
จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 7 : จับขโมย
โดย : สีหมอก ดอกรัก
![]()
เมื่อพี่ชายตัวดีหนีไปมีสามี! จิตรกรสาวจึงต้องจำใจบริหารโรงงานยาไทยมรดกของคุณปู่แทน แต่ท่ามกลางอุปสรรคที่ไม่ถนัด เธอจะพบว่าความสัมพันธ์ที่งดงามจากเหล่าคนชราในโรงยาแห่งนี้ คือยาขนานเอกที่ช่วยเยียวยาหัวใจได้ดีที่สุด พบกับเรื่องราววุ่นๆ นี้ ใน “จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา” โดย สีหมอก ดอกรัก

เช้านี้ เมื่อธัญญาเปิดประตูกองบัญชาการ ก็พบว่าป้าบงกชและพี่คีนั่งรออยู่ก่อนแล้ว บริเวณโต๊ะตัวยาวที่ใช้เป็นโต๊ะประชุมมีเอกสารจัดเรียงตามวันที่ อยู่ในแฟ้มที่แยกตามหมวดหมู่วางเรียงราย ป้าบงกชเห็นหลานสาวผลักประตูเข้ามาจึงร้องเรียก
“มาแล้วเหรอแทน แหม แต่งตัวซะเรียบร้อยเชียว ปล่อยผมยาวแบบนี้แสดงว่าเพิ่งสระผมมาละสิ เอ้า! กินอะไรก่อน เดี๋ยวจะเป็นลมไป” แล้วหยิบถุงขนมปังเจ้าอร่อยส่งให้ “ขนมปังเพิ่งมาส่งเมื่อวาน กะว่าจะไว้กินเช้าวันนี้แหละ สมัยนี้ดีนะ อยากกินก็สั่งเอา ไม่ต้องไปถึงที่” ป้าบงกชใช้แอปพลิเคชันสั่งอาหารได้คล่องแคล่ว ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนเร็วขนาดไหน แต่ป้าบงกชไม่เคยตกยุค
ที่จริงป้าบงกชก็อายุราว 63 ปี ส่วนป้าจงกลอ่อนกว่าป้าบงกชเพียงหนึ่งปีเท่านั้น แต่ทั้งคู่ยังกระฉับกระเฉง คงเพราะทำงานมาตลอดชีวิต ไม่เคยปล่อยเวลาทิ้ง สมองจึงยังฉับไว แล้วยังขยันออกกำลังกาย อายุหกสิบกว่าแต่ยังชวนกันวิ่งจ็อกกิงสม่ำเสมอ ทั้งคู่จึงเป็นคนสูงวัยที่ไม่เทอะทะ
“วันนี้คุณป้าก็แต่งตัวสวย แล้วปากก็แดงเป็นพิเศษอีก ใครอย่าได้คิดมีปัญหากับคุณป้านะ เอาตายแน่” หญิงสาวอดแซวไม่ได้ ทำเอาป้าบงกชหัวเราะชอบใจ
“คีพร้อมมั้ย” ป้าบงกชหันไปถามชายหนุ่ม “วันนี้ป้าให้แทนกับคีจัดการได้เลยนะ ป้าจะคอยช่วย” หญิงสาวอ้าปากจะค้าน
“…ไม่ต้องขัด วันนี้แทนต้องรับบทผู้บริหาร แทนมาดูแลโรงยา บทที่จะต้องเด็ดขาด แทนก็ควรแสดงให้พนักงานเห็น ไม่ใช่อาศัยเงาป้า เพราะแทนเองก็ต้องมาแทนป้าเข้าสักวัน” นั่นแหละ หญิงสาวจึงเข้าใจสิ่งที่ป้าบงกชสอน จึงกดโทรศัพท์ไปที่แผนกบัญชีแล้วกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์
“คุณแนตขึ้นมาหาแทนที่ห้องหน่อยค่ะ” หญิงสาววางหูโทรศัพท์ แล้วหันมามองป้าบงกชแล้วสูดหายใจยาวๆ หนึ่งที สักพักก็มีหญิงสาวร่างสันทัด ผลักประตูกระจกของกองบัญชาการเข้ามา
“นั่งสิ คุณแนต” แทนผายมือเชื้อเชิญให้นั่ง พยายามไม่สนใจแววตาที่ดูตระหนกของหญิงสาวที่มาใหม่ จนเมื่อแนตนั่งลงเรียบร้อยแล้ว ธัญญาจึงเริ่มเรื่องแบบไม่มีอารัมภบท จำเลยจะได้ไม่มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจ
“คุณแนตจ่ายเงินให้พวกนี้นานเท่าไหร่แล้ว” หญิงสาวเปิดแฟ้มที่มีบิลเงินสดที่เป็นรายการซื้อต่างๆ ส่งให้ โดยที่แนตยื่นมือที่สั่นเล็กน้อยมารับกระดาษไปดูสีหน้าซีดเผือด
“จำไม่ได้ใช่มั้ย แทนจะช่วยรื้อฟื้นความจำให้” หญิงสาวหยิบแฟ้มคืนมา แล้วค่อยๆ เปิดไล่ไปทีละรายการช้าๆ
“บิลพวกนี้ เป็นรายการซื้อสมุนไพรสำหรับเอามาเป็นวัตถุดิบ มีหลายต่อหลายใบ อย่างละนิดอย่างละหน่อย ทั้งหมด เป็นบิลปลอมที่คุณแนตจัดทำขึ้น เพราะอะไรรู้มั้ย…เวลาที่คุณแนตทำรายการจ่ายเงินค่าซื้อของพวกนี้ ทุกเจ้าใช้เลขที่บัญชีเดียวกัน คนรับเงินคนเดียวกันทั้งหมด แล้วลายมือบนบิลพวกนี้ เป็นลายมือเดียวกัน…ปลอมไม่เนียน คุณแนตคิดว่าไม่มีใครสังเกตเห็น ถึงได้ย่ามใจทำได้ตั้งสี่เดือน” หญิงสาวพูดรวดเดียว แล้วพิงพนักเก้าอี้กอดอกมองแนตอย่างพิจารณา
“แนตไม่รู้เรื่อง” แนตพูดได้เพียงแค่นั้นก็นิ่งอั้นด้วยความอับจนปัญญา
“แทนรู้ว่าคุณแนตไม่ได้ทำคนเดียว” หญิงสาวพยายามมองหน้าคู่สนทนาที่ก้มหน้านิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกดโทรศัพท์ภายใน ไปที่หมายเลขที่ท่องมาไว้ก่อนแล้ว
“เชิญคุณประพลขึ้นมาพบแทนหน่อยค่ะ” แนตถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยิน เหงื่อไม่รู้มาจากไหนผุดขึ้นมาเต็มจนแผ่นหลังเปียกชุ่ม กระทั่งประตูกองบัญชาการถูกเปิดออกนั่นแหละ เหมือนแนตแอบถอนหายใจ อาจจะเพราะรู้สึกไม่เดียวดายเหมือนที่เป็นก่อนหน้า
“เชิญนั่งครับ” คราวนี้คีรีเป็นฝ่ายพูดบ้าง ผู้มาเยือนจึงนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งเดียวกับแนตที่ว่างอยู่เพียงที่เดียว เหมือนถูกจัดเตรียมไว้ก่อนแล้ว
“เมื่อกี้คุณแนตเล่าให้ฟังหมดแล้ว ว่าคุณทำอะไรไว้บ้าง” คีรีตีขลุมทำเอาประพลหันไปมองหน้าแนตที่เก็บอาการไม่อยู่ ได้แต่ก้มหน้า บีบมือที่อยู่บนตักตัวเองแน่น
“ทำอะไร ผมทำอะไรเหรอ” ประพลสูดลมหายใจลึก เหมือนจะพยายามควบคุมตนเองไม่ให้ ‘หลุด’
“คุณดูแลการรับพืชสมุนไพรเข้าคลังวัตถุดิบ แต่ของที่สั่งจากบิลพวกนี้” ชายหนุ่มชี้ไปที่เอกสารที่เรียงอยู่ในแฟ้มที่ธัญญาเพิ่งเปิดให้แนตดูเมื่อสักครู่ “คุณทำตัวเลขในระบบว่าได้รับของแล้ว” ชายหนุ่มยิ้มเย็น “คุณอาจจะไม่รู้ ว่าตอนกลางคืน หลังจากที่คุณกลับบ้านไปแล้ว ผมไปตรวจของในคลังสินค้าเทียบกับตัวเลขย้อนหลังทั้งหมด…ปรากฏว่าไม่มีของที่คุณซื้อมาตามบิลพวกนี้เลย”
“ก็ของมันเอาเข้าไปผลิตหมดแล้ว มันถูกเอาเข้าไปอบแห้งแล้ว คุณจะไปเจอได้ยังไงล่ะ” นายประพลยังคงมั่นใจ
“คุณลืมแล้วเหรอ ของที่รับเข้ามาทุกรายการ จะต้องมีหมายเลขล็อตกำกับ เพื่อจะได้ตรวจสอบคุณภาพได้ แต่ไม่มีสักล็อตเลยที่มาจากบิลพวกนี้” คราวนี้นายประพลยังหาทางไปต่อไม่ได้ เพราะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน
“และคุณคงคิดว่าไม่มีใครสังเกตใช่มั้ย ว่าเงินค่าพืชสมุนไพรพวกนี้ ไม่ว่าจะขมิ้นชัน บอระเพ็ด มันโอนเข้าบัญชีเดียวกัน…เป็นชื่อญาติคุณ แม้ว่าคุณจะพยายามกระจายเป็นก้อนเล็กก้อนน้อย คงคิดว่าไม่มีใครเห็นสินะ” คีรีเปิดแฟ้มเอกสารที่เป็นรายการโอนเงิน แล้วยื่นให้นายประพลดู
“ไม่จริง พวกคุณใส่ร้ายผมกับแนต ผมจะไปทำอย่างนั้นทำไม” นายประพลโวยวายขึ้นมา
“คุณเป็นหนี้พนันบอลไง ก่อนหน้านี้คุณไปยืมเงินคนในโรงยา แต่ไม่มีใครเขาให้คุณยืม อย่าถามเลยว่าแทนรู้จากใคร เพราะมันมีหลายคน” หญิงสาวสวนกลับทันควัน
“ป้าให้ทั้งสองคนทำงานที่นี่ไม่ได้แล้ว หลักฐานทุกอย่างมัดตัวขนาดนี้ เลขที่บัญชีผู้รับเงินนั่น เราก็ตรวจสอบมาหมดแล้ว ซึ่งทางเราจะแจ้งความเอาผิดก็ยังได้ แต่เห็นแก่ที่เธอสองคนทำงานที่นี่มาหลายปี” ป้าบงกชที่นั่งเงียบอยู่นาน เฝ้าดูแทนและคีรี ‘ต้อน’ อย่างพอใจ
“ระหว่างที่เราคุยกัน แทนให้คนเก็บของของคุณทั้งสองเรียบร้อยแล้ว อยู่ในกล่อง เดี๋ยวรอปอภอจะยกขึ้นมาให้ รับรองว่าครบทุกชิ้น” หญิงสาวกอดอก นั่งพิงพนักอย่างคนที่เหนือกว่า
“จะมาทำอย่างนี้ไม่ได้นะ มันเกินไปแล้ว” นายประพลยังโวยวายไม่หยุด ส่วนแนตได้แต่ก้มหน้าร้องไห้
“เกินอะไรกัน คุณโกงเงินบริษัทไปกี่บาทแล้ว เราใจดีแค่ไหนที่ไม่เรียกคืน ถ้าเอาคืนพร้อมดอกเบี้ย ก็หลายแสน คุณจะเอาเงินจากไหน” ธัญญาสวนทันที
“ก็อย่างที่บอก เราสามารถแจ้งความเอาผิดได้ ฐานฉ้อโกง เรามีหลักฐานครบถ้วน ดังนั้น พวกคุณจะออกไปดีๆ หรือให้ตำรวจมาพาออกล่ะ นี่เราปรานีมากแล้วนะที่ไม่เรียกเงินที่ฉ้อโกงไปคืนมา และยังไม่แจ้งตำรวจ” คีรีพูดนิ่งๆ และหันไปพยักหน้าให้ รปภ.ที่ยืนอยู่ด้านหน้าให้เข้ามาด้านในกองบัญชาการ
“ส่วนนี่ หนังสือเลิกจ้าง ช่วยเซ็นชื่อด้วย…เดี๋ยวจะให้รอปอภอพาเดินไปส่งด้านหน้าค่ะ” หญิงสาวยื่นกระดาษไปตรงหน้าทั้งคู่ จนเมื่อทั้งสองยอมเซ็นชื่อแล้วนั่นแหละ รปภ.จึงพาเดินออกไปนอกโรงยา
เมื่อแน่ใจว่า ‘จำเลย’ ออกไปด้านนอกโรงยาแล้ว หนึ่งคนชราและสองหนุ่มสาว จึงถอนหายใจขึ้นมาพร้อมกัน “เฮ่อ!”
“สุดยอดไปเลยพี่คี งานนี้ยกความดีให้พี่คีเลย เจ๋งมาก มิน่าก่อนหน้านี้ดูหมกมุ่นมาก” หญิงสาวกล่าวชมอย่างจริงใจ
ป้าบงกชยิ้มอย่างสบายใจ อย่างน้อยวันนี้ก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น หลานสาวกะโปโลก็จริงจังเป็นเหมือนกัน อย่างนี้ก็พอจะฝากโรงยาไว้ในมือหลานสาวได้แล้ว
“เดี๋ยวต้องเรียกพนักงานบัญชีที่เหลือ กับพนักงานคลังสินค้ามาประชุมทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวพูดกันเองปากต่อปาก จะไม่ดีซะเปล่าๆ” คีรีเสนอ ซึ่งป้าบงกชและธัญญาพยักหน้าเห็นด้วย
จนเมื่อทั้งสามคนเดินออกจากกองบัญชาการจะลงไปด้านล่าง ก็พบว่ามีพนักงานมายืนรอข่าวด้วยความอยากรู้อยากเห็น ป้าบงกชจึงตัดสินใจบอกข่าวให้พนักงานทุกคนรู้ด้วยตัวเอง
“เอาละ ทุกคน ไหนๆ ก็มายืนรวมกันตรงนี้แล้ว” ป้าบงกชที่เริ่มพูดเสียงดังพอที่คนราวๆ สามสิบคนจะได้ยินทั่วถึง แต่ก็ยังมีอยู่คนหนึ่งยกมือขึ้นโบกไปมา
“อะไรนะ ป้าไม่ได้ยิน” ป้ามาลัย คนเก่าคนแก่ตะโกนขึ้นมา ป้าบงกชเลยให้ธัญญาไปหยิบโทรโข่งจากกองบัญชาการมาส่งให้
“เอาละ คราวนี้ได้ยินชัดขึ้นแล้วนะ” ทุกคนพยักหน้าพร้อมกันหงึกๆ
“ที่เราจำเป็นต้องให้ประพลกับแนตออกไป ก็เพราะว่ามีการทุจริต” เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นมาจากกลุ่มพนักงาน บางคนก็พยักพเยิดเหมือนกับจะบอกว่า ‘เห็นไหมล่ะ ว่าแล้ว’
“ป้าดูแลทุกคนเหมือนคนในครอบครัว พวกเราทุกคนก็รู้ดี หลายคนอยู่กันมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ รู้จักกันเหมือนญาติ” ถึงตรงนี้ ป้าบงกชหันไปมองทุกคนรอบตัว ป้ามาลัยพยักหน้าแสดงความเห็นด้วย
“ป้ารู้ว่านายประพลเขาติดพนัน แล้วแนตก็ร่วมมือกับเขาเพื่อโกงเงิน ป้าก็อยากจะบอกพวกเราว่า ไม่มีใครที่รวยจากการพนัน ยกเว้นเจ้ามือ”
“เขาเคยมาขอยืมเงินอิ๋มด้วยค่ะ แต่อิ๋มไม่ให้ เพราะจะเก็บเงินเป็นค่าเทอมลูก” อิ๋มพูดขึ้นมา ทำเอาเพื่อนพนักงานคนอื่นบอกว่าตนเองก็เคยโดนขอยืมเงินเหมือนกัน
“มิน่าล่ะ น้าเห็นเขามานั่งหลับตอนบ่ายตรงด้านหลังสโตร์บ่อยๆ คงอดนอนดูบอล” น้าเทพที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พูดขึ้นมา ป้าบงชพยักหน้ารับรู้ แล้วยกโทรโข่งขึ้นพูดต่อ
“และเมื่ออับจนหนทาง ก็โกงเงิน ซึ่งมันผิดกฎหมาย ป้าไม่ได้แจ้งตำรวจ เห็นแก่ที่ทำงานด้วยกันมา แต่ป้าก็จำเป็นต้องให้ออก เพราะจะให้พวกเราทุกคนทำงานกับคนที่คดโกงก็ไม่ได้”
“พวกเราทุกคนเข้าใจตรงกันนะ ว่าเหตุผลของการให้ออกคือแบบนี้ จากนี้ ก็ขอให้พวกเราตั้งใจทำงาน ถ้าใครมีปัญหาอะไรก็มาบอกกัน จะได้หาทางช่วยเหลือ พวกเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน”
“ป้าก็หวังว่าเขาจะไม่กลับมาก่อเรื่องอะไรอีก ถ้าเขามายืมเงินก็อย่าให้ยืม เดี๋ยวจะไม่ได้คืน เอาละ กลับไปทำงานกันตามปกติเถอะ ไม่มีอะไรแล้ว” ทุกคนจึงทยอยเดินกลับไปทำงานตามปกติ
“ในเมื่อประกาศให้ทุกคนรู้แล้ว ก็จบเรื่องสักที เราไปหาอะไรกินกันมั้ย แทนพลังงานหมด” หญิงสาวหันไปกอดแขนป้าบงกชอย่างที่ทำมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิง
“ไปกัน ป้าเลี้ยงเอง จะขอบคุณคีด้วย อุตส่าห์เหนื่อยมาทำให้” ป้าบงกชมองหน้าชายหนุ่มอย่างขอบคุณ คีรียิ้มรับอย่างเขินๆ
คีรีจึงอาสาขับรถให้ทุกคนนั่งเพื่อไปที่ร้านอาหารในตัวเมือง ป้าบงกชที่ไม่ได้ออกไปไหนนานแล้วเพราะต้องคอยดูแลคุณปู่ จึงมองข้างทางอย่างเบิกบานใจ
“เออ แทนสงสัยอย่าง พี่คีรู้ได้ยังไงอะว่ามีทุจริต” ธัญญาซึ่งนั่งอยู่ที่เบาะหลังถามด้วยความสงสัย
“แรกสุด พี่เห็นว่าวัตถุดิบมันขาดไง จำได้มั้ย ที่แทนเคยบอกว่าไปดูที่คลัง แล้วเห็นว่าพวกยาขมยาหอมล้นสโตร์ แต่วัตถุดิบขาด ดูไม่ค่อยสมดุล” หญิงสาวพยักหน้าแสดงความเข้าใจ
“นั่นแหละ พี่ก็เลยไปดูว่าเขาสั่งซื้อบ้างหรือยัง ก็เลยเจอว่ามีการซื้อจากบิลพวกนี้แหละ เพราะทำปนกันไปกับบิลปกติ แต่มันก็มีความแปลก เพราะเป็นการซื้อในจำนวนไม่มาก แต่ซื้อหลายเจ้า เพราะปกติเราซื้อจากเจ้าประจำ แล้วก็จำนวนเยอะกว่านี้มาก ก็เลยแล้วไล่ดูในระบบ เห็นว่ามีการ ‘ทำรายการรับ’ เข้ามาในระบบ แต่พอไปดูของในสโตร์ มันกลับไม่มีของเข้ามาเลยไง” ชายหนุ่มสรุปยืดยาว
“ป้าดีใจนะที่คีมาช่วยดู ไม่งั้นปล่อยทิ้งไว้คงเสียหายอีกเยอะ ป้าต้องขึ้นเงินเดือนให้คีแล้วเนี่ย” ป้าบงกชชมอย่างจริงใจ
“โอย ไม่ต้องหรอกครับป้า ไม่ต้องให้ค่าแรงผม ผมก็ยินดีช่วยฮะ งานสวนของแม่ช่วงนี้ไม่เยอะ ผมมาช่วยได้ สบายมาก”
“พี่คีเก่งจัง แทนปลื้ม แล้วนายประพลกับแนตเขาอาศัยช่วงที่สองป้าไปวุ่นวายดูแลคุณปู่ด้วยนะกะว่าไม่มีใครตรวจสอบ ที่ไหนได้ มาเจอเดอะคีเข้าแล้ว” หญิงสาวหัวเราะอย่างสะใจ
คำว่า ‘แทนปลื้ม’ ดังก้องไปก้องมาอยู่ในหัว ชายหนุ่มคิดว่าคืนนี้คงหลับฝันดี ถึงกับยิ้มออกมาระหว่างขับรถ ในขณะที่ป้าบงกชที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับหันมามองชายหนุ่ม แล้วถามด้วยความห่วงใย
“คีร้อนเหรอลูก หน้าแดงเชียว”
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 7 : จับขโมย
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 6 : ว่าที่ดีไซเนอร์เปย์เวอร์วัง
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 5 : เรื่องวุ่นวายในโรงยา
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 4 : งานในฝันและผู้ชายในฝัน
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 3 : ผู้ช่วยคนสำคัญ
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 2 : แล้วยังจะสร้างเรื่องไว้อีก
- READ จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 1 : พี่ชายตัวดีหนีไปมีผัว







