ชื่นกลิ่นกุสุมา บทที่ 10 : ร่างสัญญาระหว่างท่านและข้า

ชื่นกลิ่นกุสุมา บทที่ 10 : ร่างสัญญาระหว่างท่านและข้า

โดย : อวิ๋นหลง

ชื่นกลิ่นกุสุมา เรื่องราวของโม่เหลียนฮวา หญิงสาวที่โชคชะตาก็ทำให้เธอกลายมาเป็นพระชายาของบุตรชายปาเสียนอ๋อง ตำแหน่งที่มาพร้อมความยุ่งเหยิงในชีวิต แต่นางก็แสนจะเต็มใจ นิยายจีนของ อวิ๋นหลง นักเขียนสาวผู้มีผลงานมาแล้วมากมายหลายเรื่อง แต่เรื่องนี้คือนิยายจีนเรื่องแรกของเธอ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์ 

****************************

– 10 –

 

“ท่านพูดแบบนี้ได้ยังไง แต่งงาน นี่มันเรื่องใหญ่นะ!”

ข้าถามเสียงเครียด ในขณะที่ท่านชายเจินนั่งหาวหวอดๆ อย่างเบื่อหน่าย ให้ตายเถิด..ข้ากำลังตะโกนใส่รูหูของเขาอยู่นะแล้วเสียงของข้าก็มิใช่จะไพเราะเหมือนเสียงเจิ้ง (1) ชั่วเวลานั้นข้ารีบจูงมือเขามาพูดตามลำพังทันทีที่มีโอกาส

“ที่จริงเรียกว่าข้อแลกเปลี่ยนของกันและกันมากกว่า ข้าเข้ามาในช่วงที่เจ้าต้องการ ข้าก็กำลังต้องการความช่วยเหลือเหมือนกัน”

“อะไรนะ!” ข้าตะโกนเสียงหลง

“เห็นได้ชัดว่าบิดาของเจ้าได้ยินเรื่องที่ข้าอยู่กับเจ้าเมื่อคืนนี้ และที่สำคัญคนปล่อยข่าวต้องเป็นเจ้าอ้วนคนนั้น”

“เรื่องนั้น ท่านไม่ต้องวิเคราะห์ข้าก็รู้ เพราะท่านพ่อบอกเองว่าได้ยินข่าวมาจากเฉินหลวน” พูดมาถึงตอนนี้ข้ายิ่งแค้นจัด ไม่รู้ว่าชาติก่อนข้าไปทำอะไรให้ไอ้หมูตอนนี่ มันถึงได้จองล้างจองผลาญข้านัก ท่านชายเจินยืนขึ้นก่อนจะเดินมาหาข้า

“แน่นอน กลิ่นมันลอยตามลมและพัดแรงขึ้น เมื่อมีคนหลายคนช่วยพ่นลมปากออกมา ตอนนี้ชื่อเสียงของเจ้าป่นปี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว”ท่านชายเจินพูดพลางยักคิ้วให้ข้า

“ไม่ต้องมาย้ำ! ข้ารู้แล้วและไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้นด้วย” ข้าหายใจแรงขึ้นและเป็นความจริงที่ไม่อยากจะคิดถึงเรื่องนั้น แต่ท่านชายเจินก็เดินขยับเข้ามาหาข้าพลางพูดต่อ

“แล้วคนที่อยู่กับเจ้าก็ไม่ใช่ใครเป็นข้า ถามจริงๆ เถิด ข้าไม่เข้าตาเจ้าสักนิดเลยรึ ทำไมถึงได้ทำท่าทางแบบนี้ ไม่พอใจข้าเรื่องหน้าตาของข้า นี่เพิ่งรู้นะเนี่ยว่า ข้าหน้าตาไม่ดีพอ”

จู่ๆ ใบหน้าคมคายก็ยื่นมาใกล้จนเกือบจะชิดใบหน้าของข้า ในระยะประชิดขนาดนี้ข้าทำตัวไม่ถูกได้แต่ถอยห่าง ข้ามองหน้าเขาเหมือนมีผึ้งมาเกาะจมูกในระยะเผาขน ท่านชายเจินยิ้มน้อยๆ จนทำให้ใจข้าอ่อนไหว แต่ก็ต้องระงับอารมณ์ไว้สุดกำลัง

“ท่านพูดบ้าอะไร ท่านทำเรื่องยุ่งยากให้ข้าล่ะสิไม่ว่า”

“แต่ข้าก็พอรู้ล่ะว่า ทั้งพ่อเจ้าและครอบครัวฝ่ายแม่ต่างก็กำลังกังวลเรื่องการแต่งงานของเจ้า” เมื่อได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของข้าแดงจัด เพราะความอับอายแต่ปากก็ได้แต่เอ่ยเถียงไปว่า

“แล้วทำไมล่ะ ผู้หญิงอย่างข้าร่ำรวยออกปานนี้ สำคัญต้องฝากชีวิตไว้ที่ผู้ชายรึ ข้าอยู่คนเดียวได้สบายอยู่แล้ว”

“แต่ข้าก็อยากแต่งงานกับเจ้านะ ตั้งแต่เกิดมาข้าเพิ่งเคยเห็นผู้หญิงแบบเจ้านี่แหละ ฮ่าๆ”

เสียงหัวเราะสดใสกังวานแว่ว ข้าเผลอมองหน้าเขาในยามนั้น ตลอดเวลาข้าเคยเห็นรอยยิ้มมากมายแต่คนคนนี้กลับเป็นรอยยิ้มที่น่าจำสำหรับข้า ทันใดนั้นมือใหญ่สองข้างก็เลื่อนมาจับมือข้าไว้มั่น

“แต่งงานกับข้าเถิด โม่เหลียนฮวา มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่เหมาะสมตำแหน่งชายาของข้า”

“ท่าน…”

ข้าก้มหน้าหลบสายตาของเขาด้วยความเก้อเขิน ใจตอนนี้มันเต้นไม่เป็นจังหวะ นี่ข้าฝันไปรึนี่ วันนี้มีคนมาขอข้าแต่งงาน เขาเป็นผู้สูงศักดิ์แถมหน้าตาหล่อเหลาคมคายเสียด้วย

“เจ้าเท่านั้นที่จะรับมือกับทุกคนในตำหนักปาเสียนอ๋องได้”

“ท่านหมายความว่ายังไง รับมือ…ท่านจะให้ข้าแต่งงานหรือไปรบทัพที่สมรภูมิข้าศึก!” ข้าสะบัดมือเขาออกทันที ท่านชายเจินยิ้มบางๆ อีกครั้งก่อนจะเอ่ย

“ก็ไม่ถึงกับไปรบ หมายความว่าการแต่งงานครั้งนี้ มันเป็นข้อแลกเปลี่ยนของเราสองคน อย่างที่เจ้ารู้ ข้าถูกพระบิดาบังคับให้แต่งงานกับลูกสาวใต้เท้าหม่า หรือไม่ก็แต่งกับสตรีในสกุลกั๊ว ซึ่งข้าหาได้พึงใจไม่ ข้าเพียงแต่ต้องการใครสักคนมาแต่งงานเพื่อยืดเวลาให้ข้าได้สืบเรื่องบางเรื่องเสียก่อน แต่คนที่จะไปรับมือในนั้นได้ต้องเข้มแข็ง ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะทำได้ดี”

“ท่านจะเอาข้าไปเป็นไม้กันหมารึไง เรื่องของท่านก็จัดการไปสิ ทำไมต้องเอามันมาวางไว้ที่บ่าและทำให้ข้าขายไม่ออกด้วย” ท่านชายเจินไม่ฟังข้า เขาเดินไปมาอย่างสบายใจ

“จะว่าอย่างนั้นก็ถูก พูดตามตรงข้าเป็นคนประเภทไม่ชอบให้ใครมาบังคับ การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต ข้าย่อมมีสิทธิ์เลือกเองสิ แต่นี่ไม่มีใครสนใจเมื่อข้าปฏิเสธคำที่ก็ถูกเสนอมาว่า ถ้าข้าแต่งงานก่อนแสดงว่าการบังคับนั้นย่อมไม่เป็นผล และถ้าเจ้าแต่งกับข้าเองย่อมได้ประโยชน์เช่นกัน”

“ประโยชน์อะไร” ข้าถามอย่างคนโง่เขลา สำหรับข้ามันมีแต่เรื่องวุ่นวายที่ตามมา ท่านชายเจินยิ้มกว้างก่อนนั่งลงรินน้ำชาให้กับข้า

“หนึ่งเจ้าจะไม่มีถูกครหาว่าไม่มีใครเอา การแต่งงานนี้จะทำให้เจ้าลบคำครหานั้นได้ สองการเป็นเมียของข้า จะปกป้องตระกูลมารดาเจ้า เพราะตอนนี้คนที่วังหลวงจ้องจับผิดข้าอยู่ ไม่ว่าข้าจะไปไหนจะติดต่อกับใคร คนๆ นั้นต้องถูกเพ่งเล็ง ท่านยายจางจิวอวี่เป็นแม่ครัวหลวงที่กุมอำนาจหน้าที่สำคัญในการปรุงอาหารให้ห้าตำหนักใหญ่ และท่านยายเป็นคนเดียวที่ถูกคอกับข้าอย่างหาสาเหตุไม่ได้ หากข้าแต่งกับเจ้าจะช่วยปกป้องตระกูลมารดาเจ้าอีกทาง”

ข้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ทำไมเรื่องมันสับสนวุ่นวายขนาดนี้ การแต่งงานที่ปราศจากความรัก มันจะมีความสุขได้ยังไง ยิ่งกับคนแปลกหน้าด้วยแล้ว ความสุขของข้าจะหาได้จากที่ไหน กระดาษใบหนึ่งถูกยื่นมาให้ข้า

“ร่างสัญญาเสีย ข้ากับเจ้ามีผลประโยชน์ร่วมกัน ข้าจำเป็นต้องมีเจ้าเป็นภรรยาและเจ้าเองก็จำเป็นที่จะต้องมีข้าเป็นสามี!”

ข้ามองหน้าเขา ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจมาก นี่เขาเห็นข้าเป็นอะไรกันนี่ การแต่งงานของท่านพ่อท่านแม่ว่าเลวร้ายแล้วยังไม่เทียบเท่าการแต่งงานครั้งนี้ เขายิ้มร่า ทั้งๆ ที่ข้าอยากร้องไห้!

“ท่านเห็นข้าเป็นอะไร เห็นว่าเป็นสตรีที่ไม่มีใครเอาแล้วรึ ถึงกล้ามาล้อเล่น ชีวิตของข้าล่ะ ท่านทำไมไม่คำนึงถึงบ้าง วันหนึ่งถ้าหาท่านเจอคนที่รัก ท่านยังสามารถแต่งงานใหม่ได้ แล้วชีวิตข้าล่ะ ถ้ามีคนที่พึงใจข้าจะทำยังไง”

“ข้าจะเขียนใบหย่าให้เอง และสัญญาว่าเขาจะได้ในสิ่งที่เจ้าปรารถนาจะให้เขา ตอนนี้หากตัวข้าทำให้เจ้ามัวหมองข้าจะรับผิดชอบเอง” เสียงของเขาหนักแน่น ดวงตาคมคายจ้องมายังข้าอย่างหาความหมายไม่ได้ ข้ากำกระดาษในมือแน่น มือใหญ่ข้างหนึ่งแตะแก้มข้าแผ่วๆ คล้ายกับจะปลอบโยน

“แต่ข้าจะดีกับเจ้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะไม่ทอดทิ้งเจ้าและทุกคนในครอบครัว จำไว้เถิด โม่เหลียนฮวา”

ข่าวการแต่งงานของท่านชายสามของปาเสียนอ๋องกับบุตรสาวนายหญิงแห่งหอจันทร์เสี้ยวดังกระฉ่อนและเป็นที่รู้ไปทั่วหลินอันในเวลารวดเร็ว ท่านแม่ไม่พูดกับข้าทั้งวัน แต่ท้ายที่สุดเมื่อข้าเล่าเรื่องราวเมื่อคืนนั้นให้ท่านฟังว่า ที่จริงท่านชายเจินไม่ได้ล่วงเกินอะไรข้าเลย ซ้ำยังปลอบใจเรื่องที่เกิดขึ้นเสียอีก แต่บังเอิญเฉินหลวนมาพบเข้าพอดี

“ผีเจาะปากมาพูดจริงๆ ตอนเล็กๆ ไม่น่าเอ็นดูเช่นใด โตขึ้นก็ยังคงความไม่น่ารักเท่านั้น” ท่านแม่เอ่ย

“อย่าใช้คำว่าน่าเอ็นดูเลยเจ้าค่ะ คนอย่างเฉินหลวนต่อให้ตายไปกินน้ำแกงยายเมิ่งแล้ว นิสัยแย่ๆ ยังติดมาเหมือนเดิม”

ข้าเอ่ยพยายามให้ท่านแม่สบายใจขึ้น ซึ่งก็ได้ผลท่านยิ้มแต่ก็พลันหุบลงด้วยเวลาอันรวดเร็ว ข้าขยับเข้าไปใกล้ดึงร่างท่านมากอดแน่น ตอนนี้ทั้งๆ ที่กอดท่านแม่อยู่ข้ากลับหนาวเหน็บเหมือนอยู่ท่ามกลางน้ำแข็ง มือผอมซูบซีดแตะที่เรียวแก้มข้างที่ท่านพ่อตบแผ่วเบา

“เจ็บมากไหมลูก แม่ไม่เคยปกป้องเจ้าได้เลย แล้วต่อไปเล่าไกลสายตาแม่เจ้าจะทำอย่างไร”

“ข้าจะดูแลตัวเองให้ได้ ท่านแม่ อย่าได้กังวลเลยค่ะ ไม่นานหรอก ข้าจะกลับมาอยู่กับท่านชั่วชีวิต ท่านแม่สะอื้นไห้กอดข้าแน่น การจากลาทำไมมาถึงเร็วนัก ซ้ำข้าเองยังไม่ทันเตรียมตัวเลย”

“เหลียนเอ๋อร์ ฟังแม่นะ ลูกถ้าหากท่านชายเจินดีกับเจ้า ก็นับว่าเป็นวาสนาแล้ว ผู้หญิงเรานะ ถึงกำหนดให้มีผู้ชายเป็นผู้จับจูงโชคชะตา หากคนๆ นั้นเรารักและดีกับเราสวรรค์ก็อยู่ตรงนี้ แต่ถ้าเขาเป็นทุกอย่างที่ตรงข้ามกันทุกอย่างก็หมายถึงขุมนรกที่เราจะตกไปชั่วชีวิต แม่ไม่รู้เลยว่าท่านชายนั่นจะดีกับเจ้าไหม”

ข้าได้แต่ร้องไห้เป็นคำตอบแก่ท่าน ชะตากรรมของข้าสุดแท้แต่จะคาดเดาได้ การแต่งงานสำหรับเขาคือข้อแลกเปลี่ยน แต่สำหรับข้าคือสิ่งที่ไม่ปรารถนา เพราะมันไม่มีความรักอย่างที่ฝัน อย่างน้อยที่สุดหากจะมีใครสักจะแต่งงานกับข้า เขาก็น่าจะนึกรักข้าบ้าง…สักนิดก็ยังดี

ท่านยายน้อยเดินเข้ามาในห้องท่าทางไม่สบายใจนักเมื่อได้มาเห็นสภาพของข้ากับท่านแม่ ข้ามองเห็นว่าท่านมีแววตาแห่งความกังวลใจไม่น้อย แต่พอท่านชายเจินบอกว่า การแต่งงานจะช่วยคุ้มครองคนในตระกูลจางและท่านยาย ข้าก็เบาใจได้ส่วนหนึ่ง ข้ายกมือเช็ดน้ำตาพลางเอ่ย

“มานานแล้วหรือคะ ข้าทำให้ท่านอับอายหรือเปล่า”

“ยายจะคิดอย่างนั้นได้ยังไง หลานของจางจิวอวี่จะแต่งงานกับบุตรชายของปาเสียนอ๋อง มีอะไรให้น่าอับอาย เราจะจัดงานแต่งของเจ้าให้ยิ่งใหญ่ไปเลย”

ท่านยายน้อยเอ่ยพลางยิ้ม แต่มันช่างแสนเศร้านัก ข้าไม่รู้ว่าสีหน้าแววตาที่ท่านยายแสดงออกนั้นหมายถึงอะไร ท่านดีใจจริงๆหรือเปล่า หรือภายใต้รอยยิ้มนั้นจะซ่อนอะไรไว้เล่า หนังสือเก่าแก่ที่ผ่านกาลเวลาถูกยื่นใส่มือของข้า นี่มันตำราอาหารของตระกูลจางนี่

“ท่านยายเจ้าคะ นี่คือ…”

“สูตรลับของอาหารจากโฮ่ว์ถังถึงต้าซ่ง หลายชั่วคนนักที่ตระกูลเราได้ทำหน้าที่รับใช้หวงตี้ ด้วยการเป็นแม่ครัวหลวง ยายขอมอบหนังสือเล่มนี่ให้กับเจ้า”

“แต่ว่า ข้าทำอาหารไม่เป็นนะเจ้าคะ เอามาให้ข้าก็เหมือนเอาเนื้อย่างใส่กระบอกไม้ไผ่แล้วโยนให้หมากิน ข้าก็ดีแต่กินเท่านั้น”

“เจ้าต้องเรียนรู้การทำอาหารไว้บ้าง อย่างน้อยการอยู่ในตำหนักของท่านอ๋องแปดการเรียนรู้สูตรอาหารจะทำให้เจ้าอยู่รอดปลอดภัย ในฐานะสะใภ้ของตระกูลจ้าว”

ข้ามองท่านยายอย่างงงๆ แน่นอนข้ารู้ว่าตัวเองต้องแต่งงานเข้าตำหนักปาเสียนอ๋อง แต่ที่นั่นก็น่าจะมีบ่าวไพร่ มีแม่ครัวไว้ปรุงอาหารนี่ ข้าจะต้องเรียนรู้ไปเพื่อเหตุใด ราวกับอาการของข้าเป็นคำถามท่านยายถึงเอ่ยมาว่า

“พระชายาตี้เป็นสตรีที่เจนจัดเรื่องการเข้าครัวมาก สะใภ้ที่แต่งเข้าจวนอ๋องแปด สะใภ้ใหญ่ชายาของท่านชายผังอี้มาจากตระกูลจางที่ห่างสายกับเรา จางเผิงเผิง เชี่ยวชาญการปรุงอาหารจำพวกเส้น หมี่หยกจากตระกูลจางเป็นหนึ่งในเจ็ดสุดยอดโอชาที่หนึ่งปีจะมีอาหารชนิดนี้ในงานบวงสรวงบูชาฟ้าดิน ท่านชายฝู่ว์อี้แต่งงานกับสตรีจากตระกูลกั๊ว ตระกูลนี้ขึ้นชื่อเรื่องหมักสุราและที่สำคัญมหาขันทีที่อยู่ข้างกายพระมเหสีตอนนี้เป็นผู้มีอิทธิพลที่สุดในแผ่นดินคือคนสกุลกั๊ว”

ข้านั่งฟังท่านยายนิ่งในตอนนี้แม้แต่กลืนน้ำลายลงคอก็ยังยากเย็น ไม่ง่ายเลยการเข้าไปในตำหนักของอ๋องแปดนอกจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่แล้ว ฝีมือการครัวของบรรดาสะใภ้ก็ต้องเป็นเลิศด้วย ยิ่งคิดข้ายิ่งปวดหัวนักตอนนี้จะยกเลิกการแต่งงานจะทันไหม เพราะข้าไม่รู้ว่าจะสู้อะไรเขาได้ มือบางของท่านแตะที่บ่าของข้าคล้ายจะปลอบโยน มือเล็กๆที่ไม่หนักกลับวางภาระไว้บนบ่าข้าแล้วตอนนี้

“ตระกูลเราก็มิใช่จะแย่ อาหารของสกุลจางได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดโอชาห้าในเจ็ดอย่างสูตรอาหารทั้งหมดอยู่ในมือเจ้าแล้ว”

“แต่ข้ายังไม่เคยลองทำเลยนะเจ้าคะ ท่านวางใจได้อย่างไรว่ามันจะกินได้” ข้าพูดเสียงดังจนเกือบจะตะโกนออกไปแล้ว พลางมองหน้าท่านแม่กับท่านยายน้อยสลับกันไปมาแต่ก็หาคำตอบไม่ได้

“ทุกอย่างย่อมฝึกฝนกันได้เจ้าอ่านเขียนแตกฉาน การแต่งหนังสือสักเล่มใช้ใจเป็นสำคัญ การปรุงอาหารก็เหมือนกัน แค่ตั้งมั่นสูตรที่ว่าสุดยอดล้วนปรุงแต่งด้วยหัวใจ”

“ต่อให้เอาหัวใจข้าร้อยดวงต้มใส่หม้อ เคี่ยวสักสามวัน แน่ใจได้อย่างไรว่ามันจะกินได้!”

ข้าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในเวลานั้นข้ารู้แต่ว่าตัวเองได้ก้าวเข้ามาสู่วังวนที่ยุ่งยากเสียแล้ว ครั้นจะถอยหลังกลับ ทางท่านตาก็ส่งคนมาจัดสถานที่ตอนนี้ที่หอจันทร์เสี้ยวถูกประดับด้วยผ้าสีแดง และกระดาษที่เขียนถ้อยคำต่างๆ ติดตามประตูแปดทิศของหอจันทร์เสี้ยว ไม่บอกก็คงรู้ว่าท่านตาทุ่มทุนขนาดไหนเมื่อรู้ว่าข้าขายออกเสียที แต่ท่านจะเสียใจไหมนะ ที่ข้าแต่งงานครั้งนี้เป็นการแต่งงานหลอกๆ แต่เพราะข้อแลกเปลี่ยนเท่านั้น

“พยายามเข้านะ เหลียนฮวา ตำราสุดยอดอาหารก็อยู่ในมือเจ้าแล้ว หมั่นฝึกฝนทำตามสูตรบ่อยๆ เข้า เจ้าก็จะเก่งขึ้นเอง ไม่มีใครทำกับข้าวเป็นมาตั้งแต่เกิดหรอก ยายเชื่อว่าเจ้าทำได้”

“เจ้าค่ะ ข้ารับคำอย่างคนเหนื่อยอ่อน มือก็เปิดดูตำราที่ท่านยายให้มา แน่นอนบรรพบุรุษทางท่านแม่มีสิ่งที่สำคัญกว่าเงินทองก็คือสูตรลับของอาหาร ในเมื่อท่านยายน้อยเชื่อใจมอบมันให้ข้าแล้ว ข้าก็ควรตั้งใจทำทุกอย่างให้มันดีถึงจะเป็นแค่การแต่งงานหลอกๆ ก็เถิด

 

เชิงอรรถ : 

(1) เครื่องสายชนิดหนึ่งของจีน

Don`t copy text!