ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 27 : เป็นแฟนกันหรือ

ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 27 : เป็นแฟนกันหรือ

โดย : โสภี พรรณราย

Loading

ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ โดย โสภี พรรณราย…เมื่อชีวิตของชาลิสาพลิกผันไปจากความร่ำรวย กลายมาเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ เธอต้องงัดเอากลยุทธ์มากมายมาจัดการให้เรื่องราววุ่นวายทั้งหลายผ่านไปให้ได้ แต่ยังมีเรื่องวุ่นๆ ของหัวใจที่เกิดขึ้นทุกทีที่พบกับธีทัต เธอจะรับมืออย่างไร นวนิยายจากอ่านเอา ที่นำมาให้ทุกท่านอ่านออนไลน์ค่ะ

 

ชาลิสาตกใจและจะแจ้งกับธีทัตก็คงไม่ทันแล้ว แม้ว่าจะรีบเดินไปหาเขา แต่เสี่ยก็รวดเร็วกว่า เดินไปหาเป้าหมายเกือบพร้อมๆ  กับชาลิสาเดินถึง

ชาลิสาตกใจ…เอาแล้ว เกิดเรื่องแน่

ภัทราอยู่ใกล้ธีทัตมาก…มาก…มาก… แต่ยังดีไม่ใช่ภาพที่กอดกัน แค่…ใกล้…แนบชิด

ใกล้…ดีกว่ากอด…

หากว่าก็เป็นภาพไม่เหมาะสม

นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อกับภรรยาแสนสวยของเจ้าพ่อขจรที่โด่งดัง

ชาลิสารู้สึกผิดเลยที่เตือนเขาไม่ทัน ต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ เพราะหน้าตาเสี่ยดูดุดันแปลกๆ

หาก…หญิงสาวอาจไม่เข้าใจอะไร…เพราะ…ไม่เป็นไปอย่างที่คิด

ใบหน้าดุดันของเสี่ยดูคลายลง สามารถเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มในต่อมา

เมื่อมีรอยยิ้ม เสี่ยขจรก็ดูเป็นชายสูงวัยที่ใจดี ไม่ดูเป็นมาเฟียอย่างที่ทุกคนให้สมญานาม

เกิดอะไรขึ้น

รอยยิ้มกับประโยคที่พูดว่า

“จะงอนอะไรอีกล่ะ?” ถามภรรยา

ส่วนกับธีทัตก็พูดเบาๆ ว่า

“เสี่ย…คือว่า…”

แต่เสี่ยโบกมือ

“อีกแล้วนะ ที่ภัทมารบกวนคุณ มาฟ้องอะไรคุณ อย่าถือสานะเมียเด็กก็แบบนี้”

เมียเด็กหรือ ภัทราอายุยี่สิบหกแล้วนะ ไม่ถือว่าเด็ก แต่ในสายตาเสี่ยคือยังเด็ก

“ภัท…เธอ…” ธีทัตยังต้องพยายามเรียบเรียงคำพูด “ครับ ผมว่าเธอไม่เข้าใจกับเสี่ย”

เสี่ยขจรพยักหน้า

“หมู่นี้ เล่นงอนบ่อย ผมไม่ค่อยมีเวลาให้ ง้อด้วยเพชรก็ยังเอาไม่อยู่นะ เล่นตัวเสียด้วย”

“บางทีเธออาจต้องการเวลา…”

เวลา…สำหรับอะไร หรือใครล่ะ ธีทัตเว้นให้เข้าใจเอง ซึ่งเสี่ยขจรก็หัวเราะ

“ผมจะพิจารณาให้เวลากับเมียมากๆ ในทุกวัน!” เน้นคำว่า…เวลา…และทุกวัน

แปร่วงๆ แปลกๆ นะ

แค่ยิ้ม…หัวเราะ อารมณ์ดีก็แปลกแล้ว ยังพูดแปลกๆ

ธีทัตไม่ไว้ใจฝ่ายตรงข้าม รู้ว่าผิดปกติ และเสี่ยต้องระแวงตนกับภัทราแน่ๆ และเพื่อจะช่วยภัทรา ธีทัตก็มีความคิดหนึ่ง คิดว่าจะบรรเทาความระแวงของเสี่ยลงได้บ้าง

ด้วยเคยรู้ว่าเสี่ยเป็นคนอารมณ์รุนแรง ภัทราคงโดนมาไม่น้อยจนถึงขั้นจะเลิกกับเสี่ย

“สา…มานี่หน่อย” ธีทัตเรียกเลขาของน้องสาวเบาๆ และชาลิสาก็เลิกคิ้ว

หา…เรียกตนทำไม?

เธอจึงเดินไปใกล้…แต่ยังไม่ใกล้พอ เพราะถูกดึงแขนให้ใกล้จนชิด…ใช่…ชิดเลยล่ะ

ชาลิสากำลังแปลกใจ และตกใจ

อ้าว…อยู่ๆ ดึงจนมาแนบแถมยังโอบกอดอย่างแน่น พอหญิงสาวมีปฏิกิริยาขืนตัวเล็กน้อย แรงโอบกอดก็รัดยิ่งขึ้นแทบทำให้ตัวขยับยากและต้องหยุดขัดขืน เมื่อชายหนุ่มพูดกับเสี่ยขจรว่า

“ผมอยากแนะนำเสี่ยอย่างเป็นทางการ คุณชาลิสาเป็นคนรักของผม”

ชาลิสาตาโต

เล่นเอาตัวเธอมาเป็นกันชน แน่ล่ะ…จะหักหน้าเขาก็ย่อมได้ จะปฏิเสธเลยก็ได้ แต่…แต่…แต่…ต้องจำยอม ใครให้ตนรับงานเป็นเลขาของริก้าล่ะ เท่ากับอยู่ในกำมือของนายธีทัต

ยอมนะ…ยอม…แล้วคอยดู เงินเดือนจะเพิ่มสักเท่าไหร่

เสี่ยขจรเลิกคิ้ว

“ชาลิสา” พูดชื่อหญิงสาวช้าๆ “เลขาของริก้า?”

“ผมต้องใช้คนที่ผมไว้ใจดูแลน้องสาวผม สาเป็นคนที่ผมรักและดูแลน้องสาวผมได้”

แล้วเสียขจรก็พยักหน้าช้าๆ

“ก็ดีนะครับ ได้บอดี้การ์ดฝีมือดีเป็นคนรัก”

ตอนชาลิสาช่วยธีทัตริก้าในงานโชว์เพชรครั้งนั้น ได้เห็นความกล้าหาญและการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวของเจ้าหล่อน ถือว่าใช้ได้เลย

ภัทราได้ยินชัดเจน…แต่รู้…อะไรเป็นอะไร จึงมิได้แสดงกิริยาแปลกใจ

เสี่ยพูดกับสาวว่า

“น่ายินดีกับคุณธีนะ…ภัท…ภัทน่าจะยินดีกับคนรักเก่าที่มีคนรักใหม่ที่ทั้งสวยและเก่งอย่างชาลิสา”

ภัทราคงจะเจ็บกับคำว่า สวย และ เก่ง

ตนล่ะ…มีแค่ความสวยหรือ?

เสี่ยขจรยกย่องแบบนั้น ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเลย

“ต่อไปภัทไม่ควรรบกวนคุณธีนะ เดี๋ยวชาลิสาจะเข้าใจผิดเพราะหึงหวง”

ภัทรายังคงเงียบ และเสี่ยก็พูดกับชาลิสา

“ภัทเป็นเมียฉัน หวังว่าคุณจะไม่เข้าใจภรรยาฉันผิด”

“เอ้อ…ค่ะ…ค่ะ…เอ้อ…คุณภัทกับคุณธีเป็นเพื่อนกัน เสี่ยคงไม่ว่าอะไรนะ…เพื่อนเก่า…พบเพื่อนเก่าบ้าง”

เสี่ยขจรแค่นหัวเราะ

“ชาลิสาเป็นคนใจกว้าง…น่าคบ…น่าคบ” แล้วหันไปพูดกับภรรยาสาว

“กลับกันเถอะ อย่ารบกวนคู่รักคู่ใหม่เลย”

เสี่ยเดินไปก่อน ตามด้วยภัทราและบอดี้การ์ดสาวสวยของเสี่ย ส่วนบอดี้การ์ดชาย เสี่ยให้รออยู่หน้าผับ

เดินผ่านธีทัตและชาลิสา

อีกครั้ง…กับกลิ่นน้ำหอมที่เคยได้กลิ่น กลิ่นจางๆ ผ่านลมหายใจของหญิงสาว

แล้วธีทัตก็โล่งอก ถอนใจแรง ในขณะที่ชาลิสามองแรงกับชายหนุ่ม ทางพูดเสียงต่ำๆ ว่า

“ฉันเป็นคนรักของคุณ?”

เขาไม่รู้สึกรู้สา

“แล้วไงล่ะ เสียหายอะไรเรอะ?”

หญิงสาวตาโต

“คุณโกหกหน้าตาย”

“แล้วจะให้หน้าเป็นเรอะ?”

“คุณพูดได้ยังไง”

“ช่วยภัท…”

“ช่วยคุณภัท โดยไม่ปรึกษาหรือบอกฉันก่อน”

“เหตุการณ์เฉพาะหน้าไงล่ะ”

“คุณ…”

“เพิ่มเงินเดือนคงไม่เสียหาย”

เอาเรื่อง…เงิน…มาต่อรองอีกแล้ว เล่นรู้จุดอ่อนของตนต้องจ่ายเงินเดือน ต้องจ่ายค่าเช่าสารพัด ควรที่ตนจะสงบปากก่อนนะ ถ้า…ถ้า..คุ้มค่า

 

ภายในห้องนอนของเสี่ยขจร

ภัทรารอคอยที่เสี่ยจะระเบิดอารมณ์ เหมือนทุกครั้งที่อารมณ์เสีย ระเบิดกับตนให้หายโกรธ

คืนนี้มาแนวแปลก เจอตนกับธีทัตจังๆ แต่ยังใจเย็นได้ ใจเย็นจนภัทรารู้สึก ‘กลัว’ มากกว่า

อยากให้ระเบิดมากกว่าเงียบขนาดนี้

“เสี่ยคะ…ภัทพบคุณธี…ก็เป็นแค่เพื่อน” เอ่ยปากก็พูดเท็จแล้ว

รู้ทั้งรู้…เสี่ยยังโบกมือ

“ไม่เป็นไร…แค่เพื่อนเก่า” เน้น ‘เพื่อนเก่า’ จนคนฟังสะดุ้งสะเทือน

“ภัทแค่…กลุ้ม…”

“เอาเถอะก็ไปผ่อนคลายบ้าง บอกเสี่ยสิ…เสี่ยจะพาไปเอง”

“แต่ว่าเสี่ยงานยุ่ง”

“ก้องานทำให้มั่นคง ให้มีทุกวันนี้”

“มีจนเกินจะมีแล้วนะคะ”

“มีใครยอม…พอ…”

“เอ้อ…ก็เสี่ยมีมากพอ”

“ไม่มีคำว่า…พอหรอก”

“มากเกินไป”

เสี่ยโบกมือ เริ่มเสียงดังนิดๆ

“ไม่มีคำว่า…มาก หรือคำว่า…พอ”

ภัทราเม้มริมฝีปาก ต้องยอมตามเขา

“ค่ะ”

“นอนพักเถอะ คืนนี้คงเหนื่อยแล้วนะ”

“เสี่ยคะ…”

“บอกให้พัก ไปอาบน้ำก่อนล่ะ”

ภัทรามองหลังของเสี่ยที่เดินช้าๆ เข้าห้องน้ำอย่างสับสน เสี่ยดีเกินไป ใจเย็นเกินไป จนหญิงสาวรู้สึกหนาวเหยือก

 

เช้าวันทำงานที่ริก้าแสนจะสดชื่น

ติดรถไปทำงานกับพี่ชายโดยไม่อิดออด และไม่ใช้รถส่วนตัวเนื่องจากตื่นเช้าและทันรถพี่ชาย

มาถึงที่ทำงานเจอกับพนักงานทั่วไป เจ้าหล่อนก็ทักอย่างแจ่มใสอารมณ์ดีไปทั่ว สร้างความประหลาดใจให้พนักงาน ซึ่งปกติริก้าจะมาทำงานในมาดเซ็งๆ เบื่อๆ แทบไม่พูดคุยกับใครเลย แต่วันนี้ทักทายไปทั่ว จนลักขณาเองที่มาทำงานในบริษัท แม้จะไม่ใช่เลขาส่วนตัวของริก้า ก็เปลี่ยนหน้าที่แทนจะอยู่บ้านเฉยๆ

ครอบครัวคุณเอกสิทธิ์ จะเน้นเรื่องงาน จึงไม่แปลกใจที่ริก้าจะถูกเคี่ยวเข็ญเป็นพิเศษ เพราะเกียจคร้านที่สุด

ริก้าตรงไปหาชาลิสา ซึ่งกำลังดูงานว่าวันนี้ริก้าต้องทำอะไรบ้าง

“สา…ทำอะไรอยู่?” ริก้าถามประโยคแรกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ดูงานให้คุณ”

“มีอะไรสำคัญมั้ย?”

“สำคัญทุกอย่าง”

“ประชุมใช่ไหมจ๊ะ?”

ชาลิสาชะงักทันทีกับคำว่า ‘จ๊ะ’ หางเสียงที่ดูเหมือนนุ่มนวลและอ่อนหวาน

เจออะไรแปลกๆ เมื่อคืนพบกับเสี่ยขจรก็อารมณ์ดีที่เห็นธีทัตอยู่กับภรรยาภัทรา เช้านี้เจอริก้าอารมณ์ดีอีก ทั้งที่ควรจะบูดบึ้งเบื่อหน่ายกับการประชุม

“มีประชุม” ชาลิสาย้ำ

ริก้ายังยิ้มหวาน

“อือม์ เอารายละเอียดขึ้นจอคอมด้วย อยากศึกษาก่อนประชุม หรือสามมีอะไรแนะนำก่อน”

โอ้โห…ขอบคุณจริงๆ ที่ตั้งใจขนาดนี้

“ส่งเข้าเครื่องคุณแล้ว”

ริก้ามองหน้าชาลิสา โดยก้มลงใกล้มากๆ

“อาทิตย์นี้ไปสอนว่ายน้ำอีกนะ” พูดเบาๆ แต่สายตาไม่เบา สายตาเป็นประกายหวานมาก…จนชาลิสาขนลุก

ชาลิสาคิดไม่ถึง…ตอนสอนว่ายน้ำ ตอนแรกก็โกรธแสนโกรธที่ถูกชาลิสาแกล้ง สอนแบบอะไรไม่รู้ ไม่มีแบบไม่มีแผน แต่พอรู้สึกตัวอีกครั้ง ตนก็ทำได้ ทำได้ดี โดยเฉพาะ…

ตอน…กอดกับชาลิสา ตอนใบหน้าชนกัน จมูกชนกัน ปากกับปากแนบกัน

จูบ…จูบแบบบังเอิญ แต่ริก้าก็ชอบ…ชอบจัง จนลืมหายใจ และพอนึกถึง ใจก็เต้นแรง

อยาก…จูบกับชาลิสาอีก…แบบ…ผิวๆ บางๆ ไม่ใช่แนบชิด แบบบังเอิญ…แบบไม่ตั้งใจ อย่างงั้นรู้สึกดี…ดีจัง

แบบจริงๆ จังๆ ไม่เอานะ

แบบบังเอิญ รู้สึกดี รู้สึกชอบ

สายตาที่มองชาลิสาจึงเปลี่ยนไป ไม่ดุดัน ไม่รังเกียจ ไม่ใช้อารมณ์อีก

รู้สึกอยู่ใกล้ชาลิสา อบอุ่น…

ไม่รู้ล่ะ ต้องมาสอนว่ายน้ำอีก มาโอบกอดช่วยพาตนให้ล่องลอยในสระน้ำอีก ชอบบรรยากาศแบบนั้นจัง

“วันอาทิตย์ ต้องเข้าร้าน” ชาลิสาว่า

ริก้าทำตาโต

“ไม่…ไม่…เข้าร้านครึ่งวัน อีกครึ่งวันไปสอนว่ายน้ำ”

“แต่ว่า…”

“แล้วจะยอมให้หยุดวันธรรมดาแทน ชดเชยวันหยุดวันอาทิตย์”

“งั้นก็ได้ค่ะ ความจริงคุณว่ายน้ำเป็นอยู่แล้ว”

“ดี…ดีมาก..ยังไม่แข็ง ต้องให้เก่งกว่านี้ ต้องมีพี่เลี้ยง”

แล้วก็หยุดเพราะ ลักขณาเดินมาแจ้งว่า

“คุณธีให้มาเชิญคุณชาลิสาไปพบที่ห้องทำงาน”

ริก้ารีบพูดกับชาลิสาว่า

“ถ้าถูกพี่ธีดุอะไรละก้อ บอกฉันได้เลย ฉันจะออกหน้าให้เอง”

 



Don`t copy text!