จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 5 : เรื่องวุ่นวายในโรงยา

จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 5 : เรื่องวุ่นวายในโรงยา

โดย : สีหมอก ดอกรัก

Loading

เมื่อพี่ชายตัวดีหนีไปมีสามี! จิตรกรสาวจึงต้องจำใจบริหารโรงงานยาไทยมรดกของคุณปู่แทน แต่ท่ามกลางอุปสรรคที่ไม่ถนัด เธอจะพบว่าความสัมพันธ์ที่งดงามจากเหล่าคนชราในโรงยาแห่งนี้ คือยาขนานเอกที่ช่วยเยียวยาหัวใจได้ดีที่สุด พบกับเรื่องราววุ่นๆ นี้ ใน “จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา” โดย สีหมอก ดอกรัก

ตั้งแต่ที่คีรีมาช่วยงานที่โรงยา ชายหนุ่มก็รู้สึกสนุกกับการค้นหาข้อมูลต่างๆ รวมถึงยังหาเวลาไปเดินดูการผลิตอย่างสนใจ อันที่จริง ชายหนุ่มก็เข้านอกออกในโรงยามาตั้งแต่ยังเล็ก แต่ไม่เคยได้ใกล้ชิดแบบ ‘คลุกวงใน’ ขนาดนี้มาก่อน

ธัญญาเปิดประตูกองบัญชาการเข้ามาพร้อมกับหิ้วถุงขนมมาด้วย พอวางขนมบนโต๊ะเรียบร้อยก็แทบจะถลาเข้ามาทิ้งตัวบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้สุด พร้อมกับเอนศีรษะพิงพนักแล้วยกขาสองข้างขึ้นมาพาดเก้าอี้ที่อยู่ถัดไป

“อะ…พี่คี ซื้อหนมมาฝาก” สภาพหญิงสาวเหมือนเพิ่งวิ่งสิบกิโลเมตรกลางแดดเปรี้ยง ทำเอาชายหนุ่มอดสงสารไม่ได้

“เหนื่อยโว้ย…สองสัปดาห์แล้วนะ ที่แทนตระเวนคุยกับลูกค้าทุกเจ้า” หญิงสาวถอนใจเฮือกใหญ่

ชายหนุ่มมองคนที่นั่งหมดสภาพอย่างเห็นใจ จึงเดินไปหยิบภาชนะที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กมุมห้องมาใส่ขนมที่หญิงสาวซื้อมา แล้วหยิบช้อนวางในจานส่งให้หญิงสาวอย่างเอาใจ

“กินซะก่อน จะได้มีแรง”

หญิงสาวพึมพำขอบคุณ แล้วหยิบจานขนมมาถือไว้ แล้วผงกหัวขึ้นมาพูด

“แทนไปขอโทษลูกค้าทุกเจ้าเลย ครบแล้วเนี่ย จะเป็นลม” พูดจบก็หงายคอพิงไปกับพนักเก้าอี้

“คิดซะว่าแทนทำเอง ดีกว่าให้สองป้าทำไง ดีออก ได้ไปเจอลูกค้าที่บางคนก็ไม่เจอกันนานแล้วนะ”

“ก็จริงนะพี่คี” หญิงสาวเป่าลมออกจากปาก แล้วเดินไปที่มุมห้อง เปิดตู้เย็นหยิบน้ำในขวดมาเปิดฝา แล้วยกกระดกทั้งขวดรวดเดียว ก่อนจะกลับมานั่งพาดขาที่เก้าอี้ตัวเดิม

ชายหนุ่มเห็นว่าแอร์ในห้องคงจะเย็นไม่พอ จึงไปยกพัดลมมาเปิดแล้วหันไปทางหญิงสาว

“ขอบคุณค่ะพี่คี น่ารักที่สุดเลย” หญิงสาวหันมายิ้มให้อย่างถูกใจ ทั้งขนมในจาน ทั้งลมเย็นๆ ใครจะรู้ใจมากไปกว่านี้คงไม่มี โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่ายิ้มแบบนี้แหละ ที่ทำให้หัวใจคนตรงหน้าไหววูบได้ทุกครั้งมันเริ่มตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็อดยิ้มตอบแบบที่ไม่เคยทำให้ใครไปเสียทุกครั้ง

“อะ ถ้าหายเหนื่อยแล้วมาดูนี่กันดีกว่าแทน” ชายหนุ่มแก้เขินด้วยการเปลี่ยนเรื่อง พลางขยับจอคอมพิวเตอร์ เพื่อให้หญิงสาวที่นั่งแผ่สองสลึงมองได้ถนัดขึ้น

“มีอะไรอี๊ก” หญิงสาวแทบจะดีดตัวขึ้นมาจากที่นั่งหมดแรงอยู่

“จำเรื่องที่แทนเคยบ่นว่าวัตถุดิบไม่พอได้มั้ย” ชายหนุ่มเท้าความถึงช่วงที่ธัญญาเคยบ่นว่าวัตถุดิบไม่พอผลิต แต่ต้องไปจัดการเรื่องขายให้เรียบร้อย เพื่อให้มีรายได้เข้ามาก่อน

“จำได้สิ ตั้งแต่วันแรกๆ ที่แทนมาดูเลย พี่อิ๋มบ่นให้ฟังว่าวัตถุดิบใช้ได้แค่สิ้นเดือนนี้ แทนเกือบลืมไปแล้ว จะสั่งทันมั้ยเนี่ย”

“พี่เห็นมีเปิดบิลซื้อนะ แล้วก็จ่ายเงินค่าวัตถุดิบไปหลายครั้งเลย ในเดือนที่ผ่านมาเนี่ย แต่พอลงไปดูของที่สโตร์…ปรากฏว่า…มันไม่มีของพวกนั้น”

“เฮ้ย แปลกๆ แล้วนะ อย่าบอกนะว่า…มีทุจริต” หญิงสาวเอะอะขึ้นมา ชายหนุ่มยิ้มดีใจที่หญิงสาวตรงหน้าตามเรื่องได้ทัน

“แล้วพี่ก็เจอตัวการแล้วด้วย” คราวนี้ชายหนุ่มยิ้มกว้าง เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าอ้าปากค้าง

“ยังไม่จบแค่นี้ มีเรื่องยุ่งอีกนิดหน่อย เราจะต้องต่ออายุจีเอ็มพีกัน พี่ว่าสองป้าคงจะลืมว่าถึงกำหนดแล้ว” คีรีเปิดแฟ้มเอกสารที่เคยขออนุญาตเมื่อครั้งก่อน ส่งให้หญิงสาวดู

โดยปกติทุกโรงงานไม่ว่าจะเป็นโรงงานอะไรก็แล้วแต่ มันจะต้องมีเรื่องของมาตรฐานการผลิต ซึ่งโรงงานผลิตยาสมุนไพรก็ไม่อยู่ในข้อยกเว้น เพื่อเป็นการรับประกันในเบื้องต้นว่า การผลิตเป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับได้ ซึ่งก็จะต้องมีการจัดเตรียมทั้งเอกสารต่างๆ ตามข้อกำหนด รวมถึงสภาพของโรงงานที่ถูกสุขลักษณะ และจะต้องนัดหมายให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบตามกำหนดเวลา

ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าขออนุญาตแล้ว ใบอนุญาตจะใช้ได้ชั่วชีวิต มันจะต้องมีการต่อใบอนุญาตและนัดหมายเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบซ้ำ เพื่อออกใบอนุญาตฉบับใหม่ หากไม่ทำตามข้อกำหนดต่างๆ ก็มี
ความเสี่ยงในการถูกปิดโรงงาน

หญิงสาวจำได้ดีเลยว่าตอนที่ขอใบอนุญาตในครั้งแรกสุดนั้น สองป้าวุ่นวายกับการจัดเตรียมเอกสาร และสภาพโรงงานโบร่ำโบราณในครั้งนั้น ก็แทบจะต้องยกเครื่องใหม่หมด มีการสร้างห้องคลีนรูม สำหรับการผลิต มีส่วนที่ใช้อบให้สมุนไพรให้แห้ง ไม่ต้องใช้วิธีตากแดดแบบเก่า มีเครื่องบดสมุนไพรที่ทันสมัย มีการส่งตัวอย่างยาไปตรวจสอบที่ห้องแล็บที่ได้การรับรองมาตรฐาน เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่คุ้มค่ามาก เพราะเราก็พูดได้เต็มปากว่ายาที่ออกจากโรงงานยาบุษบันปลอดภัย

“โห…ไปไม่เป็นเลยแฮะ เอกสารเยอะขนาดนี้ ให้แทนออกไปหาลูกค้าทุกวันยังจะดีซะกว่ามานั่งทำอะไรพวกนี้”

“พี่ว่าเราต้องบอกสองป้าก่อน อย่าลืมสิ เรามีกุนซือเป็นที่ปรึกษา เดี๋ยวมันก็ผ่านไปได้แหละ” ชายหนุ่มปลอบใจ ทำให้สีหน้าซีดเซียวของหญิงสาวตรงหน้าค่อยมีสีเลือดขึ้น

“เอาวะ อย่างน้อยไอ้แทนก็ไปจัดการเรื่องรายได้ของโรงยาเรียบร้อยไปแล้วหนึ่งอย่าง ทีนี้ก็ค่อยมาลุยเรื่องที่เหลือ…ไม่รู้แต่ก่อนสองป้าทำกันมาได้ยังไง”

“สองป้าเก่งนะ แม่พี่ก็เคยเล่าให้ฟังว่า สมัยเป็นเด็กก็เรียนหนังสือเก่ง แล้วก็ขยันมาก แต่ก็ไม่ได้เรียนสูง เพราะถ้าต้องเรียนต่อก็ต้องไปอยู่กรุงเทพ ก็เลยเรียนวิทยาลัยในตัวจังหวัด”

หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ สภาพสังคมสมัยสองป้ายังรุ่นสาว คงเป็นเรื่องยากมากที่จะออกจากบ้านมาเรียนหนังสือเพียงลำพังในกรุงเทพฯ ไม่เหมือนสมัยนี้ ที่จะไปอยู่คอนโดมิเนียมคนเดียวก็ไม่ได้ยากอะไร

“แทนว่านะ เผลอๆ ถ้าสองป้าเรียนสูงๆ ขึ้นมาจริงๆ อาจไม่ได้ทำงานโรงยาก็ได้นะ ดูพ่อแทนสิ” หญิงสาวยิ้ม แล้วหันมามองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะพูดต่อ

“แล้วนี่พี่ธาดาก็หาจังหวะไปในเวลาที่เหมาะเจาะจริงๆ แต่ก็ไม่แน่หรอก เพราะหากพี่ธาดาอยู่ อาจจะลืม แล้วก็ไม่ได้บอกป้า จนทำให้ไม่ได้ขอต่ออายุ” หญิงสาวเอนหลังพิงพนักในท่าเดิม รู้สึกสบายใจที่ได้ปรับทุกข์กับพี่ชายข้างบ้าน

“ที่จริงนะพี่คี แทนก็ไม่เข้าใจพี่ธาดาเลยนะ ว่าทำไมอยู่ๆ ถึงมาดีแตกเอาตอนนี้ จำได้ป่าว ตอนเด็กเขาเรียบร้อยจะตาย เอาแต่เรียน พ่อแม่ให้ทำอะไรก็ไม่เคยขัด แล้วพ่อแม่ก็โคตรจะตามใจเลย ถึงจะไม่ฟุ่มเฟือยเหมือนลูกคนรวย แต่เราก็ไม่เคยขาด” หญิงสาวนิ่งไปนิดนึง ก่อนจะพูดต่อว่า

“แต่ก็ดีอย่างนึงนะพี่คี พ่อแม่ไม่เคยให้เงินก้อนโตๆ กับพวกเราเลย พี่คีได้แค่เงินเดือนโรงยา แทนเองก็วาดรูปขาย…คือ…แทนกลัวอีตาเอริคมันมาหลอกพี่ธาดา แต่อย่างน้อยนะ พี่ธาดามันไม่ได้มีเงินทองเยอะแยะให้มันหลอก ถ้าเกิดมันหลอกจริง ก็คงเสียหายไม่มาก”

เรือนคุณปู่ที่อยู่ลึกเข้าไปด้านหลังของโรงยา อาศัยแนวต้นไม้ร่มครึ้มแบ่งแยกอาณาเขต เสียงจากภายนอกไม่สามารถเข้ามารบกวนความสงบของเรือนหลังนี้ได้เลย ป้าบงกชและป้าจงกลเพิ่งจะได้วางมือ หลังจากป้อนข้าว อาบน้ำ เปลี่ยนแผ่นรองซับ จนตอนนี้คุณปู่หลับไปแล้ว ยังดีที่มีพี่หมายที่คอยดูแลข้าวปลาอาหารให้ทั้งเรือนคุณปูู่ และบ้านใหญ่ รวมถึงงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ด้วย

“อ้าว นั่นใครมากันล่ะ อ้อ เจ้าแทนกับคี มานั่งนี่ก่อน คุณปู่เพิ่งจะหลับไป” ป้าจงกลทักผู้มาเยือนให้มานั่งที่ชานบ้าน แม้จะมีลมพัดเย็นสบาย แต่ก็ยังมีพัดลมที่คอยระบายอากาศเพิ่มความสดชื่นด้วย

“เดี๋ยวป้าไปหยิบน้ำมาให้” ป้าจงกลทำท่าจะลุกไป แต่หลานสาวห้ามไว้

“ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวแทนไปหยิบเอง เดี๋ยวจะไปตามป้าบงด้วย อยากจะขอคำปรึกษากับสองป้า” หญิงสาวพุ่งตัวเข้าไปในห้องครัวอย่างคุ้นเคยกับสถานที่ แล้วเดินกลับออกมาพร้อมขวดน้ำและแก้วน้ำ มีป้าบงกชเดินถือถาดขนมตามออกมา

“ว่าไงล่ะสองสหาย มีอะไรจะมาปรึกษาป้า” ป้าบงกชถามขึ้น

“เราต้องต่ออายุจีเอ็มพีแล้วครับ พวกเราไม่เคยทำก็เลยมาขอความรู้กับคุณป้า” ชายหนุ่มคนเดียวในที่นี้เอ่ยขึ้น

“อ้าว นี่จะหมดอายุอีกแล้วเหรอ เหมือนเพิ่งต่อไปไม่นานนี้เอง” ป้าบงกชบ่นอุบ “เอาอย่างนี้ละกัน ช่วงนี้ป้าจะเข้าไปโรงยาก่อน แล้วจงดูคุณปู่คนเดียวไหวมั้ย” ป้าบงกชหันไปถามน้องสาว

“ก็ต้องไหวแหละพี่บง ไปเถอะ เด็กๆ มันไม่เคยทำ เท่ากับไปสอนงานด้วย แล้วไอ้พวกที่ธาดาไม่ได้ขายของเมื่อเดือนก่อน แทนจัดการแล้วหรือยังล่ะ เห็นหายเงียบไปเลย” ป้าจงกลถามด้วยความเป็นห่วง

“แทนเก็บงานหมดแล้วค่ะ แล้วก็คุยกับลูกค้าขอออร์เดอร์เดือนหน้ามาเรียบร้อยหมดแล้วด้วย ที่เงียบไป เพราะแทนไปหาลูกค้าทุกวันเลย เพิ่งจะครบก็นี่แหละค่ะ”

“ลูกค้าเขาไม่ว่าอะไรเนอะ หลานปู่ไปเอง” ป้าจงกลเย้า

“ก็มีบ่นบ้างค่ะ เพราะสั่งซื้อจากเราไปแล้ว แต่เราเองเป็นฝ่ายเงียบไปเฉยๆ ก็คนขายของดันอู้งานซะดื้อๆ” หญิงสาวบ่น “ดีว่าช่วงนี้งานวาดรูปของแทนยังเงียบๆ อยู่ งานแสดงภาพรอบที่แล้วเล่นเอาสลบ… เออ แล้วคุณปู่เป็นยังไงบ้างคะช่วงนี้”

“ก็ทรงๆ แหละ…คนแก่ นอนเป็นส่วนใหญ่ นี่ก็เพิ่งจะหลับไป ยังดีที่ไม่ถึงกับติดเตียง” ป้าจงกลพูดเรียบๆ เหมือนเข้าใจสถานการณ์ดี

“แล้วพี่เราเขาติดต่อมาบ้างมั้ย” ป้าบงกชถามขึ้น

“ยังค่ะ แต่เดี๋ยวเขาพร้อมก็คงติดต่อมาเอง สมัยเรียนมหาลัย เขาก็อยู่คนเดียว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะแทนว่า แค่ไม่ถูกผู้ชายหลอกก็พอ แต่พี่ธาดามันจะไปทันเหลี่ยมผู้ชายมั้ยเล่า” หญิงสาวฮึดฮัด

“หยั่งกับหล่อนเจนจัดงั้นแหละไอ้แทน” ป้าบงกชเหน็บเบาๆ ก่อนจะพูดต่อว่า

“ก็ต้องให้เขาเรียนรู้ ป้าก็เสียใจอยู่เหมือนกันที่เขาไม่ตั้งใจกับโรงยาเท่าที่ควร แค่รับผิดชอบงานขาย อย่างอื่นก็มีคนทำให้หมดแล้ว ก็ยังรับผิดชอบไม่ได้”

“ก็คงถูกตามใจจนเคยตัวแหละ พออยากให้แฟนมาอยู่บ้านแล้วไม่มีใครเห็นด้วย ก็ฟึดฟัด บางที ไอ้คำว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนน่ะ มันไม่ได้เชยเลยนะ…ผู้ใหญ่เขามองออกว่าใครเป็นยังไง ถึงเรามันจะเป็นเด็กรุ่นใหม่ แต่ถ้าเรารู้จักฟังกันและกัน เอาประสบการณ์คนแก่มาปรับใช้ เอาความใหม่ของเด็กมาแบ่งปัน โลกมันก็น่าอยู่ขึ้นนะ ป้าว่า” ป้าจงกลที่ปกติจะไม่ค่อยพูด ก็อดไม่ได้ที่จะออกความเห็นขึ้นมาบ้าง

“ป้าเห็นด้วยกับป้าจงนะ…พวกป้าชอบนะ แล้วก็จะดีใจมาก ถ้าเห็นเด็กรุ่นหลังๆ เขาทำอะไรต่อมิอะไรได้ แต่ก็ไม่ใช่จะถีบคนเกิดก่อนไว้ข้างหลัง…โลกใบนี้มันมีคนหลายวัยที่ต้องอยู่ร่วมกัน บางที ถ้าธาดาฟังคำเตือนจากผู้ใหญ่บ้าง มันก็น่าจะดี” ป้าบงหันมาสบตาชายหนุ่มคนเดียว แล้วพูดขึ้นว่า

“อันที่จริงมันก็เรื่องในครอบครัว แต่คีก็เหมือนคนในครอบครัวของเรา เห็นกันมาตั้งแต่เกิด…ทนฟังป้าหน่อยนะคี” ป้าบงกชยิ้มให้ และชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณ

“ผมเข้าใจครับ แล้วก็ขอบคุณมากๆ เลย ที่เห็นผมเป็นคนในครอบครัว และผมก็เคารพคุณป้าทั้งสองเหมือนป้าแท้ๆ ของผม” ชายหนุ่มนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อว่า

“ที่จริง นอกจากจะมาบอกคุณป้าเรื่องต่ออายุจีเอ็มพีแล้ว ยังมีอีกเรื่องนึง…” ชายหนุ่มสบตาป้าทั้งสอง แล้วพูดต่อ “ผมว่าการจัดซื้อมันแปลกๆ ลองดูนี่สิครับ” ชายหนุ่มเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่หยิบติดมือมาด้วย แล้วเปิดข้อมูลให้สองป้าดู พลางอธิบายตัวเลขต่างๆ

“แบบนี้ไม่ใช่ทำคนเดียวแล้วนะ ป้าว่า” ป้าจงกลมีสีหน้าซีดเผือด ขณะที่ป้าบงกชเม้มปากแน่น

“พรุ่งนี้ป้าจะเข้าไปสังเกตการณ์แบบเงียบๆ เรื่องแบบนี้สาวได้ไม่ยาก แค่อย่าให้หัวขโมยรู้ตัวจะได้คาหนังคาเขา พร้อมเมื่อไหร่จะเรียกตัวมาสะสาง ตอนนี้เราต้องรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน จะได้ดิ้นไม่หลุด”

“ขี้เกียจป้าไม่ว่า แต่ถ้าขี้โกง ป้าไม่เอาไว้แน่!”

หญิงสาวมองป้าบงกชพลางคิดในใจ ‘แม่เสือลุยแล้วโว้ย’

 



Don`t copy text!