พลิกนรก กู้ชีพ (Dongji Rescue)

พลิกนรก กู้ชีพ (Dongji Rescue)

โดย : ปิยะพร  ศักดิ์เกษม

Loading

นั่งหน้าจอ คอลัมน์ที่ ปิยะพร  ศักดิ์เกษม เล่าถึงเรื่องราวที่ตรึงให้นั่งติดอยู่หน้าจอ ทั้งภาพยนตร์และภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์ เล่าแบบไม่มียั้ง!! เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่กลัวการรู้เนื้อเรื่องล่วงหน้า นอกจากจะเขียนเล่าเรื่องแล้ว ยังเขียนเล่าความคิดความเห็นและความรู้สึกเมื่อได้ดู ดังนั้นผู้เขียนจะพาออกทะเลไปบ้างอย่างแน่นอน

เรือลิสบอนมารุถูกเรือดำน้ำสหรัฐโจมตี

พลิกนรก กู้ชีพ (Dongji Rescue)

ภาพยนตร์ ปี 2025 ผู้กำกับ Guan Hu, Fei Zhen Xiang ผู้แสดงนำ Zhu Yi Long, Wu Lei (Leo Wu), Ni Ni

ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายเมื่อปีที่แล้ว เป็นหนังที่ดี ดูสนุก ถึงแม้การนำเสนอบางตอนจะเป็นจริงจนสร้างภาพที่น่ากลัว บางช่วงก็ให้อารมณ์เศร้าสลด ซึ่งก็เป็นธรรมดาของภาพยนตร์ที่นำเสนอเหตุการณ์ในระหว่างสงครามอย่างเรื่อง แนวรบด้านตะวันตกเหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง All Quiet on the Western Front หรือ 1917 ก็มีภาพน่ากลัวมีเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้เหมือนกัน แต่ก็สามารถสร้างภาพงามและสร้างเรื่องราวอันละเอียดอ่อนในความโหดเถื่อนดิบหยาบของสงคราม

ถึงแม้ว่าจะตัดสินใจดูภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะ “อู๋เหล่ย” (Leo Wu) ซึ่งเป็นหนึ่งในดารานำแสดง อู๋เหล่ยเป็นดาราจีนคนโปรดค่ะ เขาเติบโตมาจากการเป็นดาราเด็ก เข้าวงการด้วยการถ่ายโฆษณามาตั้งแต่อายุสามขวบ แสดงภาพยนตร์ชุดเรื่องแรกตั้งแต่อายุห้าขวบ เขาเติบโตอยู่ในสายตาคนดูมานานยี่สิบปี การก้าวเข้ามารับบทนี้ของอู๋เหล่ยมีผู้คนคัดค้านกันไม่น้อย หลายคนพากันพูดว่า “ยังเติบโต โกยเงิน สะสมผลงานแบบหนุ่มหล่อ เล่นละครโรแมนติก หรือเป็นฮีโร่ในยุทธภพได้อีกหลาย ๆ ปี จะรีบร้อนผอมเกร็ง ทาตัวสีดำ รับบทโหด ๆ แบบนี้ไปเพื่ออะไร” แต่พ่อหนุ่มน้อยของเราก็เป็นศิลปินแท้ เขามุ่งหน้าสร้างผลงานบนเส้นทางที่เขาเชื่อมั่น

สำหรับคนนั่งหน้าจอคนนี้แม้จะตามมาดูเพราะหนึ่งในผู้แสดงนำ แต่กลับโดนตัวหนัง ‘ตก’ เข้าเต็มเปา ทั้งสนุก มีแง่คิด มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สะเทือนใจ ประทับใจด้วยเรื่องราวที่เข้มข้นสะท้อนความเป็นคน ความเป็น ความตาย ความหวังและความสิ้นหวัง ครบครันในเวลา ๒ ชั่วโมง

สองพี่น้องเลือดโจรสลัดผู้อยู่อาศัยบนเกาะตงจี

หนังเปิดเรื่องในวันที่ ๑ ตุลาคม ๑๙๔๒ เรือ Lisbon Maru ของญี่ปุ่นบรรทุกเชลยศึกชาวอังกฤษ ๑,๘๑๖ คนไว้ในห้องโถงหลายห้องใต้ท้องเรือ เป็นการเดินทางแบบปิดลับ ไม่มีใครรู้ว่ามีเชลยศึกอยู่ในเรือลำนี้ ลิสบอนมารุจึงถูกเรือดำน้ำสหรัฐโจมตีในน่านน้ำใกล้เกาะตงจี เกาะเล็ก ๆ ทางตะวันออกของประเทศจีน…เหตุการณ์ในหนังคือเหตุการณ์ในระหว่างหลายชั่วโมงก่อนที่เรือจะจม

อาตั้ง…เด็กหนุ่มชาวเกาะตงจีผู้ถูกขีดเส้นให้อยู่อาศัยและใช้ชีวิตเฉพาะด้านท้ายเกาะเพราะเขาเป็นลูกโจรสลัด เมื่อพ่อแม่ตายชาวเกาะก็เมตตาให้อยู่อาศัยและทำมาหากินแต่ไม่ให้มายุ่งเกี่ยวทำกิจกรรมใด ๆ ร่วมกับคนอื่น ๆ โดยเด็ดขาด อู๋เหล่ยรับบทนี้โดยการออกกำลังรีดไขมันออกจากร่างกายจนเหลือแต่กล้ามเนื้อเกร็งไปทั้งร่าง ปล่อยผมยาวหยิกหยอยแห้งกรอบ และผิวเข้มคล้ำแดด ไม่เหลือเค้าพระเอกหนุ่มหล่อจากซีรีส์ที่เราคุ้นตาเลย

ของแปลกที่อาตั้วได้พบที่ริมหาด

เด็กหนุ่มใสซื่อเติบโตขึ้นมาภายใต้การปกป้องทุกด้านของอาเป่ยพี่ชายคนเดียว พี่ชายผู้แบกรับความรังเกียจ และอคติของคนอื่นเอาไว้ให้น้องชายได้เติบโตอย่างอิสระและใสสะอาด หนังแนะนำตัวอาตั้งด้วยการฉายภาพให้เห็นว่าเขาชอบไปดำน้ำเก็บข้าวของแปลก ๆ จากเรือจม ดูแล้วอดคิดถึงการ์ตูนเงือกน้อยของดิสนีย์ไม่ได้ค่ะ

ความสดใสและเยาว์วัยของอาตั้งสิ้นสุดลงเมื่อเขาได้พบ “ของแปลก” บนโขดหินริมหาด…มนุษย์ประหลาดตาสีฟ้าซึ่งที่แท้ก็คือเชลยศึกชาวอังกฤษที่โดดหนีออกจากเรือ ความอยากรู้อยากเห็นและความเมตตาที่แสนซื่อของเด็กหนุ่มพาเอาอันตรายมาสู่ชีวิตของสองคนพี่น้องและชีวิตของคนจีนทุกคนบนเกาะ เวลานั้นชาวเกาะตงจีทุกคนเหมือนเดินอยู่บนปลายหอกปลายดาบของทหารญี่ปุ่นที่ยึดครองอยู่

เมื่อโลกที่หนักหน่วงดำมืดเปิดออกต่อหน้าอาตั้ง

มนุษย์ประหลาดตาสีฟ้าคนนั้นเปิดโลกด้านที่หนักหน่วงและมืดดำให้อาตั้งได้เห็น เขาได้เป็นพยานช่วงเวลาสุดท้ายที่แสนหฤโหดของเชลยศึก ได้เห็นว่าสงครามและความเป็นฝ่ายตรงกันข้ามเปลี่ยนความเป็นคนให้กลายเป็นสัตว์นรกไร้ความเมตตาโดยสิ้นเชิง

หนังไม่ได้เล่าเฉพาะเรื่องความพินาศของเรือ การดิ้นรนให้รอดตายของบรรดาเชลยในเรือเท่านั้น แต่เล่าถึงเหตุการณ์ในสงคราม สภาพในเวลานั้นของชาวเกาะ ไปจนกระทั่งถึงที่มาที่ไปของปมชีวิตของผู้คนบนเกาะ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำชาวเกาะ ครูประจำเกาะ สองพี่น้องเลือดโจรสลัดอย่าง อาเป่ยซึ่งแสดงโดยจูอี้หลง Zhu Yi Long กับ อาตั้ง รวมไปถึง อาฮัวลูกเลี้ยงของอดีตผู้นำเกาะซึ่งแสดงโดยหนีหนี่ Ni Ni ด้วย

การดิ้นรนเอาชีวิตรอดก่อนเรือจะจม

ภาพยนตร์เดินเรื่องเร็ว เล่าเรื่องได้ถี่ถ้วนเป็นเหตุเป็นผล ทำให้เรายอมรับได้ว่าเพราะเหตุใดคนบนเกาะจึงลุกขึ้นสู้ในตอนท้ายของเรื่อง จนทำให้ชาวประมง ๑๙๘ คนนำเรือไม้ ๔๖ ลำออกไปช่วยให้เชลยชาวอังกฤษรอดชีวิตมาได้ ๓๘๔ คน

แม้เรื่องราวและภาพหลายตอนจะโหด แต่ก็เป็นความโหดบนความงดงาม ทิวทัศน์ของเกาะตงจี ดิบแต่สวยจับตา และฉากใต้น้ำก็สวยทุกฉากตั้งแต่ การดำน้ำเก็บของที่ระลึกจากเรือจมของอู๋เหล่ย ภาพศพเชลยศึกที่หนีไม่รอดลอยคว้างอยู่ในห้องขังใต้ท้องเรือ และสุดท้าย ภาพการว่ายน้ำเคียงข้างกันไปของอาเป่ยกับอาตั้งที่กล้องถ่ายจากใต้น้ำเหมือนปลาโลมาสองตัวว่ายคู่กัน

เรือไม้ ๔๖ ลำ และชาวประมง ๑๙๘ คน ออกช่วยชีวิต

แสง สี เสียงและดนตรียิ่งใหญ่ สมกับการลงทุนกว่าห้าร้อยล้านหยวน เรื่องงานภาพและงานเทคนิคพิเศษมีทีมงานคนไทยเยอะแยะเลยนะคะ รอดูตอน end credit ได้

เชลยชาวอังกฤษรอดชีวิต ๓๘๔ คน จาก ๑,๘๑๖ คน

เรื่องที่เล่ามานี้เหมือนจะเครียดเหมือนจะดิ่งเหมือนจะดาร์ก แต่หนังก็ใส่อารมณ์ซึ้ง อารมณ์ขันมาเป็นระยะ ๆ ตอนที่ครูสอนหนังสือประจำเกาะที่ถือกันว่ามีการศึกษาที่สุดพยายามสื่อสารภาษาอังกฤษกับเชลยศึกเป็นตอนที่ทำให้ได้หัวเราะดังมาก ไปหาดูกันนะคะคุ้มค่ากับเวลาที่นั่งหน้าจอค่ะ

 

 

Don`t copy text!