จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 17 : เรียนรู้

จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 17 : เรียนรู้

โดย : สีหมอก ดอกรัก

Loading

เมื่อพี่ชายตัวดีหนีไปมีสามี! จิตรกรสาวจึงต้องจำใจบริหารโรงงานยาไทยมรดกของคุณปู่แทน แต่ท่ามกลางอุปสรรคที่ไม่ถนัด เธอจะพบว่าความสัมพันธ์ที่งดงามจากเหล่าคนชราในโรงยาแห่งนี้ คือยาขนานเอกที่ช่วยเยียวยาหัวใจได้ดีที่สุด พบกับเรื่องราววุ่นๆ นี้ ใน “จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา” โดย สีหมอก ดอกรัก

“อ้าว พี่ธาดา มาไงละเนี่ย เพิ่งกลับกรุงเทพไปแค่ไม่กี่วันเอง กลับมาละ” ธัญญาร้องทัก เมื่อเห็นธาดาเดินขึ้นมาบนกองบัญชาการ จนเมื่อเห็นคนที่เดินตามขึ้นมาก็ทักด้วยความแปลกใจ “พี่สาริน มาด้วยกันได้ยังไงละเนี่ย”

“พี่ลินินปิดออฟฟิศตั้งแต่คริสต์มาสแล้วยาวไปปีใหม่เลย เหลือแค่หน้าร้านที่ขายเสื้อผ้า พี่เลยกลับมา ส่วนพี่รินลาพักร้อนยาว” ธาดาอธิบาย

“ใช่ บริษัทพี่ต้องใช้วันลาให้หมด ไม่งั้นถูกตัดทิ้ง ก็เลยว่าจะมาเที่ยวบ้านคี จะลองมาเป็นชาวสวน” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ

“เห็นธาดาจะกลับบ้าน ก็เลยอาสาขับรถให้ แล้วพี่เพิ่งโทรบอกคีเมื่อคืน ว่าจะไปกางเต็นท์นอนที่สวนป้าชม” สารินยิ้มเห็นฟันขาวสะอาด จนทุกคนอดที่จะยิ้มตอบไม่ได้

“แทนไปกางเต็นท์ด้วยได้ป่าว ไม่ได้ไปนอนดูดาวบ้านป้าชมนานแล้ว” หญิงสาวเริ่มนึกสนุก แต่คีรีรีบเบรกกลางอากาศ

“นอนบ้านเลย ไม่ต้องมายุ่ง เรื่องของผู้ชาย อนุญาตแค่มากินบาร์บีคิวก็พอ” หญิงสาวทำหน้าเซ็งจนคีรีสงสาร จึงอธิบายเหตุผล

“เดี๋ยวคุณอาโกมลมาว่าพี่ เราไม่ใช่เด็กเหมือนก่อนแล้วนะ” ธัญญาจึงยอมจำนนต่อเหตุผล

“มีเรื่องจะบอกทุกคนอีกเรื่อง เมื่อกี้ตอนขับรถมายังไม่ได้เล่าให้ธาดาฟัง กะว่าจะมาบอกทุกคนทีเดียว” ชายหนุ่มที่ตัวโตที่สุดในเวลานี้พูดขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มกว้างอย่างคนที่ไม่ชอบเก็บงำอะไร

“เอริคเขาลาออกไปแล้วนะ ยังไม่ทันจะเอาเรื่องปลอมแปลงเอกสารสวมรอยมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดมาเล่นงานเลยด้วยซ้ำ จำน้องผู้หญิงที่เอริคควงวันนั้นได้มั้ย ชื่อเนเน่ น้องไปแฉในที่ทำงานจนเจ้าตัวอายจนอยู่ไม่ได้ ไปทางไหนคนก็ซุบซิบ ก็เลยลาออกไปเอง”

สารินไม่ได้เล่าในรายละเอียดที่เนเน่ ‘เมาท์’ กับเพื่อนจนกระฉ่อนไปทั้งบริษัท

“เอริคน่ะ เขาไปหลอกกิน ‘พี่สาว’ แล้วยังเอาเงินเขามาตั้งแสนนึงเลยนะ” ก็วันนั้น ธาดาเล่นใส่จริตสาวเต็มที่ จนเนเน่เรียกว่าพี่สาว แล้วเรื่องราวก็ถูกใส่สีตีไข่จนเอริคทนไม่ไหว เพราะเดินไปทางไหนก็มีแต่คนซุบซิบ

เนเน่คงไม่ใช่พวกที่ยอมใครง่ายๆ เอริคน่าจะเล่นผิดคนแล้ว ไอ้ที่คาดว่าจะเป็นลูกคุณหนูติ๋มๆ แต่บทจะไม่ยอม ลูกคุณหนูก็ไม่แพ้ใคร

“ธาดาโอเคมั้ย” สารินหันมาถามด้วยความเป็นห่วง

“จริงๆ ก็อดเป็นห่วงเขาไม่ได้นะฮะ แต่ทั้งหมดมันเป็นสิ่งที่เขาเลือก ไม่ว่าจะเรื่องหลอกคนอื่น แล้วก็เรื่องลาออกจากงาน ในเมื่อเป็นสิ่งที่เขาเลือก ก็ต้องแล้วแต่เขาฮะ”

ธาดาน่าจะตัดใจได้ขาดแล้ว อาจจะเหลือแผลใจเพียงเล็กน้อย ถ้าสะกิดก็ยังเจ็บอยู่ แต่คงไม่มากเท่าไร สีหน้าของชายหนุ่มดูสงบกว่าที่เคยเห็น เหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ความสนใจของธาดามุ่งไปที่งานมากกว่าที่จะโหยหาความรักจากคนรัก คงเพราะเรียนรู้แล้วว่า ถ้าได้รับความรักจากครอบครัว จากคนรอบตัว จนเต็ม จนพอ ก็จะไม่พยายามไขว่คว้า แล้วรักดีๆ จะเข้ามาหาเอง

ที่สำคัญ ชายหนุ่มเห็นคนอย่างพี่สาริน ที่แม้วันนี้จะยังไม่รู้ว่าเขาเป็นแบบเดียวกันกับธาดาหรือไม่เพราะเขาดีอย่างทั่วถึงกับทุกคน แต่สิ่งที่ธาดามองเห็นอย่างชัดเจนก็คือความเป็นสุภาพบุรุษที่ไม่เคยได้รับจากเอริค ถ้าจะมีใครคนใหม่ ก็อยากจะให้เป็นอย่างพี่สาริน

“แทนว่า พี่คีพาพี่รินไปที่บ้านก่อนก็ได้ค่ะ จะได้หาที่กางเต็นท์ให้เรียบร้อย เดี๋ยวค่ำแล้วจะลำบากแล้วก็ไปหาของเตรียมทำบาร์บีคิวไง ทางโรงยาช่วงนี้ไม่น่ามีอะไร พรุ่งนี้ก็เริ่มหยุดยาวแล้ว” โรงยาจะให้พนักงานได้หยุดงานยาวไปจนถึงวันปีใหม่ เป็นของขวัญให้พนักงานหลายคนได้อยู่กับครอบครัว

“เดี๋ยวผมไปช่วย” ธาดารีบอาสา

“ก็พี่คีเขาบอกอยู่ว่าเป็นเรื่องของผู้ชาย พี่ธาดาเกี่ยวอะไร” หญิงสาวรีบท้วงพี่ชาย

“ยัยแทน สารรูป สารร่างพี่มันก็ผู้ชาย ลืมแล้วเหรอหล่อน” พี่ชายพูดเสียงดัง พลางแกล้งถลึงตาใส่แล้วหันมาบอกคีรีกับสาริน “ไปกันก่อนเลยฮะ เดี๋ยวผมตามไป ขอคุยกับน้องแป๊บเดียว” จนแน่ใจว่าสองหนุ่มเดินออกไปจากกองบัญชาการแล้วนั่นแหละ ชายหนุ่มจึงจ้องหน้าน้องสาวแน่นิ่ง

“สารภาพมา เรื่องพี่คีนี่ยังไง” ธาดาถามหยั่งเชิง

“อะไร ยังไง” หญิงสาวทำหน้าซื่อตาใส

“แกต้องคิดอะไรกับเขาแน่ๆ ไม่อย่างนั้นนะ แกไม่ชวนเขามาทำงานด้วย ไม่ชวนกันไปกรุงเทพไปเป็นนักสืบแอบดูพี่ แล้วยังจะชวนกันไปวันที่นัดพี่รินหรอก แกชอบขับรถ แถมเป็นขาซิ่งอีก ทำมาเป็นไม่อยากขับ ให้เขาพาไป รู้หรอกน่า” ธาดาทำเสียงเล็กเสียงน้อยตรงคำว่า ‘ทำมาเป็นไม่อยากขับ’ พร้อมกับลอยหน้าลอยตาน่าหมั่นไส้

“เบื่อคนรู้ทัน” หญิงสาวบ่นอุบอิบ

“มองจากดาวอังคารก็รู้ แล้วจะบอกให้นะว่าน่าจะรู้ทุกคน พ่อแม่ พี่สาริน นี่ก็คิดว่าป้าชมกับสองป้าก็ดูออก ว่าแกชอบพี่คี มีดูไม่ออกอยู่คนเดียว…คือพี่คี” ชายหนุ่มพูดจบก็หัวเราะลั่น

“ท่าจะจริงนะพี่ธาดา…ไปได้แล้ว เลิกแซวน้อง” หญิงสาวเขินจนต้องดันหลังพี่ชายลงไปชั้นล่าง จนประตูกองบัญชาการปิดลง ก็ยิ้มอยู่คนเดียว

ธาดาเดินยิ้มออกมาจากกองบัญชาการ เดินลงบันไดไปข้างล่าง ก็เจอกับผู้ชายท่าทางคุ้นเคยอยู่ที่สโตร์ กำลังเดินดูวัตถุดิบต่างๆ แล้วจดบันทึกลงในสมุด จนต้องหยุดมองดูให้แน่ใจ

“พ่อ! มาทำอะไรตรงนี้” ธาดาร้องทักอย่างแปลกใจ

“พ่อออกงานแล้ว ตั้งแต่เมื่อวาน วันลาพักร้อนเหลือก็เลยใช้ซะ แล้วก็นี่…พ่อมาดูว่าจะปรับปรุงอะไรได้บ้างไง แต่คีรีเขาทำไว้ดีเลยนะ มีวางผังวัตถุดิบ จัดหมวดหมู่ แล้วมีคำนวณวางแผนการผลิตไว้ดีมากเลย แทนทำมันคงไม่ได้ขนาดนี้ แต่แทนขายของเก่ง ลูกค้าชอบมาก พ่อคงไม่ต้องห่วงแล้ว”

“ฮั่นแน่ ถ้าพี่คีจะมาเป็นน้องเขยผม พ่อจะว่าอะไรมั้ย” ธาดายิงหมัดตรงด้วยเสียงกระซิบกระซาบ

“จะไปว่าอะไรล่ะ เห็นมาตั้งแต่เล็ก บ้านช่อง พ่อแม่เขา เราก็รู้จัก ดีซะอีก” ผู้เป็นพ่อกระซิบตอบ เบาไม่แพ้กัน เพราะกลัวพนักงานที่อยู่ในสโตร์ได้ยิน ยกเว้นป้ามาลัย ที่ต่อให้มายืนข้างๆ ก็ไม่ได้ยิน

“สบายใจละ เดี๋ยวผมคอยชงให้ ดูทรงแล้ว พี่คีมันไม่กล้าจีบไอ้แทนหรอก ได้แต่แอบมอง” ธาดาได้ยินพ่อเปิดทางก็ยิ้มสบายใจ “แล้วพ่อมาทำงานตรงนี้ แม่ไม่ว่าเหรอ ที่ไม่ไปดูแลเขาน่ะ”

“จะไปว่าอะไรล่ะ แม่เราให้พ่อไปส่งที่ทำงานแต่เช้า เขาไปทำงานแล้ว นอนซมอยู่ไม่กี่วันเอง” คุณโกมลได้แต่ส่ายหัวกับความดื้อดึงของภรรยาที่จะกลับไปทำงาน เพราะลาไปหลายวันแล้วในช่วงที่พักฟื้นจากผ่าตัด

แม้คุณธาริณีมีอาการเบื่ออาหาร ปากเป็นแผล ผมร่วง ป้าชมจันทร์ก็เป็นห่วง คอยทำอาหารมาให้ส่วนหมายก็ไม่ยอมแพ้ พยายามคิดเมนูไม่ให้น่าเบื่อ ในเมื่อมีแต่คนเอาใจใส่ หาของอร่อยให้ ถ้าไม่กิน คนทำก็จะเสียใจ กว่าจะถึงรอบให้เคมีรอบที่สองก็หลังปีใหม่โน่นเลย ความสมบูรณ์ของเลือดก็น่าจะพร้อม เพราะคนป่วยสู้สุดใจ

วันนี้คุณธาริณีจึงไปทำงานได้ตามปกติ เพราะงานที่เธอทำก็ไม่ต้องใช้แรงอะไรมาก แค่ระวังไม่ให้เครียดเท่านั้น เธอเลือกที่จะมองข้ามปากที่เป็นแผลและผมที่ร่วงหล่น พี่หมายเตรียมอาหารใส่กล่องไว้ให้ เพียงแค่นำไปอุ่นในไมโครเวฟที่ทำงาน ธัญญาหาผ้าโพกผมเก๋ๆ ให้แม่ไว้หลายชิ้น รวมทั้งวิกผมสวยๆ ทำให้คนป่วยสบายใจกับความรักของคนที่อยู่รอบตัว

 

ลานหน้าระเบียงบ้านป้าชม กลายเป็นลานกางเต็นท์ของสองหนุ่ม ลูกชายดูจะถูกใจที่มีเพื่อนผู้ชายมาที่บ้าน จึงสาละวนหาที่กางเต็นท์กันตั้งแต่ตอนบ่าย หลังจากนั้นก็ชวนกันไปตลาด โดยไม่ลืมชวนธาดาไปด้วย เพื่อไปเลือกซื้อของมาทำบาร์บีคิวกัน

ธาดาสังเกตว่าเวลาซื้อของ สารินจะรีบอาสาจ่ายเงินก่อน แต่คีรีก็ไม่ยอม สองหนุ่มแย่งกันจ่ายจนต้องตกลงกันว่าจะหารกัน แล้วก็ช่วยกันหิ้วของพะรุงพะรัง ซึ่งสิ่งนี้ธาดาไม่เคยเห็นจากเอริค ชายหนุ่มจึงยิ้มกับตัวเองว่าแต่ก่อนทำไมถึงไม่รู้จักสังเกตบ้างเลย ยอมให้ตัวเองเป็นผู้บริการอยู่ฝ่ายเดียว

จนกลับมาถึงบ้าน ป้าชมก็เตรียมน้ำจิ้มแสนอร่อยไว้ให้เสร็จสรรรพ ทั้งน้ำจิ้มซีฟูดและซอสบาร์บีคิวแล้วยังคอยหั่นมะเขือเทศสดๆ จากสวน ไหนจะเห็ดสดๆ จากในโรงเพาะเห็ด เอามาทาซอสไว้เตรียมทำเห็ดย่าง ธาดาหั่นเนื้อนำไปหมักกับซอส แล้วนำมาเสียบไม้ ในขณะที่คีรีกับสารินไปช่วยกันก่อเตา ทั้งสองดัดแปลงเตาอั้งโล่เป็นเตาย่าง งัดเอาวิชาลูกเสือที่จะต้องติดไฟเอง กว่าจะสำเร็จก็เล่นเอาหน้าดำกันทั้งคู่ ธาดายกเอาถาดใส่เนื้อมาวางไว้ใกล้ๆ รอเวลาที่ธัญญาจะมาร่วมวง แล้วค่อยย่างไปกินไป

จนเวลาเลิกงาน ธัญญาออกมายืนโบกมือส่งพนักงาน เพราะเป็นวันเริ่มต้นของการหยุดยาวในวันสิ้นปี โรงยาปิดพักหลายวัน สินค้าต่างๆ ได้ถูกส่งให้ลูกค้าไปหมดแล้ว จากนี้ทุกคนก็จะได้พักผ่อน บางคนอาจจะกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่ต่างจังหวัด

“ป้าอยู่บ้านน่ะแหละแทน ไม่ไปไหนหรอก ไว้จะแวะมาหานะ” ป้ามาลัยโบกมือตะโกนลั่น หลายคนที่บ้านอยู่ละแวกเดียวกับโรงยาก็ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน หลายคนก็รอลูกหลานกลับมาหาที่บ้าน

“วันไหนแทนทำหมูกระทะแล้วมากินด้วยกันได้เลยน้า ขอบคุณทุกคนมากเลย พักให้เต็มที่ ปีหน้าเรามาลุยด้วยกัน” หญิงสาวยืนโบกมือจนพนักงานคนสุดท้ายเดินออกไปจากโรงยา จากนั้นจึงไปเดินดูห้องหับต่างๆ ของโรงยาว่าล็อกประตูดีแล้วหรือไม่ รวมถึงปิดสวิตช์ไฟให้เรียบร้อย จึงกลับไปล็อกประตูกองบัญชาการ แล้วเดินไปที่บ้านป้าชม

วันนี้ตั้งใจจะกินให้เต็มคราบ แล้วช่วงปีใหม่ หญิงสาววางแผนว่าจะวาดรูปให้หนำใจ เพราะตั้งแต่มาดูแลโรงยาก็แทบไม่ได้จับเกรียง จับพู่กันเลย ชักจะคิดถึงกลิ่นสีอย่างบอกไม่ถูก

จนเมื่อหญิงสาวเดินไปถึง ก็พบว่าสองป้านั่งเก้าอี้เอนๆ อยู่บนระเบียงบ้านป้าชม โดยที่ป้าชมกำลังช่วยสามหนุ่มย่างเนื้ออย่างสนุกสนาน

สักพัก คุณโกมลที่ขับรถไปรับคุณธาริณีจากที่ทำงานก็ตามมาสมทบ ทั้งสองดูสดชื่นกับบรรยากาศที่คึกคักสนุกสนาน

“แม่ไปนั่งโน่นเลย เดี๋ยวพวกผมย่างเสร็จแล้วจะยกไปให้” คีรีบอกป้าชมให้กลับไปนั่ง

“โน่นก็ไหม้ นี่ก็ดิบ ไอ้พวกนี้…มันทำกันเป็นมั้ย มันต้องถึงมือแม่สิ” ป้าชมชี้ให้ดูเนื้อดำๆ ในถาด

“แม่จะบอกให้ เวลาย่าง อย่าใจร้อน ค่อยๆ พลิกอย่างนี้ จนมันสุกทั่วกัน แล้วจะนุ่ม อร่อย” ป้าชมสอนให้ทั้งสามหนุ่มย่างบาร์บีคิว

“อ้าว แทน มายืนดูตั้งแต่เมื่อไหร่” ธาดาตะโกนทักขึ้น “หิวมั้ย ไปนั่งเลย พี่คีแน่ะ หยิบให้แทนกินสิ” ธาดาชงเข้ม แต่เหมือนคีรีก็ยังไม่รู้เรื่องอยู่ดี ได้แต่หยิบใส่จานแล้วส่งให้หญิงสาว

“ป้าชมไปนั่งเถอะ ผมทำเป็นแล้ว เดี๋ยวพวกผมบริการเอง” ธาดากึ่งจูงกึ่งลากป้าชมไปนั่งรวมกลุ่มกับทีมสูงวัย แล้วเดินกลับไปที่เตาย่าง พลิกไปพลิกมาสักครู่ ก็ชวนสารินหยิบไปให้บรรดาป้าๆ ที่อยู่ตรงระเบียง แล้วชวนสารินนั่งกินเสียด้วยกันที่ระเบียง ปล่อยให้น้องสาวและคีรีได้อยู่ด้วยกัน

ป้าชมสบตาธาดาแล้วก็เข้าใจอย่างรวดเร็ว จึงทำทีเป็นชวนสารินคุย ซึ่งชายหนุ่มก็พอจะเข้าใจและอีกอย่าง คุยกับป้าๆ มันก็สนุกดี

“พ่อคู้ณ พ่อรูปหล่อ ทำไมคีรีมันไม่หล่อเท่านี้บ้างนะ ทำยังไงมันถึงกล้ามโตอย่างนี้ล่ะลูก” สารินหัวเราะร่ากับวาจาของแม่เพื่อน จึงเล่าเรื่องการออกกำลังกายอย่างออกรสออกชาติ รวมถึงหน้าที่การงานที่ทำ การมีโอกาสไปทำงานไกลถึงอเมริกา ก่อนจะย้ายกลับมาที่เมืองไทย และงานอดิเรกต่างๆ ซึ่งธาดาก็นั่งฟังอย่างสนใจ

“พี่รินถ่ายรูปเก่งด้วยนะฮะ งานของ Lynyn น่ะ พี่รินถ่ายให้ทั้งหมดเลย ดูนี่สิฮะ” ธาดาเปิดโทรศัพท์อวดงานที่ถ่ายโดยสาริน

“เก่งจังลูก ทั้งหล่อทั้งเก่ง มีแฟนหรือยังเนี่ย ป้าไม่มีลูกสาว เสียดายจัง” ป้าชมหยอด

“เคยมีฮะ ตอนทำงานที่โน่น แต่ก็เลิกกันไป เค้าไม่อยากมาอยู่เมืองไทยฮะ ตอนนี้ผมโสดสนิท” ไม่พูดเปล่า ยังหันมาสบตาธาดาแวบหนึ่ง อาจจะไม่ตั้งใจก็ได้ เพราะสารินเป็นคนให้ความสำคัญกับคนที่สนทนาด้วยทุกคน แต่ก็ทำเอาชายหนุ่มใจเต้นไม่เป็นส่ำ ถึงอย่างไรก็ต้องสงวนท่าทีไว้ก่อน คงไม่ใช่อย่างที่คิด หรือถ้าจะใช่ ครั้งนี้จะไม่ผลีผลามแล้ว คิดได้ดังนั้นธาดาจึงค่อยผ่อนลมหายใจเบาๆ จนหัวใจที่เต้นรัวเมื่อครู่ กลับเป็นปกติ

คีรีย่างบาร์บีคิวจนหมดถาด แล้วก็หยิบมานั่งกินข้างๆ หญิงสาวเสียเลย แสงไฟจากระเบียงส่องลงมาล้อมกรอบผมยุ่งๆ ของหญิงสาว ชายหนุ่มมองเพลินจนคนถูกมองสังเกตเห็น

“พี่คี หน้าแทนมีอะไรเหรอ มองอยู่นานละ” หญิงสาวแกล้งถาม คีรีได้ที จึงเดินไปหยิบกระดาษทิชชูที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วเดินกลับมา

“เลอะซอส กินยังไงให้มันเลอะเทอะเนี่ย” แล้วคีรีก็เอากระดาษทิชชูค่อยๆ เช็ดขอบปากให้หญิงสาวอย่างเบามือ

 



Don`t copy text!