
ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 26 : รักเก่าก่อเรื่อง
โดย : โสภี พรรณราย
![]()
ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ โดย โสภี พรรณราย…เมื่อชีวิตของชาลิสาพลิกผันไปจากความร่ำรวย กลายมาเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ เธอต้องงัดเอากลยุทธ์มากมายมาจัดการให้เรื่องราววุ่นวายทั้งหลายผ่านไปให้ได้ แต่ยังมีเรื่องวุ่นๆ ของหัวใจที่เกิดขึ้นทุกทีที่พบกับธีทัต เธอจะรับมืออย่างไร นวนิยายจากอ่านเอา ที่นำมาให้ทุกท่านอ่านออนไลน์ค่ะ

ธีทัตฟังด้วยใบหน้าราบเรียบ และเมื่อชาลิสาพูดจบ ก็พูดว่า
“เธอกับริก้าน่าจะมีชะตาต้องกันนะ พูดง่ายๆ เหมือนถูกชะตากันนะ ตอนอยู่ในสระน้ำ เห็นเล่นกันสนุกสนานดีนี่”
ได้ฟังแล้ว ชาลิสาตาโต ตกใจ
เขาเห็น?
เห็นอะไร…เห็นภาพที่ตนจูบกับริก้าหรือเปล่า อะไรกันเนี่ย ตอนนั้นมันชุลมุนกับอารมณ์โกรธของริก้า ต้องรวบตัวแน่น สัมผัสแนบแน่น ใกล้ชิดจนมีเผลอบ้างล่ะ…
เผลอจูบ…เผลอสัมผัสหน้ากับหน้า ไม่ว่าจมูก ปาก แก้ม ก็โดนกันไปมา
เขาเห็นหรือเปล่า?
รีบมองหน้าคนพูดอย่างเพ่ง…เพ่ง แล้วก็ต้องใจเต้นแรง เพราะอ่านว่า เขาเห็นทุกอย่าง
เขาแอบดูตั้งแต่เมื่อไหร่?
โอ๊ย…ชาลิสา…หนอ…ชาลิสา…
คืนก่อนไปช่วยเขาเมา พากลับบ้าน ตอนประคองคุณชายเล่นเซพิงตน และเผลอจูบแก้มเต็มๆ
วันนี้ก็จูบกับริก้า?
ว้าย…ว้าย…งานนี้ขาดทุนป่นปี้ ถูกจูบทั้งพี่ ทั้งน้อง แบบไม่ตั้งใจ
คอยอยู่สิ เงินเดือนต้องสูง…สูง…สูงนะ ไม่งั้นไม่คุ้ม แล้วก็ใจห่อเหี่ยว สูงแค่ไหนจะคุ้มล่ะ เหมือนว่าการต่อรองของหล่อนจะเสียเปรียบทุกด้าน
“สอนศิลปะการต่อสู้ให้ริก้า มันยากนักหรือไง?” ธีทัตยังถามเรียบๆ ต่อหน้าบิดามารดาและญาติๆ
ชาลิสาเม้มริมฝีปากก่อนตอบ
“มันต้องขึ้นอยู่ว่า พรุ่งนี้ที่ทำงานนะคะ ว่า…” หยุดให้เขาคิดคิดเรื่อง…เงินเดือนจะให้เท่าไหร่กัน ย้อนคำพูดของเขาเองล่ะ ที่ตอนชวนกินข้าวเย็นก็ใช้เงินเดือนมาข่มขู่ ถ้าเพื่อเงิน บางทีอาจจะคุยกันง่ายกว่า
ธีทัตแค่นหัวเราะ
“อืมม์…ก็ยุติธรรมนะ”
และมองไปทางริก้าก็เห็นว่าคืนนี้น้องสาวจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
หลังอาหารเย็น ชาลิสาคาดว่าธีทัตจะให้รถที่บ้านกับคนขับรถของเขาไปส่งหล่อน เขากลับไปส่งเอง เดินไปหน้าตึกกับริก้า
ชาลิสาพูดว่า
“จริงๆ แล้ว ฉันโทรเรียกรถมารับได้นะคะ”
“ฉันจะไปส่ง”
คุณริก้าจะไปด้วยหรือเปล่าคะ?” ชาลิสาถาม
ริก้าอมยิ้ม วันนี้ดูอารมณ์ดีจัง ยิ้มหวานให้ชาลิสาก่อนตอบ
“ไม่ไปล่ะ จะอาบน้ำและนอนดีกว่า นอนฝันหวาน”
และพอทั้งสองขึ้นรถ ธีทัตขับออกจากบ้าน เขาพูดกับสาวที่นั่งข้างๆ
“ต้องให้ริก้านั่งเป็นเพื่อนเรอะ พูดอย่างกับเราไม่เคยไปไหนกันสองต่อสอง”
หญิงสาวส่งค้อนให้เห็นๆ
“เคยค่ะ แต่ไม่คิดว่าผู้บริหารใหญ่โต จะยอมเป็นโชเฟอร์ขับรถให้เลขาของน้องสาวนั่ง”
“พูดประชดอะไรหรือเปล่าเนี่ย”
“พูดตามเนื้อผ้า”
“ในเมื่อเธอทำดีกับน้องสาวฉัน ย่อมได้รับการตอบแทนที่ดี ไม่ชอบเรอะ”
“ขนลุก…ตอบแทนดี”
“อุตส่าห์มาสอนยัยริก้าว่ายน้ำ”
“ค่ะ…เพราะจำเป็นต่างหาก”
“ดูเหมือนเงินเป็นเหตุผลสำคัญนะ”
ส่งค้อนอีกครั้ง
“เรอะ…รู้ด้วย…รู้จริงด้วย” ตอนนี้แค่ประโยคพึมพำ “แหมตรงประเด็นเหลือเกิน”
“จะช่วยริก้าก็ให้ถึงสุดๆ สอนศิลปะการป้องกันตัวด้วย”
“ที่เรียนมีเยอะแยะ”
“ริก้าจะไม่ตั้งใจ”
“กับฉัน…เธอจะตั้งใจหรือคะ?”
เขายักไหล่ ยิ้มมุมปาก
“ก็เธอมักมีวิธีการนี่”
“วิธี?”
“ก็วิธีของเธอไม่ได้นุ่มนวลชวนปฏิบัติสักเท่าไหร่หรอก แต่ได้ผล”
“คุณมีตาวิเศษเห็นเสมอนะ” พูดประชด
“คิดว่าฉันจะปล่อยชีวิตของน้องสาวฉันไว้ในมือของเธออย่างไว้ใจเต็มร้อยหรือ”
ชาลิสาตาโต โบกมือ
“นี่…นี่…คุณกำลังพูดย้อนแย้ง เดี๋ยวก็ว่าจะให้ฉันช่วยคุณริก้า เดี๋ยวก็พูดไม่วางใจ คนเรานะถ้าไม่วางใจกันล่ะก็อย่าเรียกใช้เลย ฉันเองก็ไม่ใช่จัดเต็มใจอะไรหรอกนะ ถ้าไม่ใช่เพราะเงื่อนไขดีๆ จากคุณที่ยกมาหลอกล่อ…คุณชอบพูดย้อนแย้งประจำ จนฉันสับสนหลายครั้งแล้ว”
เขาแค่นหัวเราะ
“ดี…ดี…ดีมาก”
ชาลิสาตาโต
หา! อะไรนะ…ต่อว่าเขา…เขากลับพูดว่า ดี…ดีมาก ต่อไปตนอาจจะบ้าเป็นโรคประสาทเพราะนายคนนี้ก็เป็นได้
จะพูดอะไรต่อ ก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือดัง
ของใคร?
ของนายธีทัตน์แน่ะแหละ ขับรถอยู่จึงกดเปิดแบบเสียงดังฟังชัดทั้งคนรับและคนนั่งข้าง
เสียงร้องไห้มาตามสาย เสียงที่คุ้นเคย
ธีทัตเบิ่งตากว้าง
“ภัท…ภัท…คุณเป็นอะไร?”
“มาหาภัทหน่อยสิคะ” พูดปนเสียงสะอื้น
ธีทัตโคลงศีรษะ
“ดึกมากแล้ว”
“แต่ภัททนไม่ไหวจริงๆ”
“ไม่…ไม่…คุณต้องตั้งสติ”
“ภัทอยู่ที่ผับ…”
“กลับบ้านซะ”
“ภัท จะรอคุณ”
“กลับบ้านซะ…ผมไม่ไป”
“ภัทจะรอ…รอ”
ชาลิสายักไหล่กับตัวเอง…เฮ้อ…แล้วถอนหายใจยาว ปัญหาของธีทัต…เจ้าเก่า เจ้าเดิม เจ้าประจำ
และ…ตนก็อยู่ในเหตุการณ์เกือบทุกครั้ง เห็นชายหนุ่มอึดอัด และหันมามองตนเป็นระยะๆ
เขาคิดอะไรอยู่หรือ ไม่ใช่หน้าที่เลขาอย่างตนต้องใส่ใจ จึงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“ผมไม่ไป! ธีทัตเสียงแข็ง
แต่อีกฝ่ายก็วางหูเสียแล้ว
“ฉันจะขับรถไปส่งเธอ” ธีทัตหันมาพูดกับชาลิสา
“ค่ะ ฉันง่วงแล้ว” หญิงสาวพูดออกไปจากใจเลยนะ เพราะไม่เห็นด้วยที่ธีทัตจะไปพบแฟนเก่าที่แต่งงานแล้ว พัวพันไม่เลิกซะที เสียทั้งผู้หญิงและผู้ชาย มีหน้ามีตากันทั้งคู่
ปากว่าไปส่งหญิงสาว แต่ชาลิสารู้สึกว่า ไม่ใช่เลย รถกำลังแล่นไปอีกทาง
เงียบ…ชาลิสาเลือกจะไม่พูด เพราะธีทัตเป็นคนตัดสินใจ แทนจะส่งหล่อนก่อน กลับพาตนไปพบเหตุการณ์เดิมๆ อีกแล้ว
อีกแล้ว…
ภัทราเป็นอะไรของหล่อนนะ ต้องให้ตนมาเกี่ยวข้องทุกครั้ง
เขาเป็นฝ่ายเอ่ยปาก
“เสียเวลาหน่อยนะ”
“หรือคะ”
“มีเพื่อนไปด้วย ดีกว่าไปคนเดียว”
“หรือคะ” เสียงเซ็งมากๆ
“ไหนๆ ก็ดึกแล้ว”
“หายง่วงเลยค่ะ”
“เป็นเพื่อนแค่เนี้ย ทำท่าไม่พอใจ”
“เปล่า…” ลากเสียงยาว “ภาวะจำยอม”
“หมายความว่า?”
“มีทางเลือกหรือเปล่า?”
“อย่าบ่น ทุกการกระทำของเธอย่อมมีผล รับรองไม่เสียเวลาเปล่าหรอก”
เหมือนกับหลอกเด็กไปวันๆ แล้วเด็กก็ยอมให้หลอก อย่างที่ว่านะ ตนมีทางเลือกที่ดีกว่านี้หรือเปล่า
แต่ก็บ่นต่อ
“ซ้ำซาก”
เขาหันมาถาม รู้สึกว่าจะได้ยิน…แต่ไม่ค่อยแน่ใจว่า
“ว่าอย่างไรนะ?”
“จำเจ”
คราวนี้แน่ใจทันทีล่ะ เขาทวน
“ซ้ำซาก จำเจ”
หญิงสาวแกล้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ พูดว่า
“อ้าว…ก็ได้ยินดีนี่ ยังฟังได้ชัด หูไม่ตึง”
เงียบ…แต่ชาลิสายังไม่หยุดอีก
“จุดจบคงไม่สวยหรอก”
เขาหันมาตวาดเบาๆ
“หยุดพูดบั่นทอนทีเถอะ”
หญิงสาวเลิกคิ้ว
“โอ้…รู้สึกด้วย ที่วุ่นวายกับเมียชาวบ้านไม่รู้สึกอะไร”
“เธอไม่รู้อะไรอย่าพูดมาก”
“ก็ได้…ก็ได้…” แล้วพึงทำเบาๆ กับตัวเอง “แล้วทำไมต้องให้ฉันไปเป็นเพื่อนด้วยล่ะ”
หรือ…ว่า..ปอด…เหมือนกัน
กลัวเป็นด้วยหรือ?
และในเวลาต่อมา…
ชาลิสาต้องทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เมื่อมาถึงที่ผับตามที่ภัทราแจ้งแต่แรก และทันทีที่เห็นชายหนุ่ม หญิงสาวที่บอบบางมีดวงตาแดง เพราะผ่านการร้องไห้มาก็โผเข้ากอด
ผู้ชายหรือจะไม่กอดตอบ
อีกแล้ว…ภาพนี้อีกแล้วเ คยเห็นแล้ว ชาลิสาเบ้ปาก อยู่ไม่ไกลกันนักพอให้ได้ยินพวกเขาคุยกัน
“ภัทไม่อยากทนแล้ว…ไม่ทน ภัทจะเลิกกับเสี่ย!”
เลิก…ไม่ใช่หย่า เพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรส คนอย่างเสี่ย แต่แรกก็พูดว่าจะจดให้ แต่ยังไม่ไปจริงๆ สักที
ถึงจด คงไม่มีประโยชน์อะไร คงทำพินัยกรรมไว้แล้ว ลูกตั้งสองคน สำคัญกว่าเมียแน่นอน
“ภัท…อย่าพูดด้วยอารมณ์เลย”
“ภัทสุดจะทนค่ะ”
“คุณพูดด้วยอารมณ์ชั่ววูบ”
“ธีรังเกียจภัทหรือคะ?”
“ในฐานะเพื่อน ผมห่วงเสมอ”
“ห่วงก็ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นสิคะ”
แล้วเสียงก็เบาลงมาก…จนชาริสาไม่ได้ยินแล้ว
“ภัท…ยังรักคุณนะคะ” ภัทราสารภาพ “ที่ผ่านมาภัทไม่เคยลืมธีเลย”
ชายหนุ่มจะตอบอย่างไรดีล่ะ
เธอเคยเป็นคนรัก…รัก…รักมาก แต่พอทะเลาะกัน และอารมณ์ชั่ววูบ กลายเป็นจุดแตกหัก
“อย่าพูดในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้”
“ได้สิคะ”
“หยุดคิดเถอะ ไม่มีประโยชน์”
“ภัทอาจจะเสียใจจนตายก่อน”
ตาย…ภัทราใช้คำตายมากระตุกความรู้สึกของฝ่ายชาย
ในส่วนของชาลิสา โอ๊ย…พวกเขาคุยอะไรกันนาน ภายในผับใช่จะสว่างมาก แสงไฟสลัวๆ
หญิงสาวไม่อยากเห็นภาพของธีทัตกับภัทราอีก เพราะเคยเห็นแล้วไม่ใช่ว่าน่ามองอะไรเลย
หมิ่นเหม่ศีลธรรม ไม่ควรเกินเลยไปกว่านี้
ไม่อยากรับรู้และฟังแล้ว จึงเดินกลับไปหาอะไรดื่มเงียบๆ ปล่อยให้พวกเขาคุยกันสองต่อสอง
ไม่สน ไม่รับรู้แล้วล่ะ ใช่เรื่องของตัวเองหรือเปล่าล่ะ
ง่วงก็ง่วง อยากพักก็อยากพัก แต่ยังต้องทำงาน…ถือว่าเป็นงานล่ะนะ
มองไปที่ประตู…เห็นคนคนหนึ่งทำท่าแปลกๆ ในฐานะเคยฝึกอบรมด้านความปลอดภัย เคยฝึกการต่อสู้ และมีประสาทรับรู้ไวกว่าปก ติจึงเห็นว่าไม่ปกติ
ชายคนนั้นมองที่ประตูเสมอ และถือโทรศัพท์แนบหูตลอดเวลา เหมือนคุยกับใครแล้วรอคอยใคร
ชาลิสาก็คิดว่า ไม่ใช่ธุระของตนเองล่ะนะ จนกระทั่งเห็นประตูผับเปิด
แม้ว่าไฟแสงสลัวไม่สว่างนัก แต่บริเวณประตูแสงไฟจากด้านนอกสว่างมาก จนเห็นคนที่เดินเข้ามา และกับผู้ติดตามอีกสองคน
ชาลิสาเบิกตากว้าง เห็นชัดเลยว่าเป็น
“เสี่ยขจร!”

- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 26 : รักเก่าก่อเรื่อง
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 25 : เอ๊ะ! อย่างไรกันแน่
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 24 : ว่ายน้ำ
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 23 : ขยันเฉพาะวัน
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 22 : ทำร้ายร่างกาย
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 21 : เลขาทำทุกหน้าที่
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 20 : เมียหลวงมาก่อนเสมอ
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 19 : ตะลุยกินของอร่อย
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 18 : หายตัว
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 17 : รองเท้าหายไปไหน
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 16 : งานใหม่
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 15 : รับรู้เปลี่ยนเลขา
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 14 : เสนองาน
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 13 : ช่วยชีวิต
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 12 : เกิดเรื่องวันงาน
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 11 : เสี่ยขจรต้นเหตุปัญหา
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 10 : นทีโดนลูกหลง
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 9 : จากเจ้าหนี้กลายเป็นลูกหนี้
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 8 : เจ้าหนี้กัดไม่ปล่อย
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 7 : ทวงค่าเสียหาย
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 6 : ป่วนร้านเสื้อ
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 5 : นกน้อยในกรงทอง
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 4 : ปัญหาต่างๆ ของชาลิสา
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 3 : ฉันกับสาวเจ้าอารมณ์
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 2 : สาวเจ้าอารมณ์
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 1 : ฉัน






