครับ” หมอยังไม่วายสำทับ ทำให้ป้ามาลัยไม่มีทางเลือก ได้แต่ค้อนควักด้วยจริตสาวเหลือน้อย
“ป้า! ค้อนลืมอายุเลยนะ เดี๋ยวคอเคล็ดไปอีกจะต้องกินยาเพิ่มนะ” คีรีแหนบจนคนค้อนมองปะหลับปะเหลือก
กว่าจะหอบหิ้วป้ามาลัยมาขึ้นรถได้ก็เล่นเอาลิ้นห้อย พอนั่งในรถได้ ป้าก็เริ่มบ่นกระปอดกระแปดด้วยเสียงลั่นรถมาตลอดทาง
“เนี่ย ต้องมากินยากันทุกวัน ป้าบอกแล้วว่านวดยาอย่างเดียวก็พอ” แล้วก็หยุดหายใจ กลืนน้ำลาย ก่อนจะพูดต่อ
“ใช่มั้ยล่ะ กินยาทำไมทุกวัน นวดยาอย่างเดียวก็พอ” ป้ามาลัยกลืนน้ำลายอีกรอบ
“ในรถนี่มันมีน้ำมั้ย หา! ทำไมมันคอแห้งขนาดนี้” หญิงสาวส่งน้ำให้ป้ามาลัยจิบ นึกในใจว่า ก็ป้าพูดซะขนาดนั้น จะไม่ให้คอแห้งได้ยังไง คิดยังไม่ทันจบ ป้าก็พูดต่อ “เนี่ย นวดอย่างเดียวก็พ้อ!”
จนคีรีขับรถไปถึงบ้านแล้วนั่นแหละถึงหยุดพูด เพราะต้องยักแย่ยักยันลงจากรถ ให้สองหนุ่มสาวช่วยกันประคองเข้าบ้าน
“ทำไมป้าไม่ชอบกินยาล่ะ” ธัญญาอดสงสัยไม่ได้
“ดูโน่นสิ” ป้ามาลัยชี้ไปที่โต๊ะ บนนั้นมีกระจาดใส่ซองยา ขวดยา วางเรียงในกระจาด
“มียาความดัน ยาลดไขมัน แล้วก็อีกสารพัดยา แล้วยังจะให้ป้ากินอะไรอีก ป้ากินข้าวก็กินจนอิ่มไม่ได้ เพราะต้องเหลือท้องไว้กินยาหลังอาหาร” ป้ามาลัยโอดครวญ
“งั้นก็เพิ่มขึ้นมาอีกแค่อย่างเดียวนะป้า พอหายแล้วก็ไม่ต้องกินไง นะครับป้า” คีรีปะเหลาะป้ามาลัย เหมือนชวนเด็กเล็กกินข้าว
หญิงชราพยักหน้าเหมือนยอมจำนน กินก็ได้ ไม่งั้นมันก็ปวดจนยกแขนไม่ขึ้น แล้วก็เห็นแก่ไอ้เด็กสองคนนี้ อุตส่าห์มาดูแลคนแก่
“แทนถามหน่อยสิ ยาเยอะแยะแบบนี้ แสดงว่าต้องไปหาหมอ แล้วป้าไปยังไงอะ”
“ก็รถสองแถวข้างหน้านี่แหละ ไปแต่เช้า ไปทีก็รอนานเลย ครึ่งวันค่อนวัน กลับมาถึงบ้านก็หมดแรง ป้าไปโรงบาลหลวง มันไม่ใช่โรงบาลที่แทนพาไปตะกี้” หญิงชราอธิบายถึงโรงพยาบาลรัฐที่ต้องใช้เวลา
“แล้วลูกๆ ของป้ามาเยี่ยมบ่อยมั้ยล่ะ” ชายหนุ่มถามบ้าง
“มาปีละสองหน ปีใหม่กับสงกรานต์ จะให้เค้ามาบ่อยๆ ก็เกรงใจ มันเปลืองเงิน เค้าก็มีครอบครัวของเค้าที่ต้องดูแล” ป้ามาลัยพูดเหมือนปลอบใจตัวเอง
“ดีแค่ไหนแล้ว ที่มันไม่เอาหลานมาให้เลี้ยง จะเอาตัวเองให้รอดก็ยากแล้ว ถ้าป้าต้องเลี้ยงเด็กอีก มีหวัง ตายเร็วแน่” ป้ามาลัยหัวเราะแค่นๆ แล้วพูดต่อ
“โรงยาอยู่ใกล้บ้านป้า มันก็ดี ทุกเช้าป้าก็เดินไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถึง ส่วนตอนเย็นบางทีก็ติดรถใครกลับบ้าน ถ้าไม่มีก็เดินกลับ เจ็บป่วยขึ้นมา ป้าบงกชกับป้าจงกลเขาก็ให้น้าเทพขับรถพาป้าไปโรงบาล”
“แล้วถ้าป้าเกษียณขึ้นมา จะทำยังไงล่ะ” หญิงสาวถามด้วยความเป็นห่วง
“ป้าก็คิดไม่ออกนะ เคยทำงานมาทั้งชีวิต อยู่บ้านป้าก็เหงา จะให้ป้าไปอยู่กับลูก ก็กลัวเขาจะรำคาญ เรามันแก่แล้ว เดี๋ยวเผลอไปจู้จี้เขา”
หญิงสาวฟังสิ่งที่ป้ามาลัยพูด แล้วนิ่งคิดอะไรอยู่สักครู่ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าป้าต้องกินยา
“ในครัวป้ามีอะไรบ้างมั้ย เดี๋ยวแทนไปทำให้ เพราะป้าต้องกินข้าวก่อน ยานี้มันระคายกระเพาะ” หญิงสาวอาสา ทำให้ชายหนุ่มรีบห้าม
“พี่ไปทำให้ดีกว่า แทนดูแลป้าตรงนี้แหละ” ชายหนุ่มอยากจะบอกว่า เรื่องทำอาหารขอให้แทนอยู่นิ่งๆ จะดีกว่า เขายินดีทำให้กินตลอดชีวิต แล้วรีบหายตัวเข้าไปในครัวทันที
ชายหนุ่มเปิดตู้กับข้าวดู ก็ไม่เห็นอะไร มองไปมองมา ก็เลยจัดแจงหยิบข้าวสารมาซาว แล้วหุงในหม้อหุงข้าวใบจิ๋วที่เหมาะสำหรับอยู่คนเดียว จากนั้นก็ลองเปิดตู้เย็นดู แล้วหยิบไข่ไก่มาสองฟอง คิดว่าทำไข่เจียวก็ง่ายดี ชายหนุ่มจึงลงมือเจียวไข่ซึ่งไม่ได้ยากเย็นเลย จนสักพัก ข้าวสวยร้อนๆ และไข่เจียวฟูนุ่ม พร้อมน้ำพริกเผาที่อยู่ในกระปุกก็ถูกยกมาวาง
“ผมเห็นมีน้ำพริกเผาอยู่ในตู้เย็น เอามากินกับไข่เจียวร้อนๆ น่าจะดี” ชายหนุ่มชักชวนหญิงชราเหมือนชวนเด็กกินข้าว “ป้ากินข้าวก่อน เดี๋ยวค่อยกินยา เดี๋ยวพวกผมนั่งเป็นเพื่อน”
ป้ามาลัยไม่มีทางเลือก จึงกินข้าวจนเกือบจะหมด ธัญญารอจังหวะอยู่จึงส่งยาให้ ป้ามาลัยทำท่าอิดออด แต่ก็ยอมกินแต่โดยดี
“เดี๋ยวแทนไปทำฉลากตัวโตๆ ให้ว่าต้องกินตอนไหนบ้าง แล้วนอนพัก แทนให้ป้าหยุดงานไปเลย สามสี่วันก็ได้ แทนไม่ว่า” ป้ามาลัยพอได้ยินดังนั้น ก็แทบจะหายไข้
“ไม่เอ๊า ป้าไม่หยุดได้มั้ย มันเหงา ให้ไปนั่งเล่นนอนเล่นที่โรงยาก็ได้ อยู่คนเดียวเหงาตายห่า…ให้คุยกับใบไม้งี้เหรอ” นี่ถ้าป้ามาลัยไม่ติดว่ากำลังเจ็บแขน คงออกงิ้วท้องแขนกระพือ
“เอางี้ ถ้าป้ากลัวเหงา ผมจะมารับที่บ้าน ไม่ต้องเดินไปเอง แล้วพาป้าไปนั่งที่สโตร์ ดูเจ้าอิ๋มมันจัดของแล้วกัน” ชายหนุ่มต่อรอง
“ก็ได้ ดีกว่าอยู่บ้านละวะ เดี๋ยวป้าจะนอนแล้วนะ กวนจริงไอ้พวกนี้” หญิงชราบ่นพึมพำ แล้วล้มตัวลงนอน ใช้มือข้างเดียวกระพือผ้าห่ม หญิงสาวทนไม่ไหว จึงช่วยห่มผ้าให้อย่างเรียบร้อย
“แล้วเดี๋ยวแทนจะให้คนเอาข้าวเย็นมาให้ป้านะ ตอนเช้าพี่คีจะมารับ โอเคนะป้า” เสียงตอบรับอู้อี้ดังมาจากในผ้าห่ม
สองหนุ่มสาวอมยิ้ม แล้วถอนหายใจออกมาพร้อมกัน ก่อนจะหันมามองหน้ากันแล้วหัวเราะกันอย่างโล่งใจ แล้วจึงชวนกันกลับไปที่โรงยา
“พี่คี คิดเหมือนแทนมั้ย เรื่องป้า” หญิงสาวถามขึ้นมาขณะที่ชายหนุ่มกำลังขับรถ
“แทนกำลังคิดเรื่องสวัสดิการของพนักงานใช่มั้ย” คีรีหันมาถาม
“พี่คีรู้ใจแทนที่สุดเลย เป็นหนอนในหัวแทนเหรอเนี่ย” หญิงสาวพูดอย่างชอบใจ หารู้ไม่ว่าทำให้คนที่ขับรถอยู่ถึงกับยิ้มเขินอยู่คนเดียว แล้วนึกขึ้นได้ เหลือบมองนาฬิกา จึงพูดขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง
“นี่ก็เลยเที่ยงมาแล้ว แทนหิวแย่ เดี๋ยวเราแวะกินก๋วยเตี๋ยวหน้าโรงยากันก่อน แล้วค่อยไปหาสองป้าที่เรือนคุณปู่เนอะ”
ทั้งสองมานั่งในร้านก๋วยเตี๋ยวที่แทบไม่เหลือลูกค้าแล้ว เพราะเป็นเวลาบ่าย อาเฮียขายก๋วยเตี๋ยวก็จวนจะเก็บของกลับแล้ว ดีว่ายังพอจะมีเส้นหมี่เหลืออยู่บ้างนิดหน่อย ส่วนลูกชิ้นก็หมดไปแล้ว ทั้งสองคนจึงได้กินแค่เส้นกับน้ำประทังชีวิต หญิงสาวดูจะเอร็ดอร่อยมาก น่าจะเป็นเพราะความหิว ในขณะที่คีรีรู้สึกว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวที่อร่อยมากที่สุดมื้อหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว
วันนี้หญิงสาวตื่นเช้าเหมือนทุกวัน นึกแปลกใจตัวเองที่แต่ก่อนไม่สามารถทำได้เลย การนอนดึก เพราะขลุกอยู่แต่ในสตูดิโอ แล้วตื่นสายคือเรื่องปกติ กระทั่งต้องมาดูแลโรงยา
การได้เดินดูรอบๆ โรงยา แวะเวียนไปตามแผนกต่างๆ ทำให้หญิงสาวค่อยๆ ซึมซับในสิ่งที่คุณปู่สร้างมากับมือ คิดย้อนไปเมื่อเกือบเจ็ดสิบปีก่อนนั้น คงเป็นเรื่องยากที่หนุ่มน้อยวัยยี่สิบต้นๆ ที่มาตั้งรกรากในตำบลบ้านเกิดของภรรรยา ซึ่งไม่ใช่ถิ่นที่คุ้นเคย แล้วยังทดลองทำยาหอมและยาขม แบ่งปันให้ผู้คนรอบข้างได้ทดลองใช้ จนขยับขยายเป็นโรงงานยาบุษบัน อันเป็นชื่อของภรรยาผู้เป็นที่รัก
แม้โรงยาจะไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย แต่ก็เป็นที่ทำกินของคนในชุมชนเดียวกัน พนักงานส่วนใหญ่ก็รู้จักกันหมด แม้แต่แนตกับประพล ที่หลังจากเกิดเรื่องทุจริต ก็ย้ายไปทำงานในกรุงเทพฯ คงไม่กล้าสู้หน้าคนแถวนี้ไปอีกนาน แล้วโน่นป้ามาลัย…มาทำงานแต่เช้าตามเคย หลังจากบาดเจ็บที่ไหล่ หญิงสาวจึงย้ายให้ป้ามาลัยช่วยอิ๋มในสโตร์ คอยนับสินค้า และวัตถุดิบว่ามีเหลืออยู่เท่าไร ตัวเลขที่นับ ตรงกับในระบบหรือไม่ เป็นงานที่ไม่ต้องใช้แรงเยอะ และก็ไม่ทำให้คนแก่ต้องรู้สึกเหงาด้วย เพราะได้คุยกับคนโน้นคนนี้ทั้งวัน
หญิงสาวนึกไปถึงวันที่ชวนคีรีมาคุยกับสองป้า ในวันนั้นธัญญามีเพียงแนวคิด และความปรารถนาดีต่อพนักงาน ในขณะที่ชายหนุ่มมีวิธีการที่จะทำให้สำเร็จ
“สองป้าขา แทนอยากทำเรื่องสวัสดิการพนักงานค่ะ” หญิงสาวพูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“คืออย่างนี้ครับ พอดีป้ามาลัยป่วย พวกเราเลยเห็นสิ่งที่น่าจะปรับปรุงได้ เพื่อให้พนักงานมีความเป็นอยู่ดีขึ้น” ชายหนุ่มเริ่มต้นพูด ทำให้สองป้าที่กำลังงงกับหลานสาว หันมาฟังชายหนุ่มตรงหน้าอย่างตั้งใจ และคีรีก็ค่อยๆ อธิบายวิธีการอย่างรอบคอบรวมถึงกระบวนการที่จะทำให้เป็นจริงได้
“ดีเลยนะคีรี ป้าเองบางทีก็ไม่ทันคิด นี่ก็คิดว่ามาลัยเขาเด็ก เพราะเขาอายุน้อยกว่าป้าสองคน ที่ไหนได้ แก่แล้ว ไอ้เรามันก็ลืมตัวว่าตัวเองก็แก่แล้วด้วยสิ” ป้าจงกลพูดแล้วหันไปพยักพเยิดกับพี่สาว
“จริงเลย เอาจริงๆ บางทีพนักงานเขาก็ไม่กล้ามาขอด้วย เราในฐานะเป็นเจ้าของ ก็ต้องคิดให้เขา คีรีไปทำตัวเลขสรุปมาได้มั้ย ว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ป้าว่าควรทำ แต่เราก็ต้องมาดูตัวเลขที่เหมาะสมด้วย” ป้าบงกชก็ยังคงเป็นคนชัดเจนเสมอต้นเสมอปลาย
“คีมาช่วยงานป้าขนาดนี้ แล้วที่สวนป้าชมไม่ลำบากเหรอ งานก็เยอะเหมือนกันนะ” ป้าจงกลอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะป้าชมจันทร์แม่ของคีรีก็เป็นเพื่อนรักของทั้งสองป้า
“ผมมีตัวช่วยครับ ไว้วันไหนว่าง ผมจะพาสองป้าไปดูที่สวนของแม่ รับรองว่าจะทึ่ง” ชายหนุ่มอวด
“อะไรเนี่ยพี่คี มีมาอุบไว้อีก” หญิงสาวโวย ทำให้ชายหนุ่มแอบยิ้มชอบใจ
“เรื่องที่ผมกับแทนมาปรึกษา เดี๋ยวผมไปสรุปตัวเลขนะฮะ แล้วน่าจะไม่เกินมะรืนนี้ ผมจะเอาข้อสรุปมาให้ดูครับ” ชายหนุ่มรับปากสองป้า และหันมายิ้มให้กับหญิงสาวที่หันมายิ้มรับพอดี ทำเอาอากาศที่เย็นเพราะเข้าใกล้ฤดูหนาวอบอุ่นลงอย่างประหลาด
เช้าวันสำคัญ ที่ทุกคนในโรงยาพากันมายืนออกันตรงทางขึ้นกองบัญชาการ หลังจากที่ทั้งธัญญาและคีรีได้จัดทำทุกอย่างเรียบร้อย ตามที่ได้รับอนุมัติจากสองป้า
ป้าบงกชยืนยิ้มถือโทรโข่งอยู่บนบันไดทางขึ้นกองบัญชาการขั้นที่สาม ซึ่งสูงพอที่จะมองเห็นทุกคน ในขณะที่ธัญญาและคีรียืนปะปนอยู่กับพนักงาน
“ทุกคน มากันพร้อมแล้วนะ ป้าอยากจะบอกข่าวดี เรื่องแรก ตอนนี้ โรงยาเราทำประกันสุขภาพแบบกลุ่ม เวลาที่เราไปโรงพยาบาล ไม่ว่าจะรัฐหรือเอกชน จะมีวงเงินที่ประกันจ่ายให้ ถ้าค่ารักษาถูกกว่าวงเงินประกัน พวกเราก็ไม่ต้องจ่าย แต่ถ้าค่ารักษาแพงกว่า ก็จ่ายค่ารักษาแค่ส่วนต่าง” ถึงตรงนี้ สองป้ากวาดตาดูไปรอบๆ สังเกตเห็นรอยยิ้มบนสีหน้าพนักงาน บางคนปรบมือเปาะแปะ ก็ยิ้มอย่างพอใจ
“เรื่องที่สอง ป้าจะให้ทุกคนได้ไปตรวจสุขภาพประจำปี เราจะได้ป้องกันไว้ก่อน ไม่ต้องรอให้เจ็บป่วยรุนแรงถึงจะค่อยไปรักษา” ถึงตรงนี้ เริ่มมีเสียงเฮออกมาจากพนักงานอย่างดีใจ
“เรื่องที่สาม ป้าจะยกเลิกเกษียณอายุ จะให้ทำงานจนกว่าจะทำไม่ไหว เพราะเราทุกคนก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน มีกันอยู่แค่นี้เอง…แต่ถ้าใครอยากเกษียณ ก็ขอให้บอกล่วงหน้า เพราะเราก็ยังจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายเหมือนเดิม…ป้าไม่บังคับ” คราวนี้มีเสียงเฮลั่น พร้อมกับปรบมือชอบอกชอบใจ สนั่นหวั่นไหวยิ่งกว่าพูดผ่านโทรโข่ง ซึ่งแน่ล่ะ จากป้ามาลัยนั่นเอง
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 11 : ป้ามาลัยอีกที
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 10 : ป้ามาลัย
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 9 : แก๊งค์นักสืบ
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 8 : เบียดเบียน
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 7 : จับขโมย
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 6 : ว่าที่ดีไซเนอร์เปย์เวอร์วัง
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 5 : เรื่องวุ่นวายในโรงยา
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 4 : งานในฝันและผู้ชายในฝัน
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 3 : ผู้ช่วยคนสำคัญ
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 2 : แล้วยังจะสร้างเรื่องไว้อีก
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 1 : พี่ชายตัวดีหนีไปมีผัว







