จัดอันดับความหนาว

จัดอันดับความหนาว

โดย : เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

Loading

“อเมริกันคัน” เรื่องราวเกี่ยวกับอเมริกาในบางแง่มุมในอเมริกาที่หลายคนไม่เคยรู้หรือเคยรับรู้มาบ้าง แต่อาจมองไม่เห็นภาพรวมชัดเจน เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ เจ้าของคอลัมน์ที่เขียนลงในต่วยตูนมาถึง 10 ปี นำมาเขียนเล่าสู่กันฟังแบบสนุกๆ เหมือนการเล่าให้เพื่อนฟัง โดยคงบุคลิก “ต่วยตูน” ดั้งเดิมเอาไว้คือสาระและบันเทิง

ผู้คนในบ้านเรามักคิดว่าการได้อยู่ในประเทศที่อากาศหนาวจัดหิมะตก น่าจะดีกว่าเดินเหงื่อไหลซ่กๆ อยู่ทุกวี่วัน  จะว่าไปแล้วปัจจุบันเมืองไทยยิ่งร้อนขึ้นๆ จนทนแทบไม่ไหวต้องหาทางหนีร้อนไปพึ่งเย็น ใครมีเงินก็บินไปผึ่งหิมะที่ญี่ปุ่นหรือเมืองจีน หรูหน่อยไปยุโรปโน่น  หากเบี้ยน้อยหอยน้อยก็เปิดพัดลมแล้วประแป้งเย็นตรางูพอประทัง เพราะว่าร้อนจัดทุกเมื่อเชื่อวัน  บางคนเลยตั้งความหวังว่าอยากไปยืนหลับตาพริ้มชิมหิมะท่ามกลางความหนาวสักหนในชีวิต

สารภาพตรงๆ ว่าก่อนจะมาตกระกำลำบากในอเมริกา ฉันเองเคยคิดแบบนั้น แต่อนิจจายาหยี พอตีนแตะอเมริกาได้แค่สามวัน หิมะถล่มเมืองอย่างชนิดที่เรียกว่าจัดหนัก ตอนแรกที่หิมะโปรยสายลงมาก็ตื่นเต้นดีหรอก  ระริกระรี้อยากจะไปเล่นหิมะจนตัวสั่น ตามประสาคนเห่อและเพ้อเจ้อนิดหน่อย  อารมณ์ประมาณขี้ใหม่หมาหอม

แต่เห่อได้แค่ปีแรกเท่านั้น ยี่สิบปีให้หลัง หิมะตกทีไร อยากนอนคลุมโปงทุกหนไป นั่งดูหิมะแล้วนึกด่าตัวเอง ก็ใครเล่าที่ตัดสินใจหอบผ้าหอบผ่อนหนีตามฝรั่งอั้งม้อมาอย่างไร้สติและสตางค์แบบนี้!

รัฐที่มีฤดูหนาวยาวนานคือรัฐที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ส่วนรัฐทางใต้แทบไม่เคยสัมผัสหิมะเลยด้วยซ้ำ อย่างฮาวายหรือบางส่วนของฟลอริดาคงไม่ต้องกังวลกับเรื่องความหนาวจัดจนแข็งตาย รัฐทางตอนเหนือนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะหนาวจัดหนาวจริงและหนาวนาน ผู้คนที่อาศัยในรัฐทางตอนเหนือต้องผจญหิมะและความหนาวจนกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน

เคยมีการจัดอันดับเมืองที่หนาวที่สุดในอเมริกา ซึ่งหลายคนทายว่าอยู่ในรัฐอลาสกา แต่ขอบอกว่าผิดจ้ะเพราะเมืองที่หนาวที่สุดอยู่แถวบ้านฉันนี่เอง คือในโซนมิดเวสต์ เริ่มตั้งแต่อันดับหนึ่ง เมืองมินนิอาโปลิส รัฐมินเนโซต้า อุณหภูมิต่ำสุดคือ -40.5 เซลเซียส

เมืองถัดมาคือเมืองแองเคอเรจ รัฐอลาสกา เมื่อเอ่ยชื่อเมืองนี้ คนอเมริกันรู้ดีว่าหนาวสะพรึงถึงใจขนาดไหน แต่ยังเป็นรองมินนิอาโปลิส  อุณหภูมิต่ำสุดที่นี่คือ -38.8 เซลเซียส เมืองสุดหนาวอันดับสามคือเมืองเมดิสัน รัฐวิสคอนซิน ซึ่งอยู่ในโซนมิดเวสต์อีกนั่นแหละ หนาวเยือกถึง -38.3  เซลเซียส

เมืองยะเยือกอันดับสี่นี่ยังวนเวียนแถบมิดเวสต์เหมือนเดิม นั่นคือเมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน หนาวจัดหนาวจริงดิ่งลงไปที่ -32.2 เซลเซียส อันดับห้ายังติดโผในมิดเวสต์ เมืองโอมาฮา รัฐเนบราสก้า อยู่กลางประเทศพอดี หนาวจัดถึง -35.5 เซลเซียส

เมืองหนาวอันดับหกนั้นแสนโด่งดังและเป็นเมืองใหญ่ นั่นคือชิคาโก ห่างจากบ้านฉันไปเพียงแค่ขับรถสองชั่วโมงถึง  ชิคาโกมีชื่อเรียกเล่นๆ แบบเดียวกับที่นิวยอร์กมีชื่อเล่นว่าบิ๊กแอปเปิล แต่ชิคาโกถูกขนานนามว่า “นครแห่งสายลม” ซึ่งไม่เกินความจริงเลย เพราะจัดหนักทั้งลมและความหนาว  อันดับเจ็ดคือเมืองลินคอล์น รัฐเนบราสก้า  อุณหภูมิลดต่ำเหลือ -36.1 เซลเซียส อ้อ ไม่ต้องเดา เมืองนี้อยู่โซนมิดเวสต์อีกเช่นกัน

มาดูอันดับที่แปดบ้าง นั่นคือเมืองโรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ก เมืองนี้ถือว่าฉีกออกไปอีกฝั่งประเทศ เพราะอยู่อีสต์โคสต์หรือชายฝั่งตะวันออก  ตามติดมาด้วยอันดับเก้าจากรัฐเดียวกัน นั่นคือเมืองบัฟฟาโล รัฐนิวยอร์ก หนาวสุดขั้วถึง  -28.8 เซลเซียส

อันดับสุดท้ายยิ่งใกล้บ้านเข้ามาอีก นั่นคือเมืองฟอร์ตเวย์น รัฐอินเดียนา เมืองนี้มีพม่าอพยพเข้ามาอยู่เพียบ เช่นเดียวกับชุมชนลาวอพยพในเมืองเอลคาร์ต และชุมชนม้งในดีทรอยต์ เมืองนี้หนาวสาหัสเอาการ -31 เซลเซียส อันเป็นความหนาวที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับเมืองที่ฉันอยู่

ช่วงแรกที่หิมะตกคือช่วงเวลาสวยงามที่สุด  ทุกสิ่งทุกอย่างปกคลุมด้วยสีขาวบริสุทธิ์เหมือนโลกเพิ่งถือกำเนิดใหม่ แต่พอวันที่สองและที่สาม โลกสีขาวแปรเปลี่ยนเป็นฝันร้ายของมนุษย์ป้าชาวไทยทุกคน เพราะหิมะฟูๆ สวยๆ กลายเป็นน้ำแข็งแบบเดียวกับน้ำแข็งในช่องฟรีซเซอร์

ก้าวขาออกนอกบ้านปุ๊บ หกล้มปั๊บ หากเดินไม่ระวัง คนไทยหลายคนอยู่ในอเมริกามานานเกินสามสิบปี กลับสารภาพอย่างไม่อายว่า เวลาถนนกลายเป็นน้ำแข็ง จะไม่ยอมขับรถไปทำงานเด็ดขาด แต่เรียกแท็กซี่แทน  เพราะไม่กล้าขับ

ถนนที่กลายเป็นน้ำแข็งมีความลื่นระดับสิบ ขับๆ ไปมีลื่นเหวี่ยงคว้างๆ ตกถนนก็บ่อย  เพื่อนบอกว่าเวลาเดินลงจากรถ  หากไม่มีเพื่อนบ้านมอง เผลอๆ ลงไปคลานสี่ตีนเข้าบ้าน เพราะกลัวล้มมากกว่าอาย เล่นเอาไอ้ตูบบ้านข้างๆ กระดิกหางใส่พัลวัน  เพราะนึกว่ามีหมาตัวใหม่ในละแวกนี้

พายุหิมะถือเป็นเรื่องปกติมากสำหรับคนที่อาศัยในรัฐโซนหนาว เรารู้ว่าควรต้องทำตัวอย่างไรตอนพายุหิมะแวะมาทักทาย เวลาพายุตกถมทีละนิ้วๆ จนสูงท่วมเข่าหรือบางทีก็ท่วมเอว ต้องขุดทางเดินแคบๆ โรยเกลือเพื่อไม่ให้ทางเดินที่กรุยทางเอาไว้กลายเป็นน้ำแข็ง  โรงเรียนและสถานที่ราชการปิดจนกว่าหิมะจะหยุดตก

ภาวะฉุกเฉินแบบนี้แม้น่าเบื่อ แต่ไม่กลัวเท่าภาวะฉุกเฉินอีกแบบ ซึ่งเป็นความหนาวอันน่าสะพรึงและอันตรายมากจนห้ามออกนอกบ้านเกิน 10 นาทีโดยไม่มีเสื้อกันหนาวหรือสวมเครื่องกันหนาวน้อยชิ้น ไม่เช่นนั้นอาจถึงขั้นเสียชีวิต ความหนาวที่อุณหภูมิลดต่ำกว่าขั้วโลกเรียกว่า “โพลาร์ วอร์เท็กซ์” (Polar vortex)

ก่อนการมาถึงของโพลาร์วอร์เท็กซ์   ชั้นวางอาหารสดอาหารแห้งทุกห้างร้านหมดเกลี้ยง ผู้คนแห่ตุนน้ำและอาหารอลหม่าน พายุหิมะชนิดที่เรียกว่า “พายุหิมะจากทะเลสาบ” หรือ  Lake-effect snow ไม่หนักหนาสาหัสเท่าโพลาร์ วอร์เท็กซ์ เลคแอฟเฟคสโนว์มีความรุนแรงแค่พายุหิมะพัดจัดและลมแรง แต่โพลาร์ วอร์เท็กซ์คือความหนาวร้ายแรงขนาดปลิดชีวิตคนภายในครึ่งชั่วโมง

ผลของโพลาร์ วอร์เท็กซ์คืออากาศหนาวจัดกว่าขั้วโลก  ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นในเมืองนื้ทำให้อุณหภูมิลดต่ำถึง -50 เซลเซียส   ความหนาวระดับนั้นเกินกว่าร่างกายจะทนทานได้ จึงมีประกาศเตือนให้ทุกคนอยู่ในบ้าน ห้ามออกนอกบ้านเกิน 10 นาที   หมาแมวก็ห้ามออกนอกบ้านเกิน 5 นาที หากเกินกว่านั้นอาจเจออันตรายที่เรียกว่า “หิมะกัด” ได้  หากหิมะกัดเป็นเวลานาน อาจเสียอวัยวะนั้นไปอย่างถาวร

โซนที่ได้รับผลกระทบที่สุดคือแถบมิดเวสต์อีกแล้ว ทุกคนหลบอยู่แต่ในบ้าน ทั้งเมืองเงียบสงัดน่าขนลุกราวกับเป็นวันสุดท้ายก่อนโลกแตก ไม่มีเสียงคนเดินจูงหมาผ่านหน้าบ้าน ไม่มีเสียงรถแล่นผ่าน  โรงเรียน สถานที่ทำการ ที่ทำงานปิดหมดทุกแห่ง แม้ไปรษณีย์ก็ยุติการส่งจดหมาย เพราะอันตรายเกินกว่าจะทำงานกลางแจ้ง

แม้แต่ตำรวจก็หยุดด้วย เพราะไม่คุ้มกับการเสียชีวิตขณะปฎิบัติงาน ตำรวจในรัฐวิสคอนซินถึงกับให้ข่าวอย่างติดตลกว่า จะไม่มีการจับผู้ร้ายในช่วงโพลาร์วอร์เท็กซ์นี้ และขอให้ผู้ร้ายทุกคนนอนอยู่บ้านดู Netflix ไปพลางๆ ก่อน อย่าเพิ่งก่อการร้ายใดๆ

 

Don`t copy text!