มันฝรั่งเทพไข่เค็ม

มันฝรั่งเทพไข่เค็ม

นิยายออนไลน์ หลากหลายสไตล์ที่มอบความสนุกๆ ให้กับผู้อ่าน ‘อ่านเอา’ ยังมีคอลัมน์ ‘Opinion เขียนขำๆ’ โดย Writer from Mars นักคิด นักเดินทาง ผู้ที่อยากจะร่วมแชร์ประสบการณ์และมุมมองของเรื่องราวต่างๆ สารพัดสารพัน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ยันเรื่องใหญ่ๆ ให้คุณได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………………………………………

 

“อาจเป็นเพราะสิงคโปร์เป็นประเทศเล็กด้วย

ทำของเน้นคุณภาพ ไม่ผลิตเยอะ

ถ้าเป็นเมืองไทย อะไรฮิต มันจะอยู่ได้ไม่นาน”

 

เวลาผมไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือโดยเฉพาะต่างประเทศ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือต้องไปตระเวนหาของกินที่เป็นของที่มีเฉพาะในย่านๆ นั้น หาก่อนด้วยนะว่าต้องอร่อยขั้นเทพ ถึงจะลงทุนดั้นด้นไปกิน ซึ่งครั้งนี้เป็นที่ประเทศสิงคโปร์ แน่นอนว่าของกินต้องไม่ใช่คุ้กกี้และลอดช่อง

ผมมาสิงคโปร์หลายครั้ง แต่ว่าที่ผ่านๆ มายังไม่ได้หาข้อมูลเรื่องของกินสักเท่าไร อาจเป็นเพราะว่าช่วงนั้นอินเทอร์เน็ตยังไม่บูมมาก ข้อมูลก็หาอ่านเอาตามหนังสือ ซึ่งก็มีถูกปากบ้าง ไม่ถูกปากบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะออกไปทางไม่ถูกปากนั่นแหละ เลยไม่ได้ตั้งความหวังกับของกินไว้มากเท่าไรนัก แต่พอครั้งนี้มานั่งดูจริงๆ จังๆ ปรากฏว่า เฮ้ย! สิงคโปร์มีอาหารมีร้านน่าไปลองเยอะมาก มากกว่าที่คิดไว้ซะอีก ดังนั้น ต้องไปลองให้ครบสิ มาทั้งที ต้องจัดไปเต็มที่

มาถึงพระเอกของเราซะที วันนี้ผมจะไปกิน หนังปลาแซลมอนทอดไข่เค็ม มียี่ห้อหนึ่งดังมาก อร่อยมาก และต้องรีบไปซื้อไม่งั้นหมด อันนี้เพื่อนบอกมา แต่พอเอาเข้าจริงวันที่ไปผมก็เดินเรื่อยเปื่อย พอไปถึงร้าน อ้าว หนังปลาไข่เค็มหมด เหลือแต่แบบที่เป็นมันฝรั่งทอดไข่เค็ม ซึ่งมีอยู่เต็ม เออ… เอามาลองชิมดูก็ได้ พอเปิดซองออกมาจะได้กลิ่นคาวๆ ไข่เค็มนิดนึง แต่พอกินเข้าไปเท่านั้นแหละ! โอ้โฮ! อร่อยมาก กินได้เรื่อยๆ เลย แป๊บเดียวหมดแล้ว ทำไมมันอร่อยขนาดนี้ พลิกไปดูส่วนประกอบ มีเกินกว่าสิบชนิดทั้งเครื่องปรุงและวัตถุดิบ โหดมาก เรียกว่าสูตรเทพ ส่วนผสมเยอะจริงๆ

ร้านนี้ทำธุรกิจได้อย่างพอตัว พอประมาณ คือเมนูมีแค่นิดเดียว มันฝรั่งทอดไข่เค็มแบบบางและแบบหนา และเมนูยอดฮิตอย่างหนังปลาแซลมอนทอดกรอบไข่เค็ม บรรจุใส่ถุงขาย มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ให้เลือก ส่วนตัวร้านก็เป็นเหมือนบูธ จัดเป็นเล็กๆ มีสาขาทั่วไป ซึ่งมีการควบคุม demand & supply ได้ดีมาก เรียกว่ามีคนต่อคิวซื้อตลอด หนังปลาหมดก่อนเสมอ นี่ตามไปซื้อหลายวันแล้วไม่เคยได้ วันแรกคือไปไม่ทันไง ไม่รู้ว่าความต้องการมันเยอะขนาดนี้นะ วันที่สอง ไปครับ มีถุงวางโชว์อยู่ครับ เฮ้ย นั่นไง ได้กินแล้ว ปรากฏว่าแต่มีแต่ถุง เพราะถุงเขียนไว้ว่า I’m empty…  อ้าว แล้วมึงจะมาวางทำไม ไม่เป็นไร

วันที่สามผมไปเร็วเลย นั่นไง คนขายกำลังเรียงอยู่ ได้ซื้อแน่นอนวันนี้ พอเข้าไปถาม เขาบอกว่ายังไม่เปิดขาย ขายสี่โมง แล้วนั่นข้างหลังกำลังเข้าคิว หันกลับไปดู แทบช็อก เขาแจกฟรีเหรอ จะมาทำไมกันเยอะแยะแบบนี้ แล้วผมต้องไปทำงานต่อ แบบนี้สินะที่เรียกว่า ‘อดแดก’ ซึ่งตอนนี้ที่นั่งเขียนอยู่นี่ผมก็ยังไม่ได้กินนะ เอาใจช่วยผมในวันที่สี่ด้วยนะครับ

 

 

ผมว่าร้านนี้เขาทำการตลาดดี ทำให้หนังปลาเป็นทีเด็ด  หมดก่อนตลอด ไม่ทำมาสต๊อกไว้เยอะๆ มีการควบคุมความต้องการของลูกค้า โดยเขียนกำหนดไว้ว่า คนหนึ่งซื้อได้ไม่เกิน 5 ถุง ทำให้ของมันดูได้มายากเข้าไปอีก แบบนี้ supply ไม่ over demand นี่ขนาดมีหลายสาขาแล้วนะ ของก็ยังหมดทุกวัน ไม่ต้อง stock เยอะ เพราะทำมาก็หมด เมนูมีนิดเดียวเอง แค่มันฝรั่งกับหนังปลา คือควบคุมง่ายมาก เวลาซื้อขายก็ง่าย เพราะใส่ถุงไว้แล้ว คนมาซื้อก็หยิบๆ จ่ายสตางค์ พนักงานก็แค่สองคนต่อหนึ่งสาขา ทำได้ยังไง

ลองมาคิดดูว่า ไอ้แบบนี้มาทำที่บ้านเรา มันจะอยู่ได้นานไหม อาจเป็นเพราะสิงคโปร์เป็นประเทศเล็กด้วย ทำของเน้นคุณภาพ ไม่ผลิตเยอะ ถ้าเป็นเมืองไทย อะไรฮิต มันจะอยู่ได้ไม่นาน จะมีคู่แข่งผุดขึ้นมาพร้อมท้าตีท้าต่อย ตามแบบฉบับ me too marketing อะไรดีฉันทำด้วย และมีรายใหญ่พร้อมที่จะทำออกมาขายแข่งแบบในราคาที่ถูกกว่า และกระจายสินค้าได้ดีกว่า สุดท้ายก็ตีกันเอง ลดราคาลดคุณภาพ แล้วผู้บริโภคก็จะเบื่อกันไป เมื่อ supply over demand และสินค้าก็จะด้อยคุณภาพลงไปเรื่อยๆ เมื่อทางผู้ผลิตต้องการลดต้นทุน เพื่อแข่งราคากับเจ้าอื่นๆ กลายเป็นของแมสผลิตเยอะๆ เสน่ห์ของมันก็จะหมดไป

สุดท้าย อยากให้มีขายในประเทศไทยนั่นเอง ฮ่า ฮ่า แต่ปรับรสหน่อยนะ ขอเผ็ดๆ กว่านี้หน่อย จะได้ถูกปากคนไทย เรื่องรสชาติอื่นๆ โอเคมากแล้ว แล้วทำแบบให้คุณภาพดีกว่าหรือเท่าเทียม รับรองขายดีแน่นอน ถ้าไม่มีใครทำ เดี๋ยวผมทำเอง ตามแบบฉบับ me too marketing นั่นไง

อะไรดี ฉันทำด้วยยยยยย!

————————————————-

 ภาพประกอบ : Anita

Don`t copy text!