พยับฟ้าโพยมดิน บทที่ 30.2 : เด็กชายตาเดียว

พยับฟ้าโพยมดิน บทที่ 30.2 : เด็กชายตาเดียว

โดย : พงศกร

Loading

พยับฟ้าพโยมดิน นวนิยายจากอ่านเอา โดย พงศกร เมื่อน้องชายฝาแฝดหายตัวไปอย่างลึกลับในหมู่บ้านกลางหุบเขาของภูฏาน เขาจำเป็นต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหาก่อนที่จะสายเกินไป เขาต้องยอมรับความช่วยเหลือจากนารีญาหญิงสาวที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขาตั้งแต่แรกเจอพ่วงไปด้วย เธอคนนี้อาจเป็นคนเดียวที่ไขปริศนาต่างๆ และพาเขาไปพบกับน้องชายได้

จากบ้านที่เขาพักอยู่กับยังเชนไปถึงถ้ำรังเซ เน ถ้าเดินเท้าต้องใช้เวลาเดินทางไม่ต่ำกว่าครึ่งค่อนวัน

ขี่ม้าไปเร็วกว่ามาก แต่คนที่นี่ไม่นิยมขี่ม้า เพราะเส้นทางเต็มไปด้วยอันตราย เคยมีม้าตกเขาลงไปพร้อมกับคนขี่หลายครั้งหลายหน หากล่องเมฆยอมเสี่ยง เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ลิ่วลมเป็นอย่างไรบ้างแล้ว ยิ่งไปถึงรังเซ เนเร็วเท่าไร โอกาสรอดของลิ่วลมกับเพื่อนๆ ก็จะมีมากขึ้น

เขาเลือกโดจี

โดจี แปลว่าสายฟ้า

การที่มันได้ชื่อว่าโดจี เพราะปราดเปรียว วิ่งเร็วประหนึ่งสายฟ้าแลบ

โดจีเป็นม้าคู่ใจของยังเชน นอกจากยังเชนแล้ว มันยอมให้เขาคนเดียวขี่ได้

ตอนที่เขาไปถึงคอก โดจีกำลังเคี้ยวหญ้าในรางอยู่อย่างเอร็ดอร่อย มันเอาจมูกมาถูกับต้นแขนของเขา ส่งเสียงดังฟืดฟาดราวจะทักทาย

“ไปกันเถอะโดจี พาฉันไปหาพี่ชายหน่อยนะ” เขาบอกโดจีขณะผูกอาน

ร่างสูงใหญ่ของล่องเมฆกระโดดขึ้นหลังม้าตัวพ่วงพีด้วยท่าทางชำนาญ เขาใช้ส้นเท้าสะกิดสีข้างของโดจี ให้สัญญาณกับเจ้าม้าตัวเก่ง

…จากนั้นทั้งคนและม้าก็พุ่งทะยานหายลับไปในราตรีกาล…

 

เร่งเดินทางอย่างต่อเนื่องนานนับชั่วโมง โดจีอึดและอดทนเป็นอย่างมาก

ล่องเมฆหยุดพักให้มันดื่มน้ำชั่วขณะ ก่อนจะเดินทางต่อ

จนกระทั่งฟ้าสาง เขาก็เห็นปากถ้ำรังเซ เนอยู่ลิบๆ

ถึงตรงนี้โดจีเริ่มมีท่าทางเหนื่อยล้า ล่องเมฆเลยกระโดดลงจากหลังเพื่อให้มันหยุดพัก เขาเทน้ำจากถุงหนังลงในชามไม้ในกระเป๋าที่สะพายติดตัวมาให้โดจีดื่ม เหลือเอาไว้ให้ตัวเองไว้นิดหน่อย เขาคิดว่าเมื่อถึงรังเซ เนน่าจะหาน้ำดื่มได้ไม่ยาก ล่องเมฆจำได้ว่าแถวแท่นบูชามีบ่อน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้วย

ขณะรอให้โดจีหายเหนื่อย เขาหยิบเอาคับเซ – Khabzey ออกมาจากกระเป๋าสะพายหลัง ตั้งใจจะกินรองท้อง เพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้กินอาหารอีกทีตอนไหน ขณะกำลังจะกัดแป้งทอดโรยน้ำตาลเพื่อเติมพลังนั่นเอง ที่เขาได้ยินเสียงเล็กๆ ของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“น้า…ขอคับเซนั่นได้ไหม”

ภาษาอังกฤษของใครคนนั้นชัดเจน ล่องเมฆหันไปทางที่มาของเสียง แล้วก็ต้องสะดุ้งตกใจ เพราะคนที่พูดเป็นเด็กชายตัวเล็กนิดเดียว

“หนู” ล่องเมฆถามเด็กชายเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน “มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง”

“ขอคับเซหน่อยได้ไหม” เด็กคนนั้นยังพูดประโยคเดิม ล่องเมฆเพิ่งสังเกตเห็นในตอนนั้นเองว่าเด็กชายผมทรงกะลาครอบ ลิ่วลมอดประหลาดใจมิได้ เพราะเด็กชายคนนั้นมีดวงตาที่ใช้การได้ดีแค่ข้างเดียวเท่านั้น บริเวณที่ควรจะเป็นดวงตาอีกข้างหนึ่ง กลับกลายเป็นหลุม บุ๋มลึกเข้าไปในใบหน้า ดูเหมือนกับไม่มีดวงตา

“หอมจัง…น่าอร่อยเสียด้วย มีแค่อันเดียวเองเหรอ”

เด็กชายเอียงคอมองคับเซในมือของเขา

“ฮื่อ” ล่องเมฆพยักหน้า ตอนออกมาจากบ้าน เขาหยิบคับเซมาแค่ชิ้นเดียว

“หนูขอได้ไหมน้า” เด็กชายถามประโยคเดิม

“หิวเหรอ”

ล่องเมฆถาม มองแป้งทอดโรยน้ำตาลหรือคับเซในมือ เด็กชายจ้องมองคับเซแน่วนิ่ง ไม่ตอบอะไร

“อ้ะ…ถ้าหิวก็เอาไปสิ น้ายกให้”

ล่องเมฆจะยื่นแป้งทอดโรยน้ำตาลก้อนกลมใหญ่ออกไปตรงหน้า

“ขอบคุณครับ น้าใจดีจัง” เด็กชายยิ้มกว้าง ก่อนจะรับแป้งทอดมาถือไว้แล้วหันหลังกลับ ออกวิ่งไปตามทางแคบๆ

“อ้าว” ล่องเมฆประหลาดใจ “นั่นจะไปไหน”

“ไปหานายท่าน” เด็กชายหันมาบอก “เอาคับเซไปให้นายท่าน”

“นายท่าน” ล่องเมฆนิ่วหน้า “นายท่านของหนูคือใคร”

เขาพึมพำกับตัวเองมากกว่าอยากได้คำตอบ

ล่องเมฆเงยหน้าขึ้นมองฟ้า…แสงสีส้มอมทองของดวงตะวันเพิ่งจะทอทาบทับท้องฟ้ากระจ่างใส เงาแดดยังคงอ่อนจาง การที่เด็กชายกับเจ้านายของเขามาอยู่ที่ตรงนี้ในเวลาเช่นนี้ หมายความว่าพวกเขาต้องเดินทางกันมาตลอดทั้งคืน หรือไม่เช่นนั้น ก็อาจจะตกค้างอยู่บนนี้ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาก็เป็นได้ และการที่เด็กชายออกมาดักคนที่เดินทางผ่านไปมา แล้วร้องขออาหารเพื่อนำไปให้ ‘นายท่าน’ ย่อมหมายความว่า เจ้านายของเด็กชายอาจจะต้องการความช่วยเหลือ

เขาเหลือบมองโดจี ท่าทางมันยังเหน็ดเหนื่อยอยู่ไม่น้อย ให้มันพักอีกสักหน่อยดีกว่า โดจีวิ่งต่อเนื่องมาหลายชั่วโมงแล้ว

เขาหันไปทางปากถ้ำรังเซ เน…อยู่อีกไม่ไกล อีกนิดเดียว…

เอายังไงดี…

จะทำไม่สนใจ ทิ้งเด็กกับเจ้านายไว้ที่นี่ แล้วเดินทางต่อไปเลยไหม

ถ้านายท่านของเด็กชายต้องการความช่วยเหลือล่ะ

เขาจะทิ้งไปโดยไม่เห็นแก่มนุษยธรรมเลยหรืออย่างไร

แต่ถ้าแวะไปดู ‘นายท่าน’ สักหน่อย มันจะทำให้ช่วยลิ่วลมไม่ทันหรือเปล่า

ถ้าไม่ไป แล้วนายท่านเกิดบาดเจ็บอยู่ หรือป่วย หรือได้รับอันตราย เขาคงจะเสียใจที่มีโอกาสแล้ว ไม่ยอมช่วย…

ล่องเมฆตัดสินใจในนาทีนั้น ช้าไปสักนิดหน่อย ถ้าแลกกับการช่วยชีวิตคน นั่นย่อมสำคัญไม่แพ้กัน

“รอด้วย ไอ้หนู” ชายหนุ่มตะโกนเรียกเด็กชายตาเดียว แล้ววิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว

น่าแปลก…

เขาเห็นหลังของเด็กชายอยู่ลิบๆ แต่วิ่งเท่าไรก็วิ่งไม่ทัน

บางจังหวะกำลังจะทันอยู่แล้วเชียว ทว่าเด็กชายกลับเร่งฝีเท้าวิ่งไปข้างหน้า ทำให้ล่องเมฆต้องเร่งฝีเท้าตามไป

ลัดเลาะไปมาในเส้นทางแคบและขรุขระ เลาะเลียบหน้าผาสูงชันน่าหวาดเสียว

โดยไม่รู้ตัว…ล่องเมฆออกห่างจากปากถ้ำรังเซ เนไปเรื่อยๆ

และเด็กชายคนนั้นก็ยังไม่หยุดวิ่ง…



Don`t copy text!