
เมื่อชีวิตติดหิมะ
โดย : เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้
“อเมริกันคัน” เรื่องราวเกี่ยวกับอเมริกาในบางแง่มุมในอเมริกาที่หลายคนไม่เคยรู้หรือเคยรับรู้มาบ้าง แต่อาจมองไม่เห็นภาพรวมชัดเจน เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ เจ้าของคอลัมน์ที่เขียนลงในต่วยตูนมาถึง 10 ปี นำมาเขียนเล่าสู่กันฟังแบบสนุกๆ เหมือนการเล่าให้เพื่อนฟัง โดยคงบุคลิก “ต่วยตูน” ดั้งเดิมเอาไว้คือสาระและบันเทิง
หิมะโปรยสายโอบกอดยอดไม้ราวผลิดอกทุกก้านกิ่ง เริงระบำพริ้งพรายผ่านหมู่ไม้ที่สลัดใบทิ้งจนหมดสิ้น ทุกสิ่งปกคลุมด้วยสีขาวเหมือนโลกนี้ถือกำเนิดใหม่อีกรอบ เป็นความงามบริสุทธิ์ทุกนาฏกรรมแห่งการเริงรำ
แม้ว่าภาพเบื้องหน้าจะสวยสดงดงามราวฉากนิยายรักต่างแดนก็ตาม แต่ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วถอนหายใจเฮือก นึกเกลียดความหนาวสาหัสแบบติดลบและปุยหิมะพร่างพรูทุกทิศทางอย่างจับจิตจับใจ ถึงคนไทยส่วนใหญ่จะคิดว่าการได้อยู่เมืองนอกเมืองหนาวเป็นความศรีวิไลในชีวิต แต่ขอบอกตรงๆ เลยว่า ลองมาติดแหง็กอยู่ในเมืองหิมะ 24 ปีแบบฉันสิ รับรองจะถวิลหาสายลมแสงแดดต้นมะพร้าวยันเถาหมามุ่ยบ้านเราแน่นอน
เรื่องนี้มีที่มาที่ไป ว่าทำไมถึงมาติดหิมะที่นี่ต่อเนื่องยาวนาน ย้อนไปเมื่อ 24 ปีก่อนขณะสนุกสุดเหวี่ยงกับชีวิตนักข่าวสาวโฉด คุณนายแม่จ้างลูกสาวขี้เมาไปเรียนปริญญาโท ด้วยความเห็นแก่เงินเลยพยักหน้ารับง่ายๆ เหวี่ยงสอบเรื่อยเปื่อยจนสอบติดมหาวิทยาลัยมหิดล ภาควิชาสิ่งแวดล้อม ซึ่งไกลลิบลับราวกับหน้ามือหลังบาทากับสาขาวิชาที่ฉันจบปริญญาตรีมา
แล้วความซวยมาเยือน เมื่อนักข่าวขี้เมามาเจอกับฝรั่งอั้งม้อรูปไม่หล่อพ่อไม่รวยจากอเมริกา เพราะทางมหิดลกำหนดว่านักศึกษาปริญญาโทและเอกทุกคนจะต้องทำวิทยานิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษ ฉันซึ่งเขียนวิทยานิพนธ์ภาษาไทยเสร็จแล้ว กำลังพยายามใช้สติปัญญาอันไม่ค่อยมีแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษกระพร่องกระแพร่ง เลยต้องหาฝรั่งตาน้ำข้าวมาช่วยตรวจอีกรอบ จึงจะผ่านหลักสูตรปริญญาโทอันโหดหินไปได้
ขณะที่ฉันนั่งเซ่อปานไก่ชนถูกถีบกลางอากาศอยู่นั้น สวรรค์หรือนรกก็ไม่รู้ที่เพื่อนในแวดวงสื่อมวลชนส่งนักเขียนฝรั่งอเมริกัน ซึ่งเพิ่งพลัดหลงมาเมืองไทยเป็นครั้งแรกให้ฉันเป็นคนพาเที่ยว เพราะพูดอังกฤษได้ เนื่องจากคุณนายแม่เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษเลยเคี่ยวเข็ญลูกสาวมาตลอด สุดท้ายชะตาพลิกผัน ฝรั่งกลายมาเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายโดยปริยาย
เราคบหาในฐานะเพื่อนนานพอสมควร วันหนึ่งคุณนายแม่สิ้นใจ ท่ามกลางความโศกของทุกคนในบ้าน ฉันโทร.หาเพื่อนทุกคน จำได้ว่าเพื่อนคนสุดท้ายที่บอกข่าวคือเพื่อนอเมริกันรายนี้แหละ ซึ่งตอนนั้นกลับไปนั่งกอดเข่าเจ่าจุกอยู่ที่บ้านเกิดเมืองนอนของตนแล้ว ฝรั่งส่งอีเมลกลับมาทันควันว่าจะกลับมาไทยอีกหน เพื่ออยู่เป็นเพื่อนฉันในงานศพแม่
พอฝรั่งมาถึงเมืองไทยอีกรอบ ฉันก็พามางานศพทันที เพราะไม่มีเวลาต้อนรับ เล่นเอาพี่น้องผองเพื่อนจ้องฝรั่งกันตาถลนว่ามาผิดงานรึเปล่า นี่มันวัดไทยนะยะ ฝรั่งจะมาทำอะไรแถวนี้ ถ้าเข้าโบสถ์ก็พอว่าไปอย่าง พอฝรั่งอั้งม้อรับธูปไปก้มกราบพระปะหลกๆ อยู่ๆ ก็พูดออกมาหน้าโลงศพแม่ว่า
“อย่าห่วงนะ ไอจะดูแลเธออย่างดี”
โอ้แม่เจ้า… ช่างเป็นนาทีที่แสนโรแมนติกเสียนี่กระไร หอมกลิ่นความรักอบอวลท่ามกลางกลิ่นควันธูปงานศพและต่อหน้าโลงทองอร่ามเรืองของคุณนายแม่
หลังงานศพคุณนายแม่ผ่านไป เราสองคนเลยคุยกันอย่างจริงจังเรื่องหมั้นหมาย เพราะอายุอานามไม่น้อยแล้ว ตอนแรกพ่อหลงผิด คิดว่าลูกสาวพ่อเรียนจบปริญญาโท เป็นนักเขียน สถานภาพทางสังคมไม่ได้ต่ำต้อยอะไร พ่อแม่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยทั้งคู่ มีเพื่อนฝูงลูกศิษย์ลูกหามากมาย เลยบิดหนวดบอกฝรั่งไปว่า
“หากยูจะแต่งกับลูกสาวไอ ก็ต้องจ่ายค่าสินเพื่อสอดมาล้านหนึ่งเหนาะๆ เว้ย”
พ่อบอกว่าเงินก้อนนี้จะคืนให้ฉันนั่นแหละ พ่อไม่เอา เพราะมีเงินบำนาญข้าราชการใช้ทุกเดือนสบายๆ ทั้งพ่อและแม่ไม่เคยรับเงินเดือนลูก พ่อบอกลำพังเงินบำนาญก็เหลือเฟือ ที่เรียกโหดเบอร์นั้นแค่อยากดูน้ำหน้าว่าที่ลูกเขยว่าสามารถหามาได้หรือไม่ ฝรั่งยืนงงงวยอยู่ครู่ใหญ่ แล้วยืดอกบอกตรงๆ ว่า
“ไอไม่มีหรอก ไอ้เงินสินสอดนี่น่ะ จ่ายค่าแหวนเพชรก็หมดตัวแล้ว”
ไม่รู้ว่าพ่อคิดอะไรตอนนั้น เพราะพอพ่อได้ฟัง ประกาศปังดังลั่น
“ไม่มีเรอะ… แหม กระจอกจริงเว้ย ไอ้นี่… ได้… ไม่มีก็ไม่เอา!!”
เล่นเอาคนกลางหันขวับไปจ้องหน้าพ่ออย่างงงๆ ว่า เอ๊ะ… ตกลงพ่อนี่ยังไงกันแน่ ลูกพ่อไม่มีค่าอะไรบ้างเลยเหรอ นอกจากแหวนเพชรวงเดียวน่ะ ภายในห้านาที ค่าตัวลดจากหนึ่งล้านเป็นศูนย์เนี่ยนะ
เรื่องสินสอดถือเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับสาวไทยกับผู้บ่าวฝรั่ง ร้อยทั้งร้อยฝรั่งมองว่าการเรียกสินสอดทองหมั้นคือการขายลูกสาวกิน ยิ่งชื่อเสีย (สะกดถูกแล้ว… ‘ชื่อเสีย’ … ไม่ใช่ชื่อเสียง) บ้านเรากระฉ่อนโลกจะตายเรื่องแบบนี้ อัตราการเรียกสินสอดของเจ้าสาวประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น สถานภาพการศึกษา หน้าที่การงาน สถาบันการศึกษา รวมไปถึงโคตรเหง้าเหล่ากอทางครอบครัวและสังคม ยิ่งมีสถานภาพทางสังคมและการศึกษา รวมทั้งการงานดี ค่าสินสอดยิ่งแพง อย่ามาเถียงคอเป็นเอ็นว่าเรื่องนี้ไม่มีอยู่จริง เพราะที่เห็นและเป็นอยู่ในสังคมบ้านเราเป็นแบบนี้
เมื่อรักสาวไทยจนจุกอก ว่าที่เจ้าบ่าวฝรั่งจะมาจ่ายสินสอดแค่ 199 บาท เหมือนไปซื้อเสื้อยืดตามตลาดนัดไม่ได้เด็ดขาด หากเจ้าสาวมีหน้าที่การงานดีมีชาติตระกูล แม้ทางฝั่งเจ้าสาวไทยจะพยายามอธิบายประเพณีข้อนี้จนปากฉีกถึงหูก็ตาม แต่ว่าที่เจ้าบ่าวฝรั่งบางคนเกิดอาการ ‘ตีนเย็น’ หรืออย่างที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Cold feet สติแตก เผ่นหนีกลับประเทศตนไปก็มาก อยากบอกตรงๆ ว่า ฝรั่งไม่ได้มีเงินถุงเงินถังอย่างที่คนไทยส่วนมากคิดหรอก
ใครก็ตามที่มีแฟนฝรั่ง เวลาแต่งงานควรเรียกสินสอดแต่พองาม อย่าตะบี้ตะบันเรียกห้าล้านสิบล้านอย่างไร้สติ หากฝรั่งคนนั้นไม่ใช่มหาเศรษฐีหรือเป็นเจ้าของธุรกิจพันล้าน อีกอย่างการที่คนสองคนร่วมชีวิตกันนั้นต้องมีรากฐานมาจากความรักความเข้าใจมากกว่าสินสอดทองหมั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่ายอมยากจนกัดก้อนเกลือกินเพราะความรักบังตา หอบผ้าผ่อนหนีตามอ้ายหนุ่มตาสีฟ้าไปอย่างช่างมันฉันไม่แคร์ แบบนั้นก็ไม่ไหวเหมือนกัน
หลังจากหมั้นหมายไปแล้ว ฉันก็เลื่อนขั้นจากเพื่อนมาเป็นคู่หมั้น ฝรั่งผู้น่าสงสารเลยต้องรีบกลับไปจัดแจงเรื่องวีซ่าคู่หมั้นที่อเมริกา การทำวีซ่าคู่หมั้นเพื่อให้ฉันเดินทางมาอเมริกาในฐานะคนเข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่กะโหลกกะลาวิ่งร่าถลกผ้าถุง ฝ่าพรมแดนข้ามทะเลทรายจากเม็กซิโกมาหาสวามีเอาข้างหน้า
วีซ่าประเภทนี้สามารถอยู่อเมริกาได้ 90 วัน โดยต้องแต่งงานจดทะเบียนสมรสในระยะเวลา 90 วัน แล้วต้องยื่นเรื่องปรับสถานภาพทันทีหลังจดทะเบียน ไม่เช่นนั้นต้องถูกส่งกลับเมืองไทย พอได้วีซ่าแล้ว ฉันก็หอบถุงปุ๋ยมาตายดาบหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในดินแดนแปลกหน้าที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน
- READ เมื่อชีวิตติดหิมะ
- READ ไปโบสถ์แบบคนบาป
- READ ไอแอมฟอร์มไทยแลนด์..ไม่ใช่ไต้หวัน
- READ โลกสองใบในความต่าง
- READ อินเดียนแดงเผ่าใดล่ะ สู
- READ เรื่องหลอนของเพื่อนบ้านฝรั่ง
- READ ฮอทดอกของฉัน..วันชาติของเธอ
- READ พาววาว..เหลือเพียงรูปเงาบรรพชนอินเดียนแดง
- READ คุณนายไปจ่ายตลาดแต่ไม่มีกระจาดปิดตูด
- READ สั่งอาหารยังไงให้ฝรั่งงง
- READ เมื่อตะวันตกพบตะวันออก..สนุกอย่าบอกใคร
- READ สะใภ้ผีบ้า-แม่ย่า (ฝรั่ง) งก
- READ เพื่อนบ้านแสนบันเทิง
- READ ความตายสีขาว
- READ ชีวิตแสนเศร้าของเจ้าหญิงอินเดียนแดง
- READ ผีบ้านฝรั่ง
- READ เมื่อบางใครโบยบินข้ามสะพานรุ้ง
- READ พี่เจนนี่แอนด์ขี้คันคาก
- READ เรื่องของคนคอแดง
- READ หมาขี้ย้อน
- READ วันที่แม่น้ำกลายเป็นสีเขียว
- READ ผู้ชอบดูการละเล่นเป็นนิสัย
- READ ประธานาธิบดีแสนรักและแสนชัง
- READ เทศกาลคลำไข่
- READ เรื่องของเฮียดำลง (ที่ไม่ใช่พุตตาล)
- READ อย่าลืมทัดดอกไม้ก่อนหอน
- READ พลาดท่าเสียของดี
- READ เมื่ออเมริกันฝันหาคุก
- READ กำแพงขาวดำในเมืองสนธยา
- READ บ้านหลอกผีที่ไม่มีวันสร้างเสร็จ
- READ ขี้หมาพารวย
- READ อาหารสันหลังยาว
- READ โลกนี้ยังมีมนุษย์ถ้ำ
- READ ฮาร์ดไซเดอร์..หอมผลไม้ในฟองเบียร์
- READ อาณานิคมล่องหน
- READ ผู้ปรีชาชาญนั้นผลิตเบียร์
- READ ฤดูหนาวอันยาวนานในเทศกาลแห่งความสุข
- READ อุรังอุตังเฒ่า..เราจะคิดถึงเธอ
- READ มลรัฐวูล์ฟเวอรีน
- READ ประโยชน์ของเบียร์ที่เมียไม่รู้
- READ โลกทับซ้อนของคนสองแผ่นดิน
- READ เมียบังเกิดเกล้า
- READ จับงูบูชาพระเจ้า
- READ ภาษามหาระทวย
- READ อินเดียนแดงที่โลกลืม