
คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน บทที่ 10 : จักรวาลจะหมุนคนที่ใช่มาให้เสมอ
โดย : สีหมอก ดอกรัก
![]()
“คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน” เมื่ออยู่ดีๆ ชีวิตวัย 29 ปีอันแสนอบอุ่นก็ต้องวุ่นวาย เมื่ออาม่าผุดพูดประโยคสุดประหลาดกลางพายุกระหน่ำว่า ‘อั๊วคืออากง อั๊วตายไม่รู้ตัว!’ ภารกิจสืบหาการตายของผีอากงสุดโบ๊ะบ๊ะจึงเริ่มขึ้น โดยมีผู้ช่วยเพียงคนเดียวคือแม่หมอสาวสื่อวิญญาณสายโอตาคุ งานนี้ความจริงจะคลายหรือจะปวดหัวกว่าเดิม? นิยายคอมเมดี้-สืบสวนแฟนตาซี โดย สีหมอก ดอกรัก ได้ที่ anowl.co

หญิงสาวผลักประตูเข้ามาในบ้าน แล้วลงนั่งบนโซฟาอย่างอ่อนระโหย จนผู้เป็นมารดาถึงกับหัวเราะกับสภาพของลูกสาว
“อะไรของเราอะฟ่าง วันนี้เจออะไรมาอีกล่ะ ที่ทำงานหรือระหว่างทาง”
“ที่ทำงานไม่เท่าไหร่ค่ะ ฟ่างโอเค ไม่ยาก แต่วันนี้วันโกนไงแม่ ฟ่างต้องแกล้งทำเป็นไม่เห็นทั้งวัน ไอ้เราก็แอ็กติงไม่ดีซะด้วยสิ มาดีๆ จะไม่ว่าเลย พี่บางคนเขาก็เละเกิ๊น” วันโกนคือวันก่อนวันพระหนึ่งวัน ที่เชื่อกันว่าเป็นวันที่ยมโลกปล่อยให้วิญญาณได้มีโอกาสออกมาหาส่วนบุญ และหากใครทำบุญให้ในวันโกน วิญญาณผู้ล่วงลับก็จะได้รับอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
“เออ…วันโกนจริงด้วย แม่ก็ลืมไป เหนื่อยแย่เลย” ผู้เป็นมารดาเอื้อมมือมาลูบหัวบุตรสาว อีกนานไหมหนอ ที่ความสามารถพิเศษอันนี้จะหมดไปเสียที “ …ไปกินข้าวเถอะ เดี๋ยวแม่ตามไป” เธอหยิบกระดาษมาคั่นแล้วปิดหนังสือเล่มที่อ่าน ก่อนจะเดินตามลูกสาวไปที่โต๊ะกินข้าว
พ่อของข้าวฟ่างเสียชีวิตไปในช่วงโควิดระบาด การจัดงานศพและเผาในขั้นตอนเดียวให้จบภายในหนึ่งวัน จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำใจของสองแม่ลูก แต่ความสามารถพิเศษในการติดต่อวิญญาณได้ ก็นับเป็นเรื่องที่ดี เพราะพ่อได้กลับมาสื่อสารกับเธอว่า ที่พ่อตายเป็นเพราะอายุขัยหมดแล้วจริงๆ อย่าไปโทษโรคภัย และขอให้สองแม่ลูกไม่ต้องกังวลหรือเป็นห่วง เพราะพ่อจะไปเกิดในที่ที่ดี ทั้งหมดล้วนเกิดจากความดีงาม ความมีน้ำใจโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือคนที่ลำบากกว่าตามกำลังที่มี ซึ่งพ่อทำอยู่เป็นประจำเมื่อมีชีวิต
เมื่อทำเหตุให้ดี ผลลัพธ์แม้จะมาหลังความตาย แต่มันก็พาไปสู่ทางไปที่ดีอยู่ดี…เรียกได้ว่า แม้ผลลัพธ์จะมาช้า แต่มันก็มาได้จริง
“เออ…แม่ขา…เดี๋ยวพรุ่งนี้ฟ่างไปประชุมที่โรงงานนะคะ ว่าจะเลยไปค้างบ้านคุณยาย เย็นวันศุกร์ด้วย ขี้เกียจขับรถกลับ นอนโน่นเลยดีกว่า”
แม้ว่าจะต้องขับรถไปประชุมถึงโรงงานที่จังหวัดระยอง ทั้งที่ประชุมออนไลน์ก็ได้ แต่บางเรื่องก็จำเป็นต้องเข้าไปดูหน้างานจริงๆ เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน
“งั้นสัปดาห์นี้ก็ไม่ต้องไปเป็นแม่หมอละสิ” ผู้เป็นแม่ถามยิ้มๆ เพราะรู้ดีว่า การที่ลูกสาวใช้ความสามารถพิเศษที่มี ร่วมกับการบอกเล่าผ่านไพ่ยิปซี ทั้งหมดนี้ทำไปเพื่อช่วยเหลือคนอื่น หวังให้อานิสงส์นั้นจะทำให้ความสามารถนี้หมดไป จะได้มีชีวิตอย่างคนปกติกับเขาบ้าง
“ไม่ต้องละค่ะ พักบ้าง เดี๋ยวฟ่างโทรไปบอกคุณยายก่อนดีกว่า ว่าพรุ่งนี้จะไปหา กลัวอีพี่ป๋องพาคุณยายออกไปกินข้าวข้างนอกอีก เซอร์ไพรส์มา เลยเจอเซอร์ไพรส์กลับ” หญิงสาวนึกไปถึงวันที่ขับรถไปหาคุณยายโดยไม่ได้บอก กลายเป็นว่าไม่มีใครอยู่บ้าน เพราะพี่ป๋อง ลูกพี่ลูกน้องของข้าวฟ่าง และลุงกับป้า พาคุณยายออกไปกินข้าวข้างนอกกันหมด
“แล้วรีบนอนแต่หัวค่ำนะลูก พรุ่งนี้ออกแต่เช้าด้วย ต้องนอนให้เต็มตื่น อย่าเล่นโทรศัพท์ตอนนอนล่ะ เดี๋ยวเพลิน รู้ตัวอีกทีก็ตีสอง แม่จะตีเอาจริงๆ นะ” ลูกจะโตแค่ไหนก็ยังเด็กในสายตาแม่เสมอ
จังหวัดที่อยู่ทางตะวันออกกลายเป็นที่รวมของโรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศหลายแห่ง บริษัทที่พีร์และข้าวฟ่างทำงานอยู่ก็เป็นหนึ่งในนั้น ตัวสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ แต่โรงงานที่ทำการผลิตอยู่ที่จังหวัดระยอง นอกจากนี้ยังมีท่าเรือน้ำลึก คนที่ไปทำงานที่นั่นหลายคนจึงไม่ใช่คนท้องที่ แต่เป็นคนที่ย้ายถิ่นเข้ามาไม่ต่างจากในกรุงเทพฯ ดังนั้น ความเจริญแบบเมือง คอนโดมิเนียม ห้างร้านต่างๆ จึงผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดหน้าฝน
คุณยายของข้าวฟ่างเป็นคนที่อาศัยอยู่ระยองมาแต่ไหนแต่ไร แม้เมื่อครั้งวัยรุ่น จะมีช่วงที่ย้ายมาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ และยังได้ทำงานอยู่ในเมืองหลวงอีกนานหลายปี แต่สุดท้ายก็ย้ายกลับไปอยู่ที่จังหวัดระยองอยู่ดี เพราะคุณยายทวดและคุณตาทวดก็ยังอยู่ที่นั่น คุณยายจึงสบายใจมากกว่าที่จะอาศัยในถิ่นเกิด ปัจจุบันลูกชายของคุณยาย ซึ่งเป็นพี่ชายของแม่ และเป็นลุงแท้ๆ ของฟ่าง ก็ทำงานอยู่ที่จังหวัดระยอง คุณยายจึงไม่รู้สึกเหงา เพราะครอบครัวของลูกชายก็อาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านของคุณยาย
รถยนต์ของหญิงสาวค่อยๆ คลานเข้ามาจอดในบ้านที่เปิดประตูใหญ่รอไว้ หลังจากดับเครื่องเรียบร้อย ข้าวฟ่างก็เปิดท้ายรถเพื่อหยิบกระเป๋าเสื้อผ้า และเป้ที่ใส่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กออกมาสะพาย แล้วเดินเข้าไปในบ้านอย่างคุ้นเคย
หญิงสาววางกระเป๋าทั้งหลายลงแล้วพุ่งตัวไปกอดผู้ชราที่ยืนรออยู่หน้าบ้านหลังเล็กอย่างสมรัก “คุณยายขา…สวัสดีค่ะ คิดถึงฟ่างมั้ย ฟ่างคิดถึงคุณยายจังเลย” ไม่พูดเปล่า หญิงสาวกอดร่างท้วมๆ ของคุณยายอีกครั้งจนผู้แก่วัยกว่าหัวเราะลั่น
“เรามันปากหวานนะไอ้ฟ่าง” คุณยายที่ยังคงมีเค้าความงดงามไม่สร่างซา แม้จะสูงวัยแล้ว แต่ก็ยังคล่องแคล่วและสมองยังคงฉับไว ก่อนจะมีเสียงลอยลมมาเบาๆ จากในบ้าน
“เด็กขี้ประจบ!”
“โตเป็นผู้ใหญ่แล้วไอ้พี่ป๋อง เด็กตรงไหน” หญิงสาวสวนไปในทันที “กระเป๋าน้อง ยกไปเก็บให้ด้วย ทำตัวเป็นพี่ที่ดีหน่อย” นอกจากสวนหมับเข้าทันควันแล้วยังสั่งงานเสร็จ เพราะรู้ว่ายังไงก็ต้องมายกไปเก็บให้อยู่ดี
ก็จริงดังคาด ชายหนุ่มทำปากจิ๊จ๊ะเหมือนรำคาญ แต่ก็มายกของไปเก็บให้น้องอยู่ดี คุณยายหัวเราะ แล้วพาหลานสาวมานั่ง
“เป็นไงล่ะเรา ที่ทำงานใหม่โอเคมั้ย”
“ดีค่ะคุณยาย เพื่อนที่โรงงานก็ดีนะ วันนี้เดินซะเหงื่อท่วม ชุดเซฟตี้มันหนัก พอกลับเข้ามาห้องทำงาน โห…เหมือนเดินทะเลทรายแล้วเจอโอเอซิส” หญิงสาวเล่าเจื้อยแจ้วถึงเครื่องแบบสำหรับเข้าไปด้านในของโรงงานปิโตรเคมีซึ่งค่อนข้างหนาและหนัก ผู้ชราก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หลานสาวคนเดียวมันก็รักมากเป็นธรรมดา
“วันนี้ยายทำขนมกล้วยรอไว้ด้วยนะ เห็นว่าจะมาไง โชคดีว่ากล้วยหลังบ้านงอมใช้ได้เลย ยายเอาถุงมาห่อไว้ ไม่งั้นกระรอกมากินหมด แล้วมันไม่ได้กินทีละลูก มันกินเปรอะไปหมด ลูกละคำ…เสียหมด ยายก็เลยห่อไว้ดีกว่า พอสุกได้ที่ค่อยเอาไปวางให้เขากิน…ทำแบบนี้ คนก็ได้กิน กระรอกก็อิ่มด้วย”
หลังจากที่พี่ป๋องเอากระเป๋าไปเก็บให้แล้ว ตอนเดินกลับออกมาก็เลยหยิบจานใส่ขนมมาวางไว้ให้น้องสาว
“โอ๊ย ดีใจ ฟ่างชอบที่สุดเลย ขนมกล้วยคุณยาย” หญิงสาวหยิบขนมตั้งท่าจะแกะใบตองออก แต่โดนผู้แก่วัยตีมือดังเผียะ
“ไปล้างมือก่อน มือมีแต่เชื้อโรคทั้งนั้น” หญิงสาวหัวเราะร่า แล้วจึงเดินไปที่อ่างล้างมือในครัว ล้างมือและเช็ดมือให้แห้ง แล้วจึงกลับมานั่งแกะใบตองแล้วกัดขนมในมืออย่างชอบใจ
“โอย อร่อย สมัยนี้เขาต้องบอกว่า แสงออกปาก”
“พอก่อน เดี๋ยวกินข้าวไม่ลงกันพอดี” คุณยายรีบห้ามเพราะหลานสาวกำลังจะหยิบชิ้นที่สามขึ้นมากิน
“แล้วคุณลุงกับคุณป้ายังไม่กลับเหรอคะ” ไม่พูดเปล่า หญิงสาวชะเง้อคอยาวมองหา
“วันนี้ไปกินเลี้ยงกับลูกน้องในแผนก smooth run หลังจาก shutdown ไปหลายวัน” พี่ป๋องหมายถึงเครื่องจักร ที่กลับมาใช้งานได้อย่างปกติหลังจากหยุดทำการซ่อมแซมไปหลายวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนที่ต้องดูแลเครื่องจักรปิโตรเคมีจะดีใจมาก
หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะถึงจะอยู่กันคนละบริษัท แต่บริบทการทำงานก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
“แล้วเราล่ะ เป็นไงมั่ง วันนี้วันพระ เดินทางมาก็สบายใจหน่อยใช่มั้ย” คุณยายถามเพราะเป็นสิ่งที่รู้กันในครอบครัวถึงความสามารถพิเศษนี้
“ค่อยยังชั่วค่ะคุณยาย…เมื่อวานสิ วันโกน…แต่จะว่าไปก็เยอะตามปกติน่ะแหละ ฟ่างก็แกล้งทำเป็นไม่เห็น ขืนเห็นขึ้นมาหนึ่งแล้วจะตามมาอีกเป็นสิบ…สู้ไม่ไหว…เดี๋ยวค่อยไปทำบุญให้…พรุ่งนี้ค่อยไปใส่บาตรเนอะ วันนี้ฟ่างตื่นเช้ามืดแล้วต้องขับรถมาที่นี่อะค่ะ เลยไม่ได้ใส่บาตร” หญิงสาวพูดพลางหยิบขนมกล้วยชิ้นที่สี่ไปแกะใบตองแล้วรีบใส่ปากก่อนที่คุณยายจะห้ามทัน
“เออ…ไม่กี่วันก่อน เพื่อนฟ่าง…ทำงานที่เดียวกันที่ออฟฟิศกรุงเทพ อากงเขาตายไปนานแล้วอะค่ะ อยู่ดีๆ เกิดมาเข้าสิงอาม่าเขาเฉยเลย” หญิงสาวเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้อย่างคนช่างเจรจา
“อ้าว แล้วงี้อาม่าเขาทำไงอะ ยังอยู่ป่าว” พี่ป๋องสงสัย
“อยู่แหละ แต่เหมือนเป็นช่วงที่อาม่าเขาไม่ค่อยแข็งแรงไง แล้วอีกอย่างคือ ตี่จู้เอี๊ยะดันไม่อยู่บ้านพอดี สองเด้ง อากงเขาเลยเข้าสิง…แต่อาม่า…ถ้าจะให้เดาก็คงเป็นวิญญาณที่หลับๆ ตื่นๆ น่ะ เพราะอากงมาควบคุมร่างกายอยู่”
“แล้วเขามาสิงทำไมอะ ฟ่างรู้มั้ย แล้วเพื่อนเราจะทำไงล่ะ” คราวนี้คุณยายซักบ้าง
“ก็…ตอนแรกเพื่อนฟ่างก็ไม่เชื่อนะ ไปไงมาไง อากงบอกว่า เขาซ่อนรูปผู้หญิงไว้ในบ้านเก่า…ซึ่งไม่มีใครรู้ อากงรู้คนเดียว แล้วบ้านเก่าเขาปิดไปเฉยๆ ค่ะ สมัยก่อนเป็นห้องแถวไม้แบบโบราณๆ น่ะ คุณยายนึกออกมั้ย”
“นึกออกสิ เรียกว่าเป็นบรรพบุรุษของตึกแถวเลย สร้างจากไม้ ส่วนใหญ่ก็ทำสองชั้น ชั้นล่างค้าขาย ชั้นบนก็ใช้อาศัย…แล้วไงต่อล่ะฟ่าง” คุณยายเริ่มคิดภาพตาม
“ก็ห้องแถวไม้มันปิดไปตั้งนานแล้ว เพราะเขาไม่ได้ค้าขายแล้วค่ะ บ้านเขาก็อยู่ข้างๆ นั่นแหละ ทีนี้เหมือนท้าทายไง เพื่อนฟ่างก็เลยเอากุญแจไปไข แล้วอากงก็ไปหยิบรูปที่ซ่อนไว้…เจอจริงๆ แหละ…อากงบอกว่า อาม่าไม่รู้หรอกว่ามีรูปซ่อน เพราะเป็นรูปผู้หญิง!…คุณยายคิดดู๊ อากงนี่ร้ายเนอะ” หญิงสาวเล่าไปขำไป
“ทีนี้ตี่จู้เอี๊ยะเขามาบอกฟ่าง…แหม เมาท์หน่อย ท่านก็เที่ยวฉ่ำอยู่นะ คือท่านมาบอกว่าให้ตามหาผู้หญิงในรูปนั่นแหละ แล้วอากงดันรู้แค่ชื่อ ไม่รู้นามสกุลอีก แล้วความจำอากงก็กระท่อนกระแท่น เขาจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นชื่อเดือน…ใครจะไปหาเจอ ชื่อโหลจะตาย”
“นั่นสิ ชื่อคนสมัยก่อนก็แนวๆ นี้แหละ เดือนเด่น ดวงเดือน เดือนเฉยๆ ก็มี ยายเองยังชื่อแสงเดือน ก็มีเดือนกะเค้าเหมือนกันนะ”
“นั่นแหละ พีร์…เพื่อนฟ่างน่ะค่ะ พีร์มันก็ปวดหัว ห่วงอาม่าที่โดนสิงก็ห่วง แล้วจะไปตามหาคนชื่อเดือนที่มีเป็นล้านได้ยังไงด้วยรูปถ่ายโบราณๆ รูปเดียว” หญิงสาวส่ายหน้า แล้วทำเนียนหยิบขนมชิ้นที่ห้าเข้าปาก
“ฟ่าง…เล่าเฉยๆ ก็ได้ นี่เล่าไปกินไป พี่เห็นนะ” พี่ป๋องรีบห้าม กลัวน้องสาวอ้วนนั่นแหละ ไม่ได้หวงขนมเลยจริงๆ
“เดี๋ยวนะฟ่าง…เพื่อนฟ่างชื่ออะไรนะ” คุณยายถามเหมือนกำลังนึกอะไรได้
“ชื่อพีร์ค่ะ ชื่อพยางค์เดียวนี่แหละ…โอ๊ย พี่ป๋อง ตีมือทำไม” หญิงสาวหันไปโวยวายใส่พี่ชายลูกพี่ลูกน้อง
“อย่ามาตลกบริโภค เก็บท้องไว้กินข้าวด้วย มีกุ้งคั่วพริกเกลือด้วยนะ” พี่ชายรีบบอก น้องสาวจึงหยุดกินขนมแทบจะทันที
“ฟ่างรู้มั้ย บ้านเพื่อนของฟ่างเขาอยู่ที่ไหน” คุณยายยังคงไม่เปลี่ยนประเด็น
“รู้สิคะ อยู่ฝั่งธน เขาเคยเล่าว่าท้ายซอยเขาติดแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าฝนนี่น้ำท่วมจนชิน ตอนสร้างบ้าน ป๊าเขาเลยสร้างแบบยกพื้นสูงเลยนะ มีทางลาดให้อาม่าเดินขึ้นไปได้”
คุณยายเงียบไปพักใหญ่ เหมือนจะทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา ก่อนจะตัดสินใจบอกกับหลานสาว “ฟ่าง…ลองโทรถามเพื่อนฟ่างได้มั้ย อาม่าเขาชื่อหมุยลี่หรือเปล่า…ถ้าใช่ พรุ่งนี้วันเสาร์ ชวนเขามาบ้านเราทีสิ”
ด้วยความหัวไว หญิงสาวปะติดปะต่อเรื่องราวทันที โดยไม่รอช้า เธอรีบกดโทรศัพท์หาชายหนุ่ม
“ว่าไง ฟ่าง” ชายหนุ่มรับสายจากคู่หู
“พีร์…อาม่าชื่อหมุยลี่หรือเปล่า” เธอฟังเสียงจากปลายสาย ทำตาโต แล้วหันไปพยักหน้ากับคุณยาย จากนั้นจึงพูดต่อ “ฟังให้ดีนะ เราเจอตัวคนที่ชื่อเดือนแล้ว” เสียงที่เหมือนพยายามควบคุมความตื่นเต้นดังมาจากปลายสายอีกฝั่ง
“หา…คือไร…เดี๋ยวนะ” ชายหนุ่มคิดถ้อยคำไม่ออก เพราะกำลังตื่นเต้น แล้วตั้งใจฟังเสียงจากปลายสายจนแทบจะไม่หายใจ
จึงเป็นเหตุให้เช้าวันเสาร์ พีร์จึงรีบขับรถไปที่ระยองทันที โดยไม่ลืมที่จะพาอากงไปด้วย และให้เหตุผลกับที่บ้านว่าจะพา ‘อาม่า’ ไปเที่ยวทะเล
โชคดีแค่ไหนที่ป๊าและแม่ขอสละสิทธิ์ไม่ติดสอยห้อยตามมาด้วย เพราะไปเที่ยวกันมาหลายวัน จึงต้องไล่อ่านอีเมลและงานต่างๆ ที่ประเดประดังเข้ามาจนไม่สามารถจะสะสางหมดในวันธรรมดา
ส่วนพี่เฉิดกำลังเป็น ‘ติ่ง’ น้องหมีเนย มาสคอตชื่อดังแห่งยุค และเป็นหนึ่งในกลุ่มมัมหมี ที่วันนี้เผอิญมีคอนเสิร์ตที่น้องหมีไปร่วมงาน มัมหมีอย่างพี่เฉิดจึงไม่ยอมพลาด
เรียกได้ว่าหนทางช่างสะดวก ตี่จู้เอี๊ยะคงจะบันดาลให้ทุกอย่างราบรื่นนั่นแหละ แต่ก่อนเขาก็ไม่เคยเชื่อเรื่องแบบนี้เลย จนตั้งแต่มีเรื่องของอากงเข้ามา ชายหนุ่มเหลือบตาไปมองผู้ชราที่นั่งอยู่ข้างๆ ในรถที่เขากำลังขับ ดูท่าทางตื่นเต้นอยู่ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน
“อากง เล่าได้มั้ย คุณยายของฟ่างเขาเกี่ยวข้องยังไงกับอากงฮะ”
- READ คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน บทที่ 10 : จักรวาลจะหมุนคนที่ใช่มาให้เสมอ
- READ คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน บทที่ 9 : ด้วยสองมือ
- READ คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน บทที่ 8 : ไม่ทันได้รักก็อกหักซะแล้ว
- READ คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน บทที่ 7 : ตกหลุมรัก
- READ คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน บทที่ 6 : พ.ศ.2512
- READ คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน บทที่ 5 : คำสั่งเทวดา
- READ คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน บทที่ 4 : แม่หมอลายการ์ตูน
- READ คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน บทที่ 3 : เรื่องที่รู้มากกว่าหนึ่งคน จะไม่เรียกความลับ
- READ คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน บทที่ 2 : ผู้ชำนาญการสิงเสา
- READ คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน บทที่ 1 : อยู่ตรงนี้นานไปก็เมื่อยขบ







