ประมวลรัก ประมวลร้าย บทที่ 6 : ไอรีนนี่ใครวะ

ประมวลรัก ประมวลร้าย บทที่ 6 : ไอรีนนี่ใครวะ

โดย : ขจรพัฒน์ สุขภัทราพิรมย์

ประมวลรัก ประมวลร้าย นวนิยายจากโครงการช่องวันอ่านเอาปีที่ 2 โดย ขจรพัฒน์ สุขภัทราพิรมย์ เมื่อวสินได้กลับมาอีกครั้งในร่างหนุ่มวัยยี่สิบสาม ความอลวนอลเวงก็เกิดขึ้น เพราะนอกจากเรื่องสืบคดีจะวุ่นวายแล้ว เรื่องหัวใจก็ทำเอาปวดหัว เมื่อเจ้าของร่างที่เขาใช้งานอยู่กำลังอินเลิฟกับมินตรา ลูกสาวของเขาเอง แล้วมันจะยังไงกันดีละเนี่ย

วันที่ 3…

…เสียงหวูดจากเรือลากจูงด้านนอกปลุกให้เขาลืมตาขึ้นมา จอมลุกขึ้นนั่งเอามือบีบขมับสะบัดหัวไปมา เขานึกถึงความฝันเมื่อคืน พยายามคิดว่าจริงๆ แล้วมันคือความฝันหรือความจริง เขาลุกจากเตียงเดินไปที่กระจกบานใหญ่ เงาสะท้อนข้างในคือร่างกายของชายหนุ่มในวัยฉกรรจ์ เขาหันซ้ายหันขวา เงาสะท้อนก็หันตามเขาในทุกอิริยาบถ จอมแสยะยิ้มใส่เงาตัวเองในกระจก..

“แกอยู่ไหน ไอ้ยมทูตมือใหม่”

ไม่มีเสียงตอบอะไรออกมา เงาสะท้อนยังคงเป็นเงาสะท้อนของเขาตามเดิม เขาเปิดประตูเดินไปที่ห้องพระ มองไปที่รูปของทนายกำพล จอมพลจ้องรูปพ่อผู้วายชนม์ของเขาตาไม่กะพริบ ไม่มีการโต้ตอบอะไร ภาพทนายกำพลในชุดครุยทนายความยังคงนิ่งเฉย…

“ตื่นเช้ามาไหว้คุณพ่อเหรอลูก” เสียงหญิงแปลกหน้าดังมาจากด้านหลัง

“เอ่อ…ครับ ว่าแต่ก่อนทนายกำพลเสียชีวิต เขามีปัญหาอะไรกับใครไหมครับ”

แม้หญิงแปลกหน้าจะไม่ค่อยชอบสรรพนามที่ลูกชายเธอเรียกพ่อตัวเองสักเท่าไร แต่เธอก็พยายามเก็บความรู้สึกไว้ข้างใน เพราะเธอเข้าใจว่าความทรงจำของลูกชายอาจจะยังกลับมาไม่หมด…

“ไม่มีหรอกลูก พ่อเสียเพราะอุบัติเหตุ ลูกเองก็บาดเจ็บสาหัสมาก แม่ว่าเราอย่าพูดเรื่องนี้กันดีกว่า ลูกไปล้างหน้าแปรงฟันสิจ๊ะ แม่เตรียมอาหารเช้าไว้ให้แล้ว วันนี้จอมลองกลับไปเรียนดูนะลูกว่าไหวไหม เห็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเขาโทรมาบอกแม่ว่าถ้าจอมแข็งแรงดีแล้วอยากให้กลับไปเรียนเพราะลูกใกล้จะจบอยู่แล้ว จะได้ไม่เสียเวลาอีกปี เดี๋ยวไอรีนจะมารับนะลูก”

“เรียน…ที่ไหนหว่า แล้วไอรีนนี่ใครวะ” จอมพูดเบาๆ แต่ก็ยอมทำตามที่หญิงแปลกหน้าบอก ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่ค่อยอยากขัดใจผู้หญิงคนนี้เท่าไร…

“ชุดนักศึกษาแม่รีดให้ใหม่แล้ว แขวนอยู่หน้าห้องลูกนะ” เสียงหญิงแปลกหน้าไล่ตามหลังมา

 

…ประตูรั้วหน้าบ้านเปิดรอผู้มาเยือนเหมือนที่เคยทำก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงข้ามหญิงแปลกหน้าบนโต๊ะกินข้าวที่ตั้งอยู่ด้านล่างของตัวบ้าน กลิ่นข้าวต้มกุ้งบนโต๊ะหอมโชยมาเตะจมูก แต่ไม่ทันที่เขาจะตักข้าวเข้าปาก เสียงใสๆ ก็ลอยเข้ามาพร้อมการปรากฏกายของหญิงแปลกหน้าคนใหม่

“สวัสดีค่ะป้าเจียร” จอมถึงกับชะงักเมื่อเงยหน้ามองเจ้าของเสียง

หญิงสาวก้าวเข้ามาในบ้านอย่างคุ้นเคย หล่อนอยู่ในชุดนักศึกษา อายุอานามน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับจอมพลเจ้าของร่างนี้ ผิวเนื้อขาวแบบคนมีเชื้อสายจีน ใบหน้าเรียวสวยได้รูป คิ้วดำเป็นเส้นโค้งรับกับตาชั้นเดียวที่คล้ายจะส่องแสงประกายออกมาได้แม้จะมีแว่นทรงกลมขวางอยู่ จมูกหล่อนไม่โด่งมากนัก แต่ริมฝีปากสีชมพูบางสวย เอวคอดได้รูป ทรวดทรงของหล่อนนั้นงามสง่าเหมือนมีออร่าส่องสว่างไปทั้งตัว…

“ทานข้าวด้วยกันก่อนสิหนูไอรีน” ป้าเจียรของหญิงแปลกหน้าเอ่ยชวน

“ขอบคุณค่ะป้า แต่หนูกินมาแล้วจากบ้านค่ะ” ไอรีนยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

“ว่าแต่…ผู้ชายคนนี้หายดีแน่แล้วนะ ได้ข่าวว่าความจำเสื่อม” ไอรีนยิ้มแยกเขี้ยวโน้มตัวยื่นหน้าเข้าหาหน้าชายหนุ่มจนจมูกแทบจะชนกัน

จอมถึงกับผงะจนเก้าอี้แทบหงายหลัง

“สงสัยยังไม่หายแฮะ” ไอรีนดึงตัวออก “แล้วแบบนี้จะไปมหา’ลัยได้เหรอคะป้าเจียร”

“ป้าก็หวังพึ่งหนูไอรีนนี่ละค่ะ ช่วยดูเพื่อนด้วยนะหนู ฝากลูกชายป้าด้วย”

“ก็ได้” ไอรีนทำเสียงเล็กเสียงน้อย “ไปกันเหอะจอม สายแล้ว” .

“หา…ยังไม่ได้กินเลย” จอมทำตัวไม่ถูก

“ไปกินที่คณะก็ได้เดี๋ยวไอรีนเลี้ยงเอง สายแล้ว”

ว่าแล้วหล่อนก็ดึงมือจอมลุกออกจากโต๊ะกินข้าว

“หนูไปก่อนนะคะป้าเจียร สวัสดีค่ะ”

ไอรีนปล่อยมือจอมหันไปไหว้แม่ของเขา จากนั้นก็จูงมือชายหนุ่มออกจากบ้านริมน้ำไป…

 

ถนนวันนี้รถน้อยเป็นพิเศษ สองหนุ่มสาวเดินทางอยู่บนรถยุโรปหรูหรา โดยมีสาวน้อยไอรีนเป็นสารถีอยู่หลังพวงมาลัย ข่าวจากวิทยุประกาศถึงโครงการคอนโดฯ หรูเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่กำลังมีปัญหา ไม่สามารถสร้างเสร็จตามกำหนด ซึ่งอาจทำให้บริษัท วิคตอรี่ เอสเตท แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้รับผิดชอบโครงการนี้ถูกฟ้องร้องและเสียค่าปรับหลายร้อยล้านบาท…

ไอรีนกดปุ่มเปลี่ยนคลื่นวิทยุที่พวงมาลัย เสียงเพลงหนึ่งดังขึ้นมา…

สวัสดีดวงตะวัน…ไม่ได้เจอกันมาทั้งคืน

เธอรู้ไหมว่าฉันรอแค่ไหน…

กลัวเธอไม่หวนมา…เริ่มวันใหม่อีกครั้ง

ฉันเดินลำพังเดียวดาย…ไม่เห็นใคร

“เพลงอะไรไอรีน” จอมรู้สึกเหมือนเคยได้ยินเพลงนี้มาก่อน

“เพลงเกาหลีที่ฮิตๆ ไง…เอ…ชื่ออะไรนะไอรีนจำไม่ได้แล้ว”

“ไม่ใช่เพลงเกาหลี นี่ภาษาไทย“

“จอม…เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ดูแปลกๆ พิกล“

ชายหนุ่มนิ่งไม่พูดอะไร เขาไม่รู้หรอกว่าเพลงที่ได้ยินคือเพลงภาษาอะไรกันแน่ แต่เขาก็มั่นใจว่าเพลงนี้คือภาษาไทย และเขาเคยได้ยินมันมาก่อนแน่ๆ เพียงแต่ไม่มั่นใจว่าที่ไหน เมื่อไหร่

“จอม…ไอรีนเสียใจเรื่องคุณพ่อด้วยนะ” ไอรีนพูดแทรกขึ้นมากลางเพลงเสียงหล่อนฟังดูสั่นเล็กน้อย

“อืม” ชายหนุ่มตอบในลำคอ ตามองไปที่นอกหน้าต่างรถ

เสียงเพลงยังคงบรรเลงไปเรื่อย ทั้งสองยังคงไม่พูดจาอะไรกันมากมาย คล้ายมีบางสิ่งอยู่ในใจกันทั้งคู่

จอมยังคงนั่งนิ่งมองวิวนอกหน้าต่างรถ เสียงเพลงร้องมาถึงท่อนที่ว่า…

แล้วเธอก็มาส่องแสงกระซิบบอกฉัน

พูดเบาๆ ว่าเช้าแล้วฟ้าเป็นสีครามสดใส

บอกกับฉันว่าไม่เป็นไรเราจะอยู่เคียงข้างกัน

จู่ๆ จอมก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา เขาหลับตาเอามือขึ้นมาบีบขมับตัวเอง ทันใดนั้นก็มีภาพเคลื่อนไหวมากมายวิ่งเข้ามาในหัว ภาพเหตุการณ์ต่างๆ วิ่งสลับไปมาอย่างรวดเร็ว เขาพยายามจับภาพเหตุการณ์ให้ชัด ภาพเคลื่อนไหวช้าลงๆ แต่ชัดขึ้นๆ เป็นลำดับ

…ความรักของหนุ่มสาวนับวันยิ่งงอกงาม นับตั้งแต่ปีแรกที่จอมเข้ามามหาวิทยาลัย เพื่อนใหม่คนแรกที่เข้ามาทักทายเขาก็คือสาวหมวยเปรี้ยวจี๊ดคนนี้ ทั้งสองเริ่มคบหากันมาตั้งแต่วันนั้น ความที่สนิทสนมกันมานมนานพอสมควร ทำให้ไอรีนรู้จักมักจี่กับครอบครัวของจอมเป็นอย่างดี หล่อนกล้าแวะเวียนไปพบชายคนรักของเธอบ่อยเท่าที่มีโอกาส ในขณะที่จอมเองกลับไม่สนใจอยากจะรู้จักบ้านและครอบครัวของแฟนสาวเขาเลยแม้แต่น้อย เขาไม่รู้หรือพูดง่ายๆ ว่าจอมไม่เคยอยากรู้ว่าครอบครัวพ่อแม่ไอรีนเป็นใครมาจากไหน และทำอะไร

แม่ของไอรีนเสียไปตั้งแต่เขาและหล่อนเพิ่งจะเข้ามหาวิทยาลัย ความสัมพันธ์ของสองหนุ่มสาวเริ่มกระชับแข็งแรงก็จากวันที่แม่ไอรีนจากไป ไอรีนเหลือพ่ออยู่คนเดียวที่ดูแลหล่อนมาตลอด และไอรีนมักจะชื่นชมพ่อของหล่อนให้จอมฟังอยู่บ่อยๆ วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ เหมือนเคยทุกครั้งที่เป็นวันหยุด บ้านริมน้ำหลังนี้จะมีแขกมาเยือนแต่เช้าตรู่เสมอ เพียงแค่เหตุการณ์ครั้งนั้นกลับสร้างรอยร้าวให้กับสองหนุ่มสาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“จอม…คือป๊าไอรีนบอกให้ไอรีนมาคุยกับจอม ให้จอมช่วยคุยกับลุงกำพลเรื่องขายที่ดินผืนนี้”

จอมไม่ตอบ หันหน้าไปมองกระแสน้ำเบื้องล่าง ในใจคิดว่าศาลาริมน้ำเล็กๆ แห่งนี้แม้จะดูเก่าซอมซ่อไปบ้าง แต่ก็ยังแข็งแรงมั่นคงอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ทนายกำพลพ่อของเขาเคยบอกไว้เสมอว่าน้ำกับดินต้องอยู่ชิดกัน การได้สัมผัสธรรมชาติแบบนี้แม้อยู่เตี้ยต่ำต้อยแต่ได้ใกล้ชิด แต่ย่อมดีกว่าการชื่นชมความงามอยู่ไกลๆ จากที่สูง

จอมเห็นด้วยกับพ่อของเขา จอมไม่เคยชอบตึกสูงรอบบ้านของเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะตั้งแต่บริษัท วิคตอรี่ เอสเตท แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เข้ามาพัฒนาที่ดินแถวนี้ หลายสิ่งหลายอย่างภายในบ้านริมน้ำเปลี่ยนแปลงไป แสงและลมที่เคยแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนภายในบ้านของจอมตลอดเวลาก็หายไป ต้นไม้ใบหญ้ารอบด้านก็ไม่มีเหลือ เสียงนกเกี้ยวกันที่เคยได้ยินทุกวันเช้าค่ำก็กลับกลายเป็นนานๆ จะได้ยินสักครั้ง แม้กระทั่งรอยยิ้มของแม่เขาเองก็ดูเหมือนจะหายไป ฝุ่นละอองจากการก่อสร้างรอบด้านทำให้แม่ของเขาต้องล้มป่วยเรื้อรัง…

“อย่าเงียบแบบนี้จิ ไอรีนว่าขายเหอะนะ นะ นะ” สาวน้อยเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มจากด้านหลัง “แล้วเดี๋ยวไอรีนบอกป๊าให้หาบ้านใหม่หลังใหญ่ๆ ทันสมัยให้ดีไหม แบบว่าราคาพิเศษสุดขีดเลย นะ” ไอรีนซบหน้าลงบนแผ่นหลังของเขา

จอมถอนหายใจก่อนที่จะหันกลับมามองหน้าคนรัก ในใจเขารู้สึกเจ็บจนบอกไม่ถูก ในชีวิตเขานอกจากแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองแล้ว เขาไม่เคยรู้สึกรักผู้หญิงคนไหนเท่ากับเธอที่อยู่ตรงหน้าคนนี้เลย

“เราเคยคุยกันเรื่องนี้ไปแล้วไม่ใช่เหรอไอรีน” ชายหนุ่มแกะมือไอรีนออกจากเอวเขา

“แหม…ก็รู้แล้ว แต่ช่วยคุยกับคุณลุงอีกทีได้ไหมอ่า” ไอรีนทำเสียงอ้อดอ้อน

“ที่ดินผืนนี้ตกทอดมาตั้งแต่สมัยคุณทวด พ่อไม่มีทางขายหรอก อีกอย่างไอรีนดูสิ” จอมชี้ไปที่ตึกสูงรอบบริเวณ “เมื่อก่อนเวลาที่เรามาอยู่ที่ศาลาริมน้ำแห่งนี้ไอรีนยังจำวิวทิวทัศน์รอบๆ ได้ไหม แล้วตอนนี้ล่ะ ไม่เหลือเลย”

“ก็นั่นไงแล้วจะอยู่ตรงนี้อีกทำไม สู้ย้ายไปที่ใหม่ สวยๆ ดีกว่าไหม”

“จอมว่าเราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วละ ไอรีนกลับไปบอกป๊าไอรีนด้วยละกันว่าเรายืนยันเหมือนเดิมคือไม่ขาย”

“โอ๊ย..ทำไมต้องทำอะไรให้มันยากขนาดนี้ด้วยนะ” ไอรีนเสียงสูง

จอมเดินออกจากศาลาริมน้ำโดยไม่โต้ตอบอะไร…

“เดี๋ยว...เดี๋ยวสิจะไปไหน รอไอรีนด้วย” ไอรีนรีบวิ่งตามชายหนุ่มออกมา

…ศีรษะจอมยังคงอิงอยู่กับหน้าต่างรถ เขาเอามือบีบขมับตัวเองถี่ๆ เสียงเพลงยังคงบรรเลงอยู่อย่างต่อเนื่อง รถยุโรปสีดำคันหรูแล่นผ่านประตูรั้วมหาวิทยาลัยเลี้ยวมาจอดที่หน้าคณะนิติศาสตร์

ไอรีนยังคงไม่ดับเครื่องยนต์ หันมามองชายคนรัก…

“ถึงคณะแล้ว จอมจำได้ใช่ไหม”

ชายหนุ่มมองไปรอบบริเวณ ความทรงจำของวสินยังคงอยู่ครบ เขาจำได้ว่าวสินเองก็จบจากที่นี่รวมถึงงามตาภรรยาของเขาด้วย ม้านั่งหินใต้ตึกยังคงอยู่ที่มุมเดิม มุมที่เขากับงามตาเคยนั่งกินขนมหยอกล้อกัน…

แม้กลางคืน…จะมืดมิดเพียงใด

อย่าหวั่นไหวยังมีดวงดาวนับร้อยพัน…เป็นเพื่อน

แล้วเธอก็มาส่องแสงกระซิบบอกฉัน พูดเบาๆ ว่าเช้าแล้ว…

เสียงเพลงบรรเลงท่อนสุดท้ายก่อนที่ไอรีนจะดับเครื่องยนต์ จอมหยิบเป้ขึ้นสะพายไหล่ ก่อนจะหันมาบอกไอรีน… “จำได้สิ ที่คณะนี่เหมือนบ้านหลังที่สองของผมจะลืมได้ไง อีกอย่างผมกับหนูไอรีนคล้ายจะทะเลาะกันอยู่ใช่ไหม” จอมส่งยิ้มให้ก่อนลงจากรถไป

“ผมอะไรวะ หนูอีก หนูไหนหว่า” ไอรีนสับสนกับสรรพนามของแฟนหนุ่มที่เปลี่ยนไป

“เดี๋ยว แล้วรู้แล้วเหรอว่าเรียนห้องไหน โธ่เอ๊ย รอหนู เอ้ย รอไอรีนด้วย”

หญิงสาวตาลีตาเหลือกลงจากรถวิ่งตามแฟนหนุ่มไป…



Don`t copy text!