คืนวันพระจันทร์ดับ

คืนวันพระจันทร์ดับ

โดย : ภัทรภร

Loading

อ่านเอาขอแบ่งปันเรื่องเล่าจากเงาสนธยา เรื่องลี้ลับจากประสบการณ์ตรงของ ภัทรภร มนุษย์ฟรีแลนซ์ ที่ตระเวนเดินทางทำงานไปทั่วทิศและมักได้ของแถมเป็นการพบปะทักทายจากเหล่าเพื่อนต่างมิติ และ ทรรศิตา มนุษย์ผู้ใช้ชีวิตเป็นจาริกชนคนเดินทางแสวงหาความหมายชีวิตระหว่างอดีตกับปัจจุบัน และมักผูกพันกับเรื่องลี้ลับบางอย่างเกินคาดเดา

วันพระจันทร์ดับหรือวันอมาวสีนี้ เป็นวันที่สายมูทั้งหลายจะรู้จักกันดีว่าเป็นวันที่มีพลังแข็งแกร่งมาก เหมาะกับการทำพิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไสยดำหรือไสยขาว ก็มักจะมีการทำพิธีกรรมต่างๆ ในวันเดือนดับอยู่เสมอ

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฉันเคยได้รับคำแนะนำให้สวดรับบางอย่าง ประมาณว่าเป็นพลังของดาวที่กำลังย้ายเข้ามาในดวงในช่วงนั้น โดยต้องไหว้ในคืนพระจันทร์ดับ เวลาประมาณหลัง 23.00 น. เป็นต้นไป และต้องทำพิธีกลางแจ้งหรือนอกชายคาบ้านด้วย พร้อมทั้งต้องหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ประมาณว่าเป็นทิศที่ดาวนั้นประจำอยู่

ฉันเป็นคนที่กลัวการทำพิธีต่างๆ นอกบ้านในยามค่ำคืนมาก เพราะรอบบ้านค่อนข้างมืด มีอะไรแปลกๆ เยอะไปหมด ทั้งยังอยู่ใกล้วัดที่มีคนเคยเล่าเรื่องภูตผีปีศาจต่างๆ ให้ฟังอยู่ไม่น้อย ก่อนหน้านี้หน้าบ้านเคยมีศาลพระภูมิตั้งอยู่ แต่หลังจากพ่อใหญ่ (หรือคุณตา) เจ้าของที่ดินเสียชีวิตไป ลูกหลานที่เป็นเจ้าของบ้านเช่าในบริเวณนี้ก็ได้ทำการแบ่งแยกโฉนดที่ดินออกตามพินัยกรรม

ลูกสาวคนเล็กซึ่งอยู่ในที่ดินแปลงด้านหน้า เกิดมีดำริจะล้อมรั้วบ้านของตนเองโดยล้อมเอาศาลพระภูมิเจ้าที่ต่างๆ เข้าไปด้วย ซึ่งคาดเดาได้ว่าหลังจากทำพิธีขึ้นบ้านใหม่ ก็คงได้เชิญพระภูมิเจ้าที่ให้ดูแลในส่วนบ้านของตนเองไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้บ้านหลังที่ฉันเช่าอยู่และหลังใกล้เคียงไม่มีพระภูมิเจ้าที่คอยดูแลคุ้มครอง ฉะนั้นฉันเลยไม่ค่อยอยากจะไปไหนมาไหนดึกๆ หรือออกมาทำอะไรหน้าบ้านในยามวิกาล

แต่ครั้งนั้นค่อนข้างจำเป็น เพราะหมอดูที่ไปดูกันประจำเขาก็ทักมาว่า “พี่จำเป็นต้องทำนะรอบนี้” เพราะมันจะเกี่ยวเนื่องกับการนำคนที่ไม่ดีออกไปจากชีวิต ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของชีวิตฉันในตอนนั้น ก็เลยยอมกลั้นใจ…

“เอาวะ.. รีบตั้งโต๊ะ รีบสวด แล้ววิ่งเข้าบ้าน”

ฉันตั้งโต๊ะเล็กๆ พร้อมวางของไหว้ที่เป็นผลไม้ น้ำดื่ม และธูปเทียน แค่จุดที่พ้นชายคาจริงๆ คือก้าวออกมาจากประตูหน้าบ้าน จะเป็นเฉลียงหน้าบ้านที่ยังมีหลังคาอยู่ พอพ้นจากเฉลียงหน้าบ้านแค่เอื้อมแขนออกมาถึงก็วางโต๊ะเลย เรียกได้ว่าใกล้ชนิดที่มีอะไรเกิดขึ้นก็วิ่งเข้าบ้านได้เลยทันที

ตอนนั้นน่าจะเวลาประมาณ 22.50 น. ฉันตัดสินใจว่าทำก่อนเวลานิดหน่อยคงไม่เป็นไร ถ้าให้รอหลังห้าทุ่ม บรรยากาศมันวังเวงเกินไป ไม่อยากจะไปยืนทำอะไรนอกบ้านดึกขนาดนั้น เลยจุดธูปเทียนตามที่เขาบอก แล้วก็เริ่มสวดคาถาตามคำแนะนำ ซึ่งจะต้องสวด 9 จบ

ขณะที่กำลังสวดคาถาไปได้ประมาณรอบที่ 4-5 อยู่ดีๆ เทียนก็ดับ… สิ่งที่ฉันพยายามบอกตัวเองก็คือ “ลมแรงน่ะแหละ รีบสวดๆๆ”

พอเริ่มต้นสวดต่อ ควันธูปที่กำลังลอยขึ้นด้านบน อยู่ดีๆ ก็ม้วนตัวลงมาแล้วพุ่งเข้าไปในประตูบ้านฉัน ซึ่งตอนนั้นไม่มีลมเลย ควันธูปเหมือนโดนดูดให้ลอยเข้าไปในบ้านแบบนั้นได้มันแปลกสุดๆ แล้ว

ฉันเห็นแบบนั้นคือรู้เลยว่าท่าจะไม่ดีแล้ว รีบสวดบทที่เหลือด้วยสปีดสูงสุด ก่อนจะรีบรวบอุปกรณ์ทั้งหมดเข้าบ้านแล้วรีบปิดประตู ก่อนนอนก็สวดมนต์อีกจบใหญ่ๆ เพราะรู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้มันไม่ชอบมาพากล… แล้วก็หลับไป

เวลาผ่านไปไม่นาน คิดว่าน่าจะยังไม่เช้า เพราะปกติจะได้ยินเสียงระฆังจากวัดประมาณตีสี่กว่าๆ… ฉันฝันถึงอะไรสักเรื่องที่สับสนวุ่นวายมาก แล้วก็เริ่มรู้สึกเหมือนมีพลังงานอะไรบางอย่างอยู่ในห้องด้วย มันทำให้อึดอัด หายใจไม่ค่อยออก ซึ่งในตอนนั้นฉันนอนตะแคงขวาอยู่ ก็พยายามจะตื่นจากฝัน แต่ยังงัวเงียอยู่และกำลังมึนงงกับอาการหายใจไม่ออกนั้น

เปิดเปลือกตาขึ้นได้นิดเดียว ฉันก็มองเห็นเงาดำๆ ที่พอจะเห็นเค้าหน้าของมนุษย์ นอนประจันหน้ากับฉันอยู่ ดูก็รู้เลยว่าเป็นผู้ชาย… และไม่ใช่คนแน่นอน และทันใดนั้น เงาร่างนั้นก็อ้าปากพ่นของเหลวอะไรบางอย่างออกมาจากปากของเขา เหมือนอาเจียนที่มีสีเหลืองปนเขียว พุ่งใส่หน้าของฉันอย่างเต็มแรง

ฉันหลับตา พยายามจะอ้าปากร้องและดิ้น พร้อมๆ กับบอกตัวเองว่า “นี่คือฝัน นี่คือฝัน” พร้อมกับพยายามท่องบทสวดมนต์ต่างๆ ตั้งแต่นะโม อรหัง อิติปิโส ปนกันไปหมด จบบ้างไม่จบบ้าง จนกระทั่งหลุดพ้นจากเงานั้นและลุกพรวดขึ้นมาบนที่นอน

ไม่มีร่างนั้นอยู่แล้ว และไม่มีของเหลวอะไรอยู่บนที่นอนทั้งนั้น แต่ที่เห็นกับตาเมื่อกี้มันแค่ฝันจริงๆ เหรอ? มันเหมือนจริงมาก ปะทะหน้าจนแทบจะได้กลิ่นคาวที่มากับของเหลวพวกนั้นได้ชัดเจนมากๆ

ไม่ได้การละ ไม่ไหวแล้วแบบนี้ พอพระอาทิตย์ขึ้น ฉันก็รีบอาบน้ำแต่งตัวและไปวัดทันที

“พระอาจารย์คะ…” แล้วฉันก็เล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้พระอาจารย์ที่วัดฟัง

หลังจากฟังจบ พระอาจารย์ก็หลับตาลงสักครู่ก่อนจะบอกว่า เขาน่าจะเป็นวิญญาณที่อยู่แถวนั้น แล้วฉวยโอกาสที่เปิดประตูบ้าน มีธูปนำ ก็พุ่งตัวตามควันธูปเข้ามาในบ้านด้วย พระอาจารย์จึงสวดรับเครื่องสังฆทาน และท่องคาถาบางอย่างเพื่อช่วยล้างพลังงานลบจากวิญญาณนั้นออกไปจากตัวฉัน ก่อนจะหยิบพระองค์เล็กๆ ออกมาจากย่ามหย่อนลงในมือให้องค์หนึ่ง และบอกว่า กลับไปให้พูดด้วยนะว่าเราไม่อนุญาตให้สิ่งนั้นตนนั้นอยู่ในบ้าน ให้ออกไปจากบ้าน

ออกจากวัดปุ๊บ ฉันบึ่งรถกลับมาบ้าน เปิดประตูเข้าบ้านมาแล้วยืนพูดที่กลางบ้านทันที

“ไม่ว่าเป็นใคร วิญญาณดวงไหน หรือสิ่งใดๆ ที่ไม่ใช่คนของบ้านนี้ สิ่งที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งเมื่อคืนนี้และก่อนหน้านี้ ขอให้ออกไปจากบ้านทั้งหมด เราเป็นเจ้าของบ้าน ไม่อนุญาตให้ทุกสิ่ง ทุกดวงวิญญาณที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาในบ้านนี้ทั้งสิ้น” ซึ่งเมื่อพูดจบ ก็มีกระแสลมพัดวูบผ่านตัวฉันออกไปทางประตูบ้านทันทีเลย

เรื่องราวแบบนี้ใครไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรหรอกนะ แต่แค่อยากบอกไว้ว่า จะทำพิธีอะไร ดูหน้าดูหลังรอบๆ บ้านดีๆ จะให้ดีก็ไปทำที่วัดหรือที่ที่เขารับทำพิธีอย่างจริงจังเถอะ จะได้ไม่ต้องเจอแขกไม่ได้รับเชิญแบบฉันอีก…

 

Don`t copy text!