ชื่นกลิ่นกุสุมา บทที่ 18 : สิ่งที่ข้าแตกต่างจากนาง

ชื่นกลิ่นกุสุมา บทที่ 18 : สิ่งที่ข้าแตกต่างจากนาง

โดย : อวิ๋นหลง

ชื่นกลิ่นกุสุมา เรื่องราวของโม่เหลียนฮวา หญิงสาวที่โชคชะตาก็ทำให้เธอกลายมาเป็นพระชายาของบุตรชายปาเสียนอ๋อง ตำแหน่งที่มาพร้อมความยุ่งเหยิงในชีวิต แต่นางก็แสนจะเต็มใจ นิยายจีนของ อวิ๋นหลง นักเขียนสาวผู้มีผลงานมาแล้วมากมายหลายเรื่อง แต่เรื่องนี้คือนิยายจีนเรื่องแรกของเธอ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์ 

****************************

– 18 –

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูเจ้าคะ”

เสียงของพี่อี้เหลียนดังขึ้น ปลุกให้ข้าตื่นจากห้วงภวังค์ความคิด นานเท่าไหร่แล้วที่ข้าเอาแต่นั่งอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะเขียนหนังสือเล่มใหม่ แต่ใจข้ากลับล่องลอยไปคิดถึงรอยยิ้มของท่านชายเจิน คิดว่าในสิ่งที่เขาได้ทำไปนั้น เขาทำไปเพื่ออะไร หรือทำไปเพราะมีใจให้ข้าคิดได้เช่นนั้นใบหน้ามันก็เห่อร้อนราวกับมีไข้

“คุณหนูหน้าแดงจัง  ไม่สบายรึเปล่าเจ้าคะ”

“เปล่าข้าก็เป็นแบบนี้ออกบ่อยไป พี่ไม่เคยเห็นรึ” ข้าเอ่ยกลบกลืนเพราะไม่รู้ว่าพี่อี้เหลียนจะจับได้หรือเปล่าว่าข้ากำลังคิดอะไรอยู่ นางอยู่กับข้ามานานมากบางทีนางอาจจะเดาออกก็ได้ว่าข้ากำลังคิดอะไร

“โถ..คุณหนูก็ล้อบ่าวเล่นอยู่ได้ บ่าวเลี้ยงคนหนูมาตั้งแต่เกิดนะเจ้าคะ ไม่แก่เทียมนายหญิงแต่ด้วยวัยก็ใกล้เคียง ทำไมจะไม่รู้ว่าเวลาใดคุณหนูเศร้าทุกข์สุขเสียใจ”

“แล้วตอนนี้ข้าเป็นไงบ้างล่ะ” ข้าเอ่ยในขณะที่พยายามเอากระดาษที่เปรอะเปื้อนมาลองปลายพู่กันเล่น พี่อี้เหลียนลากเก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุดมานั่งใกล้ๆข้าพลางเอ่ย

“ท่านชายดีกับคุณหนูมากเลยนะเจ้าคะ สมกับเป็นยอดสามี”

“หือ! ยอดสามี” ข้าเอ่ยพลางมองหน้าพี่อี้เหลียนนิ่ง นางยิ้มอย่างพอใจก่อนเอ่ยขึ้นมาอีก

“จริงๆ นะเจ้าคะ อย่างน้อยบ่าวก็เคยเห็นผู้ชายแถวๆ บ้านเรา รู้นะเจ้าคะ ว่ารักเมีย แต่ถ้ามีเรื่องกับคนในครอบครัวไม่มีวันเข้าข้างเมียหรอกเจ้าค่ะ แต่ท่านชายยังปกป้องคุณหนู แถมยังกินอาหารที่คุณหนูทำหมดอีก แสดงว่าท่านชายเอาใส่ใจคุณหนูมาก”

“ใส่ใจอย่างนั้นรึ…”

ข้าพ่นลมออกมาจากอกอย่างจงใจ เขาใส่ใจข้า เพียงเพราะเรามีเรื่องต้องทำร่วมกันต่างหาก ตัวข้ามันก็แค่กาฝากชั้นต่ำที่ต้องอาศัยร่างเงาของต้นไม้ใหญ่เท่านั้น ถ้าหากว่าเขาใส่ใจเพราะรัก มันก็วิเศษน่ะสิ พี่อี้เหลียนยิ้มให้ข้าก่อนจะแตะแก้มของข้าเบาๆ

“วันนี้จะทำของว่างไว้รอท่านชายดีเจ้าคะ ทำบัวลอยน้ำขิงไส้งาดำดีไหม บางอย่างเราควรหัดทำของง่ายๆ ก่อน พี่อี้เหลียนบอกน้ำเสียงร่าเริง”

“หืม ก็ดีเหมือนกัน บัวลอยน้ำขิงกินตอนค่ำไล่ลมดีนัก ท้องไส้เวลาตื่นจะไม่ได้ปั่นป่วน”

ข้าเองก็ตอบตกลงนาง ก่อนจะเข้าไปในครัวเพื่อหาเครื่องทำของว่างให้กับท่านเจินในตอนเย็น ในตอนนั้นข้าเจอพระชายากั๊วที่กำลังคุมบ่าวในการทำอาหารกลางวันอยู่ นางเอื้อเฟื้อบอกว่าเครื่องครัวใดใช้ได้บ้าง อย่างน้อยที่สุดข้าก็รู้สึกว่าพระชายากั๊วก็น่าคบกว่าพระชายาจาง เพราะอย่างน้อยนางก็ไม่มองข้าด้วยหางตาอย่างเกลียดชัง ตอนที่พี่อี้เหลียนกำลังโม่แป้งอยู่นั้น นางก็ถามข้าขึ้นมาว่า

“เมื่อคืนเจ้าไม่ได้นอนที่ห้องกับท่านชายรึ น้องสะใภ้สาม”

“ท่านรู้ได้ยังไงพี่สะใภ้รอง” ข้าถามอย่างแปลกใจนึกในใจว่าวันที่เกิดเรื่องมีใครตื่นนอนกว่าข้าอีก ครั้นข่าวจะรั่วเพราะพี่อี้เหลียนมันก็ไม่น่าใช่”พระชายากั๊วมองหน้าข้าพลางเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี

“ที่นี่น่ะ แค่เจ้าไอเสียงดังคนเขาก็รู้หมดแหละ บ่าวของพระชายาใหญ่เอาไปพูด พอมาเมื่อเช้าข้าก็คิดว่าพวกเจ้าคงจะแง่งอนกันเป็นเรื่องธรรมดา ท่านชายดูรักเจ้าจะตาย”

ข้าเกือบจะพลั้งปากออกไปแล้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะอย่างที่พระชายากั๊วบอกที่นี่มีคนของพระชายาตี้และพระชายาจางอยู่มากมาย ครั้นจะพูดออกไปมันก็เป็นเรื่องไม่สมควรนัก ข้าได้แต่ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเอ่ย

“ข้าแค่กลัวว่าจะตื่นไม่ทันทำอาหารมื้อเช้าน่ะค่ะ เลยไปนอนกับพี่อี้เหลียน เมื่อคืนนี้ท่านชายกับหยินจงนอนที่ห้องนั้น ข้าเกรงว่า ถ้าลุกตอนเช้ามือพวกเขาจะนอนไม่เต็มตา ข้าก็เลยไปนอนกับพี่อี้เหลียนค่ะ”

“ข้าก็รู้สึกเหงาๆเหมือนกันแหละ ตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ข้ากับท่านพี่น่ะไม่ได้แต่งงานมาเพราะความรักหรอกนะ แต่โชคดีที่ตอนนี้เราเข้ากันได้”

พระชายากั๊วเอ่ยพลางยิ้ม ข้าเองก็ยิ้มตอบนางพลางเอาถั่วผสมงาไปบดให้ละเอียด อย่างน้อยที่สุดตอนนี้คนที่เหงาก็ไม่ได้มีเพียงข้า พระชายากั๊วโชคดีที่ปรับตัวและเข้ากับท่านชายรองได้ แต่เป็นตัวข้าสิ…ที่กำลังเผชิญปัญหาใหญ่ การปรับตัวอาจจะเสียเวลาเปล่า เพราะข้าไม่รู้ว่าจะได้จากที่นี่ไปตอนไหน ที่ทำๆ ไปก็เพราะต้องการอยู่รอดก็เท่านั้น พระชายากั๊วบอกให้บ่าวไพร่ยกของไปตั้งสำรับก่อนจะหันมาคุยกับข้าต่อ”

“ ที่จริงข้าออกจากแปลกนะว่าเจ้าทำไมถึงได้มาแต่งงานกับท่านชายสามได้ เท่าๆที่ข้ารู้ ท่านชายสามชอบคนสวยงดงามแต่เจ้า…” พระชายากั๊วพูดออกมาเหมือนพลั้งปาก นั่นทำให้ข้าไม่พอใจอยู่นิดๆ

“ ข้า…มันทำไม” ข้าเอ่ยและยอมรับว่าโกรธพระชายากั๊วจริงๆ บางทีไอ้เรื่องที่ข้าขี้เหร่นางแกล้งลืมๆ ไปบ้างก็ได้ ถึงแม้ว่าข้าจะรู้ตัวดี ก็ไม่ชอบให้ใครมาว่าตรงๆ แบบนี้

“ก็เพราะเจ้าต่างกับหยางซู่เจินราวฟ้ากับเหวน่ะสิ ผู้หญิงคนนั้นถือเป็นสตรีที่งดงามด้วยรูปทรัพย์และชาติตระกูล แต่ดีแล้วล่ะ…เพราะตระกูลหยางกับตระกูลกั๊วไม่ถูกกัน ถ้าหากได้นางมาอยู่รวมชายคา ทุกๆ วันของข้าคงเหมือนอยู่ท่ามกลางสงคราม”

“ผู้หญิงคนนั้นคือคนรักของท่านชายเจินรึ”

ข้าพูดเสียงแผ่วเบาหัวใจหล่นวูบ ทั้งๆ ที่บอกกับตัวเองว่าจะไม่สนใจเรื่องนี้อีก เพราะจริงๆแล้วเรื่องราวของท่านชายเจินไม่ว่าเรื่องอะไรๆ ล้วนแต่ไม่เกี่ยวกับข้าเลย แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่เลย ใจข้าเจ็บปวดที่รู้ว่าเขามีคนรักมาก่อน

“เกือบจะได้แต่งงานกันด้วยซ้ำ ใครๆในเมืองเปียนจิงก็รู้ดี แต่เรื่องมีอยู่ว่า หยางซู่เจินกลับเลือกที่จะเข้าวังเสียก่อน ท่านชายก็เลยหนีหายไปจากเมืองหลวง แต่พอกลับมากลับมีเจ้ากลับมาด้วยในฐานะภรรยา”

ข้ากะพริบตาถี่ๆ นี่ทำไมใจมันเจ็บจี๊ดแบบนี้นะ ใบหน้าของพระชายากั๊วเล่าเรื่องนี่มันเรียบเฉยเหมือนพูดเรื่องทั่วๆ ไปอย่างวันนี้ไปจ่ายตลาดแล้วได้อะไรมา ข้าลุกขึ้นสุดความสูงที่มีพลางทำท่าจะเดินออกไปจากห้องครัว แต่เพราะว่าพระชายากั๊วพูดขึ้นมาเสียก่อน

“แต่โชคดีแล้วล่ะที่เป็นแบบนี้ ผู้หญิงแบบนั้นใครอยู่ด้วยก็ไม่มีความสุขหรอก”

“ทำไมล่ะ อย่างน้อยหยางซู่เจินคนนั้นก็ดีกว่าข้าทุกอย่าง ทั้งสวยกว่าชาติตระกูลดีกว่า เหนือกว่าคุณสมบัติที่นางมีทุกข้อคือท่านชายรักนาง”

ข้ายืนนิ่งราวกับมีเชือกมาผูกขาไว้ ที่จริงข้าก้าวเท้าออกไปไม่ออกต่างห่าง ใจข้าเจ็บปวดเหลือเกินที่รู้เรื่องนี้ มือเย็นๆ ของพระชายากั๊วแตะที่หลังมือข้าเบาๆพลางเอ่ย

“เอาล่ะ ข้าจะเล่าเรื่องของหยางซู่เจินให้ฟัง แต่เจ้าสัญญาได้ไหม ว่าจะไม่เที่ยวพูดออกไป เรื่องหยางซู่เจินเป็นเรื่องใหญ่ พอๆ กับที่กับที่เจ้าทำหมั่นโถวที่เจ้าทำนั่นแหละ” ข้ากลืนน้ำลายลงคอด้วยอยากรู้ แต่ข้าจะอยากรู้ไปทำไมนะ เดิมทีนิสัยสอดรู้สอดเห็นนี่มันน่าจะไม่ใช่นิสัยของข้าเลย ถ้าไม่จำเป็น พระชายากั๊วก็กระซิบข้าด้วยเสียงที่แผ่วเบา

“เอาล่ะ หยางซู่เจินน่ะเป็นคน…”

“พี่สะใภ้รอง ท่านไม่ออกไปคุมบ่าวตั้งโต๊ะรึ” เสียงของผู้มาใหม่เข้มขึ้น ข้ากลืนน้ำลายลงคอแทบสำลัก กล้ามเนื้อที่แก้มก็กระตุกสุดขีดเวลายิ้ม ใจจริงข้าอยากจะร้องไห้มากกว่า โอ้…สวรรค์ ฟ้าไม่ทันมืด ทำไมเขารีบกลับบ้านมาเร็วจัง แววตาท่าทางตอนนี้ก็ดูน่ากลัวนัก

“น้องสาม วันนี้ทำไมกลับเร็วจริง โต๊ะกลางวันพี่ก็ยังไม่ตั้งเลย”

“พรุ่งนี้เสด็จลุงมีรับสั่งให้เหลียนฮวาเข้าเฝ้า ข้าเองเรื่องงานก็ไม่มีอะไรต้องทำเลยออกมาก่อน ท่านคุยอะไรกับนางอยู่รึ” คำพูดก็ดูธรรมดาแต่ทว่าแววตาที่มองข้าน่ะทำไมมันถึงน่ากลัวอย่างนี้

“เหลียนฮวา ไปเตรียมตัวเถิด ข้าจะพาเจ้าไปตลาด เครื่องประดับที่เจ้ามีดูธรรมดาเกินไป ข้าอยากซื้อปิ่นระย้าให้เจ้าไว้ปักช้องผม”

“แต่ข้ายังทำบัวลอยไม่เสร็จเลยค่ะ จะไปได้อย่างไร อีกอย่างข้ายังไม่ได้เจอหยินจงเลย ท่านแม่สั่งให้ข้าดูแลเขาให้ดี”

“เอาลูกไปด้วยสิ พรุ่งนี้หยินจงก็จะเข้าวังด้วย ไม่ต้องเอาบ่าวไปหรอกนะ”ข้ารู้สึกใจหายนิดๆ ที่พี่อี้เหลียนไม่ได้ไปด้วย อีกอย่างโดยนิสัยข้าก็คือไม่ชอบให้งานค้างคา

“ไปเถอะเจ้าค่ะ ไว้บ่าวจะปั้นบัวลอยไว้รอคุณหนูทำไส้ไว้แล้วใช่ไหมคะ กลับมาต้มน้ำขิงก็คงเสร็จ ข้าเอ่ยปากขอโทษพลางเดินออกไปที่รถม้าหน้าวัง ท่านชายเจินบอกกับบ่าวต้นห้องพระชายาตี้ให้บอกว่าไม่ต้องจัดสำรับเผื่อ หยินจงวิ่งท่าทางตื่นเต้นมาจูงมือข้าไว้

“เราไปเที่ยวกัน ท่านพ่อขอรับ ข้าอยากกินขนมแป้งทอดไส้ผัก”

“ได้…ขึ้นไปรอในรถม้าเถิด พ่อมีเรื่องจะพูดกับพี่เหลียนฮวา”หยินจงวิ่งออกไปรอบนรถม้าอย่าว่าง่าย ท่านชายเจินมองข้าอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะเอ่ย

“เจ้าควรแต่งหน้าบ้าง เวลาอยู่ที่บ้าน”

“เอ๋…”ข้าเผลอพูดออกมาอย่าแปลกใจเพราะคิดว่าที่พูดๆ กับพระชายากั๊วเมื่อสักครู่ ท่านชายอาจจะได้ยินก็เป็นได้ มือเรียวยาวแตะที่แก้มข้าเบาๆพลางเอ่ย

“เจ้าดูจืดชืดเกินไป เครื่องสำอางที่เจ้ามี มันดูเหมือนสีดอกไม้เหี่ยว อายุแค่ย่างสิบหก แต่ขาดสีสันในชีวิตอย่างน่าประหลาด”

“ท่านหมายความว่าอะไร ข้าน่ะนะขาดสีสันประสา แต่งหน้าข้าก็แต่งเป็น”

“แต่มันดูไม่สวย เอาล่ะ…จะพาไปเลือกเครื่องสำอางกับเสื้อผ้าใหม่ พรุ่งนี้จะเข้าวังแล้ว เสื้อผ้าที่เจ้ามีแต่มันดูธรรมดาเกินไป เจ้าเข้าไปที่วังหลวงในฐานะภรรยาของข้า อีกอย่างข้ายังไม่ได้ซื้อเครื่องประดับให้เจ้าสักชิ้น อยู่ที่นี่อย่างไรเสียก็ต้องให้สมฐานะ” คราวนี้ข้ายิ้มออกจริงๆ เพราะเขาคงไม่รู้เรื่องที่ข้าคุยกับพระชายากั๊วแน่ๆ ดูแล้วข้าคงกังวลจนเกินไป แต่ก่อนจะขึ้นรถม้า ท่านชายเจินก็บอกกับข้าว่า

“เรื่องที่เจ้าอยากรู้น่ะ คำจากปากคนอื่นขาดตกบกพร่องไปอาจจะทำให้ไม่เข้าใจชัดเจน อย่างที่ข้าบอกวันที่ข้าพร้อมที่สุด เรื่องทุกอย่างข้าจะเล่าให้เจ้าฟังเอง”

 

Don`t copy text!