สะอิ้งกับคดีสัมผัสพิศวง เล่มที่ 1 ตอน ฆาตกรหญิงบ้า : บทนำ

สะอิ้งกับคดีสัมผัสพิศวง เล่มที่ 1 ตอน ฆาตกรหญิงบ้า : บทนำ

โดย : ตฤณภัทร

Loading

เมื่อสายตาของลูกน้อยเผยความจริงที่ศาลไม่รับฟัง สะอิ้งกับคดีสัมผัสพิศวง เล่มที่ 1 ตอน ฆาตกรหญิงบ้า โดย ตฤณภัทร จะพาคุณย้อนสู่ พ.ศ. 2498 ร่วมสืบหาหลักฐานช่วยผู้บริสุทธิ์ไปกับแม่ค้ากาแฟ ม่ายทรงเสน่ห์ ทนายปากร้าย และตำรวจสายสืบสุดป่วน ในนิยายสืบสวนย้อนยุคซ่อนเงื่อน อบอุ่นหัวใจ และอุดมด้วยอารมณ์ขัน

ม่านสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้พื้นถนนเปียกแฉะ เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นรถราหรือเกวียนที่สัญจรผ่านก็จำต้องชะลอความเร็ว ไม่อาจเดินทางอย่างเสรีบนทางลูกรังที่เริ่มมีน้ำขัง

…ไม่ต้องพูดถึงการเดินเท้า

เจ้าของขาบอบบางคู่หนึ่งเร่งฝีเท้า ทุกการก้าวย่ำลงบนถนนนั้นลำบาก ด้วยพื้นเปียกลื่นทั้งยังมีน้ำโคลนกระเซ็นเป็นระยะจนชายกระโปรงตัวสวยทันสมัยนั้นมอมแมมจนแทบเดาสีเดิมไม่ออก ร่มที่กางก็ดูเหมือนแทบไม่ได้ช่วยอะไร หากแต่เจ้าของร่างสะโอดสะองดูเหมือนจะไม่นำพา

ด้านหลังของหล่อนมีชายคนหนึ่งสาวเท้าตามมา สภาพของเขานั้นมอมแมมกว่าหล่อนหลายเท่า ผมเผ้าก็รุงรังเป็นสังกะตัง เสื้อผ้าหรือก็ขาดวิ่น เขาพยายามส่งเสียงอ้อแอ้เป็นเชิงให้หล่อนหยุด หากก็ไม่เป็นผล ได้แต่เร่งฝีเท้าตามหล่อนไป

สะอิ้งเดินขึ้นไปยังชั้นสองของอาคารไม้ซึ่งเป็นที่ทำการสถานีตำรวจ เป็นการมาครั้งที่สองของวันนี้

“เถ้าแก่เนี้ย เจอลูกแล้วไม่ใช่หรือ” จ่าโป่งเอ่ยทักอย่างประหลาดใจ

นี่ไม่ใช่แม่ม่ายสาวที่เพิ่งรับลูกสาวกลับไปหรือ เขาจำได้ว่าหล่อนมาโวยวายเรื่องเด็กหายเสียจนโรงพักแทบแตก ปากคอก็คมกริบสมเป็นบัณฑิตเรียนมหาวิทยาลัย เล่นเอาเขาที่เคยเห็นแต่มุมที่หล่อนยิ้มแย้มยามมาส่งน้ำส่งกาแฟต้องตกตะลึง เพราะเมื่อลูกหล่อนหายสะอิ้งก็กลายเป็นแม่เสือที่ดุร้าย

“เธออยู่ไหน” สะอิ้งถาม ขัดใจที่ไม่รู้แม้แต่ชื่อของคนที่ตนต้องการตามหา

“อย่าบอกนะว่าทำลูกหายอีกแล้วน่ะ” จ่าโป่งเสียงสูง

“ไม่ใช่ ฉันหมายถึงผู้หญิงสติไม่ดีที่ชอบอยู่แถวสถานีรถไฟน่ะ เธออยู่ไหนแล้ว” สะอิ้งถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน ก่อนจะดึงเสื้อของชายหนุ่มที่ตามหล่อนมา ผลักไปใกล้จ่าโป่ง

กลิ่นตุๆ ที่โชยเข้าจมูกทำให้จ่าวัยกลางคนถอยหลบด้วยความรังเกียจ ก่อนจะได้รับค้อนวงโตจากไอ้ขอทานตาคม

“ผู้หญิงที่อยู่กับตาใบ้คนนี้น่ะ เมียเธอใช่ไหม” สะอิ้งถามชายที่พามา หล่อนลากเขามาเพื่อต้องการคนช่วยยืนยันและดำเนินเรื่อง

พ่อขอทานส่ายหน้าหวือ เขาทำเสียงในลำคอเป็นเชิงปฏิเสธ และมองสะอิ้งอย่างไม่พอใจ

…เถ้าแก่เนี้ยคนสวยจับคู่ได้แย่มาก

“ก็เห็นอยู่ด้วยกันบ่อยๆ เธอไม่ใช่เมียนายหรือ” สะอิ้งขัดใจ

…แบบนี้ก็ไม่มีคนเกี่ยวข้องน่ะสิ แล้วจะช่วยเธอคนนั้นได้ไง

“เดี๋ยวนะ คุณมาหาอีบ้าคนที่ลักลูกคุณไปน่ะหรือ” จ่าโป่งเดาได้ เพราะเริ่มคุ้นหน้าขอทานหนุ่มขึ้นมาบ้าง ด้วยเดือนสองเดือนมานี้มักเห็นมันที่สถานีรถไฟบ่อยๆ เรียกว่าอยู่เป็นคู่หูกับนางบ้าอีกคน

…ไม่แปลกที่สะอิ้งจะคิดว่าทั้งคู่เป็นผัวเมียกัน

“ใช่ๆ ตอนนี้เธออยู่ไหน ประกันตัวได้ไหม” สะอิ้งถาม

“ไม่ได้ดอก คดีอุกฉกรรจ์ มันฆ่าคนตาย หลักฐานชัดเจนคามือ” จ่าโป่งบอก เขาฟังคำบอกเล่าของรุ่นน้องที่ไปจับกุมตัวผู้ต้องหา เห็นว่าในที่เกิดเหตุนางคนนั้นน่าจะถือแท่งเหล็กแทงมัคนายกวัยดึกเป็นสิบแผล ทั้งยังเดินมามอบตัวเอง “ประเดี๋ยวเถิดแม่สะอิ้ง หล่อนจะมาประกันตัวคนที่ลักลูกสาวหล่อนไป แถมยังเป็นฆาตกรเนี่ยนะ”

จ่าโป่งมองสะอิ้งอย่างไม่เชื่อสายตา เป็นตำรวจมาหลายปีเขาเพิ่งเคยเห็นผู้เสียหายที่ไม่สนใจคนที่ช่วยลูกหล่อนเอาไว้อย่างลุงฉิมผู้วายชนม์ แต่กลับมีทีท่าอยากช่วยคนบ้าที่ลักตัวลูกสาวหล่อนไปเสียอย่างนั้น

สะอิ้งกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หล่อนจะบอกตำรวจอย่างไรไม่ให้พวกเขาคิดว่าหล่อนเองก็บ้าไปอีกคน

…เพราะเรื่องนี้มันเหลือเชื่ออย่างมาก

 



Don`t copy text!