ฝุ่นในสายลม บทที่ 42 : ประตูมิติ

ฝุ่นในสายลม บทที่ 42 : ประตูมิติ

โดย : ม.มธุการี

Loading

ฝุ่นในสายลม โดย ม.มธุการี เรื่องราวของลัทธิประหลาดกับความเชื่อของคนที่กระตุ้นสัญชาตญาณนักข่าวของภาวิน เขาจึงแฝงตัวเข้าไปสืบความลับของลัทธินี้ แต่ตัวคนเดียวอาจทำไม่สำเร็จ มีเพียงฝนดาว หญิงสาวที่สูญเสียญาติสนิทไปกับลัทธินี้ที่อาจจะช่วยเขาไขปริศนาอันดำมืดนี้ได้ อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้ที่เพจอ่านเอาและเว็บไซต์ anowl.co

 

มันต้องใช้เวลากว่าที่ฝนดาวจะปรับตัวได้กับนิวาสสถานใหม่ของตัวเอง โซฟาตัวเก่าแก่ที่แข็งเสียจนต้องใช้ผ้านวมห่อทับหลายขั้นตอนเพื่อให้มันนุ่มขึ้นมาบ้าง

โชคยังดีที่ได้หมอนคู่ใจที่หอบหิ้วมาด้วยจากกรุงเทพฯ มันทำให้หล่อนอบอุ่นและพอจะหลับไปบ้าง แต่ก็เป็นการหลับๆ ตื่นๆ ที่ไม่สนิทอะไร เพราะทุกครั้งที่ลืมตาขึ้นมาจะเห็นเจ้าของห้องนั่งทำงานอยู่ที่เดิมในลักษณะที่หันหลังให้ แผ่นหลังกว้างเอนพิงพนักและเสี้ยวหน้าที่ก้มต่ำหน้าแล็ปท็อปดูเคร่งขรึมจริงจังกับงานเบื้องหน้า

พี่นนว่าเขาเป็นคนบ้างานและเห็นท่าจะจริง

ดึกดื่นจนป่านนี้ก็ยังไม่รู้จักหลับจักนอน…

ภาวินเสร็จงานที่พิมพ์เมื่อดึกมาก จดหมายด่วนที่ลูกน้องจะต้องนำไปให้ เลขาฯ เจ้าลัทธิเพื่อการขอเข้าพบตัว อะไรมันจะยุ่งยากถึงขนาดนั้น

การสร้างเรื่องเกี่ยวกับกานนถูกเอเลี่ยนลักพาตัวไปมันช่างขัดกับความเชื่อของเขาเสียจนแทบจะไปต่อไม่ไหว อุปาทานหมู่ได้สร้างรูปแบบการลักพาตัวของมนุษย์ต่างดาวที่ซ้ำๆ ซากๆ แทบไม่มีอะไรแปลกใหม่

การลอยทะลุฝ้าสู่จานบินทรงกลมที่ภายในมีเครื่องตรวจวัดโดยเอเลี่ยนมันกลายเป็นคำบอกเล่ายอดฮิต ที่ผู้คนต่างจดจำมาเล่าขานต่อๆ กันไปไม่รู้จบ

หาหลักฐานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแทบไม่ได้นอกเสียจากคำบอกเล่าจากปาก ผ่านการสะกดจิตที่ก็ไม่รู้ว่ามันมีจริงหรือไม่

คนเราพูดอะไรก็พูดได้ แต่ความจริงนี่สิ…

เกือบจะกดปุ่มเปิดเครื่องอัดก๊อบปี้แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เสียงอาจจะรบกวนคนที่นอนอยู่ให้ตื่นขึ้นมาได้ ยามนี้ชีวิตของเขามีใครบางคนมาอยู่ร่วมห้องด้วยโดยไม่ทันได้ตั้งใจสักนิด

ลุกไปดูคนที่นอนหลับสนิทบนโซฟาตัวเล็กแคบ ขดตัวเหมือนลูกแมว และกอดหมอนเอาไว้ใต้คาง ผมเปียสั้นกุดระอยู่ข้างแก้ม ขนยาวงอนทาบทับขอบตาดูนิ่งสนิท

ความรู้สึกบางอย่างซึมซับลึกๆ ในอก ลูกน้องคนใหม่ที่ทำท่าว่าจะเข้ามาแทนที่กานนได้เกือบจะทุกด้าน มิหนำซ้ำยังมาช่วยแบกภาระการเป็นพยานเท็จให้กับเขาในวาระที่มองไม่เห็นใครเลย

สิ่งนั้นเขาไม่เคยและไม่คิดที่จะร้องขอ หล่อนแค่ทำไป

เพื่ออะไรกัน?

มันช่างอยู่นอกเหนือหน้าที่ของการแค่เข้ามาฝึกงาน…

 

ฝนดาวตื่นค่อนข้างสายวันรุ่งขึ้นเพราะนอนหลับๆ ตื่นเกือบทั้งคืน แต่ปรากฏว่าเจ้าของห้องตื่นสายเสียยิ่งกว่าเพราะป่านนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาชมโลก ท่านอนกางปีกกางแขนอยู่บนเตียงบ่งบอกชัดถึงความเป็นเจ้าโลกที่ยิ่งใหญ่อยู่คนเดียว

รีบอาบน้ำอาบท่าและแต่งตัวออกจากห้อง เพื่อไปหาซื้อปาท่องโก๋มาบริการ เยี่ยงทาสรับใช้ที่ดี ไม่ลืมที่จะซื้อน้ำผลไม้เพื่อตัวเองและเผื่อเขาอีกขวด เพราะยังไม่อยากเห็นคนกินอาหารมื้อเดียวที่จะต้องมาแห้งตายเพราะขาดสารอาหารไปต่อหน้าต่อตา…

มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสี่คนยืนเช็คอินที่เคาน์เตอร์ตอนหล่อนกลับเข้ามา เป็นชายสองหญิงสองร่างสูงใหญ่ผมสีบลอนด์ด้วยกันทั้งหมด แต่งกายด้วยเสื้อผ้าปุๆ ขาดๆ ทั้งเนื้อทั้งตัวตามประสาฝรั่งขี้ร้อนทั้งหลาย แต่ละคนมีแค่เป้เดินทางคนละใบและไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ภาษาที่ส่งคุยกันบอกชัดว่าน่าจะมาจากแถบยุโรป อาจจะสวีเดน หรือไม่ก็แถบๆ นั้น

ดูได้จากร่างที่สูงใหญ่และเหมือนจะใหญ่โตกว่าพวกฝรั่งทั่วๆ ไป แถมเนื้อตัวยังขาวซีดผิดปกติ

มันมีด้วยหรือฝรั่งที่ขาวได้ถึงขนาดนั้น…

กลับขึ้นไปที่ห้องก็พบว่าหัวหน้าตื่นแล้วและแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเหมือนเตรียมจะออกไปที่ไหนสักแห่ง

วันนี้เขาชงกาแฟเองและเดินถือมาทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ประจำตัว เบื้องหน้ามีซองจดหมายที่ปิดผนึกไว้เรียบร้อยเหมือนกลัวว่าหล่อนจะเปิดอ่าน

“จดหมายที่จะเอาไปให้ด็อกเตอร์เอกภพ จ่าหน้าซองเรียบร้อย“

“ให้ฝนเอาไปให้หรือคะ“

“ไปด้วยกัน“ เป็นคำตอบเรียบๆ จิบกาแฟไปด้วย “และกลับด้วยกัน เพื่อความปลอดภัย ตราบใดที่เขายังหาตัวนนไม่เจอ“

“ฝนต้องเข้าไปช่วยแม่ครัวทำกับข้าวค่ะ สัญญากับแกไว้แล้ว“

“จะรอไง ให้ไม่เกินบ่ายสามไปเจอกันที่ท่าเรือ ยังไงอยากได้คำตอบด้วยว่า เจ้าลัทธิจะให้เข้าพบได้เมื่อไหร่แน่“

“ฝนว่าน่าจะคิวยาว“

“ลัดคิวได้นี่“ พูดไปก็หยิบขวดน้ำผลไม้ขึ้นส่องดู

“ซื้อมาเผื่อหัวหน้าค่ะ เดี๋ยวจะขาดสารอาหารเพราะเห็นกินแค่มื้อเดียว“

“ใครเขากินมากกันมั่ง มีการวิจัยออกมาแล้ว ว่ากินแค่มื้อเดียวทำให้อายุยืน มากกว่าการสวาปามเข้าไปวันละหลายๆ หน เพราะร่างกายจะได้มีเวลาว่าง เอาไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรออย่างอื่น ทำไมสัตว์เวลามันไม่สบายมันถึงไม่กินอะไรเลย กินแต่หญ้า แล้วเราไม่เห็นกินอะไรเช้าๆ“

วกมาพูดถึงตัวหล่อนเมื่อเห็นดื่มน้ำผลไม้หมดขวด

“ฝนหิ้วท้องไปกินที่ศูนย์ทุกวันค่ะ เขาจัดอาหารเช้าไว้ให้สมาชิก“

“ได้ประโยชน์หลายต่อสินะ เอ้า ไปกันได้แล้ว“ ภาวินกินปาท่องโก๋เป็นคำสุดท้ายตามด้วยน้ำผลไม้ก่อนจะลุกขึ้นยืน

ที่บริเวณท่าเรือที่ฝั่งนักท่องเที่ยวสี่คนยืนคุยกันอยู่ก่อนแล้ว ภาษาที่พูดบ่งชัดว่าเป็นชาวสวีเดน ฝนดาวสะกิดบอกเขาว่า

“เขาพักที่เดียวกับเราค่ะ ฝนเห็นเขาเช็คอินเมื่อกี้“

ได้แต่มองกันห่างๆ ไม่น่าเชื่อว่าเกาะแห่งนั้นเริ่มมีนักท่องเที่ยวดั้นด้น มาจากทุกมุมโลกก็ว่าได้ อิทธิพลความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนยิ่งขึ้นทุกที

ฝนดาวเริ่มมองเห็นว่ามันอาจจะไม่ใช่เรื่องงมงายอย่างที่หัวหน้าคิด… เขาจะมารู้อะไรมากไปกว่าคนอื่น…

ตอนลงเรือหล่อนเลี่ยงไปนั่งไกลๆ เพื่อโทรถึงแม่ ทันทีที่ได้ยินเสียงหล่อนแม่ก็ทวงถามมาทันที

“เมื่อไหร่จะกลับ แม่รออยู่นะ“

“งานยังไม่เสร็จเลยแม่ อาจจะต้องเลื่อนเวลากลับออกไปอีก“

“แล้วกัน ฝึกงานอะไรกันนมนาน แล้วนี่เขาหาตัวนนเจอรึยัง“

“ยังเลย แต่ตอนนี้เขาปล่อยตัวพี่รงแล้วนะ เพราะไม่มีหลักฐาน เลือดที่เจอก็เป็นเลือดสัตว์ไปอีก เขากำลังตามสืบกันอยู่“

“แม่เริ่มห่วงเราแล้วนะฝน เห็นว่าย่านนั้นคนมันหายกันเหลือเกินนี่พักนี้ บ้างก็ว่าโดนต่างดาวลักพาตัวไปให้ยุ่งไปหมด มันอะไรกันแน่“

“เรื่องเหลวไหลทั้งนั้นแม่ ต่างดงต่างดาวอะไรกัน“ ฝนดาวหัวเราะขัน “นี่ฝนกับเจ้านายกำลังสืบเรื่องนี้กันอยู่ มาจะครบอาทิตย์แล้วยังไม่เห็นต่างดาว ที่ไหนสักตัว”

ภาวินมองหล่อนพูดโทรศัพท์จากมุมหนึ่งของเรือ หัวเราะสดใสแบบนั้นน่าจะคุยกับแฟน ถึงได้เร่งร้อนที่จะกลับกรุงเทพฯ เสียนัก…

ฝรั่งคนหนึ่งกระเถิบเข้ามานั่งข้างๆ เขา หน้าขาวจัดมีรอยยิ้มกว้างบ่งบอกถึง ความเป็นมิตร เส้นผมสีทองกระจายตัวตามแรงลม ตาสีฟ้าหลังแว่นสายตาสีใส ดูลึกล้ำแปลกๆ เหมือนน้ำทะเลในห้วงลึกที่สงบนิ่ง ไหนจะผิวที่ขาวจัดเหมือน แผ่นกระดาษนั่นอีก

“คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม“

ภาวินพยักหน้ารับและฝ่ายนั้นก็ยื่นมือส่งให้เขาเป็นการทักทาย

“ผมชื่อพอล มาจากสวีเดน“

“วินครับ“ ภาวินบอกชื่อเล่นไปขณะจับมือกับฝรั่งคนนั้น

“เราเพิ่งมาถึงวันนี้เอง บินมาจากอียิปต์ พวกเราท่องเที่ยวเกือบจะทั่วโลก อยู่แล้ว คุณคงเป็นคนไทย“

“ครับ ผมเป็นคนไทย“

“งั้นก็ดีเลย คุณคงบอกผมได้เกี่ยวกับเกาะที่เรากำลังจะไปกันนี่ เห็นลือกันว่ามันเป็นประตูมิติแห่งหนึ่งของที่นี่ เพื่อนผมบอกว่ามันมียานต่างดาวมาขึ้นลง ตลอดเวลา เขาถ่ายภาพเอาไว้ด้วย“

ภาวินอ้ำอึ้ง เรื่องแหกตาที่เขาสืบรู้มากลายเป็นเรื่องจริงจังในความคิดของคนไม่น้อยทีเดียว

แต่เขาจะพูดอะไรได้ มันน่าอายเกินไปที่จะบอกคนต่างชาติเกี่ยวกับเรื่อง เหล่านี้ ว่าคนไทยวางแผนแหกตาเพื่อผลประโยชน์จากนักท่องเที่ยวอย่างนั้นหรือ…

“ผมก็ไม่ค่อยรู้อะไรมาก กำลังสืบหาความจริงอยู่เหมือนกัน“ เขาบอกปัดไป

“เพราะผมกำลังติดตามหาประตูมิติอย่างเดียวกันนี่จากทั่วทุกมุมโลกเลย ตั้งแต่เปรูไปจนถึงอียิปต์ กับอีกหลายแห่งทั่วอเมริกาเหนือ ที่ยังไม่ได้ไป คือแถบขั้วโลกเหนือ กับขั้วโลกใต้ที่เห็นว่าประตูมิติเปิดตลอดเวลา ผมติดตามความเคลื่อนไหวจากนาซาเห็นว่าลมสุริยะจะเดินทางมาถึงโลกเราคืนวันนี้ และน่าจะก่อให้เกิดประตูมิติขึ้นหลายพื้นที่ รวมทั้งที่นี่ด้วย ก็เลยอยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง“

“คืนนี้หรือครับ“ ภาวินงง

“ใช่ ประมาณสี่ทุ่มคืนนี้ลมพายุสุริยะเข้าถึงโลก ช่วงนั้นประตูมิติจะเปิด เพราะนาซาบอกแล้วว่ามันเกิดจากการมาชนกันระหว่างพายุกับคลื่นแม่เหล็กโลก ก่อให้เปิดเป็นประตูมิติขึ้นมา น่าจะมียานยูเอฟโอโผล่มาให้พวกเราได้เห็นกันบ้าง“

ภาวินเงียบ

ไปถึงขั้นที่เขาเองไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนแม้จะคอยติดตามเรื่องนี้อยู่ จริงหรือที่ว่าเกาะแห่งนี้จะเป็นประตูมิติเหมือนอย่างที่เขาลือกัน…

 



Don`t copy text!