ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 25 : เอ๊ะ! อย่างไรกันแน่

ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 25 : เอ๊ะ! อย่างไรกันแน่

โดย : โสภี พรรณราย

Loading

ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ โดย โสภี พรรณราย…เมื่อชีวิตของชาลิสาพลิกผันไปจากความร่ำรวย กลายมาเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ เธอต้องงัดเอากลยุทธ์มากมายมาจัดการให้เรื่องราววุ่นวายทั้งหลายผ่านไปให้ได้ แต่ยังมีเรื่องวุ่นๆ ของหัวใจที่เกิดขึ้นทุกทีที่พบกับธีทัต เธอจะรับมืออย่างไร นวนิยายจากอ่านเอา ที่นำมาให้ทุกท่านอ่านออนไลน์ค่ะ

ริก้าทุบหน้าอกรัวๆ จนชาลิสารู้สึกเจ็บ จึงต้องรวบมือของอีกฝ่ายให้หยุดกระทำ

“พอแล้วคุณริก้า”

ริก้ายังไม่ยอม พยายามจะดึงมือออก จะได้รัวทุบต่อ แต่กับสู้แรงของอีกฝ่ายไม่ได้

แต่…ริก้ายังเหมือนสติหลุดชั่วขณะ ออกแรงตอบโต้กลับด้วยอารมณ์โกรธ จะต้องระบายอารมณ์ให้อีกฝ่ายเจ็บให้ได้

ทุบตี ดิ้นรนจนน้ำกระจาย

ชาลิสารวบตัวริก้าแน่น เพื่อมิให้มือไม้แข้งขาของริก้าออกฤทธิ์

เจ้านายสาวก็ใช่ย่อย ดิ้นรนประเคนทั้งแขน ขา ตัว จนเลขาสาวเจ็บเล็กน้อย

“พอ..พอ…พอแล้ว” ปากก็ตะโกนห้าม

มีหรือเจ้านายเจ้าอารมณ์จะยอมหยุด รู้สึกแย่ที่ถูกผลักอย่างแรงไปตกกลางสระ แต่กระเสือกกระสนว่ายเข้ามาจนได้

จริงๆ แล้วสำหรับชาลิสาถือว่าประสบความสำเร็จ แม้อีกฝ่ายจะว่าแบบจมบ้างผลุบโผล่บ้าง แต่ก็ถือว่าทำได้

ปลอดภัยแน่นอน เพราะถ้าทำไม่ได้ หญิงสาวก็พร้อมจะเข้าช่วยทัน

สาวเจ้าอารมณ์จะรู้ความต้องการของตนหรือเปล่า เธอโกรธเลขาจนต้องระบาย…ระบาย ชาลิสาก็ต้องพยายามหยุดอารมณ์ของอีกฝ่าย โดยการกอดรัดแน่น…แน่น…แน่นมาก ถ้าจะให้รอดพ้นจากมือไม้เท้าของอีกฝ่าย จึงต้องกอดรัดแบบใช้กำลัง

สำหรับสาวที่แข็งแรงออกกำลังกายเสมอ ย่อมแรงมากกว่าริก้าที่วันๆ ทำแต่เรื่องไร้สาระ

แขนกอดรัดทำให้ริก้าต้องผ่อนตัวเองเบาลง

กอดรัดแรงๆ ก็เจ็บเหมือนกันนะ สะบัดหัวไปมา อย่างไงก็ยังไม่หมดฤทธิ์

แต่สุดท้ายก็แพ้…ยอมหยุด

ใบหน้าของชาลิสากับริก้าแนบชิด มันเป็นจังหวะบังเอิญแท้ๆ อีกฝ่ายรัดแน่น อีกฝ่ายสะบัดหน้า

ไปๆ มาๆ หน้าชนกันเสียอย่างนั้น

จมูก…ปาก..โดยเฉพาะปากสัมผัสกันอย่างผิวๆ บางๆ

ริมฝีปากแตะนิดเดียว

ปากกับปาก จมูกกับจมูก จมูกกับแก้ม แก้มกับแก้ม

หยุดกึกทั้งคู่ เพราะไม่น่าจะเป็นแบบนั้น หากก็เป็นไปแล้ว

อะไรกันล่ะ?

รู้สึก…เพราะแปลกๆ ทั้งที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แนบชิดในสระน้ำ นอกจากร่างกายแนบคิด ศีรษะใกล้…หน้าใกล้ชิด…สัมผัส…

ริก้าตาโต ถึงเป็นผู้หญิงด้วยกัน ก็ใจเต้นแรงได้นะ

ชาลิสาล่ะ…ตกใจ ทุกอย่างไม่ใช่เจตนาเลย สาบาน…เพราะอุบัติเหตุหรือโดยบังเอิญมากกว่า

เจ้านายสาวชะงักงัน…แรงดิ้นรนหยุดลง หน้าแดง

ชาลิสากลืนน้ำลายยากเย็น

“คุณริก้า…”

เงียบสงบ แรงดิ้นรนในน้ำ น้ำกระจายกระเพื่อมอย่างแรง หยุดนิ่งสงบ

แปลกๆ…หยุด…แม้แต่ลมหายใจก็เหมือนจะลืมหายใจชั่วขณะด้วย

ลืมหายใจ…

อย่าว่าแต่ชาลิสากับริก้าเลย แม้แต่คนที่แอบมองอยู่ก็ตกใจ ลืมหายใจเช่นกัน

ลักขณา…คนหนึ่งล่ะที่แอบดูมาตั้งแต่ต้นว่าชาลิสาจะสอนริก้าว่ายน้ำได้อย่างไร ในเมื่อเจ้านายคนนี้เจ้าอารมณ์จะตาย เอาแต่ใจจะตาย และกลัวการว่ายน้ำจะตาย

อีกคน…โดยบังเอิญ…

ธีทัต…เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ เดินเข้ามาบริเวณสระว่ายน้ำและมองชาลิสากับน้องสาว ซึ่งถือว่าอยู่ในระหว่างการทำงาน

ชายหนุ่มเห็นภาพ…เช่นเดียวกับที่ลักขณาเห็น

ความใกล้ชิดของสองสาว แม้แต่ตอนที่ริก้าถูกอีกฝ่ายผลักลงน้ำลึก ธีทัตเหมือนจะรีบขยับตัว เกรงน้องสาวจะเป็นอันตราย เพราะทุกอย่างรวดเร็วมาก

แต่สุดท้ายก็ชะงัก…ยอมอดทน ในวิธีการของเลขาสาว

เมื่อมอบหมายงานให้ทำ ก็ควรยอมรับในวิธีการของเจ้าหล่อนด้วย แม้จะห่วงน้องสาวมาก แต่ก็ทำให้เห็นว่า น้องสาวเอาตัวรอดกลับมาได้อย่างปลอดภัย แม้ไม่เห็นด้วยในตอนแรกกับวิธีการของชาลิสา หาก…สุดท้ายก็ต้องยอมรับ

ภาพความใกล้ชิดของสองสาว มันอยู่แปลกๆ อยู่นะ

ลักขณาเพิ่งเห็นธีทัต…จึงเงยหน้าพูดกับญาติผู้พี่ว่า

“คุณธีเห็นนะคะ”

“อืมม์…” พยักหน้า

“ณาว่ามันแปลกๆ”

แต่ชายหนุ่มโบกมือ

“สอนว่ายน้ำก็แบบนี้ล่ะ” พูดเหมือนให้เห็นเป็นธรรมดา

“ธรรมดาหรือคะ?”

“อย่าคิดมาก”

“แต่ว่า…”

“พี่ว่า ณาคิดมากเกินไป” แล้วคนพูดก็ผละกลับเข้าตึกทันที ไม่มองว่าต่อไปจะเป็นเช่นไร

ในขณะที่สองสาวในสระว่ายน้ำ

“ว่าไง…คุณริก้าจะเรียนต่อไหม” ชาลิสาถาม

ริก้าเบ้ปากยังหน้าแดง ผละออกห่างกันแล้ว ถามห้วนๆ

“จะฆ่ากันใช่ไหม?” อายนะ…ไม่ใช่ไม่อาย ที่จูบกันแบบบังเอิญเมื่อครู่

มีคำว่า ‘เอ๊ะ’ …แปลกประหลาด

เอ๊ะ อย่างไรกันแน่?

“ก็ว่ายน้ำเป็นนี่”

“กลัวตาย”

“โดยอัตโนมัติ”

“ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเลย” ริก้าอย่างกรุ่นๆ ในอารมณ์ที่สับสน เป็นบ้าอะไร ทั้งโกรธทั้งไม่โกรธ ทั้งเกลียดทั้งชอบ

“กระตุ้นสัญชาตญาณของคุณ”

“ตายได้ง่ายๆ”

“แล้วตายไหมล่ะ?”

“ล้อเล่นกับความตายเรอะ”

“เปล่า…แต่ท้าทายความสามารถของคุณ”

“กล้านะ”

“เพราะเชื่อมั่นว่าคุณทำได้”

ประโยคแบบนี้ ถือเป็นคำชมหรือเปล่า?”

“แต่ว่า…”

“ฉันเชื่อมั่นคุณเสมอ เพราะคุณเก่งมีเรื่องพี่ชายคุณ คุณทำได้ทุกอย่าง ขึ้นอยู่ว่าคุณจะทำหรือไม่เท่านั้น”

ริก้าเม้มริมฝีปาก

พูดขนาดนี้แล้ว ยังจะต่อว่าอีกฝ่ายเรอะ

“ฉันต้องว่ายน้ำให้ได้!”

“ไปเลยค่ะ…ว่ายไปเลย ว่ายไปแตะขอบสระฝั่งตรงข้ามเลย”

“เสี่ยง?”

“ไม่มีคำว่าเสี่ยง ฉันจะว่ายเป็นเพื่อนคุณ”

“ไม่สอนเรอะ?”

“บอกว่าคุณว่ายน้ำเป็น คุณแค่กลัว”

“แต่…”

“ไป…ไป…ฉันจะว่ายเป็นเพื่อน…” ว่าแล้วชาลิสาก็โผออกไปก่อน ลอยคอรอริก้า

เห็นดวงตาอีกฝ่าย เจ้านายสาวเริ่มมีความมั่นใจมั่นใจว่า อย่างไรก็มี…อีกคนที่อยู่ข้างๆ เมื่อก่อนไม่เห็นจะไว้ใจขนาดนี้เลย

เป็นไงเป็นกัน…

โผออกไปทันที หวังจะยึดชาลิสาไว้ แต่ชาลิสาก็ว่ายหนีไม่ให้อีกฝ่ายจับตัว

แรกๆ ก็ดูเกร็งๆ…แต่ว่าให้ไปสักพักก็ผ่อนคลาย…

สนุกสนาน…ฮึดสู้…ต้องเป็น…ต้องสลับความกลัว

สุดท้าย…ริก้าทำได้…รู้ว่ามีชาลิสาอยู่ข้างๆ จึงมั่นใจ…

 

“มากินข้าวด้วยกันสิ” ริก้าชวน

มื้อค่ำของครอบครัวบูรพาพัฒน์ ค่ำคืนนี้ดูจะพร้อมหน้าเป็นพิเศษ ทั้งคุณเอกสิทธิ์ คุณกอบุญ ธีทัต ริก้า รวมทั้งครอบครัววรพลกับภรรยา สร้อยและลักขณา

ซึ่งปกติครอบครัววรพลมักจะไม่ร่วมโต๊ะ เพราะมีครัวแยกต่างหากนานๆ ทีจึงมาร่วมโต๊ะ เพราะลักขณาชวน เนื่องจากมีแขกอีกคน…

ชาลิสา…ตอนแรกหญิงสาวจะรีบกลับ หลังว่ายน้ำก็ปาเข้าไปเกือบสองทุ่มแล้ว อาบน้ำแต่งตัวจะกลับ ริก้าก็ชวน

“ไม่ค่ะ ขอกลับก่อน”

หากมีเสียงอีกเสียงที่ชวน

“อาหารบ้านนี้ไม่มียาพิษหรอก” วิธีชวนของธีทัต

ชาลิสาเลิกคิ้ว เอาเถอะ พูดเว่อร์ไปถึงยาพิษเลย

“ฉันอยากกลับค่ะ วันนี้ไม่ได้เอารถมาด้วย”

“กินก่อน เดี๋ยวไปส่ง”

โอ้โฮ้…บริการดีขนาดนี้ แต่ก็ไม่ยอมรับ

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ”

“บอกว่ากินก่อน เดี๋ยวไปส่ง” เป็นคำสั่งเรียบๆ

ชาลิสาเบ้ปาก…ไม่มีทางบังคับหรือสั่งได้

“ฉันจะกลับแล้ว…จะโทรเรียกรถบริการมารับ” เดินไปทันที แต่ก็ถูกเสี่ยงที่พูดลอยๆ ทำเอาสะดุด

“พรุ่งนี้เช้าไปบริษัท จะคุยเรื่องเงินเดือนเธอ”

สะดุดหยุดกึกทันที เรื่อง ‘เงิน’ เรื่องเงินเดือน เขาพูดแบบนี้ย่อมมีผลในวันนี้

พฤติกรรมวันนี้ มีผลพรุ่งนี้ ดูแววตาก็รู้…เขาเอาเรื่องมาข่มขู่ตน ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงสะบัดหัวออกไปทันทีอย่างไม่แคร์ ไปอย่างหยิ่งๆ ด้วยซ้ำ แต่วันนี้…หยิ่งไม่ออกเลย

เงิน…คำนี้สะท้อนความรู้สึกเสมอ ยอมเดินกลับมาและเดินตามเขาไปที่ห้องอาหาร

ผู้ใหญ่อย่างคุณเอกสิทธิ์และคุณกอบุญต้อนรับหญิงสาวดีมาก ด้วยรอยยิ้ม

“มาทานข้าวกัน” คุณเอกสิทธิ์ว่า

แต่คุณกอบุญยิ่งกว่านั้น มาจูงมือชาลิสาและให้นั่งข้างๆ ตน

“มา…หนูสา…มาเลย…ชาลิสาของป้า…มาเลย คิดถึงหนูเสมอ คนที่ช่วยชีวิตริก้า…เย็นนี้ยังมาช่วยสอนริก้าอีก เห็นว่ามาถึงริก้าก็ว่ายน้ำเป็นเลย เก่งมากจ้ะ”

ชาลิสายิ้มเขินๆ ตนเป็น ‘ฮีโร่’ ในสายตาผู้ใหญ่ด้วย

ในขณะที่ลักขณาเบ้ปากอย่างอิจฉาริษยา มาทำงานไม่กี่อาทิตย์ ยังไม่ถึงเดือนเลยก็กลายเป็นคนโปรดของป้ากอบุญแล้ว ตนเป็นหลานแท้ๆ ท่านยังไม่เคยเอ่ยปากชื่นชมขนาดนี้เลย

วรพลเห็นกิริยาของลูกสาว และกลัวผู้ใหญ่จะเห็น เพราะแสดงออกชัดเจนเหลือเกิน จึงว่า

“คุณชาลิสาเรียนศิลปะการต่อสู้มา จึงปกป้องริก้าได้”

ลักขณาจะแสยะปากว่า

“ไว้ณาต้องไปเรียนบ้างแล้วล่ะ วันหลังจะได้ปกป้องริก้าได้เหมือนคนอื่น”

กระแทก ‘คนอื่น’ ก็ยังมีความอิจฉาริษยาเต็มเปี่ยม

“เรียนไว้ป้องกันตัวก็พอมั้ง” สร้อยเสริม

“แค่ป้องกันตัวไม่พอหรอก” ลักขณาว่า

แต่ริก้ากลับมีความเห็นทันที พูดกับชาลิสา

“เออ…ดี…ดี…วันหลังเธอก็มาสอนศิลปะการต่อสู้ให้ฉันสิ ฉันจะได้ป้องกันตัวเองได้”

ชาลิสาอ้าปาก…กลืนอาหารในปากอย่างยากเย็น

ว้าย…ไม่เอา…ไม่เอา….แค่เป็นเลขาก็หนักเอาการแล้ว ยังมีสอนนอกเหนืองานอีก จะเอาเวลาที่ไหนมาให้ ร้านตนสองร้านก็แย่แล้ว ไม่มีเวลาไปดูแลแล้ว ยอดขายก็ตกเอาตกเอา จนขาดทุนทุกเดือน ควักเนื้อจ่ายค่าเช่าค่าแรงลูกจ้าง จะมีเวลาไปคิดปรับปรุงร้านหรือเปล่า บอกตามตรง มองไม่เห็นอนาคตเลย

อ้าปากจะปฏิเสธ แต่คุณกอบุญก็พูดทันที

“สอนได้คงจะดีนะ ริก้าจะได้ป้องกันตัวเองเป็น”

“มีสถาบันเรียนเยอะแยะนะคะ” ว่าจะช่วยแนะนำ แต่ก็ถูกขัด

“ฉันว่าเธอเหมาะนะ” เสียงของธีทัต

ชาลิสาหันคว่ำทันที อยากพูดดังๆ โกรธๆ แต่อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่จึงสะกดอารมณ์ ลดเสียงให้อยู่ในโทนเรียบๆ เบาๆ แบบคนใจเย็น

“ฉันไม่ค่อยมีเวลาค่ะ จะแนะนำที่เรียนศิลปะป้องกันตัวให้นะคะ”

“อืมม์…ก็ขอบใจที่อุตส่าห์จะแนะนำ แต่ว่าเธอน่าจะเหมาะกว่า”

“ฉันไม่เหมาะ” เริ่มดังนิด

“ยังจะเถียงอีก”

“ฉันไม่ค่อยมีเวลา” สะกดอารมณ์…อย่าโกรธ อย่าใช้อารมณ์สิ…ยัยชาลิสา ผู้ใหญ่มองอยู่นะ

“ก็เจียดเวลามาหน่อย เวลาของเธอล้วนเปลี่ยนเป็นเงินเป็นทองได้นะ”

ข่มขู่อีกแล้ว ชาลิสาอัดอั้นจะตาย ต้องยิ้มหวานตอบโต้ แสดงอารมณ์จริงๆ ไม่ได้

“ก็รู้ค่ะ เวลาเป็นเงินเป็นทอง จึงต้องใช้อย่างคุ้มค่า เลยอยากให้คุณริก้าได้รับอย่างถูกต้องจากสถาบันที่สอน แทนจะเป็นฉัน แนะนำได้แบบงูๆ ปลาๆ จนอาจเป็นอันตรายต่อคุณริก้าด้วย ไม่คุ้มหรอกนะคะ ที่จะมาเสี่ยงกับฉัน”

 



Don`t copy text!