ฝุ่นในสายลม บทที่ 26 : อำพราง

ฝุ่นในสายลม บทที่ 26 : อำพราง

โดย : ม.มธุการี

Loading

ฝุ่นในสายลม โดย ม.มธุการี เรื่องราวของลัทธิประหลาดกับความเชื่อของคนที่กระตุ้นสัญชาตญาณนักข่าวของภาวิน เขาจึงแฝงตัวเข้าไปสืบความลับของลัทธินี้ แต่ตัวคนเดียวอาจทำไม่สำเร็จ มีเพียงฝนดาว หญิงสาวที่สูญเสียญาติสนิทไปกับลัทธินี้ที่อาจจะช่วยเขาไขปริศนาอันดำมืดนี้ได้ อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้ที่เพจอ่านเอาและเว็บไซต์ anowl.co

 

ฝนดาวเร่งฝีเท้าเพื่อนำถาดอาหารไปยังจุดหมาย เลยเที่ยงไปเล็กน้อยและเธอคนนั้นอาจจะหิว

สองข้างทางมีดอกกุหลาบหลากสี ชูช่อส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ ไม่ใช่สวรรค์ก็เหมือนสวรรค์ มันมีบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ที่ทำให้ความทรงจำของเธอพร่าเลือน

เมื่อไปถึงบริเวณที่สตรีผู้นั้นนั่งปฏิบัติธรรมอยู่ ฝ่ายนั้นก็หันมองหล่อนอย่างแปลกใจ

“อ้าวหนู ฉันยังคิดว่าหนูจะไม่มาแล้วเสียอีก”

“ฝนเปลี่ยนใจค่ะ”

ฝนดาวจัดถาดใส่อาหารวางไว้เบื้องหน้าอีกฝ่าย อาหารหน้าตาเดิมๆ ที่ไม่มีเนื้อสัตว์ให้เห็น นอกเสียจากผักผลไม้กับเครื่องดื่มแก้วเดียว

“ฟังคุณเล่า ฝนก็อยากจะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้”

“ดีหนู อีกอย่างสถานที่นี่ก็ปลอดภัยถ้าหนูจะมาพักที่นี่นานๆ ค่าใช้จ่ายอะไรก็ไม่ต้องเสีย ทางศูนย์ดูแลทุกอย่างให้หมด จุดมุ่งหมายก็คือ อยากให้ทุกคนได้เข้าใจ รู้แจ้งถึงความจริงที่ปกปิดซ่อนเร้นกันมานาน”

คุยไปขณะจัดการกับอาหารเบื้องหน้าไปช้าๆ ท่าทางของเธอไม่ใส่ใจกับอาหารนัก เพราะแตะต้องโน่นนิดนี่หน่อยพอเป็นพิธี

“อะไรหรือคะที่ปิดบังซ่อนเร้นกันเอาไว้ ฝนไม่เข้าใจ” หล่อนถามระแวดระวัง

“การติดต่อระหว่างดวงดาว ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทางด้านเทคโนโลยี หรืออะไรก็แล้วแต่ ประชากรโลกไม่มีโอกาสได้รู้ความจริงทั้งหมด ไม่รู้ในสิ่งที่ควรจะได้รู้ สิ่งนี้สำคัญนะหนู…เราควรต้องรู้เพื่อการหลุดพ้นทางจิตวิญญาณ ที่ผ่านมาเราทุกคนต่างก็อยู่ในความมืดมนมานาน พอจะมีข้อมูลเรื่องมนุษย์ต่างดาวหลุดออกมา จากที่โน่นที่นี่  มากบ้างน้อยบ้าง ส่วนมากหลุดเพราะคนที่เคยทำงานอยู่เบื้องหลังมานานนั่นแหละ ที่นำมาเปิดเผย ถึงขนาดนั้นก็ยังถูกทางการปิดปาก บางคนตาย บางคนต้องหลบหนีซ่อนตัว ครอบครัวต้องถูกคุกคาม ขนาดดอกเตอร์เอกภพเองก็ยังต้องหลบหนี หนูคิดว่ามันถูกต้องเป็นธรรมหรือเปล่าล่ะ”

“ดอกเตอร์ต้องหลบหนี…หลบหนีจากอะไรหรือคะ”

“จากกลุ่มคนที่กลัวว่าท่านจะเอาความจริงมาเปิดเผยให้ชาวโลกรับรู้น่ะสิ หนูต้องอย่าลืมว่าท่านเคยทำงานให้กับองค์การนาซามาก่อน ก็นะ…ใครจะรู้ดีไปกว่าองค์การนาซา เกี่ยวกับเรื่องนอกโลก เรื่องจากดาวดวงอื่น พวกเขามีเครื่องมือที่ทันสมัย ขณะที่พวกเรามีแค่สองตากับสองแขน กับกล้องดูดาวที่ทำขึ้นมาเอง ไม่มีวันที่จะได้รู้อะไรทั้งหมดหรอก”

“แล้วความจริงที่ว่าเนี่ย มีหลักฐานทุกอย่างรึเปล่าคะ”

“คำกล่าวของดอกเตอร์นั่นไงคือหลักฐานทั้งหมด หรือหนูคิดว่ายังต้องการอะไรอีก” เธอนิ่วหน้านิดๆ จ้องมองฝนดาวแน่วนิ่ง

“ฝนหมายถึงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อะไรพวกนั้นน่ะค่ะ” ฝนดาวอ้อมแอ้มตอบ

“ดอกเตอร์เองก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วไม่ใช่หรือสำหรับความน่าเชื่อถือ เอาเถอะ ฉันว่าหนูยังใหม่อยู่สำหรับที่นี่ ยังไม่เข้าใจทุกอย่างได้อย่างถ่องแท้ ก็ต้องค่อยๆศึกษาไป เมื่อก่อนฉันก็เหมือนหนูนี่แหละ เชื่ออะไรง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ แต่พออยู่นานไป ได้ศึกษา

คำสอนของดอกเตอร์ ฉันก็ต้องยอมรับว่านั่นละ…คือความจริงแท้แน่นอน คือเส้นทางไปสู่การหลุดพ้น  ฉันถึงได้ตัดสินใจมาอยู่ที่นี่ และตัดทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เป็นเรื่องทางโลกออกไปให้หมด”

“แล้ว…แล้วคุณจันทราไม่ห่วงทางบ้านบ้างหรือคะ ฝนหมายถึงครอบครัว อีกอย่างฝนคิดว่าเขาก็น่าจะห่วงคุณมากเลยนะคะที่มาอยู่แบบนี้” ฝนดาวพยายามระวังคำพูดมากกว่าเดิม เพราะรู้ว่าถ้าพูดอะไรผิดไปนิดเดียว การสื่อสารทั้งหมดก็จะยุติลงแค่นั้น

“ฉันตัดสินใจแล้ว ชีวิตเป็นของเรา ใครก็ใช้ชีวิตแทนเราไม่ได้ แม้แต่คนที่เรารักมากที่สุด เรื่องทางโลกเป็นความผูกพัน เป็นภาพลวงตาที่ตัดออกไปไม่ได้ แต่ฉันก็ไม่เคยลังเลในเส้นทางที่ตัวเองเลือกแล้ว สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่เดียวที่รวมบรรดาผู้คนที่ฉันไว้วางใจเอาไว้มากที่สุด พวกเราเชื่อในสิ่งเดียวกัน…สำหรับฉันที่นี่คือบ้าน ดอกเตอร์เป็นจุดศูนย์รวม ที่ทำให้เราอยู่ร่วมกันได้  และที่สำคัญ…ท่านมาจากต่างดาวในชาติภพที่ผ่านมา ส่วนชาตินี้ ท่านคือลูกครึ่งมนุษย์โลกและมนุษย์ต่างดาว ท่านอุทิศตัวอย่างมุ่งมั่น ที่จะพาพวกเราไปถึงจุดหมายปลายทางได้ในที่สุด



Don`t copy text!