มาลัยใบพฤกษ์ บทที่ 7 : ซาวน่าล่าคู่นอน

มาลัยใบพฤกษ์ บทที่ 7 : ซาวน่าล่าคู่นอน

โดย : เนียรปาตี

มาลัยใบพฤกษ์ นิยายออนไลน์สนุกๆ มีให้อ่านออนไลน์ที่อ่านเอา โดย เนียรปาตี เรื่องของแพทย์หนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้าน ชอบช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยจิตใจเมตตา หากโลกอีกใบของเขากลับตรงข้าม ความรักที่มีต่อเพศเดียวกันกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่พาชายหนุ่มออกเดินทางไปในเส้นทางที่โลดโผน ซับซ้อน ซ่อนเร้น สุดท้ายแล้วความรักที่แท้จริงคืออะไรกันแน่

โดยปกติแล้วสาธิตไม่ค่อยมาใช้บริการซาวน่าเฉพาะกลุ่มเท่าไรนัก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะมาเพื่อ ‘ล่า’ หาคู่นอนชั่วคราว บางคนก็แฝงตัวมาหา ‘ลูกค้า’ สาธิตจะมาเมื่อต้องการความตื่นเต้นจากความจำเจเดิม ๆ ซาวน่าเฉพาะมันเป็นแหล่งรวมเกินไป เขาชอบความรู้สึกตื่นเต้นที่บังเอิญพบ บังเอิญรู้ว่ามีรสนิยมเดียวกัน แล้วจึงชวนกันไปมากกว่า

แต่ในซาวน่านี้…หลายคนทำตัวเป็นนักล่าไม่พอ ยัง ‘เก็บแต้ม’ จะเอาให้ได้มากที่สุดให้คุ้มกับค่าผ่านประตู

สาธิตสั่งเครื่องดื่มที่บาร์แล้วมานั่งจิบริมสระว่ายน้ำ มองคนเดินผ่านไปมาอย่างไม่รู้สึกอย่างใดเป็นพิเศษ แม้ว่าคนเหล่านั้นจะสวมกางเกงชั้นในเพียงตัวเดียว…คืนนี้เป็นอันเดอร์แวร์ไนท์

ซาวน่าหลายแห่งมักจัดกิจกรรมพิเศษในวันสำคัญ เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ ลอยกระทง ฮาโลวีน และคริสต์มาส ขายบัตรแพงกว่าค่าเข้าปกติ ในงานมีอาหารและเครื่องดื่มบริการ มีปาร์ตี้โฟม จ้างนายแบบหนุ่มมาให้ความบันเทิงแก่แขก โดยปกติแล้วในซาวน่าจะให้นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว เจ้าของจึงต้องหากลยุทธ์เรียกลูกค้าในวันปกติ บางวันเป็นอันเดอร์แวร์ไนท์…ให้ใส่แต่ชุดชั้นในตัวเดียว บางวันก็เป็น naked night…ลูกค้าจ่ายค่าเข้าประตูแล้วได้เพียงกุญแจล็อกเกอร์ ไม่มีผ้าเช็ดตัวให้ ไม่ให้ใส่อะไรเลยเมื่ออยู่ข้างใน เพศชายทั้งนั้นนุ่งลมห่มฟ้าเดินอวดเรือนร่างและท่อนล่างให้กันดูอย่างไม่เหนียมอาย

สายตาของสาธิตกระทบไปที่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง เคียงคู่มากับฝรั่งแก่พุงพลุ้ย

โฟล์ก หมอนวดฟรีแลนซ์ที่เขาเคยใช้บริการ

ท่าทางของเด็กหนุ่มกับฝรั่งแก่คนนั้นดูว่าเป็นลูกค้ามากกว่าเด็กที่ขายตัวให้ฝรั่ง ข้าวของในมือที่เขาถืออยู่บอกให้รู้ว่าเพิ่งเสร็จจากการนวด

สาธิตไม่พอใจ นึกเห็นภาพของโฟลก์เปะป่ายบนร่างฝรั่งแก่แล้วทนไม่ได้ ทั้งที่ก็รู้ว่านั่นเป็นงานของเขา จะร้องออกไปเพื่อหาจังหวะคุยก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเด็กหนุ่มอีกคนฉอเลาะมากับฝรั่งอีกคู่

อาร์มหันมาเห็นเข้าพอดี สีหน้าเด็กหนุ่มดีใจที่ได้พบเขา

จากจุดที่สาธิตนั่ง เขาเห็นว่าฝรั่งสองคนแต่งตัวออกจากร้านไปแล้ว ราวสิบนาทีจากนั้นอาร์มก็ถือเบียร์เข้ามาทิ้งตัวลงข้าง ๆ กาย

“ไม่คิดว่าจะเจอพี่ที่นี่ ไม่เคยเจอเลย”

“นาน ๆ มาทีน่ะ” สาธิตตอบ “เพื่อน…กลับไปแล้วเหรอ”

อาร์มทำท่าคิดแล้วก็หัวเราะ

“โธ่! พี่ เพื่อนเพิ่นอะไร ฝรั่งเขาเรียกมาให้นวด ผมก็มาแค่นั้น ไม่ใช่เพื่อนหรอก ลูกค้า”

“เรานวดเป็นด้วยเหรอ?”

“ก็นวดได้อ่ะพี่ นาน ๆ รับงานที ฝรั่งเขาพักที่นี่ ให้ที่ร้านหาเด็กนวด เขาก็ติดต่อผมมา” อาร์มทำตาวาวเมื่อหันมาถามสาธิต “พี่ชอบนวดมะ ผมนวดให้ได้นะ”

สาธิตยิ้มแทนคำขอบคุณข้อเสนอพลางส่ายหน้า

“ไม่ค่อยเท่าไหร่ พี่บ้าจี้ เคยนวดหลายที…นวดไทยธรรมดานี่แหละ ยังไม่รอด” เปลี่ยนเรื่องถาม “แล้วมาคนเดียวเหรอ”

“ใช่ครับ มาคนเดียว” อาร์มตอบ ไม่บอกว่าหลังจากที่เห็นสาธิตแล้วจึงเปลี่ยนใจ

แผนการเดิมคือเมื่อนวดเสร็จ เขากับโฟล์กจะไปดื่มต่อกับลูกค้าฝรั่งเผื่อได้ค่าขนมเพิ่ม เมื่อเป้าหมายเปลี่ยน จึงบอกให้โฟลก์ไปกับลูกค้าสองคนนั้น อ้างว่าตนเองปวดท้อง สงสัยอาหารจะเป็นพิษ ขอเข้าห้องน้ำให้มั่นใจว่าไม่ปวดกลางทาง แล้วจะกลับห้องเลย

“ทำไมเหรอครับ หรือพี่คิดว่าผมมากับใคร”

“เปล่าหรอก” ตอบแล้วก็โล่งใจว่าอาร์มไม่รู้จักกับเด็กคนนั้น ทั้งสองคนคงถูกเรียกมานวดลูกค้าต่างกรรมต่างวาระ ไม่ได้มาด้วยกันแบบแพ็กคู่

“พี่จะกลับเมื่อไหร่ ขอผมติดรถไปด้วยคนสิ”

“อีกสักพักก็กลับแล้วละ หมดขวดนี้” สาธิตชูขวดเบียร์ให้ดู ที่เหลืออยู่ อึกเดียวก็หมด

อาร์มเลยแกล้งงอน

“ถ้าหมดขวดนี้พี่จะกลับ ผมไปดีกว่า ไม่อยากให้ผมคุยด้วย ไล่กันตรง ๆ ผมก็ไม่ว่าหรอก”

“พี่ไล่เราตอนไหน แค่บอกว่าหมดขวดนี้แล้วจะกลับ หิวข้าวด้วย อาหารในนี้ไม่อร่อย” กระดกเบียร์จนหมดขวดแล้วยันตัวลุก “จะกลับด้วยกันไหมล่ะ หรือยังอยากอยู่สนุกต่อ”

อาร์มดีดตัวลุกตามในทันใด เปลี่ยนเสื้อผ้าที่ล็อกเกอร์ ลูกค้ารายใหม่เข้ามาไขล็อกเกอร์ แบบที่ชอบเสียด้วย…น่าเสียดาย ถ้าเขาอยู่ต่อ ‘เหยื่อ’ รายนี้ไม่พ้นกรงเล็บเขาแน่ แต่ช่างเหอะ…อาร์มตัดใจ เดินไปพบสาธิตที่เคาน์เตอร์ คืนกุญแจแล้วออกไปพร้อมกัน

กลับถึงห้องด้วยความรู้สึกเซ็งว่า เขาอุตส่าห์เปิดช่องหลายอย่างให้สาธิต แต่ฝ่ายนั้นก็ไม่ยอมเล่นด้วยท่าเดียว รู้อย่างนี้ ไปนั่งดริงก์กับโฟล์กเอาใจฝรั่งแก่ยังดีกว่า

 

อุษณีย์พรนอนอยู่บนเตียง สาธิตยิงเลเซอร์ให้หล่อนอย่างเบามือ ไม่สะท้านแม้เมื่ออุษณีย์พรเปรยขึ้นมาว่า

“เพิ่งรู้นะคะว่าหมอกับคุณโพธิ์ทองเป็นเพื่อนกัน”

“อ้อ…ครับ” เขาตอบ “ก็ไม่สนิทกันมาก แต่ก็สนิทล่ะครับ”

“ยังไงคะ ตกลงสนิทหรือไม่สนิท” หล่อนย้อนขำ ๆ “ล้อเล่นนะคะ อย่าคิดมาก อ้อมได้ออกาไนซ์งานแต่งคุณโพธิ์ทองค่ะ ดีนะคะ คุยง่ายดี เจ้าบ่าวเจ้าสาวอะไรก็ได้ เสนออะไรไปก็เอาหมด งานผ่านง่ายจนอยากจะร้องว่า ขอหน่อยเหอะ ขอมีอะไรให้แก้ปัญหาสักหน่อย”

สาธิตตอบปนเสียงหัวเราะเช่นกัน

“ไม่ดีเหรอครับ ไม่มีปัญหาอะไรเลย”

“ดีน่ะ ดีแน่ค่ะ แต่มันน่าเบื่อ ทำงานแบบนี้ มันสนุกก็ตรงแก้ปัญหานี่แหละ” อุษณีย์พรพูดเรื่อยเปื่อยแล้วเปลี่ยนเรื่องฉับพลันจนสาธิตไม่ทันตั้งตัว

“พี่ก้องโทร.หาคุณหมอมั่งไหมคะ?”

สาธิตอึ้งไป ทำไมหล่อนถามขึ้นมา

“ไม่นะครับ คุณก้องจะโทร.หาผมทำไม” เขาพูดจริง เพราะก้องภูไม่ได้ติดต่อเขามาพักหนึ่งแล้ว สาธิตติดต่อไปเหมือนกัน เบอร์ลับเฉพาะที่รู้กันสองคน เขาก็ตัดสายทิ้งแล้วไม่ติดต่อกลับ

“ก็เดาไปอย่างนั้นละค่ะ” การพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงของอุษณีย์พรทำให้ยากจะฟันธงได้ว่าหล่อนพูดเล่นหรือเอาจริง “เขาชอบมีเบอร์ลับ ไว้ติดต่อกับคนลับ ๆ ทำไมหมอทำหน้าอย่างนั้นคะ”

หล่อนหัวเราะแล้วก็ว่า

“พวกในออฟฟิศเขานั่นแหละค่ะ ไม่ใช่บ้านเล็กบ้านน้อยที่ไหนหรอก”

แล้วหล่อนก็เปลี่ยนเรื่องอีก

“ยายหนูโตพอสมควรแล้ว พี่ก้องเขาก็เปรย ๆ เรื่องมีน้องให้ยายหนู แต่อ้อมยังสนุกกับงานอยู่เลยค่ะ”

“มีน้องเหรอครับ?” สาธิตถาม

“ใช่ค่ะ คราวนี้เขาอยากได้ลูกชาย” อุษณีย์พรปรึกษา “อย่างอ้อมนี่ ไม่แก่เกินไปที่จะมีลูกใช่ไหมคะ อ้อมกลัวว่าถ้าอายุมากแล้วมีลูก ลูกจะไม่สมบูรณ์ อ้อมจัดอีเวนต์มาเยอะ บอกตรง ๆ ว่าไม่ค่อยชอบอะไรที่ไม่เพอร์เฟ็กต์ อะไรที่มัน ‘ผิด’ ไปจากธรรมชาติ หรือสิ่งที่ควรจะเป็น อ้อมรับไม่ค่อยได้ค่ะ”

สีหน้าของสาธิตเจื่อนไป รู้สึกว่าหล่อนกำลังด่าเขา โดยที่ไม่มีคำหยาบแม้แต่คำเดียว

แต่จะด่วนสรุปก็ไม่ได้ เพราะฝ่ายนั้นอาจจะแค่พูดเรื่อย ๆ เขากินปูนร้อนท้องไปเอง

“ตอนมีน้องคนแรกนี่ คุณอ้อมกับคุณก้อง…ใช้วิธีธรรมชาติหรือเปล่าครับ”

อุษณีย์พรหัวเราะออกมา

“ธรรมชาติทั้งขั้นตอนการผลิต ใส่บรรจุภัณฑ์ แล้วก็นำออกวางตลาดเลยค่ะ”

สาธิตหัวเราะตามมุขของหล่อน ทว่าคิดคำนึงถึงก้องภู เขายังมีอะไร ๆ กับผู้หญิงได้ ไม่ใช่ว่าเขาละเลยหล่อน เป็นได้ว่าเพราะอย่างนี้ อุษณีย์พรจึงไม่ระแคะระคายว่าสามีของหล่อนชอบออกไปตีงูเก็บเห็ดข้างทาง ในเมื่อเขายังแสดงให้เห็นว่าชอบเก็บเปลือกหอยที่ชายทะเลอยู่

เดินออกมาส่งที่หน้าคลินิก อุษณีย์พรก็ส่งท้ายว่า

“ถ้ามีข่าวดีเรื่องมีน้องเมื่อไหร่ จะแจ้งให้คุณหมอทราบนะคะ”

สาธิตยิ้มส่งจนร่างหล่อนลับตาไป บุศริน เลขาส่วนตัวของเขาก็แจ้งว่า มีคนมาขอพบ

หันไปมองก็พบว่าเป็นนักศึกษาคนหนึ่ง เกือบเผลอร้องชื่อออกไป

เด็กหนุ่มยกมือไหว้อย่างผู้มาติดต่อ แล้วได้พบเจ้าของคลินิกเป็นครั้งแรก

บุศรินเล่าจุดประสงค์ของอีกฝ่ายอย่างย่นย่อ

“น้องนักศึกษามาขอสปอนเซอร์จัดงานที่คณะค่ะ บุศบอกให้ทิ้งเรื่องไว้แล้วจะติดต่อกลับ แต่น้องยืนยันขอพบคุณหมอ”

“ไม่เป็นไร ผมว่างพอดีนี่ ใช่ไหม” ครั้นบุศรินพยักหน้าก็บอกว่า “ให้เขามาคุย”

อาร์มเดินตามสาธิตเข้าไปคุยที่ห้องของคุณหมอเจ้าของคลินิก ยิ้มมุมปากยักคิ้วให้บุศรินอย่างจะบอกว่า เขานี่แหละ…ตัวจริง

 

สิบนาทีก่อนหน้านี้บุศรินยังต้อนรับอาร์มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“สวัสดีค่ะ วันนี้มาทำอะไรคะ หรือสนใจแพ็คเกจไหนหรือเปล่า”

แล้วหน้าของบุศรินก็หุบลงไปนิดหนึ่งเมื่อได้คำตอบ

“ผมมายื่นหนังสือขอสปอนเซอร์ครับ พอดี ที่คณะจะจัดงาน”

“งานอะไรจ๊ะ” บุศรินยังยิ้มแย้ม แต่ยิ้มของหล่อนแห้งแล้ง

“ประกวดดาว-เดือนครับ” อาร์มตอบ เห็นชัดว่าหน้าหล่อนเซ็ง เบื่อ แล้วก็บ่นว่า

“ยังมีประกวดกันอีกเหรอ ถามจริง ๆ นะน้อง ประกวดแล้วได้อะไร คัดเลือกหนุ่มหล่อ สาวสวย แล้วคนชนะก็เอาตำแหน่งไปหากิน คณะได้อะไร มหา’ลัยได้อะไร ปีหนึ่ง ๆ สิ้นเปลืองกันไปเท่าไหร่กับประกวดอะไรแบบนี้”

“คือว่า ผมก็พูดสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ เท่านั้นเอง แต่เราเปลี่ยนรูปแบบแล้วนะครับ เป็นทูตกิจกรรม คัดเลือกจากความสามารถด้วย ไม่ใช่หน้าตาอย่างเดียว”

“เหล้าเก่าในขวดใหม่ จะเปลี่ยนยังไงมันก็หนีไม่พ้นให้คนหน้าตาดีชนะนั่นแหละ”

บุศรินเปิดซองอ่านหนังสือขอสปอนเซอร์ผ่าน ๆ จะว่าแค่แลแต่ไม่อ่านก็ได้ แล้วใส่คืนกลับเข้าไปในซอง

“เดี๋ยวพี่จะเสนอคุณหมอให้นะ” บอกทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว “เออน้อง ถ้าให้เป็น Voucher ได้ไหมจ๊ะ”

“ทีมงานอยากได้เงินสดอ่ะครับ ถ้าจะให้ Voucher ยังไงขอกับเงินสดครึ่ง ๆ ได้ไหมครับ”

“โอเคจ้ะ เดี๋ยวพี่บอกคุณหมอให้”

“พี่ครับ ผมขอพบคุณหมอได้ไหมครับ” อาร์มถาม

“คุณหมอติดลูกค้าจ้ะ น้องยื่นเรื่องทิ้งไว้ ยังไงไม่หายแน่ แล้วพี่จะติดต่อกลับไปนะ”

นักศึกษาหนุ่มยังคงเซ้าซี้ จนกระทั่งคุณหมอเจ้าของคลินิกเดินออกมาส่งลูกค้า อาร์มจึงยกมือไหว้ บอกวัตถุประสงค์ของเขา

อาร์มมั่นใจว่า ถ้าเขาขอเองกับเจ้าตัว คุณหมอจะไม่ปฏิเสธ

สาธิตอ่านหนังสือขอสปอนเซอร์ไม่นานก็พับเก็บลงซอง หลักใหญ่ใจความของเนื้อหาก็ไม่มีอะไรนอกจากขอเงินไปจัดกิจกรรม เขาอ่านหนังสือประเภทนี้ปีหนึ่งหลายฉบับ อ่านไปอย่างนั้นเอง แทบไม่มีส่วนในการตัดสินใจ เพราะผู้ที่ตัดสินใจคือบุศริน เขายกหน้าที่นี้ให้หล่อน

ทางคลินิกมีงบประมาณรายปีสำหรับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในลักษณะการสนับสนุนกิจกรรมนักศึกษา สัดส่วนในการสนับสนุนกำหนดไว้ชัดเจนแล้ว เมื่อบุศรินส่งเรื่องมาที่เขา สาธิตแค่เซ็นอนุมัติเท่านั้น ไม่เคยพิจารณาเอง เพราะถือว่าเป็นเรื่องหยุมหยิม

เขาจะพิจารณาการสนับสนุนในกิจกรรมที่เป็นงานระดับจังหวัดขึ้นไปเท่านั้น

อาร์มคงรู้จากท่าทางของสาธิตว่าไม่ได้แน่ จึงอ้อน

“พี่ช่วยผมหน่อยไม่ได้เหรอครับ ที่คณะแบ่งกันให้ไปขอสปอนเซอร์ ผมยังไม่ได้สักรายเลย”

“เรื่องนี้ต้องถามบุศเขานะ คนที่รับเรื่องเราตะกี้ เขาคือคนพิจารณาเลย”

“อ้อ…ถ้างั้นผมคงไม่ได้แน่ ๆ” อาร์มไม่ยอมแพ้ “พี่สั่งเป็นพิเศษไม่ได้เหรอครับ พี่เป็นเจ้าของคลินิก ยังไงก็ต้องสั่งได้แน่ ๆ”

“บอกตามตรงนะ บุศเขาดูเฮี้ยบก็จริง แต่เขาก็ใจดี ถ้าเขาจะไม่ให้…ไม่ใช่เพราะไม่มีเงิน แต่เป็นเพราะจดหมายของเรา”

“จดหมายของผม ยังไงครับ” อาร์มไม่เข้าใจ

สาธิตจึงเปิดหนังสือส่งให้เขาดู

“พี่ไม่รู้ว่าอาจารย์ของเราเซ็นออกมาให้ได้ยังไง หนังสือพิมพ์ผิด ๆ ถูก ๆ แค่ชื่อคลินิกพี่ก็พิมพ์ผิด คิดดูนะว่าเราจะไปขอเงินใคร แล้วเรียกชื่อเขาผิด เขาจะอยากให้ไหม” สาธิตนิ่งไปก่อนอบรมต่อ “แล้วรูปแบบนี่ คนทำคงก็อปจากเน็ตหลายเว็บมาแปะต่อกัน มันดูออก”

อาร์มก็เพิ่งเห็นตามที่สาธิตบอก แต่ถึงเขาจะเห็นก่อนหน้านั้น เขาก็ไม่สนใจอยู่ดี

เขาเพิ่งรู้ไม่นานว่าหมอสาธิตเป็นเจ้าของคลินิกความงามชื่อดัง สาขาใหญ่ในห้างสรรพสินค้ากลางเมือง ซึ่งเป็นสาขาที่คุณหมอเข้าประจำ เขาจึงเสนอตัวกับเพื่อนในคณะว่าจะถือหนังสือขอสปอนเซอร์มายื่นที่นี่เอง…จะได้หรือไม่ไม่สำคัญ เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่างานนั้นมันจะจัดได้หรือไม่ แค้นใจด้วยส่วนหนึ่งที่เมื่อตอนเขาอยู่ปีหนึ่งชวดตำแหน่งเดือนคณะ เป็นแค่รองอันดับสอง ส่วนไอ้คนที่ได้ตำแหน่ง ตอนนี้กลายเป็น ‘อี’ อะไรสักอย่าง วิ่งรอกโชว์คาบาเรต์ตามบาร์เกย์ชั้นต่ำ

แต่ครั้นได้ประคารมกับนังผู้จัดการหน้าร้าน ความถือดีอยากเอาชนะก็บังเกิดขึ้นมา

อาร์มวางมือลงบนเข่าหมอสาธิต ลูบเบา ๆ ราวเด็กอ้อนขอของเล่นจากผู้ใหญ่ ลูบสูงขึ้นไปจนถึงต้นขา

“นะครับพี่ ช่วยผมสักครั้งหนึ่งนะ แล้วผมจะตอบแทน…”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นแล้วประตูก็เปิดออก…คนที่ทำแบบนี้ได้ แค่เคาะให้สัญญาณโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต คือ บุศริน

สาธิตจึงรีบปัดขาตัวเองออก มือของอาร์มร่วงลง

“พี่หมอคะ คุณบี๋มาถึงแล้วค่ะ”

“โอเค ผมออกไปเดี๋ยวนี้” ตอบรับแล้วสั่ง “เอ้อ…บุศ ให้ Voucher น้องเขาไปนะ”

หันมาทางนักศึกษาหนุ่ม บอกอย่างเป็นทางการ

“ทางคลินิกช่วยได้เท่านี้นะครับ ครั้งต่อไปมีอะไรให้ช่วยอีกก็มายื่นเรื่องที่พี่บุศเขา”

บุศรินเอียงหน้ายิ้ม…ยิ้มที่ทำให้อาร์มหมายหัวและสบถในใจ

อีดอก!

 

อาร์มตามบุศรินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อรับ Voucher ซึ่งหล่อนบอกว่ารับไปได้เลย ไม่ต้องเสียเวลากลับมาอีก

‘กันท่า ไม่อยากให้กูมาที่นี่อีกละสิ อี…’ อาร์มคิดในใจ ‘ยังไงกูก็ต้องมาเหยียบที่นี่อีกแน่ ครั้งหน้า กูจะมาเหยียบหน้ามึง’

รับ Voucher แล้วอาร์มยังไม่ยอมออกจากร้าน เมื่อเห็นว่าลูกค้ารายล่าสุดของคลินิกคือ ‘คุณบี๋’ แมวมองนักปั้นชื่อดัง ไม่รู้มาก่อนว่าเขาเป็นลูกค้าที่นี่ ท่าทีที่คุยกับคุยหมอก็สนิทสนมกันดีเหมือนเพื่อน หลังคุณบี๋มีเด็กหนุ่มร่างสูงคนหนึ่ง หุ่นดีทีเดียว แต่หน้าตางั้น ๆ ในความคิดของอาร์ม

ได้ยินเสียงสนทนากันว่า

“พาน้องมาให้ดู เพิ่งไปเซ็นสัญญากับช่องมา” คนพูดหมายถึงสถานีโทรทัศน์ “แล้วเลยพามาให้หมอบาสดูหน่อย ว่าต้องทำอะไรเพิ่มมั่ง”

อาร์มหันไปมองพลางนึกในใจ…ทุบหน้าแล้วเกิดใหม่เหอะ หน้าแบบนี้

“เติ้ล สวัสดีคุณหมอสิลูก”

เด็กหนุ่มยกมือไหว้ตามคำบอกของแมวมองผู้ชักนำเข้าวงการแล้วเป็นผู้จัดการส่วนตัวด้วย

“เคสด่วนไหมล่ะ?”

“สามเดือนไหวไหม จะพาน้องไปแคสงานแล้ว”

“ไปคุยกันข้างในดีกว่า” สาธิตว่าแล้วหมุนตัวไปทางห้องในคลินิก

อาร์มจึงปราดออกไปโดยเร็ว

“ขอบคุณคุณหมอมากนะครับที่สนับสนุน ผมลาล่ะครับ” หันไปทางคุณบี๋ท่าทีตื่นเต้น “คุณบี๋ ใช่หรือเปล่าครับ”

“ใช่จ้ะ”

อาร์มรอฟังว่าคุณบี๋จะพูดต่อ ทำนองว่า อุ๊ยตายนี่ใคร ไปอยู่ที่ไหนมา ทำไมฉันเพิ่งเห็น น้องเซ็นกับโมไหนหรือยังจ๊ะ…หมายถึงว่าเข้าสังกัดโมเดลลิงไหนแล้วหรือยัง

แต่คุณบี๋ก็ตอบสั้น ๆ แค่นั้น

จนกระทั่งชายหนุ่มอีกคนผลักประตูคลินิกเข้ามา เป็นเพื่อนร่วมคณะของเขาเอง แต่อยู่คนละสาขา มิได้สนิทกัน

“น้องราม…” คุณบี๋ลากเสียงยาวทักทาย เด็กหนุ่มยกมือไหว้ “วันนี้มาทำอะไรจ๊ะ”

“แวะมาเอาของที่พี่บุศน่ะครับ พี่บุศจะฝากของไปให้แม่”

“ที่พี่เคยถาม ตกลงว่าไงจ๊ะ” คุณบี๋รุก ขณะเด็กหนุ่มยังยิ้มเขิน ๆ

เห็นท่าทางเช่นนี้ก็รู้ว่าบัลรามยังไม่ใจอ่อน คุณบี๋จึงแหวเอากับเจ้าของคลินิก

“หมอบาส จะหวงเด็กตัวเองไปถึงไหน”

อาร์มหูผึ่งขึ้นมาทันที…บัลรามเป็น ‘เด็ก’ พี่หมออย่างนั้นหรือ?

สาธิตยิ้มและส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เขาไม่วุ่นวายอะไรกับบัลรามทั้งนั้น เด็กหนุ่มอยากเข้าวงการบันเทิงหรือไม่ ให้เจ้าตัวตัดสินใจเอง เขาไม่ดึงดันหรือโน้มน้าวอย่างใดทั้งสิ้น

คุณบี๋ยังเย้าสนุกปาก

“ถ้าเจอกันครั้งหน้า น้องรามยังไม่โอเคเซย์เยสนะ ฉันจะขนเด็กฉันไปทำหน้าที่อื่นให้หมดเลย ไม่เชื่อคอยดูสิ”

สาธิตได้แต่หัวเราะขำ หากก็รู้ว่าถ้าถึงเวลานั้น คุณบี๋ก็ทำจริง

บัลรามรับของที่พี่สาวจะฝากให้แม่แล้วก็ออกมา อาร์มคอยทีอยู่แล้วจึงปรี่เข้าไปทัก

“นาย! นายเรียนที่…ใช่ปะ” อาร์มเอ่ยชื่อคณะและมหาวิทยาลัย ครั้นฝ่ายถูกทักพยักหน้า เขาก็แนะนำตัว

“เราอาร์ม อยู่คณะเดียวกัน เจอร์…” เขาหมายถึงเมเจอร์หรือสาขาเอก “นายรู้จักคุณหมอเหรอ”

บัลรามสงสัยในตอนแรก ครั้นอาร์มพยักไปทางคลินิกจึงเข้าใจ

“อ้อ พี่หมอ…รู้จักสิ”

“นายจะไปไหนต่อ มีเวลาว่างหรือเปล่า”

“ก็ว่าจะกลับบ้านเลย แต่ก็พอมีเวลาอยู่ นายมีอะไรหรือเปล่า”

“เราอยากรู้ข้อมูลคุณหมอหน่อย” อาร์มลื่นเป็นปลาไหล “คือเราต้องทำรายงานส่งอาจารย์น่ะ เสนอหัวข้อเกี่ยวกับคลินิกความงามไป นี่ก็เพิ่งไปยื่นเรื่องขอข้อมูลมา อยากขอสัมภาษณ์คุณหมอด้วย แต่ลูกค้าเยอะ กลัวว่ากว่าคุณหมอจะให้สัมภาษณ์ก็ต้องส่งรายงานพอดี โชคดีมากเลยที่เจอนาย นายพอจะเล่าเรื่องคุณหมอให้เราฟังได้ไหม”

“ได้สิ”

อาร์มชวนบัลรามไปนั่งที่ศูนย์อาหาร เลี้ยงน้ำหนึ่งแก้ว แล้วข้อมูลของหมอสาธิตก็หลั่งไหลมา โดยที่อาร์มไม่ยอมให้หลุดไปแม้แต่นิดเดียว



Don`t copy text!