นิราศรักสองนครา บทที่ 28 : ก่อนถึงจุดหมาย

นิราศรักสองนครา บทที่ 28 : ก่อนถึงจุดหมาย

โดย : ปรียนันทนา

นิราศรักสองนครา โดย ปรียนันทนา เรื่องราวของโชติ หญิงสาวชาวสยาม กับทางเลือกสองทาง ความรักของชายหญิงกับความรักหวงแหนแผ่นดินเกิด เธอจะเลือกทางใด และหากไม่สามารถเลือกได้  จะมีหนทางใดที่ใจสองดวงจะมาบรรจบพบกัน ณ จุดที่ลงตัวได้หรือไม่ นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านพร้อมกันที่นี่ anowl.co

ประตูเรือนแถวบนถนนเจริญกรุงกำลังจะถูกปิดลงโดยชายหนุ่มผู้เช่าในขณะที่ผู้ให้เช่ากำลังเดินมาหาเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม  มิเชลสวมชุดรัดกุมเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไกล  ส่วนนายฮกเจ้าของบ้านเช่านั้นส่งห่อของบางอย่างให้ชายหนุ่ม

“คุณมิเชล  เดินทางไกลอาจเจ็บป่วยได้ทุกเมื่อ  ผมเอายาบำรุงมาฝาก”  เขาส่งห่อกระดาษในมือให้อย่างรวดเร็วด้วยความเต็มใจ

“โอ  ขอบคุณมากเลยคุณฮก”​ มิเชลรับมาอย่างซาบซึ้งในน้ำใจของอีกฝ่ายที่แม้เป็นเพียงผู้เช่าและเจ้าของห้องแต่อีกฝ่ายก็เอื้อเฟื้อเขาราวกับว่าเป็นความสัมพันธ์ฉันท์มิตรที่สนิทสนมมายาวนาน

“มิเป็นไรมิได้  เราคนกันเองอย่าได้เกรงใจ  ห้องของคุณนั้นไม่ต้องกังวลเพราะผมเก็บไว้รอคุณเสมอนะมิเชล”

“ขอบคุณมากนะขอรับ”  มิเชลก้มศีระษะให้อีกฝ่ายอย่างตระหนักในน้ำใจแท้จริง  ก่อนจะปิดบ้านแล้วส่งกุญแจให้อีกฝ่ายแล้วหันไปหยิบกระเป๋าใส่สัมภาระสิ่งของของตนเพื่อไปขึ้นรถลากที่มารออยู่แล้ว

“โชคดีนะคุณ  แล้วพบกันในอีกไม่ช้านะ”  เจ้าของห้องกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

มิเชลโบกมือให้อีกฝ่ายเมื่อรถลากเคลื่อนตัวไปตามถนน  ภาพถนนตัดใหม่แห่งเมืองบางกอกที่เป็นเมืองแห่งสายน้ำแห่งโลกตะวันออกค่อย ๆ เลือนหายจากสายตาไปเรื่อย ๆ ตามระยะทางที่ไกลออกมา

ชายหนุ่มอดรู้สึกใจหายขึ้นมาไม่ได้คล้ายกับกำลังลาจากบ้านของตน  แม้มิได้เป็นถิ่นฐานที่กำเนิดแต่เขากลับรู้สึกผูกพันและคุ้นเคยอย่างรวดเร็วตลอดเวลาที่ได้ใช้ชีวิตที่นี่

เขากวาดสายตามองรอบกายพบว่าสถานที่นี้ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไป  แม้ตอนนี้เขากับกงสุลโอบาเรต์ที่เขาเคารพยังคงติดต่อกันสม่ำเสมอแต่เรื่องคดีของอีกฝ่ายที่ดูจะบานปลายจนถึงศาลนั้นเขาไม่อยากเกี่ยวข้อง  ได้ยินมาว่าคนสยามมากมายออกมาเรี่ยรายเงินให้กับหมอบลัดเลย์ด้วยรู้ว่าหมอมิชชันนารีคนนั้นไม่ได้มั่งมีแต่ความผูกพันทำให้คนสยามพร้อมช่วย  และตอนนี้ดูเหมือนคนฝรั่งเศสกลายเป็นที่น่ารังเกียจไปเสียแล้วเพราะก่อนกลับบ้านเกิดเขาเพิ่งไปเดินตลาดแถวท่าเตียนเพื่อซื้อของฝากก็พบว่าหลายคนไม่ค่อยอยากขายของให้เขาเท่าใดนัก  แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้ใจของเขาเหินห่างจากความชื่นชมชาวสยามเลย

อาจเพราะหญิงสาวชาวตะวันออกผู้นั้นที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนเธอ  อีกไม่นานเขาจะได้พบเธออีกครั้ง ณ ดินแดนที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของเขาเอง  และที่นั่นเขาจะถือโอกาสบอกให้คนรอบข้างรับรู้ถึงความในใจไม่มีใครได้ล่วงรู้มาก่อนว่าตอนนี้หญิงสาวผู้ครอบครองหัวใจเขามิใช่คนเดิมที่ทำให้เขาต้องจากบ้านมา  แต่ ณ บัดนี้ทุกห้วงในดวงใจคือหญิงสาวผู้งดงามนามว่า…แม่โชติ…

 

เสียงเด็กเล็กร้องเสียงดังราวกับกำลังถูกขัดใจ  ไม่นานนักผู้เป็นมารดาที่กำลังเตรียมตัวไปโบสถ์เพื่อสนทนากับบาทหลวงเรื่องอาการเจ็บป่วยต้องวางมือลฃจากการแต่งตัวมาดูบุตรสาวที่กำลังเล่นซนจนล้มลงไปเองแล้วร้องไห้จ้าสุดเสียง

“แม่เพ็ญ  เป็นอันใดฤาลูก”  จันเดินแกมวิ่งแม้จะเหนื่อยแต่ด้วยหัวใจที่ห่วงลูกทำฝืนใจเร่งฝีเท้าเร็วรี่

“คุณหนูเพ็ญวิ่งเล่นกับอิฉันอยู่ดี ๆ แล้วสะดุดขาตัวเองเจ้าค่ะคุณจัน  แต่หัวมิได้ฟาดพื้นนะเจ้าคะ  เพียงแค่ก้นกระแทกเฉย ๆ”

“เช่นนั้นเอง  มิเจ็บมากดอกนะแม่เพ็ญ  มานี่มา”

มารดาทรุดตัวนั่งข้าง ๆ เด็กหญิงผมจุกแล้วจับแขนป้อม ๆ สองข้างช่วยพยุงให้ลุกขึ้น  เด็กหญิงยอมลุกขึ้นโดยดีหากแต่น้ำตายังคลอหน่วยอยู่ทั้งสองข้างจนเมื่อกะพริบตาถี่ ๆ ก็พาเอาหยาดน้ำไหลลงอาบแก้มกลม ๆ อย่างน่าสงสาร  เด็กหญิงกะพริบตาถี่จนขนตาหนายาวชุ่มไปด้วยน้ำตาและบ่นออกมาเบาอย่างกริ่งเกรงผสมเจ็บปวด

“เจ็บ”  แววตาเด็กหญิงแสดงออกชัดเจนว่ารู้ดีถึงความไม่ระมัดระวังของตนเองหากแต่ความไม่ประสีประสาตามวัยเด็กทำให้ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดยาว ๆ ได้

“เจ็บมิมากเดี๋ยวก็หาย  ลูกวิ่งสะดุดขาตัวเอง  ใช่ฤาไม่หาใช่แม่พิศพาล้ม”

“พิศไม่ล้ม  หนูเพ็ญล้มเจ้าค่ะ”  เด็กหญิงบอกแววตาใสซื่อพาให้ผู้เป็นมารดาอดยิ้มออกมาไม่ได้

“จ้ะ  หนูเพ็ญล้มเองใช่ฤาไม่”

“ใช่  หนูเพ็ญล้มเอง”  เด็กหญิงพยักหน้าหงึกหงักอย่างจริงจัง

“งั้นก็นั่งพักนะลูก  เสร็จแล้วมิต้องวิ่งแล้วนะหรือหากอยากวิ่งลูกต้องระวังให้มากเพราะหากล้มจะเจ็บเช่นนี้อีก”

เด็กหญิงมองมารดาตาแป๋วอย่างตั้งใจ  จันคิดว่าบุตรสาวคงฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างหากเด็กหญิงจะจดจำได้ดีว่าตนเองต้องระวังให้มากกว่าเดิมในคราวหน้าเพื่อมิให้ตนเองต้องเจ็บเช่นนี้อีก

 

“เขียนสิ่งใดอยู่ฤาแม่โชติ”  คุณหญิงอ่วมเดินเข้ามาในห้องบนเรือเพื่อดูหญิงสาวว่าเก็บของเสร็จแล้วหรือยังเนื่องจากเรือใกล้เทียบท่าที่ประเทศสิงคโปร์แล้ว  หลังจากนี้ต้องเปลี่ยนเรือเพื่อเดินทางต่อไป

“เขียนบันทึกค่ะคุณป้า  สัญญากับครูไว้ว่าจะเขียนให้อ่านเมื่อกลับไปค่ะ”

“ภาษาใด  อังกฤษใช่หรือไม่”

“ค่ะ”

“เหตุใดมิเขียนภาษาสยามบ้างเล่า”

“หลานเขียนหนังสือถึงแม่แลคุณพ่อแล้วค่ะ  เล่าเรื่องการเดินทางในช่วงแรกนี้”

“เช่่นนั้นก็เร่งเขียนให้เสร็จเถิด  ป้าไปรอข้างนอกนะ”

คุณหญิงเดินออกไปข้างนอกก่อนจะไปรวมกลุ่มกับสามีที่สนทนาเรื่องการเดินทางอยู่กับบาทหลวงผู้เป็นล่าม  การเดินทางนี้ไม่ได้สบายแต่ก็ไม่ได้ลำบากจนเกินไปนัก  แต่ข้าวของที่ต้องตระเตรียมสำหรับไปจัดแสดงงานนั้นมากมายทำให้ต้องขนกันนานพอควร

“แม่อ่วม  มาแล้วฤา”  พระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ผู้เป็นสามีเอ่ยเมื่อเห็นภรรยาเดินมาใกล้

“คุณพี่สนทนากันด้วยเรื่องใดอยู่เจ้าคะ”

“เรื่องการเข้าเฝ้านั่นแล  อีกเรื่องคืองานที่หล่อนต้องช่วยดูแล”  เขาหมายถึงงานจัดแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่คณะทูตสยามเดินทางไปในคราวนี้

“มิต้องเป็นกังวลดอกเจ้าค่ะ  อิฉันกับแม่โชติจะเป็นธุระดูแลให้ราบรื่น  คุณพี่คิดแต่เรื่องบ้านเมืองก็พอเจ้าค่ะ”

“ขอบใจนะแม่อ่วม”  ผู้เป็นสามีแสดงความขอบคุณออกมาพร้อมแววตาที่ส่งมาอย่างจริงใจ

เขาหวังว่าภารกิจสำคัญในการเจราเรื่องบ้านเมืองในคราวนี้จะลุล่วงได้ด้วยดีให้สมกับที่เขาได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย  แม้การเดินทางอาจลำบากและการเข้าเฝ้าพระเจ้านโปเลียนที่ ๓ อาจไม่ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เช่นครั้งแรกแต่เขาก็ไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเก็บมาคิด

เพราะมีเรื่องบ้านเมืองที่ใหญ่กว่าให้ต้องคิดพิจารณาให้รอบด้าน  ดังนั้นเรื่องอื่น ๆ จึงกลายเป็นเรื่องที่เขาให้ความสำคัญรองลงมา



Don`t copy text!