เมียอันดับห้า บทที่ 15 : ที่สงบ

เมียอันดับห้า บทที่ 15 : ที่สงบ

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 15 –

คลิกซื้อ E-Book ‘ในสวนอักษร’ ที่นี่

ไหมแพรชะงักแล้วก็โคลงศีรษะ กล่าวอย่างผิดหวัง

“นักธุรกิจที่เก่งกาจอย่างคุณภีม หรือจะมีดีแค่ชื่อ กล้าเอาเรื่องส่วนตัวมาข่มขู่นักข่าวสำนักพิมพ์เล็กๆ”

“เธอเองก็ใช่ย่อย กล้าต่อรอง”

“ทางคุณเป็นฝ่ายต่อรอง”

“เพราะมันจะเสียหายภาพพจน์บริษัท”

“ฉันว่ามันเสียหายกับภาพพจน์คุณมากกว่า”

“เอาอดีตมาเล่นงานฉัน”

“อดีต…ก็จริงนะคะคุณภีม อดีตของคุณ อดีตภรรยาคุณ และอดีตที่ฉันถูกคุณจันทนีเล่นงาน ใส่ร้ายว่าเป็นขโมย ทุกวันนี้ยังลบล้างไม่ออก ความจริงยังคลุมเครือ ฉันเจ็บใจนะคะ เพราะฉันไม่ได้ขโมยแหวนของคุณจันทนี”

หล่อนยืนยันหลายครั้งด้วยถ้อยคำหนักแน่น เสมือนพูดจริงเสมอ จนเขาอยากจะเชื่อ…เชื่อ…แต่บางอย่างบางเรื่อง เขายังอคติอยู่ดี

“ไม่ต้องพูดเรื่องนั้น แค่เรื่องปัจจุบันก่อน ฉันไม่มีเวลามาก”

หญิงสาวเบ้ปาก

“ฉันไม่อยากคุยกับคุณ”

ภีมดูท่าโกรธ แต่พยายามจะระงับ…พยายาม

“เธอ”

“ฉันไม่ได้กินเงินเดือนคุณ และคุณคมกริชถึงจะเป็นอะไรกับฉันก็ตาม คุณควรแยกแยะว่าอะไรควร อะไรไม่ควร โดยเฉพาะการข่มขู่ก็แย่เต็มที คนทำงานนะคะ กรุณาดูที่ผลงาน ไม่ใช่มัวแต่คิดเรื่องส่วนตัว ฉันยังเชื่อว่าคุณเป็นมืออาชีพพอ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถบริหารบริษัทใหญ่โตเช่นนี้ได้ค่ะ” พูดจบหล่อนก็ผละไปทันที

เขางุนงง…

ฉันยังพูดไม่จบ…ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้กับเขา

เจ้าของบริษัท…ใช่…ทุกคนเกรงกลัว กินเงินเดือน กลัวตกงาน…แต่เจ้าหล่อนไม่ใช่

 

คุณฉวีมองภาพในอัลบั้มรูปเก่าแก่…ภาพในสมัยนั้นเพิ่งมีภาพสี แต่มาปัจจุบัน สีจางลงจนเกือบจะเป็นภาพขาวดำ

จางลงมาก…อีกไม่นาน…ภาพเหล่านี้อาจเลือนหายไปเป็นเพียงอดีต…พร้อมกับชีวิตที่นับวันถอยหลัง

รูปถ่ายกับสามี…คุณสุทิน

ยังสาวยังสวย ยังหล่อ ภาพงานวิวาห์มีแต่รอยยิ้ม…รอยยิ้มของใคร…ของคุณฉวี…แต่ดูรอยยิ้มของคุณสุทินสิ เจ้าบ่าวก็ยิ้มนะ ยิ้มแบบไหน…ยิ้มแบบไม่เปิดกว้าง

คุณสุทิน…ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน ฉันเหงาเหลือเกิน ฉันรักคุณเหลือเกิน รักมาก…แม้ชีวิตฉันก็ตายแทนคุณได้ แต่คุณกลับมาตายก่อนฉัน ทำไมไม่ให้ฉันไปก่อนคุณ

มือสั่นระริกแตะใบหน้าสุทิน…บนภาพถ่าย

ตรงนั้น ภีมยืนอยู่นาน…ตั้งแต่แรกที่ย่าหยิบสมุดภาพขึ้น ใบหน้าท่านเศร้าเหลือเกิน

ทุกครั้ง…ท่านมีรอยยิ้มด้วยความสุข…รอยยิ้มด้วยความรัก บัดนี้ใบหน้าท่านกลับเศร้า

ภีมยังไม่กล้าทำลายความเงียบ…รอ…รอจนเห็นท่านถอนใจยาว และทำท่าจะปิดสมุดภาพจึงแกล้งกระแอม ใช้เสียงกระแอมให้ท่านรู้สึกตัวก่อน

“ภีมเหรอลูก”

“ครับ ดึกแล้วทำไมคุณย่ายังไม่นอน” ท่านยังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น

“นอนไม่หลับ”

“เลยมาดูรูปคุณปู่”

“ปู่เราหล่อมากนะภีม ดูสิ รูปหล่อ สง่างาม ใจเย็น สุภาพ เป็นสุภาพบุรุษ”

“สาวๆ คงชอบคุณปู่มากนะครับ ตอนท่านหนุ่มๆ”

มือหญิงชราสั่นขึ้นเล็กน้อย

“ใช่ สาวๆ ชอบคุณปู่มาก…มาก”

“แต่คุณย่าก็ชนะใจคุณปู่คนเดียว ท่านมีคุณย่าคนเดียว รักเดียวใจเดียวตลอดมา”

รักเดียว…ใจเดียว…

ใช่สิ…สำหรับคุณย่าฉวี รักเดียวแน่นอน แต่กับคุณสุทินจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่

“คุณย่าคิดถึงคุณปู่หรือครับ”

“บอกตามตรงนะ บางเวลาก็ลืม…อย่าไปเชื่อว่าคิดถึงทุกลมหายใจ ไม่จริงหรอก ย่ารักปู่มาก แต่ไม่ได้คิดถึงตลอดเวลา จน…จน…มีอะไรมากระตุ้นความรู้สึกให้คิดถึงมาก”

“อะไรหรือครับ”

เหมือนรอยยิ้มท่านจะเจ็บปวดขึ้น

“อดีต…บางเรื่องหนุ่มๆ ก็ไม่ควรรับรู้”

“ย่าครับ มีปัญหาหรือครับ”

“ไม่มี…ไม่มี”

“ดูคุณย่าไม่มีความสุข วันเกิดคุณย่า คุณย่าก็ไม่สบาย หรือผมทำให้คุณย่าไม่พอใจครับ หรือผมจัดงานบกพร่อง หรือผมไม่มีของขวัญให้คุณย่า”

หญิงชราโบกมือ

“อย่าคิดมากสิ…ภีม งานจัดดีมาก น่ารัก ย่าพอใจ”

“หรือเพราะคุณวิกับคุณนีมีเรื่องกัน จนนักข่าวถ่ายรูปได้”

“อันนั้นก็ปัญหาของแกนะ…ภีม ไม่ใช่ของย่า คนมีปัญหาเป็นแกมากกว่า”

“เรื่องของพวกเธอ ผมจะเคลียร์เองครับ”

“เมื่อไหร่แกจะมีเมียที่ดีที่สุด และเป็นคนสุดท้ายเสียที”

“เรื่องผมเรื่องเล็กครับ ผมหวังแต่จะเห็นคุณย่ามีความสุข อยากให้ของขวัญที่ดีที่สุดกับคุณย่า”

“ย่ามีทุกอย่างพร้อมแล้ว ยังไม่อยากได้อะไร ถ้าย่าอยากได้อะไรจะบอก จริงๆ แล้ว ถ้าอยากได้ก็เป็นหลานสะใภ้คนใหม่มากกว่า แต่ตอนนี้เห็นข่าวผู้หญิงล้อมรอบตัวแกหลายคน ล้วนแต่สาวเปรี้ยวทั้งนั้น ย่าอาจหัวโบราณ ไม่ชอบ”

“ผมยังไม่รีบแต่งงานครับ”

“ภีม…ย่าบอกเลยนะ ความรักบางทีสวนทางกับความเหมาะสม อาจไม่สมหวังทุกอย่าง แต่มันจะไปได้ และไปได้แน่นอน”

ชายหนุ่มไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของย่านัก รู้แต่ท่านต้องมีปัญหาแน่ๆ แต่ท่านยังไม่ยอมปริปากบอก

“ย่าครับ ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยได้ บอกผมนะครับ”

ภีม…หลานเป็นคนช่างสังเกตมาก ย่าบอกอดีตของย่าไม่ได้หรอกนะ เพราะคำว่า ‘เพื่อนทรยศ’ ยังก้องอยู่ในหู…

“ย่าอยากนอนแล้ว” ท่านตัดบท

“ผมพาคุณย่าไปส่งที่ห้องครับ”

“จ้ะ…จ้ะ…” หลานชายตัวโตประคองคุณย่าฉวีตัวเล็ก เป็นภาพที่อบอุ่นน่ารักเหลือเกิน

ไหมแพรนั่งทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหารของสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่กับสินีและอมร สินีเอ่ยขึ้นก่อนว่า

“ลืมบอกแพรเลย เช้านี้ก่อนแพรจะเข้าสำนักงาน ผู้จัดการของคุณพรวิไล โทรมาหาแพรเรื่องรูปถ่าย”

“แล้วเธอว่าไง”

“ไม่พูดอะไรเลย รอให้แพรเป็นคนตอบ”

ไหมแพรเขี่ยข้าวในจาน อยู่ๆ ก็ทานข้าวไม่ลง แค่ตอนแรกคิดว่าโชคดีถ่ายภาพที่ขายได้ แต่กลายเป็นมีปัญหาตามมา หล่อนกลุ้มใจเพราะความลังเลของตัวเอง

“แพร…เงียบไปเลย คิดอะไรอยู่”

“ทางนั้นเดือดร้อน ตามตัวไปคุย ถึงกับข่มขู่ว่าจะไล่กริชออก แต่แพรว่าทางนั้นไม่มีทางทำแบบนี้ ไม่เล่นนอกกติกาแน่ อีกอย่างคมก็เป็นคนทำงาน อยู่ได้เพราะทำงาน ไม่ใช่เพราะอย่างอื่น”

“ขอออกความเห็นหน่อย” อมรโพล่ง “ลงๆ ไปเลย อย่าสนใจอะไรทั้งนั้น”

ไหมแพรถอนใจยาว

ก็อยากละนะ อยากให้จบๆ ได้ภาพมาขนาดนั้น ถ้าลงก็เท่ากับได้ปลดปล่อยบางอย่างที่เคยขุ่นเคืองกับนายภีมกับจันทนี แต่อีกใจกลับคิดว่าไม่สมควรฉวยโอกาส ใช้ความไม่พอใจส่วนตัว

ไม่พอใจส่วนตัว…แก้แค้น ให้สะใจ

แก้แค้น สะใจ…ตายแล้ว หล่อนเป็นอะไรไปนี่ ทำเหมือนมีชีวิตเป็นละคร คอยบอกคนอื่นอย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาเป็นอารมณ์ อย่าปะปนกันสิ

หล่อนชักสับสนกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนทันทีเพราะเป็นคนรวดเร็ว

“ขอไปทำธุระแป๊บนึง กลับมาจะให้คำตอบกับเจ้านายได้แน่” แล้วผลุนผลันออกไปทันที

ไหมแพรไปไหน…ขับจักรยานยนต์ไปที่วัด

วัด…ที่สงบ ออกนอกเมืองหน่อย แต่สงบ ส่วนตัวมากๆ มีคนน้อย บรรยากาศชวนให้สงบจิตสงบใจมาก

ทุกครั้งเวลาไม่สบายใจ วัดคือสถานที่ที่หล่อนต้องไป

คราวก่อนไม่สบายใจเรื่องพี่ชายก็มา…

วันนี้…ต้องหาคำตอบให้กับตัวเอง

หญิงสาวเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา มีทั้งจิตดี…จิตมารมืดที่มักเกิดขึ้นเสมอ

เข้าวัด…ไม่ใช่ตัวหล่อนจะดีขึ้น แต่หล่อนบอกว่าหล่อนจะสงบขึ้นและคิดได้ดี ไม่ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา

กราบพระประธานแล้ว จึงเดินเล่นอยู่รอบบริเวณที่มีสระน้ำ มีปลาอยู่เป็นเพื่อน

“คุณนั่นเอง” มีเสียงทักอยู่ข้างๆ ทำให้หล่อนหันขวับ

“คุณอรัญ”

“คุณไหมแพร เจอกันอีกแล้ว”

“ค่ะ…ไม่คาดคิดค่ะ” หล่อนเลิกคิ้วแปลกใจ “คุณก็มาวัดบ่อยนะคะ”

ชายหนุ่มยักไหล่

“ไม่ใช่ผมหรอกครับ ผมมันคนว่างงานและช่วยขับรถให้คุณย่ากับคุณแม่”

“ท่าน”

“โน่นครับ ด้านโน้น กำลังให้อาหารปลาครับ ขอบขนมปังครับ แม่บ้านจัดให้ถุงใหญ่ เมื่อรู้ว่าย่ากับแม่จะมาให้อาหารปลาในวัด คราวก่อนที่มาไม่ได้เตรียมมา วันนี้ท่านตั้งใจมาให้อาหารปลาโดยเฉพาะครับ”

“อนุโมทนาบุญกับคุณ กับท่านด้วยค่ะ”

“แล้วคุณ”

“อ๋อ…วัดเป็นสถานที่ทำให้ใจฉันสงบได้ค่ะ”

“มีปัญหาหัวใจหรือครับ”

“เอ้อ…ไม่ใช่ค่ะ เรื่องงานค่ะ”

“ถ้าเรื่องงานผมอาจต้องถอยเพราะไม่ถนัดเลยครับ ขนาดงานที่บริษัทถูกคุณแม่บังคับเข้าเกือบทุกวัน ผมยอมรับว่ายังไม่พร้อมจะทำงาน เคยอิสระ เรียน เที่ยว ทุกวัน อยู่ๆจะให้ทำงาน น่าเบื่อนะครับ”

“คุณเป็นคนโชคดีนะคะ ไม่ต้องดิ้นรนหางานทำ ไม่ต้องดิ้นรนหาเงินกินข้าว มีงานรออยู่ มีคนพร้อมจะสอนงานคุณ ทำให้คุณได้เรียนรู้ ได้บริหารงานเลย แบบนี้ต้องคว้าไว้นะคะ โดยไม่มีข้ออ้างว่าไม่พร้อม”

อรัญหัวเราะเบาๆ

“ใครๆ ก็พูดแบบคุณ ทั้งคุณแม่ ทั้งพี่ภีม”

“ถ้าคุณฟังจนเบื่อ ก็ต้องขอโทษ”

“ผมฟังมามากแล้วครับ ผมอาจสบายเกินไป แต่ผมชอบ”

หล่อนโคลงศีรษะ

“ถ้าไม่ทำงานเลย ชีวิตจะเป็นชีวิตได้อย่างไรคะ ชีวิตจะไม่มีคุณค่าเลยนะคะ”

“อย่างไรสุดท้ายผมก็ต้องทำงาน กิจการของเราเอง ผมต้องช่วยพี่ภีม”

“ดูเหมือนท่านทั้งสองจะมองหาคุณอยู่นะคะ” ไหมแพรเห็นอีกด้านของสระน้ำ คุณวรรณกำลังโบกมือเรียกบุตรชายคนเล็ก

“งั้นผมขอตัวครับ”

“ฉันขอไปสวัสดีท่านหน่อยนะคะ” ไหมแพรเดินตามอรัญ โดยอรัญอมยิ้มที่เห็นว่าไหมแพรน่ารัก เมื่อมาพบท่านหล่อนก็ยกมือพนมไหว้

“สวัสดีค่ะ”

ทั้งสองจำหล่อนได้

“อ้าว…หนูนั่นเอง เจอกันที่วัดอีกแล้ว” คุณฉวีกล่าว ที่จำได้แม่นเพราะแม่หนูคนนี้เป็นคนช่วยประคองตอนท่านล้ม

คุณวรรณก็จำได้ กล่าวเสริมว่า

“หนูนักข่าว ที่ไปทำข่าววันเกิดคุณแม่ด้วยนะคะ”

“อ๋อ…ใช่…ใช่ วันนั้นอรัญบอก แต่แม่ไม่ค่อยสบาย เลยไม่ได้พูดอะไรมาก”

คุณวรรณรู้อะไรมากกว่านั้น กล่าวว่า

“เอ้อ…เจอตัวหนูก็ดีนะ มีคนบอกว่าหนูถ่ายภาพสะใภ้สี่ อ้อ…ไม่ใช่สิ…ต้องเรียกว่าอดีตสะใภ้ อดีตสะใภ้สามจะตบตีกับอดีตสะใภ้สี่ งานคุณแม่ไม่ควรมีข่าวแบบนี้ หวังว่าหนูจะไม่ใช้ภาพพวกนั้นนะ ภาพที่จะพัวพันกับงานวันเกิดคุณแม่ งานมงคลดีๆ แท้ๆ ต้องมีเรื่องจะตบตีเข้ามาวุ่นวาย งานคุณแม่จะต้องไม่มีข่าวไร้สาระเด็ดขาด”

หญิงสาวชะงัก เป็นการขอแบบดื้อๆ…หวังว่าหนูจะไม่ใช้ภาพพวกนั้น

คุณย่าฉวีมองหน้าหญิงสาว

อรัญเองก็ตาโต คุณแม่อาจทำให้หล่อนอึดอัด

อึดใจใหญ่ๆ…ไหมแพรต้องตอบแล้ว

ใครๆ พูดมากมาย ใครๆ คุยกับหล่อน ทั้งคมกริช ประมวล ภีม หรือผู้จัดการของพรวิไลก็โทร.เข้ามือถือหล่อน ตอนที่หล่อนมาถึงวัด แต่คุยได้แป๊บเดียว…สายก็ขาด เพิ่งเริ่มพูดสองสามประโยคก็ติดต่อไม่ได้ คาดว่าเดี๋ยวผู้จัดการของพรวิไลก็คงโทร.เข้ามาอีก

สรุปในเรื่องเดียวกัน ตัดปัญหาจบ เพื่อความสบายใจของทุกคน และที่นี่ก็เป็นวัด เป็นที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับไหมแพรได้เสมอ

“ได้ค่ะ แพรจะคุยกับคุณพนม เจ้านายของแพรให้ทำลายภาพพวกนั้นค่ะ”

คุณวรรณยิ้มอย่างพอใจ ผิดคาดที่คุยง่าย ไม่ได้พูดอะไรมากเลย ผิดกับที่ประมวลรายงานว่าไหมแพรพูดยาก…ไม่จริงเลย



Don`t copy text!