ฝุ่นในสายลม บทที่ 40 : อิทธิพลที่มองไม่เห็น

ฝุ่นในสายลม บทที่ 40 : อิทธิพลที่มองไม่เห็น

โดย : ม.มธุการี

Loading

ฝุ่นในสายลม โดย ม.มธุการี เรื่องราวของลัทธิประหลาดกับความเชื่อของคนที่กระตุ้นสัญชาตญาณนักข่าวของภาวิน เขาจึงแฝงตัวเข้าไปสืบความลับของลัทธินี้ แต่ตัวคนเดียวอาจทำไม่สำเร็จ มีเพียงฝนดาว หญิงสาวที่สูญเสียญาติสนิทไปกับลัทธินี้ที่อาจจะช่วยเขาไขปริศนาอันดำมืดนี้ได้ อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้ที่เพจอ่านเอาและเว็บไซต์ anowl.co

ฝนดาวรีบกลับมาบ้านป้าและหอบผ้าหอบผ่อนยัดใส่กระเป๋าเดินทางใบเดียวที่มีอยู่ รวมทั้งหมอนคู่ใจที่หอบหิ้วมาด้วยจากบ้านแม่ที่กรุงเทพฯ จุดหมายปลายทางคือห้องพักในโรงแรมที่อุดมไปด้วยแมลงสาบเดินกันให้พล่าน

ตอนนี้เลิกคิดเรื่องอื่นนอกเสียจากการพยายามช่วยกู้สถานการณ์ของหัวหน้าจากสภาพที่คอกำลังจะขึ้นเขียง เพราะสารวัตรใหญ่จะออกหมายจับสับคอเอาเมื่อไหร่ก็ยากที่จะรู้ได้…

ป้าไปขายของที่ตลาดนัดและหล่อนคงต้องหาทางอธิบายให้ฟังทีหลัง นี่ถ้าแม่รู้ว่าหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่กับผู้ชายคงจะลมจับ ที่ผ่านมาก็ได้พี่นนการันตีความปลอดภัยให้ในทุกสถานการณ์ถึงได้ยอมให้เดินทางมา

ขนของใส่ท้ายสกูตเตอร์ของป้าที่ขอยืมขับขี่ชั่วคราวตลอดเวลาที่มาพัก ป้าคงไม่ว่าอะไรถ้าหล่อนจะขอยืมต่อไปอีกจนกว่าจะกลับกรุงเทพฯ ก็แล้วจะเป็นเมื่อไหร่กัน…

ปัญหาเก่ายังไม่ทันจะได้คลี่คลาย

นี่มีปัญหาใหม่มาให้ต้องแก้อีกแล้ว หัวเดียวกระเทียมลีบอย่างหัวหน้าเห็นท่าจะไม่รอด

ขนของมาถึงห้องพักในโรงแรมก็พบว่าฝ่ายนั้นเตรียมจัดที่ตรงโซฟาให้หล่อนแล้ว มีทั้งหมอนและผ้าปูวางซ้อนกันอยู่เป็นตั้ง พอเห็นหมอนที่หล่อนหอบหิ้วมาด้วยก็ตกใจ

“หอบหมอนมาด้วยทำไม หมอนที่นี่เขามี แม่บ้านเพิ่งมาทำความสะอาดเลย ขอเขาเพิ่ม กับผ้าห่ม“

“หมอนใบนี้ฝนหอบหิ้วขึ้นเครื่องมาจากกรุงเทพฯค่ะ ขาดไม่ได้เพราะเดี๋ยวนอนไม่หลับ นอนกอดมาตั้งแต่เด็ก“

“ถึงขั้นเอาขึ้นเครื่องมาด้วยนี่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกันนะ แล้วบอกป้าไปว่าไง“

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ จะบอกป้าว่านอนแยกห้อง อีกอย่างเคยบอกป้าไปว่าเจ้านายฝนแก่หง่อมแล้ว อายุเกือบเจ็ดสิบโน่น แต่ยังหอบสังขารมาทำงาน ป้าแกสงสารถึงให้น้ำพริกมากินเยอะแยะ ฝนเลยขนมาด้วยกลัวอดตาย“

“พูดถึงอดตาย ในตู้เย็นยังมีอาหารเหลือจากเมื่อวาน เอามากินซะให้หมด ต้องกินมื้อกลางวันไม่ใช่หรือเรา“

“แล้วหัวหน้าไม่ต้องกิน“

“ใครเขากินหลายมื้อกันมั่ง“

ฝนดาวมองคนพูดที่เดินสำรวจไปทั่วห้อง เปิดนั่นเช็คนี่แม้กระทั่งสวิตช์ไฟ

“หัวหน้าหาอะไรหรือคะ“

อดที่จะถามออกไปไม่ได้

“สำรวจว่ามีการมาตั้งเครื่องดักฟังเราอยู่รึเปล่า ไว้ใจไม่ได้หรอก ตำรวจพวกนี้“

ภาวินเช็คโทรศัพท์เป็นแหล่งต่อไป

“ตกเป็นผู้ต้องสงสัยมันต้องรอบคอบ ดีไม่ดีตกหลุมพรางได้ง่ายๆ

ยิ่งเทคโนโลยีสมัยนี้มันระดับเซียนทั้งนั้น“

“ฝนยังสงสัยว่าสมัยก่อนเขาสืบหาผู้ร้ายกันยังไง“

“ใช้สมองล้วนๆไง เจมส์บอนด์ต้องชิดซ้าย ว่าแต่ไปชะโงกดูที่หน้าต่างให้ที มีรถแวนต้องสงสัยมาจอดซุ่มอยู่มั่งรึเปล่า“

ฝนดาวรีบลุกไปเปิดม่านแง้มมองโดยรอบ

“มีแต่รถขายหมึกย่าง“

“ทุกวันไม่เห็นมี“

ภาวินเดินมามองบ้าง “ไว้ใจไม่ค่อยได้ อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ปลอมตัวมา ท่าย่างปลาหมึกก็ไม่น่าจะเป็นมืออาชีพสักเท่าไหร่“

“หัวหน้าประสาทกินแบบนี้บ่อยหรือคะ“

ฝนดาวร้องดังเฮ้อ

“เป็นนักข่าวมันต้องรอบด้าน รู้หรือไม่ว่านักข่าวแต่ละคนมีศัตรูมาก

เสียยิ่งกว่านายกรัฐมนตรี ขนาดนั้นยังหาคนคุ้มกันไม่ได้ เพราะไม่มีปัญญาจะจ้างไง ต้องหัดพึ่งตัวเองให้มันทุกเรื่อง ยิ่งไปทำข่าวเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดด้วยแล้ว ดีไม่ดีถูกอุ้มหาย“

ภาวินควักโทรศัพท์มือถือออกมาและถ่ายภาพความเคลื่อนไหวเบื้องล่างไปด้วย

“ไหนหัวหน้าว่าโทรศัพท์ถูกยึดไปไง“

ฝนดาวตาค้าง

“นั่นมันเครื่องสำรอง นักข่าวใครเขามีโทรศัพท์เครื่องเดียวกันมั่ง เครื่องนี้มีไว้เพื่อใช้งานลับสำคัญ ไม่งั้นความลับก็แตกหมดล่ะสิ เผื่อมันถูกมือดียึดเอาไป มันเป็นงานใต้ดินที่เราต้องระวังตัวให้มาก เข้าใจยัง“

“มันเหมือนฝนมาร่วมงานกับอั้งยี่ซ่องโจรยังไงไม่รู้“

“นั่นแหละ เหมือนกัน เพราะที่เราตามสืบอยู่มันเป็นงานใต้ดินเร้นลับ

ที่อาจจะข้องแวะกับแก๊งหลายแก๊งด้วยกัน“

“แก๊งต่างดาวหรือคะ ไหนหัวหน้าว่าไม่เชื่อ“

“แก๊งบนดาวเรานี่แหละที่วุ่นวายกว่าเขาหมด อย่าไปเอาแก๊งอื่นเข้ามาเดี๋ยว

จะยุ่งตายห่า นี่ไม่ทันไรทำท่ายุ่งแล้วเห็นมะ จากพฤติกรรมของแก๊งพิทักษ์สันติราษฎรที่จะลากเราเข้าตะรางให้จงได้“

“ด้วยข้อหาอะไรกันล่ะคะ“

“ข้อหาว่าด้วยการหาคนอื่นไม่ได้แล้วไง ถึงมาลงที่แพะแบะๆ และข้อหานี้ก็ทำให้คนบริสุทธิ์เข้าคุกกันไปแล้วนับไม่ถ้วน เพราะฉะนั้นจงอย่าโลกสวย และคิดว่ามันจะไม่เกิดขึ้นบนแดนศิวิไลซ์แห่งนี้ หน้าที่พลเมืองดี คือต้องรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง“

“ฝนก็ยังสงสัยว่ากล้องวงจรปิดมีให้รอบเมืองจนเกลื่อนไปหมด ทำไมถึงได้ตามไม่เจอพี่นน“

“มันอาจจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง“

“หมายถึงอะไรคะ“

“คือมีคนจงใจจะจับแพะ อย่าลืมว่าลัทธิอุบาทว์นี่อิทธิพลมันมากและอาจจะ

ครอบคลุมไปทั้งพื้นที่ อาจจะมีมือที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่หลังฉากและคอยบงการ ทางเดียวคือเราต้องพยายามเข้าถึงตัวตาด็อกเตอร์คนนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อเอาความจริงมาเปิดโปง พรุ่งนี้ต้องรีบเอารายงานไปเสนอขอพบตัวแกด่วน นัดวันแล้วเราต้องไปเจอด็อกเตอร์ด้วยกัน“

“ทำไมไม่ให้ฝนเข้าไปคนเดียว“

“คนเดียวต้อนแกไม่อยู่หมัดหรอก ดีไม่ดีถูกแกล้างสมองลากเข้าไป

เป็นสาวกด้วยอีกคน ไม่ต่างอะไรกับคุณจันทราคนนั้น ว่าแต่ได้เข้าไปสัมภาษณ์อะไรเขาอีกมั่งไหม“

“ไม่ได้ไปแล้วค่ะ ฝนว่าจะงดเพราะคงช่วยอะไรเขาไม่ได้แล้ว“

ฝนดาวอ้อมแอ้มตอบ เจ้านายจะรู้ไม่ได้เลยว่าแท้จริงแล้วหล่อนมีใจโอนเอนเข้าทางสตรีนั้นตั้งครึ่งค่อนเข้าไปแล้ว และเห็นด้วยที่ทิ้งบ้านทิ้งครอบครัวทิ้งมันให้หมดเพื่อการบรรลุธรรมของตัวเองสถานเดียว

มันแปลกอะไรถ้าจะต้องเดินตามหลังอีทีเพื่อการบรรลุครั้งนี้

ตราบใดที่มันเป็นการช่วยให้หลุดรอดพ้นไปจากบ่วงพันธนาการที่ว่า…

 



Don`t copy text!