อย่าเอาไม้บรรทัดของเรา ไปวัดที่ของคนอื่น

อย่าเอาไม้บรรทัดของเรา ไปวัดที่ของคนอื่น

โดย : Writer From Mars

นิยายออนไลน์ หลากหลายสไตล์ที่มอบความสนุกๆ ให้กับผู้อ่าน ‘อ่านเอา’ ยังมีคอลัมน์ ‘Opinion เขียนขำๆ’ โดย Writer from Mars นักคิด นักเดินทาง ผู้ที่อยากจะร่วมแชร์ประสบการณ์และมุมมองของเรื่องราวต่างๆ สารพัดสารพัน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ยันเรื่องใหญ่ๆ ให้คุณได้ อ่านออนไลน์

…………………………………………………………………………

ผิดของเรามันอาจจะถูกของเขาก็ได้

เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ถ้าเราเอาความรู้สึกความคิดของเราตัดสินทุกอย่าง

สุดท้ายเราก็จะทุกข์เสียเอง

 

ผมไปงานตลาดนัดกลางกรุงงานหนึ่งเมื่อปีก่อน เห็นว่ามีร้านขายกาแฟมาออกบูทและน่าจะเพิ่งเริ่มเปิดร้านได้ไม่นาน ผมเป็นคนชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว จึงไม่พลาดที่จะลองอะไรใหม่ๆ ทางร้านแปะป้ายไว้บอกว่า ถ้ากดไลก์และแชร์เพจร้านเขา จะได้ส่วนลด 50 บาท กาแฟแก้วละร้อย ลด 50 บาทเลยอะ  โห รีบดิ ลดตั้งครึ่งนึงแบบนี้ ช่วยโปรโมตร้านให้นิดหน่อยจะเป็นไรไป ในขณะที่ผมรอกาแฟของผมอยู่ ก็มีลูกค้าคนต่อไปมาซื้อ ซึ่งเจ้าของร้านบอกถึงสิทธิพิเศษ แต่ลูกค้าคนนั้นกลับบอกว่า “ไม่เป็นไรครับ จ่ายเต็ม” หือออ งงไปเลย ทำไมอะ ทำนิดเดียวเองนะ ลดราคาไปตั้งเยอะ ทำไมไม่ทำ

ทั้งๆ ที่ผมเต็มใจทำอย่างรีบเร่ง แต่ลูกค้าอีกคนกับไม่สนใจ แม้ว่าจะลดราคาแค่ไหน เออ เขาอาจจะขี้เกียจก็ได้นะ ก็ได้แต่นึกในใจ แต่อันที่จริงแล้วคนเราให้ค่ากับอะไรที่แตกต่างกันออกไป พื้นในหน้าเฟซบุ๊กของผมสามารถถูกซื้อได้ในราคา 50 บาท ซึ่งผมก็ยอมจ่าย แต่กับอีกคนหนึ่งพื้นที่ในโลกออนไลน์ของเขา 50 บาทนั้นซื้อไม่ได้ และอาจจะซื้อด้วยเงินไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เจ้าของร้านกาแฟก็งงเหมือนผมนี่แหละ โดยปกตินี่ไม่น่าพลาด ทุกคนจะได้ส่วนลดหมดนะ นั่นคือเราให้ค่ากับอะไรแตกต่างกันออกไป เมื่อเราเอามาตรฐานของเราไปวัดการกระทำของคนอื่น ปัญหามันย่อมเกิดตามมา

ช่วงที่ผมไปทำงานที่สิงคโปร์ ผมเดินไปซื้ออาหารกลางวันที่โรงอาหาร โดยปกติจะสังเกตก่อนว่าคนที่นั่นเขามีวัฒนธรรมการซื้ออาหารมากินยังไง จะได้ไม่ทำอะไรเปิ่นๆ เขากินแล้วเก็บ หรือทิ้งไว้ ต่อคิวมั้ย นั่งตรงไหนได้บ้าง ผมสังเกตอยู่แป๊บเดียวก็คิดว่าไม่มีอะไรแตกต่างไปจากบ้านเราหรอก ก็ไปซื้อแล้วก็มานั่งกินตามปกติ ที่นั่งก็ว่างเยอะแยะ แต่คนต่อคิวซื้ออาหารยาวเหยียดเลย สิ่งที่เตะตาผมคือ ตรงที่นั่งว่างมันมีกระดาษสี่เหลี่ยมในเล็กๆ วางอยู่เต็มเลย จองที่หรือเปล่าอะ ไม่น่าจะใช่นะ ใช้นามบัตรจองที่มันได้ด้วยเหรอ แค่กระดาษใบเดียวลมพัดก็ปลิวแล้ว ถ้าจองมันควรเป็นของกระเป๋า หรือมีคนนั่งเฝ้าสิ

ปรากฏว่าจองจริงๆ จ้า คนที่นี่ใช้นามบัตรวางไว้เพื่อจองที่แล้วตัวเองเดินตัวปลิวไปต่อคิวซื้ออาหาร ตามความรู้สึกเรามันไม่สมเหตุผลเลยนะ คุณจองที่ด้วยกระดาษที่พร้อมปลิวแบบนี้ วางแล้วเดินไปไหนไม่รู้ ถ้าหายไปสักสองชั่วโมงล่ะ คนอื่นเขาก็รอกันไปสิ แต่เขาก็อยู่แบบนี้กันได้แฮะ เราสิคนต่างถิ่นต้องปรับตัวเอาเอง รู้ว่าเขาจองก็อย่านั่ง เดินหาไป หาที่ที่มันไม่มีนามบัตรแปะอยู่ แต่คือไม่มีไง มันเต็มหมดเลยทุกโต๊ะ เพราะตอนที่ผมไปมันพักเที่ยงพอดี คนที่ลงมากินข้าวคือพนักงานออฟฟิศทั้งนั้น เขาต้องกลับไปทำงานต่อไม่ได้เอาของลงมาด้วย สิ่งที่พอจะวางจองที่ได้ก็คือกระดาษชื่อเขานี่แหละ ก็พยายามทำความเข้าใจวัฒนธรรมนะ แล้วก็ตัดสินใจไปซื้ออาหารเลย ยังไงมันก็ต้องมีคนลุกอยู่ดีนั่นแหละ

ผมยืนต่อคิวซื้ออาหารอยู่นาน จนได้คิวและก็ถือถาดอาหารไปเพื่อที่จะเดินไปหาโต๊ะนั่งทาน ก็ไม่มีหรอกยืนรอคนลุกอยู่แถวๆ นั้น จนมีคนหนึ่งทานเสร็จเขาก็ลุกขึ้น ผมเดินไปจะไปนั่ง ในเวลาเสี้ยววินาที มีผู้ชายคนหนึ่ง เอื้อมมือเอานามบัตรมาวางตัดหน้าผม ง่ายๆ แบบนี้เลย เขาถือนามบัตร ผมถือถาดอาหาร เขาไวกว่าอยู่แล้วไง ใช่แล้ว ตัดหน้ากันดื้อๆ แบบนี้เลย งงครับ ถ้าเป็นบ้านเมืองเราทำแบบนี้เป็นเรื่องแน่นอน แต่ที่นี่เขาอยู่กันได้ ถ้าโวยวายคนทั่วไปอาจจะงง ว่าไอ้นี่โวยวายอะไรของมัน เพราะเราพยายามเอาสิ่งที่เราคิดไปตัดสินคนอื่น ผมพยายามยอมรับมัน ทั้งๆ ที่ในใจนี่หงุดหงิดมากๆ

เรื่องนี้สอดคล้องกับคลิปหนึ่งที่ผมได้ดู เป็นเรื่องการทะเลาะกันระหว่างชาวจีนกับชาวยุโรป ไม่แน่ใจว่าสถานที่เกิดขึ้นที่ไหน แต่คือคนยุโรปกำลังจะถอยรถเข้าจอด ชาวจีนคนหนึ่งวิ่งเอาตัวมาจองที่จอดรถไว้แล้วบอกว่าเขาจอง ชาวยุโรปก็งงสิครับ มาทำแบบนี้ได้ไง รถคุณอยู่ไหน ชาวจีนคนนั้นก็บอกว่านี่ไงมาจองแล้ว คนในรถบอกว่าไม่ได้ คุณจะจอดรถ รถคุณต้องมาสิ ไม่ใช่มาวิ่งจองแบบนี้ ต่างฝ่ายต่างโต้เถียงกันไปมา และต่างก็คิดว่าตัวเองถูก สรุปเรื่องนี้ใครถูกใครผิดครับ… ตอบได้ยากมาก มันอยู่ที่ว่าคุณเอาไม้บรรทัดวัฒนธรรมของประเทศไหนวัดเสียมากกว่า

ทุกวันนี้เมื่อโลกเปิดขนาดนี้แล้ว มีการเดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างคนต่างพื้นที่ ความขัดแย้งย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งที่เราทำได้คือทำความเข้าใจว่าของคนอื่นเป็นอย่างไร เขาคิดแบบไหนกันแน่ ไม่ใช่หาความถูกผิดไปกับทุกเรื่อง ผิดของเรามันอาจจะถูกของเขาก็ได้ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะที่ไม่มีวันสิ้นสุด ถ้าเราเอาความรู้สึกความคิดของเราตัดสินทุกอย่าง สุดท้ายเราก็จะทุกข์เสียเอง

ผมจึงคิดแค่ว่าคราวหน้าผมจะไปสิงคโปร์อีก ผมจะเตรียมตัวให้ดีกว่านี้ด้วยการพิมพ์นามบัตรไป แล้ว เอาไปเยอะๆ ครับ จะวางให้ทั่วเลยคอยดู… นี่ไม่ได้กวนจริงๆ นะ ฮ่า ฮ่า

Don`t copy text!