เมียอันดับห้า บทที่ 11 : เมียสามปะทะเมียสี่

เมียอันดับห้า บทที่ 11 : เมียสามปะทะเมียสี่

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 11 –

ท่าทางเยือกเย็นของภีม กับคำถามสั้นๆ

“แล้วไง”

ทำเอาไหมแพรแทบไปไม่ถูก แต่เชิดหน้ากล่าวว่า

“คนถูกทำร้ายแจ้งความ แต่ก็ถูกอำนาจเงินของคุณทำเรื่องเงียบ” หล่อนพูดอย่างมีอารมณ์

“ไหนล่ะ หลักฐาน”

“ถ้ามีหลักฐานจริงๆ พวกเราคงไม่ตามล่าหาความจริงกันหรอกค่ะ”

ชายหนุ่มยักไหล่

“อย่ากล่าวหาลอยๆ ไร้สาระ!”

เขาเดินไปทันที แม้ไหมแพรจะพยายามตามไป

“คุณภีม…คุณภีมคะ”

เขาไม่ยอมหยุด ไหมแพรต้องเป็นฝ่ายหยุดเสียเอง

และแล้วก็เห็นนักข่าวกรูไปที่บริเวณด้านหน้างาน มีใครกำลังก้าวเข้ามา…

จันทนี…อดีตเมียเพิ่งหย่าหยกๆ มาร่วมงานด้วย พร้อมกล่องของขวัญมอบเอาไว้ที่โต๊ะหน้างาน

นักข่าวกรูเข้ามา จันทนีหัวเราะ แอบคิดในใจ

อดีตภรรยายังมีความน่าสนใจ…ยังเป็นข่าวได้อีกนะ

“จะตอบทุกคำถาม อย่าแย่งกันถามนะคะ ตอบแน่ๆ ค่ะ อ๋อ…ค่ะ…ค่ะ…ต้องมาสิคะ งานวันเกิดคุณย่าทั้งคนนี่คะ”

คำถามตรงๆ โพล่งขึ้น

“ท่านไม่ปลื้มคุณ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณต้องหย่ากับคุณภีม ท่านอาจไม่พอใจที่เห็นคุณมางานนะคะ”

“อุ๊ยตาย! ท่านคงไม่ถึงขนาดไล่อดีตหลานสะใภ้หรอกค่ะ”

“เมื่อครู่ท่านไม่ค่อยสบาย ให้สัมภาษณ์แป๊บเดียว เห็นหน้าคุณอาการอาจจะหนักขึ้น”

โอ๊ย…จะบ้าตาย ถามอะไรเนี่ย คำถามชวนทะเลาะ ไม่สร้างสรรค์ ไอ้พวกนักข่าว…แล้วก็เห็นไหมแพร

ไหมแพรอยู่ตรงหน้า เงียบกริบ

คู่กรณีของหล่อน แม้จะผ่านมาเกือบปี แต่จำได้แม่นยำ

จันทนีหัวเราะ ชี้หน้าไหมแพรอย่างไม่เกรงใจ

“อ๋อ…ผ่านมาปีหนึ่ง ก็ยังเป็นนักข่าว วิ่งสัมภาษณ์อยู่เลยนะ”

ไหมแพรอ้าปากจะพูด แต่ถูกสินีสะกิดและเตือนเบาๆ

“อย่า…อย่าเชียวนะ คนเยอะแยะ เราจะเสียเปรียบ”

ไหมแพรยอมสงบ และถอยออกมาสงบสติอารมณ์ ให้สินีทำหน้าที่ของหล่อนไป

นักข่าวรุมสัมภาษณ์จันทนี ดูหล่อนจะโดดเด่น ทั้งที่เพิ่งมาถึงและยังไม่ได้ทักทายใครในงานเลย

จันทนีมีท่าทีพอใจเป็นพิเศษในความเด่น…แต่แล้ว…พอมีใครอีกคนปรากฏตัวขึ้น ก็ถูกดึงความสนใจทันที

พรวิไล…ดารานักแสดงเซ็กซี่

เป็นดาราแสนสวยก็เรียกร้องความสนใจได้แล้ว หล่อนยังแต่งกายด้วยชุดราตรีสั้นเกาะอก กระโปรงสั้นผ่าข้าง ไม่ว่ามองบนหรือมองล่างล้วนแต่เป็นจุดเด่น

นักข่าวผละไปทันที กรูเข้าหาพรวิไล

ชุดสีแดงเพลิงของจันทนีดูด้อยไปเลย เมื่อเทียบกับชุดเขียวมรกตแหวกบนแหวกล่างของพรวิไล สมกับได้ฉายาเซ็กซี่

จันทนีหน้าเสีย เม้มริมฝีปาก ดวงตาวาวอย่างขุ่นเคือง

จันทนีชุดแดง กับอัญมณีทับทิมที่ได้รับเป็นของขวัญวันแต่งงานจากคุณย่าฉวี

พรวิไลชุดเขียว กับอัญมณีมรกตทั้งชุด สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวนและต่างหู งดงาม และได้รับเป็นของขวัญจากคุณย่าฉวีเช่นกัน

ต่างใส่มาประชันเต็มที่

นักข่าวสัมภาษณ์ดาราได้ข่าวมากกว่าที่ต้องการ ทั้งละครเรื่องใหม่ ทั้งความสัมพันธ์กับดาราหนุ่มที่มีครอบครัวแล้ว ข่าวฉาวที่ลือกันไม่จบไม่สิ้น

จันทนีอารมณ์เสียทันที เดินกระฟัดกระเฟียดจะไปพบผู้ใหญ่ในงาน แต่ต้องผ่านไหมแพรที่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จันทนีหยุดกึกกล่าวว่า

“หัวเราะเยาะอยู่ในใจใช่ไหม เห็นหน้าก็รู้!”

“ตอบแบบไม่โกหก…ก็ใช่ค่ะ!”

“พวกนักข่าว…ฮึ…เห็นแต่งตัวโป๊ ก็อยากมีรูปไปลงข่าว เชิญเลย ฉันไม่ใช่ดารา ไม่มีข่าวฉาว เป็นคนละประเภทกัน!”

“ถามตัวเองและตอบตัวเองได้ด้วย คุณเป็นคนประเภทไหนน่าจะรู้ตัวดี ที่บอกว่าแหวนหายและใส่ร้ายคนอื่น มันรุนแรงกว่าแต่งตัวโป๊ที่คุณตำหนิคุณพรวิไลด้วยซ้ำ”

อดีตเลขาฯ สาวของภีมตาโต

“แหวนหายไปแล้ว แหวนหายจริงๆ พวกขี้ขโมยไม่ยอมรับ”

ไหมแพรยักไหล่

“หายไม่หายคุณรู้แก่ใจ ฉันไม่เคยเห็นแหวนวงนั้น”

“เพื่อนเธออาจเป็นคนเอาไปก็ได้”

“ฉันเชื่อใจนี เหมือนเชื่อใจตัวเอง”

“มีใครเชื่อใจใครได้บ้าง ผัวเมียนอนเตียงเดียวกัน พริบตาก็กลายเป็นคนอื่นไป ใจคนก็เหมือนกัน วันนี้อย่าง พรุ่งนี้อย่าง อย่าบอกนะว่าเธอไม่เคยแปรเปลี่ยน!”

“คุณจันทนี…ทุกคนเปลี่ยนแปลงได้ แต่ต้องมีเหตุผลที่ไม่ใช่ทำผิดศีลธรรม จงใจใส่ร้ายอย่างคุณ ตั้งใจทำให้ฉันเสียงานเสียการ ฉันเป็นคนจดจำแม่น!”

จันทนีแค่นหัวเราะ

“ก็สมควรละนะ”

“แต่ฉันยังสงสัยจนวันนี้ คุณตั้งใจใส่ร้ายฉันกับเพื่อนเพราะอะไรกันแน่”

“ส่องกระจกดูหน้าตัวเองสิ”

ไหมแพรงง

“กระจก…หน้าตัวเอง?”

“โอ๊ย…ไม่อยากชมว่าสวยหรอก แต่ไม่ชอบคนหน้าแบบเธอ!”

“งั้นคุณก็ใส่ร้ายฉันจริงๆ”

จันทนีเกือบพลาดแล้วไหมล่ะ แหวนไม่ได้หายหรอก แต่เกิดไม่ถูกชะตากับไหมแพร หล่อนจำต้องยืนยันความคิดเดิม

“เปล่า…แหวนหายจริงๆ”

“แล้วมันจะหายไปไหน ในเมื่อฉันไม่ได้หยิบไปเลย”

“ไม่รู้ละ ฉันปะคำว่าขโมยอยู่บนหน้าผากเธอแล้ว!”

แบบนี้ก็ได้ด้วย แต่ยังไม่ทันพูดตอบโต้ จันทนีก็ผละไปจ้องหน้าพรวิไล เปลี่ยนทิศ ยังไม่ไปพบคุณย่ากับคุณแม่ของภีม

พรวิไลกำลังยิ้มแย้มให้สัมภาษณ์ และให้ช่างภาพถ่ายรูปกันเต็มที่ และเมื่อเห็นจันทนี ดาราสาวเซ็กซี่ก็กล่าวขอตัว

“พอก่อนนะคะ สัมภาษณ์พอหอมปากหอมคอ” โบกมือให้ด้วยกิริยาอ่อนหวาน

เมียอันดับสี่กับอันดับสามได้พบกันจังๆ และทั้งคู่ก็โดดเด่น กินกันไม่ลง

ทางด้านอาวุโส พรวิไลถือเป็นพี่ พี่ทั้งด้านอายุ และพี่ทั้งเรื่องมาก่อนอีกคน

เมียสามพี่เมียสี่ ควรรอให้น้องมาทักทายก่อน

จันทนีเสแสร้งยิ้มหวาน ใช่แน่นอน…เป็นเมียสี่ อ่อนวัยกว่าด้วย จึงเข้ามาทักทาย

“สวัสดีค่ะ พี่วิ” เริ่มต้นท่าจะไปได้ดีละนะ ถ้ายกมือไหว้และจบแค่นั้นก่อน แต่ยังพูดต่อ “พี่วิยังเหมือนเดิมนะคะ แต่งตัวโป๊จัง ระวังคุณย่ากับคุณแม่จะไม่ปลื้มนะคะ”

ดาราเซ็กซี่สะดุดเล็กน้อย แต่ยังยิ้มได้ เรื่องเล่นละครไม่เป็นรองใครหรอก

“หวัดดีค่ะคุณนี ข่าวล่าสุดที่เลิกกับคุณภีม พี่ตกใจมากเลย พี่คิดว่าคุณนีจะสามารถจับคุณภีมอยู่หมัด เสียดายจัง แต่คุณนีก็คงโกยไปเยอะแล้วนะคะ กินจนอิ่มแล้วมังคะ”

จันทนีหน้าแดง เครื่องสำอางเข้มอยู่แล้ว ยิ่งเข้มจัด

“นีก็เหมือนพี่วิละ จับคุณภีมไม่แน่นพอ แต่เลิกกับคุณภีม เลิกด้วยดี ไม่มีข่าวคาวอะไรค่ะ”

ข่าว…คาว…โดยเฉพาะคำว่า ‘คาว’ เจ้าหล่อนกระแทกเสียงดังเป็นพิเศษ

มีหรือนางร้ายดาวโป๊จะยอมง่ายๆ

“วงการละครก็แบบนี้ ข่าวคาวคู่กับข่าวลือข่าวเท็จ เขียนให้มันสนุก ให้มันขายได้ พี่ยังดัง ยังเป็นจุดขาย แต่คุณสิ พอหย่ากับคุณภีมก็เงียบหายไปเลยนะ พอพี่รู้ข่าว พี่อยากโทรไปปลอบใจคุณแทบตาย แต่ก็ไม่โทรเพราะรู้ว่าคุณกำลังเสียใจ ปล่อยให้ร้องไห้ให้พอก่อน”

ซึ่งความเป็นจริง พอรู้ข่าว หล่อนหัวเราะแทบเป็นบ้า หัวเราะลั่นกองถ่าย จนคนในกองแตกตื่น

หัวเราะเยาะ สะใจ สมใจ

เลิกกับภีมแล้ว แต่ยังรักและหวง

อิจฉาคนใกล้ตัวภีม สะใจจริงๆ ที่สุดท้ายภีมก็ยังไม่มีใครใกล้ตัว รู้ทั้งรู้ โอกาสกลับไปยาก เพราะข่าวคาวและด่านย่ากับแม่ แต่คนเราน่ะ ถ้ามีโอกาสก็ยังมีความหวัง

ภีมทั้งหล่อทั้งรวย มีใครบ้างไม่อยากกลับ ด่านยากที่สุดคงเป็นด่านหินแข็งแกร่ง…ย่ากับแม่ของภีม

ปวดใจนะ กับข่าวคาว!

เท็จ…จริง…อย่างไร หญิงสาวรู้อยู่แก่ใจ

มีบ้างละ ที่หล่อนจะเผลอไผล เคลิบเคลิ้มไปกับการแสดงบ้าง…บ้างจริงๆ แต่หัวใจหล่อนยังเป็นของภีมเสมอ

จันทนีอยู่ฝ่ายตรงข้าม แม้จะเป็นเมียอันดับสี่ ยังเป็นน้องมาทีหลัง หาใช่ย่อยไม่ การปะทะตอบโต้ด้วยคำพูดยังคงร้อนแรง

“นีขอบคุณพี่วินะคะ ที่อยากปลอบใจนี แต่พี่วิก็เอาตัวให้รอดก่อนเถอะค่ะ ข่าวคาวพี่วิขายได้จริงๆ ขายดีด้วย ล้างออกยากค่ะ”

เน้น ‘ข่าวคาว’ ซึ่งพรวิไลเสียเปรียบแน่ อารมณ์เริ่มคุกรุ่น ไม่พอใจรุนแรง

เย็นไว้…เย็นไว้ พรวิไล เล่นละครต่อไป สงบสติอารมณ์ต่อไป ชีวิตก็คือละครฉากหนึ่ง

“พี่โทษพวกนักข่าวละ เขียนมั่ว!”

“ค่ะ…มั่ว”

“นั่งเทียนเขียน!”

“อ๋อ…ค่ะ…นักข่าวก็แบบนี้ละค่ะ แต่ต้องมีกลิ่นโชยออกมาบ้าง แหม…บางทีนะคะ กิเลสตัณหาของมนุษย์มันยากระงับ”

“คุณพูดอะไร”

“เล่นละครต้องกอดต้องจูบ มีหรือจะไม่หวั่นไหว”

“มันเป็นแค่ละคร”

“แหม ขนาดคนดูยังเคลิบเคลิ้ม แล้วคนแสดงจะขั้นไหนคะ”

“เกินไปแล้วนะ”

“พี่วิขา…นีกำลังชมที่พี่วิแสดงได้เด็ดดวง ใครๆ ดูก็อิน”

“ก็ดี ถ้าชมว่าพี่แสดงเก่ง” ต้องสูดลมหายใจลึกๆ ระงับอารมณ์

“ค่ะ เก่งสุดๆ ค่ะ” พูดไปก็กลั้นหัวเราะไป

“ว่าแต่คุณเถอะ ทำท่าไหนจึงหย่า เห็นว่าซื้อกระเป๋าราคาเป็นล้านทุกเดือนเลยเหรอ พี่ว่าไม่จริงมั้ง คนอย่างคุณนีคงไม่ฆ่าตัวตายด้วยการใช้เงินแบบไม่ยั้ง จนผู้ใหญ่ไม่ปลื้ม”

จันทนีเม้มริมฝีปาก ก่อนกล่าวว่า

“ร่ำรวยขนาดนั้น จะใช้เท่าไร คุณภีมไม่ว่าค่ะ คุณย่ากับคุณแม่เข้าใจผิดบางอย่าง”

“ใช้เงิน ดูจากบัญชีเครดิตการ์ดก็รู้”

“โอ๊ย…นีใช้เงินอยู่ในขอบเขตนะคะ พี่วิคงได้ข่าวมาผิดๆ”

พรวิไลอมยิ้มมีเลศนัย

“แล้วเงินสดที่นอกเหนือจากวงเงินเครดิตการ์ด เห็นว่าขอจากคุณภีมทีละสามสี่แสน ขอทุกอาทิตย์ จนคุณย่ากับคุณแม่สงสัย คุณนีไม่แนบเนียนเลย เข้าบ่อนต้องปลอมตัวหน่อย เป็นถึงภรรยาคุณภีม เข้าบ่อนทำคุณภีมเสื่อมเสียชื่อเสียง”

จันทนีหน้าเข้ม เอาแล้ว เรื่อเข้าบ่อนเล่นการพนัน เพราะว่างเกิน เพราะต้องการเล่นสนุกๆ เรื่องแบบนี้พยายามปิดให้มิดที่สุด ยอมหย่ากับภีมก็เพื่อชื่อเสียงของภีม แลกกับเงินก้อนโต

ไม่มีอะไรที่เป็นความลับสักอย่าง

เรื่องเล่นพนันก็พูดกันแต่ในบ้าน

ตอนจะหย่า คุณย่ากับคุณแม่พูดกับหล่อน และเสนอกับหล่อน

เงินแลกหย่า

ไม่เช่นนั้นจะแฉ…เสียทั้งสองฝ่าย แต่เงินมันมากพอจะทำให้จันทนียอมหย่าเงียบๆ

“นีแค่เล่นสนุกๆ” พูดด้วยความอึดอัด “สนุกๆ แค่นั้น”

“อ๋อ แล้วผีพนันที่ถูกคุณย่าตำหนิ มาจากไหนหนอ”

ตายแล้ว…จันทนีตกใจ พรวิไลก็รู้ลึกเหมือนกันนะ แสดงว่ายังมี ‘สาย’อยู่ในบ้านสุททินพงษ์

“ใครเป็นผีพนัน นีบอกแล้วเล่นสนุกๆ ผู้ใหญ่เข้าใจผิดไปเอง”

พรวิไลตีหน้าสงบ พยักหน้า

“คงงั้นมั้ง สนุกมากเลย เสียคืนละเป็นแสน เป็นล้าน แหม…สนุกเกินไปหรือเปล่าคุณนี”

หน้าเข้ม…เข้มจนแดงจัด

“ขนหน้าแข้งคุณภีมไม่ร่วง!”

“ไม่ร่วงหรอก แต่คนเป็นเมียร่วงไปเสียก่อน” แล้วก็หัวเราะขบขัน

จันทนีกำมือแน่น

“นียอมหย่าเพราะคุณย่ากับคุณแม่ไม่ชอบนี ไม่ใช่เพราะการพนัน แต่พี่วิต่างหากที่ต้องหย่าเพราะข่าวคาว น่าสมเพชกว่านีเสียอีก!”

พรวิไลยิ้มเยาะไม่ออก

“บอกแล้วว่าข่าวคาวเป็นข่าวเท็จ!” สูดลมหายใจลึกๆ

“อ๋อ…หรือคะ ใครจะเชื่อ อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ พระเอกข่าวคาวออกจะรูปหล่อ เข้าฉากกอดจูบกัน พี่วิคงเผลอไผลไปบ้างนะคะ วาบหวามรัญจวนจิต”

สุดทน พรวิไลเงื้อมือจะตบจันทนี!



Don`t copy text!