พยับฟ้าโพยมดิน บทที่ 29.2 : สัญญาณที่ขาดหาย

พยับฟ้าโพยมดิน บทที่ 29.2 : สัญญาณที่ขาดหาย

โดย : พงศกร

Loading

พยับฟ้าพโยมดิน นวนิยายจากอ่านเอา โดย พงศกร เมื่อน้องชายฝาแฝดหายตัวไปอย่างลึกลับในหมู่บ้านกลางหุบเขาของภูฏาน เขาจำเป็นต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหาก่อนที่จะสายเกินไป เขาต้องยอมรับความช่วยเหลือจากนารีญาหญิงสาวที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขาตั้งแต่แรกเจอพ่วงไปด้วย เธอคนนี้อาจเป็นคนเดียวที่ไขปริศนาต่างๆ และพาเขาไปพบกับน้องชายได้

ล่องเมฆตัดสินใจแล้วว่าเขาจะไม่อยู่เฉย รอดูความหายนะของพี่ชาย แต่เขาจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยลิ่วลม

สำหรับคนอื่นอาจจะคิดว่านั่นก็แค่ฝันร้าย

แต่สำหรับชายหนุ่มผู้ที่มีอำนาจพิเศษอย่างล่องเมฆ เขารู้ว่านั่นคือรหัสสัญญาณเตือนภัย ที่มาปรากฏในรูปของความฝัน

ยังเชนกลับไปห้องนอนของเธอนานแล้ว ล่องเมฆรอจนแน่ใจว่าหญิงสาวคงจะหลับสนิท และทั้งบ้านกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง จึงค่อยๆ ถอดหมวกโทจัพออกจากหัว

ทันทีที่หมวกหลุดออกไปจากศีรษะ สรรพเสียงสำเนียงอื้ออึงก็กลับมากึกก้องอีกครั้ง เหมือนกับเขาเดินออกจากห้องเงียบ

ล่องเมฆหลับตานิ่ง ส่งกระแสจิตเรียกลิ่วลม

…ลม ลม…นี่ฉันเอง ลมอยู่ไหน…

เงียบสนิท

ไม่มีสัญญาณตอบรับจากปลายทาง

…ลม ได้ยินไหม อยู่ที่ไหน…

เงียบ

เหมือนเวลาโทรศัพท์แล้วอีกฝ่ายปิดเครื่อง ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

นั่นทำให้ล่องเมฆยิ่งกังวล เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ทุกครั้งที่เขาเชื่อมจิตถึงลิ่วลม ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้ พี่ชายของเขาจะส่งจิตตอบกลับมาเสมอ

ล่องเมฆหลับตานิ่ง

ลิ่วลมไม่ตอบอะไร เขาจึงพยายาม ‘มอง’ หาพี่ชาย

ความสามารถนี้ เขาเป็นคนเดียวเท่านั้นที่มี

แม้แต่ลิ่วลมก็ทำไม่ได้

ตอนเป็นเด็ก เล่นซ่อนหากับพี่ๆ น้องๆ ล่องเมฆจะหาทุกคนพบเสมอ ไม่ว่าจะไปซ่อนในสถานที่ลึกลับแค่ไหน ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับล่องเมฆ

เขาแค่นึกถึงบุคคลผู้นั้น นึกว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วภาพของคนที่เขากำลังติดตามหา ก็จะวาบขึ้นมาในหัวทันที เหมือนเวลาดูภาพยนตร์

แต่ความสามารถนี้มีจำกัด

ไม่ใช่ว่าอยากจะติดตามค้นหาใครก็ได้ เบื้องบนที่ให้พลังเขามา อนุญาตให้ล่องเมฆติดตามหาได้เฉพาะคนในครอบครัวที่เป็นสายเลือดโดยตรงเท่านั้น

ล่องเมฆพยายามเพ่งสมาธิ ‘มอง’ หาพี่ชายฝาแฝด แต่ทว่า…ไม่เห็น…

สายลมภายนอกพัดกระโชกแรง พาให้หน้าต่างที่เปิดเอาไว้กระแทกกับผนังบ้านดังปัง ล่องเมฆสะดุ้งสุดตัว รู้สึกยะเยือกเย็นแล่นไล่ขึ้นมาบนสันหลัง

เป็นไปได้อย่างไร…

ลิ่วลมหายไปไหน

เหตุใดเขาถึงมองไม่เห็น

ไม่นะ…

ล่องเมฆไม่ยอมแพ้ เขาหลับตา นั่งสมาธิแบบที่หลวงปู่เคยสอน

ตอนที่พ่อกับแม่พบว่าเขาและลิ่วลมเป็นฝาแฝดที่มีความพิเศษ ท่านทั้งสองพาเขาและพี่ชายไปกราบหลวงปู่ที่วัดป่าแห่งหนึ่ง ที่อยู่ไม่ไกลบ้าน

หลวงปู่อายุราวเจ็ดสิบ หากผิวพรรณและหน้าตาผ่องใสราวคนอายุไม่ถึงห้าสิบ ท่านฟังพ่อและแม่เล่า ขณะทอดสายตาจ้องมองพี่น้องฝาแฝดแน่วนิ่ง

ล่องเมฆรู้สึกว่าดวงตาของท่านสุกสกาวเหมือนกับดวงดาวบนฟ้า

หลวงปู่ไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่าบอกให้พ่อกับแม่พาเขามาปฏิบัติธรรมทุกเสาร์อาทิตย์อย่างต่อเนื่อง ตอนอยู่ชั้นประถม โรงเรียนปิดเทอม ล่องเมฆและลิ่วลมก็จะบวชเณรที่วัดป่าแห่งนั้น หลวงปู่สอนให้เด็กทั้งสองนั่งสมาธิ รู้จักที่จะควบคุมพลังพิเศษของตน ล่องเมฆเรียนรู้ว่าจิตใจที่เป็นสมาธิจะทำให้พลังของเขาแข็งแกร่งขึ้น

หลังจากกำหนดลมหายใจเข้าออก ตามวิธีที่หลวงปู่เรียกว่าอานาปานัสสติ เขาก็เริ่มจับสัญญาณบางอย่างได้

ในหัวของล่องเมฆ เขาได้ยินเสียงน้ำไหลเชี่ยว และเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของผู้คน เสียงนั้นอึงอลสับสนจนแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงของใครบ้าง

พยายามมองหาลิ่วลม แต่กลับไม่พบอะไรนอกจากความดำมืด

“แค่ก…แค่ก”

จู่ๆ ล่องเมฆก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังสำลักน้ำ แสบจมูกมากจนหายใจแทบไม่ออก

นั่นน่าจะเป็นสิ่งที่ลิ่วลมกำลังประสบอยู่ในเวลานั้น

ล่องเมฆรู้สึกร้อนรนจนแทบเสียสมาธิ พี่ของเขากำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง และล่องเมฆจะไม่ปล่อยให้ลิ่วลมต้องมาตายอยู่ที่นี่

แม้จะไม่รู้ว่าลิ่วลมประสบเหตุร้ายอยู่ที่ไหน แต่เขาสัมผัสได้ว่าไม่ไกลจากที่เขาอยู่มากนัก ลักษณะของกระแสน้ำที่พัดแรง ผนังสองข้างที่เป็นหิน ชื้นเย็น และช่องทางแคบราวอุโมงค์…

ล่องเมฆคิดว่านั่นเป็นโพรงถ้ำ

โพรงถ้ำที่มีธารน้ำใต้ดิน…

ถ้ำลักษณะแบบนี้อยู่ที่ไหนกันนะ…



Don`t copy text!