
ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 29 : สองแสน
โดย : โสภี พรรณราย
![]()
ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ โดย โสภี พรรณราย…เมื่อชีวิตของชาลิสาพลิกผันไปจากความร่ำรวย กลายมาเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ เธอต้องงัดเอากลยุทธ์มากมายมาจัดการให้เรื่องราววุ่นวายทั้งหลายผ่านไปให้ได้ แต่ยังมีเรื่องวุ่นๆ ของหัวใจที่เกิดขึ้นทุกทีที่พบกับธีทัต เธอจะรับมืออย่างไร นวนิยายจากอ่านเอา ที่นำมาให้ทุกท่านอ่านออนไลน์ค่ะ

ริก้าก้าวเข้ามาในห้องทำงานของธีทัตด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ออกเคร่งเครียดมากด้วยซ้ำ และกับคำถาม
“พี่ธีคะ ทำแบบนี้ได้อย่างไงคะ”
ธีทัตงง…เลิกคิ้ว
“แบบนี้…แบบไหน?”
“เงินเดือนของสาแค่สองแสนเอง ทั้งที่ทำงานหนักมาทั้งเดือน”
ธีทัตเลิกคิ้ว
“สองแสนถือว่าให้มากเป็นพิเศษแล้ว แค่เริ่มต้นเอง”
“สาแน่ะ ดึกดื่นก็ยังมาบริการพวกเรา”
“ถึงได้สองแสน”
“หมายความว่าควรได้น้อยกว่านี้หรือคะ?”
“ลักขณาเป็นญาติสนิทของเรา ยังแค่แสนกว่”
“พี่ณาไม่ได้เดือดร้อน กินอยู่กับเราด้วย บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อ เงินของริก้าทั้งนั้น”
“ไม่ไล่สาออกแล้วเรอะ?”
ริก้าเบ้ปาก
“ตอนแรกริก้าไม่ชอบเลย อยากไล่ออกจะตาย”
“ตอนนี้?”
“ไม่เหมือนเดิมแล้วค่ะ”
“ไม่เหมือนเดิมตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ว๊าย…ใครจะกล้าตอบพี่พี่ชายล่ะ ว่าตั้งแต่ชาลิสาสอนว่ายน้ำ ก็รู้สึกชอบชาลิสามาก…ก…ก…ก…ฃ
ชอบจังเลยตอนอยู่ในอ้อมแขนของเธอ…
ชอบจังตอนสอนว่ายน้ำ ตอนมองหน้าตน…
ชอบ…ตอนปากกับจมูกของชาลิสาแนบกับแก้มนวล และปากแบบเบาๆ บางๆ…แปลกๆ แน่ะ
“ไม่รู้ล่ะ…พี่ธีต้องขึ้นเงินเดือนสามากๆ เลย”
“รอดูเดือนหน้า ถ้ายังเข้าตากรรมการล่ะก้อ พี่จะพิจารณาแน่ๆ”
และแล้วในส่วนของลักขณา ก็นำความน้อยใจมาระบายกับบิดามารดา เมื่ออยู่กันสามคนในตึกเล็กด้านหลังตึกใหญ่
“ณาเสียใจมาก เงินเดือนเลขาคนใหม่ของริก้า แค่เดินแรกก็สองแสนเลยนะคะ ทีของณาแค่แสนห้า ทำเป็นปี ยังไม่มีขึ้นเงินเดือน”
สร้อยโคลงศีรษะ
“มันไม่ยุติธรรมขนาดนี้เลยเรอะ”
“แม่…ยุติธรรมตรงไหนล่ะ”
“แสนห้าของแก รวมกับที่ริก้าให้พิเศษ ก็หลายแสนอยู่”
“พูดถึงเงินเดือนค่ะ ชาลิสามีอะไรดี เพียงแค่เดือนเดียว เงินเดือนสองแสน จะเทียบเท่าเงินเดือนผู้บริหาร”
“แกอย่าพูดเว่อร์ เงินเดือนผู้บริหารเป็นล้าน เจ้าของจะตั้งเงินเดือนเท่าไหร่ก็ได้ ส่วนแบ่งกำไรอีก ปีๆ กี่ร้อยล้านล่ะ โอ๊ย…อย่าพูดถึง”
“ใช่ค่ะ…พูดแต่แค่เงินเดือนชาลิสา จะบ้าตาย”
วรพลโพล่ง
“แกต้องพิจารณาตัวเอง!”
ลักขณามองหน้าบิดาอย่างฉงน
“ณาทำอะไรผิดคะ?”
“ก้อแกทำอะไรให้ริก้าพอใจ เท่าชาลิสาหรือเปล่าล่ะ”
“ทำค่ะ ณาเอาใจจะตาย ตามใจทุกอย่าง เป็นเบ๊รับใช้ ยังถูกตวาด ถูกต่อว่า ทั้งที่ณามีศักดิ์เป็นพี่ แต่กับชาลิสา ตอนแรกก็เห็นตวาดแว้ดๆ แต่ทำไมตอนนี้เห็นสายตามองมัน อบอุ่นแปลกๆ”
“สามันต้องมีอะไรเหนือแก?”
“สวยกว่าหรือคะ…มันสวย…กว่า…จริงๆ” แทบไม่อยากยอมรับ
“อย่าลืมว่ามันพอมีฝีมือ ศิลปะการต่อสู้ และเคยช่วยชีวิตริก้าด้วย ตอนเกิดเรื่องเพชรหายในงานเมื่อเดือนก่อน มันเลยพิเศษกว่าแกไงล่ะ”
“พ่อ!”
“พ่อพูดอะไรผิด?”
“พูดเหมือนณาไม่มีดีเลย”
“ถ้ามีดีอย่างพูด ทำไมธีมันต้องเปลี่ยนเลขาให้น้องมัน” ลับหลังครอบครัวนี้ไม่ต้องพูดยกย่องให้เกียรติบ้านใหญ่เท่าไหร่หรอก ด้วยลึกๆ ทุกคนก็อิจฉาตึกใหญ่ทุกคน
วรพลก็อิจฉาพี่สาวที่แต่งงานกับคุณเอกสิทธิ์ จนได้ดิบได้ดีเป็นคุณนายชี้นิ้วสบาย แม้ตัวเองกับครอบครัวจะได้รับอานิสงส์จากพี่สาว ได้อยู่บ้านนี้ ได้ทำงานในบริษัท แต่ความอิจฉาริษยาไม่เข้าใครออกใคร
“ชาลิสามันสวย สายตาริก้ามองมันแปลกๆ” ลักขณาเริ่มสงสัย “ณาคอยแอบมองตลอด ตอนทั้งสองอยู่ด้วยกัน”
“อย่างไรเรอะ?” สร้อยสงสัยเป็นพิเศษ
“แอบดูทั้งตอนสอนว่ายน้ำ ทั้งตอนไปกินอาหารกลางวัน หรือตอนทำงาน…แปลกจริงๆ นะคะ แม่…สายตาริก้าที่เคยมองสาอย่างรังเกียจและอยากไล่ออกเพราะสาไม่เอาใจริก้าเหมือนณา มันก็แค่สองสามอาทิตย์แรก แต่อาทิตย์หลังนี้ หลังจากสอนว่ายน้ำ สายตาริก้าเปลี่ยนไป เหมือนผู้ชายมองผู้หญิง เหมือนหรือผู้หญิงมองชายคนรัก”
“เฮ้ย!” ทั้งบิดามารดาอุทานพร้อมกัน เพราะคิดอะไรเหมือนกันแบบที่ลูกสาวคิด “หรือว่า…” แล้วเงียบไป
ลักขณาพยักหน้าช้าๆ
“ค่ะ…ถ้าเป็นแบบนั้น…ณาคงยากจะกลับไปทำหน้าที่เลขาริก้าและอดได้เงินพิเศษจากริก้าเป็นแสนๆ ต่อเดือนอีกแล้ว และต้องลำบากแน่ถ้าเงินไม่พอใช้”
แบบนั้น…หญิงรักหญิง?”
แบบนั้น…วรพลกับสร้อย ต่างก็พูดไม่ออก
เท็จจริงอย่างไร…ลักขณาพูดว่า
“ณาจะคอยจับตามองว่า…เป็นอย่างที่คิดหรือเปล่าค่ะ”
“สาจ๋า…” ริก้าเรียกเสียงหวาน ทั้งที่ชาลิสากำลังเตรียมงานให้ริก้าเพื่อจะเข้าประชุมในตอนบ่ายวันนี้
เช้าๆ ก็ได้ยินเรียกเสียงหวานจนชวนขนลุก
“คุณริก้ากินยาหรือยัง?”
ริก้าหัวเราะ
“ยาอะไร…ยาบ้าเรอะ?”
“ยาระงับประสาท”
“ไม่เอาน่า”
“ฉันขนลุก”
ยิ่งทำให้ริก้าหัวเราะมากขึ้น อารมณ์ดีจัง
“แหม…แค่เรียกเล่นๆ เป็นไง…เงินเดือนพอใช้มั้ย…ถ้าไม่พอ…จะเพิ่มพิเศษให้เอง แต่ต้องดูก่อนนะว่า สาจะน่ารักแค่ไหนกับฉัน น่ารักมากก็เพิ่มมาก น่ารักน้อยก็เพิ่มน้อย”
ชาลิสาขมวดคิ้ว มาแนวแปลก พูดแปลก
เงินเดือนสองแสน…ก็ถือว่าดีล่ะนะ โบนัสพิเศษอีกล้าน ยิ่งถือว่าดีมากทีเดียวกับความใจกว้างของธีทัตที่พอใจในผลงานของตน
หน้าที่จริงๆ คือต้องผลักดันให้ริก้าทำงานทำการ และเป้าหมายของตนไม่ใช่จะเป็นเลขาไปตลอดเสียเมื่อไหร่ รายได้ดี เก็บเงินสักก้อนก็ลาออกไปดูแลร้านของตนสองร้านต่อ ไม่อยู่เป็นที่ระบายอารมณ์ของเจ้านายสาวหรอก
เจ้าอารมณ์จะตาย แค่เดือนเดียวก็รู้แล้ว
หากวันนี้ ทำไมมาในมาดแปลก แววตาหวานเชื่อมไม่ดุดัน
“เงินพิเศษอะไร?”
“นั่นแน่…อยากได้เงินสิท่า”
แหม…พูดได้ ใครไม่อยากได้เงิน ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ และร้านตนยอดขายต่ำลง…ต่ำลงจนขาดทุน ได้มามาช่วยกิจการของตน ใครจะไม่ยินดี
“ฉันมาทำงานก็เพราะ…เงิน” เครียดมาก
“เงินเรื่องเล็ก”
“ทำงานเพราะเงินจริงๆ” ดวงตาชาริสาจริงจัง ริก้ากลับหัวเราะ
“แหม…ท่าทางขึงขังยังน่ารัก”
ชาลิสาถึงกับสะดุด และยิ่งอีกฝ่ายย้ำว่า
“น่ารัก…น่ารักมาก…มาก…” แถมยังขยับมาเกือบชิด
ชาลิสาที่นั่งบนเก้าอี้ที่ทำงานของตนต้องขยับตัวเล็กน้อย เบี่ยงออกห่างกับกิริยาของเจ้านายสาวที่ขยับตามใกล้
และแล้วก็มีคนมาตาม
“เชิญคุณริก้าเข้าประชุมได้แล้วค่ะ คุณธีอยู่ที่ห้องประชุมแล้วค่ะ”
ริก้าจึงรีบเร่งชาลิสา
“เร็ว…สา…พี่ธีไม่ชอบหรอกใคร”
“อือ…แน่ล่ะค่ะ เขาาต้องให้คนรอเขา”
พอเข้าประชุม ถึงรู้ว่าคุณเอกสิทธิ์ก็มาร่วมด้วย แต่ท่านออกตัวว่า
“ประชุมกันตามปกติเลย พ่อแค่มาดู มานั่งฟังเล่นๆ ไม่พูดไม่ออกความเห็นอะไร ถือว่าไม่มีพ่ออยู่ในห้องนี้” เพราะท่านวางมือแล้ว ค่อยๆ ปล่อย แต่ด้วยความเคยชินก็ยังชอบมาบริษัท อ้างว่าอยู่บ้านก็เหงา แวะมาบ่อยและธีทัตก็ยังต้องขอคำแนะนำจากท่านบ้าง
และแน่นอนว่า ริก้าเปลี่ยนไป เพราะชาลิสาแค่กระซิบเบาๆ ข้างหู
“ตั้งใจแสดงฝีมือนะคะ คุณริก้า อย่าให้เลขาอย่างชฉันเสียหน้า”
กระซิบเบาๆ นุ่มนวลและแกมขอร้อง มีหรือริก้าจะไม่สนอง
แค่ชาลิสาขยับมาพูดเกือบแนบหน้าขนาดนี้ ใจของริก้าก็เต้นแรงแล้ว
“สาขอ มีเรอะฉันจะไม่ช่วย”
เนื่องจากริก้าไม่เคยสนใจงานเลย แต่ช่วงเวลาเดือนเดียวมีการเปลี่ยนแปลง ไม่มากก็น้อย ถือว่าน่าตื่นเต้น และน่ายินดีสำหรับคนที่เข้าประชุมทุกคน โดยเฉพาะคุณเอกสิทธิ์และธีทัตที่แอบดีใจแต่ไม่แสดงออก
การประชุมผ่านไปด้วยดี โดยที่เห็นลิซ่าส่งตาหวานให้ชาลิสาหลายครั้ง แต่ทุกครั้ง ชาลิสาจะพูดเบาๆ เตือนสติว่า
ตั้งใจทำงาน…
และเมื่อทุกคนออกจากห้องประชุม คุณเอกสิทธิ์ก็พูดกับลูกชายตามลำพัง
“แกว่ามั้ย ริก้าเปลี่ยนไปนะ”
ธีทัตเห็นด้วยทันที
“ครับ ผมว่าการเปลี่ยนไปเลขาได้ผล”
“เด็กชาลิสาคนนี้เก่งนะ นอกจากเคยช่วยยัยริกา ยังเอาริก้าอยู่”
“ก็ไม่แน่ชัดครับ การเปลี่ยนแปลงเห็นแน่ แต่ต้องดูไปว่าชาลิสาใช้วิธีไหนเอาริก้าอยู่”
“ริก้าเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็กและยังเป็นโรคหยิบจับขโมยโดยไม่ต้องการเลย ณาเคยดูแลริก้ามาก็มัวแต่เอาใจเลย ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น”
“เท่าที่ผมเห็น ชาลิสาไม่ได้เอาใจริก้าเลยครับ ขัดใจด้วยซ้ำ จนริก้าในตอนแรกให้ผมไล่ออกวันละหลายครั้ง”
“ดูต่อไปแล้วกัน เพราะพ่อมองว่ายัยริก้าชอบหนูชาลิสาอยู่นะ”
ธีทัตพยักหน้า
“ครับ”
สงสัย…ชาลิสามีอะไรดี เอาริก้าอยู่หมัด แต่เท่าที่ทำให้ริก้าสนใจงานเพิ่มขึ้น สำหรับธีทัตถือว่า…ผ่าน
ชาลิสามีอะไรดี…
มีอะไรดี? ธีทัตต้องถามตัวเองหลายๆ ครั้งและยังหาข้อสรุปไม่ได้
เลิกงานแล้ว ชาลิสาเดินไปขึ้นรถ และบังเอิญที่จอดรถอยู่ใกล้กับรถของธีทัต เขาก็กำลังจะเดินไปที่รถเช่นกัน โดยวันนี้ ธีทัตไม่ได้ใช้บริการของพนักงานขับรถประจำ เพราะเขาตั้งใจจะไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ตามนัดหมายเช่นเคย
และข้อความจากมือถือของชายหนุ่มก็ยังดังขึ้น
เขาอ่านและขมวดคิ้ว…
ชาลิสาเห็นหน้าตาของเขา แต่หญิงสาวไม่สนใจ ไม่เอาด้วยล่ะ ขอหนีไปก่อน รีบกลับบ้านดีกว่า เนื่องจากได้รับสายจากมารดาว่า คุณยายไม่ค่อยสบาย ทั้งที่คุณยายใกล้จะเดินทางล่องเรือสำราญในเร็ววันนี้แล้ว มาไม่สบายใกล้ๆ เที่ยวยายจะเที่ยวสนุกได้อย่างไร
แต่พอจะขึ้นก็ถูกเรียก
“สา…”
ชาลิสาอุตส่าห์ทำตัวลีบๆ ไม่อยากให้เขาเห็นตน ยังเห็นจนได้ จำต้องหยุดที่ประตูรถก้าวขึ้นและเงยหน้าถาม
“มีอะไรคะ?”
“ภัทอยากเจอฉัน”
ชาลิสาเลิกคิ้ว…อ่้าว…มาบอกฉันทำไม เลยถามตรงๆ
“อ้าว…เรื่องคุณ ธุระคุณ มาบอกทำไมคะ?”
เรื่องเดิมๆ แท้ๆ อีกแล้ว…ภัทราเป็นโรคอะไร อยากเจอแต่ธีทัตและวุ่นวายมาถึงตนทุกครั้ง ทั้งๆ ที่ตนก็คนนอก ธีทัตก็คนนอก แต่ภัทธาไม่ยอมปล่อยมืออดีตคนรักเลย
พอๆ กันล่ะ…นายธีทัตตัวดีก็ไม่ปล่อยมืออดีตคนรัก ที่กลายเป็นภรรยาคนอื่นไปแล้ว
“ฉันต้องการให้เธอไปทำหน้าที่คนรัก”
ชาลิสาปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะมีเหตุผลจริงๆ
“ครั้งนี้คงไม่ได้”
“จะบวกเงินพิเศษให้” เอาเงินมาล่อ
“ไม่ได้ค่ะ” ชาลิสาใจแข็ง ไม่อยากยุ่งด้วยแล้ว “เพราะยายไม่สบาย ฉันต้องกลับไปอยู่ท่านหน่อย”
ยายไม่สบายจริงๆ มารดาโทรบอก คราวนี้เขาจะบังคับตนมั้ย เนื่องจากเหตุผลตนหนักแน่นสำคัญพอสมควร และเหตุผลก็พอจะให้ชายหนุ่มต้องหยุดไม่ตามตื๊อ
บางครั้งเงินก็ไม่สำคัญเท่า…ยาย
ถ้าไม่มีเรื่องยาย บางทีชาลิสาอาจยอมพิจารณา ทั้งที่เบื่อหน่ายกับเรื่อง ‘รัก’ ของนายธีทัต
แล้วก็แยกย้ายกันไป ตนกลับบ้านไปดูอาการยาย ส่วนนายธีทัต นายควรเลือก ‘ตัดขาด’ กับภัทราเสียที จะเลือกอะไรก็ไม่เกี่ยวข้องกับตนแล้วนะ

- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 29 : สองแสน
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 28 : โบนัสพิเศษ
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 27 : เป็นแฟนกันหรือ
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 26 : รักเก่าก่อเรื่อง
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 25 : เอ๊ะ! อย่างไรกันแน่
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 24 : ว่ายน้ำ
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 23 : ขยันเฉพาะวัน
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 22 : ทำร้ายร่างกาย
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 21 : เลขาทำทุกหน้าที่
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 20 : เมียหลวงมาก่อนเสมอ
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 19 : ตะลุยกินของอร่อย
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 18 : หายตัว
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 17 : รองเท้าหายไปไหน
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 16 : งานใหม่
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 15 : รับรู้เปลี่ยนเลขา
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 14 : เสนองาน
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 13 : ช่วยชีวิต
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 12 : เกิดเรื่องวันงาน
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 11 : เสี่ยขจรต้นเหตุปัญหา
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 10 : นทีโดนลูกหลง
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 9 : จากเจ้าหนี้กลายเป็นลูกหนี้
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 8 : เจ้าหนี้กัดไม่ปล่อย
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 7 : ทวงค่าเสียหาย
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 6 : ป่วนร้านเสื้อ
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 5 : นกน้อยในกรงทอง
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 4 : ปัญหาต่างๆ ของชาลิสา
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 3 : ฉันกับสาวเจ้าอารมณ์
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 2 : สาวเจ้าอารมณ์
- READ ฉันเป็นเลขาของสาวเจ้าอารมณ์ ตอนที่ 1 : ฉัน






