เมียอันดับห้า บทที่ 18 : ยิ่งกว่าตบหน้ากัน

เมียอันดับห้า บทที่ 18 : ยิ่งกว่าตบหน้ากัน

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 18 –

คลิกซื้อ E-Book ‘ในสวนอักษร’ ที่นี่

ไหมแพรขมวดคิ้ว

ภีมเป็นอะไร

เห็นหน้าหล่อนก็ทำท่าเหมือนจะกินหล่อนทั้งตัวอย่างไรอย่างนั้นเลย

หล่อนเบ้ปาก…ทำไมต้องกลัว หล่อนมาทวงค่ารักษา หล่อนควรจะเชิดหน้าใส่เขามากกว่าถูกเขาเชิดหน้าและถูกตวาด เรียกหล่อนเข้าไปในห้องทำงานของเขาอย่างวางมาดยิ่งใหญ่

เขาเดินนำเข้าไปก่อน เดินเร็วมาก

ไหมแพรเห็นคมกริชกับอรฤดีที่อยู่หน้าห้องของภีม

เสียงของภีมดังพอจะได้ยินทั้งชั้น ทั้งที่การเงินอยู่อีกด้านของแผนกบริหาร แต่ก็อยู่ในชั้นเดียวกัน

ใครๆ ก็มองออกว่าภีมเห็นไหมแพรแล้วอารมณ์เสียยิ่งขึ้น ถ้าเขาอารมณ์เสียก็ไม่ควรอยู่ใกล้ เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง

ไหมแพรยังคงงงๆ จนนายปันพูดขึ้นเบาๆ

“ท่านอยากพบคุณ เข้าไปเถิดครับ”

หล่อนยักไหล่เบ้ปาก

“ฉันต้องฟังคำสั่งเขาด้วยหรือ”

“เขาที่คุณพูดถึง เป็นคนจ่ายเงินนะครับ”

“ฉันมีสิทธิ์ในเงินของฉัน”

“ผมแนะนำว่าไปพบท่านเถิดครับ”

อ้าว…กลัวกันด้วย เดินผ่านคมกริช อ้าว…คมก็กลัวหรือ ได้แต่แค่ยิ้มแห้งๆ ให้หล่อนเท่านั้น ดูสีหน้าก็รู้ ไม่กล้าพูดอะไรกับหล่อนเลย

เฮ้อ…ถอนใจยาว กินเงินเดือนก็แบบนี้ละนะ ช่วยไม่ได้ ส่วนอรฤดีก็พูดเบาๆ กับหล่อน

“พี่ภีมอารมณ์ไม่ดีค่ะ”

ไม่ต้องบอกก็รู้แล้ว อุบลเลขาฯ ตัวจริงของภีมเป็นคนลุกขึ้นเปิดประตูให้ไหมแพร หล่อนจึงพูดว่าขอบคุณค่ะ และก้าวเข้าไป

ที่โต๊ะทำงานไม่มี แต่เห็นภีมที่ด้านตรงข้าม ในห้องใหญ่มีมุมรับแขกส่วนตัว เขานั่งพิงพนักโซฟา จ้องมองหล่อน

หล่อนยืนสงสัย

บ้าจริง ไม่เชิญให้หล่อนนั่ง เสียมารยาท เอาแต่จ้องหน้าเขม็ง

ไม่มีมารยาทมา ก็ไม่มีมารยาทกลับ นั่งเองก็ได้และเริ่มต้น

“ฉันเป็นผู้เสียหายและมารับค่ารักษาพยาบาล คุณไม่ต้องหน้าบูดก็ได้นะ”

เงียบ…เอาแต่จ้องหน้าอย่างไม่พอใจ

“เงินไม่กี่หมื่นบาท คงไม่ทำให้ขนหน้าแข้งร่วง อย่างคุณจะเดือดร้อนอะไร”

เงียบ

“นี่…เรียกฉันเข้ามาในห้องคุณด้วยธุระอะไรกันเนี่ย”

เขาหยิบหนังสือพิมพ์บนโต๊ะรับแขกและวางอยู่ตรงหน้าหญิงสาว ไหมแพรหยิบขึ้นอ่าน…แต่ภาพเด่นชัดกว่า…ภาพ…

พรวิไลเงื้อมือจะตบจันทนี!

หนังสือพิมพ์ฟ้าใหม่…และภาพที่หล่อนถ่ายได้

งงยิ่งกว่าเก่า หล่อนเพิ่งเห็น สองวันนี้หล่อนไม่ได้เข้าสำนักพิมพ์เลย และทำไม…ทำไม…

“ทำไมเป็นแบบนี้” ประโยคแรกที่หล่อนเอ่ย หลังจากเห็น

หัวใจเต้นแรง…ผิดหวังกับพนม…หัวหน้าหล่อน เจ้านายหล่อน

กลืนน้ำลายยากเย็น…รู้แล้ว ทำไมเขาโกรธจัด

มือไม้เย็นเฉียบ พูดอะไรไม่ออก เพราะอะไร เพราะรู้สึกเสียหน้า รู้สึกเสียใจ รู้สึกว่าตนเองกลายเป็นคนไม่รักษาคำพูด รับปากไว้แต่ทำไม่ได้ จะมีอะไรแก้ตัวล่ะ ผิดเห็นๆ แม้หล่อนจะมีเหตุผลว่าหล่อนไม่รู้เรื่องด้วยเลย แต่ภาพที่ออกมาก็เท่ากับประจานหล่อนเต็มที่

“ฉันควรจะถามเธอมากกว่า ทำไมเป็นแบบนี้”

“เอ้อ…เอ้อ…”

“ดีนะ…ดีมากเลย ได้เห็นธาตุแท้ของเธอ”

โอ้โห…ธาตุแท้ มันจะเกินไปหรือเปล่า

“ฉัน…มีเหตุผล” พูดออกมาอย่างยากเย็น

เขาแค่นหัวเราะ

“แน่นอน เธอต้องมีข้ออ้างสำหรับความไร้สัจจะ สนุกนะ ภาพออกมา ใช่…ขายได้แน่นอน คงทำยอดให้หนังสือพิมพ์ขายข่าวผัวเมียมากพอควร ลงภาพตั้งสองหน้า ทั้งข่าวสังคม ทั้งหน้าดารา อืม…ภาพของเธอได้ฉบับเดียวเลย อะไรที่เกี่ยวกับภีม ขายได้เสมอ แม้กับอดีตภรรยา ก็ยังขายได้”

หล่อนกำมือแน่น…โอ๊ย…อึดอัดจะตาย

เหมือนถูกตบ ระบมหมดแล้ว

ชาทั่วใบหน้า โดยไม่ต้องออกแรงตบเลยสักนิด

“หลงคิดว่าเธอจะไว้ใจได้ รักษาคำพูด แต่เปล่า…ก็แบบนี้ละ จะเอาอะไรกับนักข่าวที่ชอบข่าวแบบนี้ อืม…ดีมากเลย เห็นได้ชัดเจน เธอเป็นคนประเภทไหน”

แล้วไหมแพรก็เหลือทน…โพล่ง

“ฟังคำอธิบายได้ไหมคะ”

เขาเลิกคิ้ว

“อ้อ…ยังมีคำอธิบาย อ้อ…ยังมีคำแก้ตัว น่าสนใจ น่าสนใจ”

คำพูด…ทั้งกิริยาท่าทาง เขากำลังเยาะเย้ยหล่อน

ไหนๆ ก็เสียหน้าแล้ว พูดไปเขาจะเชื่อหรือไม่

“ฉันขอโทษค่ะ” หลุดปากจากใจจริง เสียงเบามากๆ

“แล้วไหนคำอธิบาย”

“คุณคงไม่เชื่อ”

“แค่ผิดคำพูดก็ไม่น่าเชื่อถือแล้ว แต่ฉันไม่ผิดคำพูดกับเธอ คนรถขับรถชนเธอ ให้มาเบิกค่ารักษาได้ มาเบิกไปเท่าไรแล้วล่ะ เรียกให้เต็มที่ เป็นทีของเธอแล้วนี่ คงเรียกเป็นแสนแล้วละมัง”

โอ๊ย…ดูถูกหล่อนเกินไป แต่เพราะภาพที่ปรากฏทำให้หล่อนพูดอะไรไม่เต็มปาก ได้แต่อดทน ขอพูดบ้างเพราะต้องปกป้องตัวเอง

“วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันมาเบิกเงิน และตั้งใจเบิกแค่สามหมื่นตามใบเสร็จ ยังไม่รวมค่าเจ็บตัว ค่าเสียเวลา ค่ารถค่าราที่ไปโรงพยาบาล”

“แค่สามหมื่นเสียเวลามา” แค่เศษเงินเขา

“ฉันออกไปล่วงหน้าหลายวันแล้ว สามหมื่นไม่มากสำหรับคุณก็จริง แต่คนอื่นมันมีค่า”

“ฉันรักษาคำพูด เธอไปเบิกได้ ส่วนคนไม่รักษาคำพูด คนขี้ขโมย ไม่รู้จะพูดอย่างไร”

หญิงสาวปวดศีรษะจี๊ด

“เรื่องขโมยเป็นปีมาแล้ว ฉันไม่รับ ไม่ยอมรับเด็ดขาด ถึงตายก็ไม่รับ ส่วนเรื่องในหนังสือพิมพ์ ฉันไม่รู้จริงๆ เพราะคุยกับเจ้านายแล้ว ตกลงแล้วว่าจะไม่ลงรูป ไม่มีข่าว”

ภีมพยายามจะใจเย็น

“แล้วที่เห็นชัดๆ ภาพลวงตาหรืออย่างไร”

“นั่นสิคะ…คำอธิบายของฉัน…ไม่เข้าท่า”

“แก้ตัวให้มีเหตุผลหน่อย”

“คิดอยู่แล้วว่าคุณต้องไม่เชื่อ”

“ฉันจะเชื่อแต่สิ่งที่ตาเห็น”

“ฉันถึงไม่อยากแก้ตัวค่ะ เพราะฉันเพิ่งเห็นรูปตอนนี้เอง ยังไม่ได้คุยกับเจ้านายค่ะ”

“ไม่ต้องแก้ตัวหรือพูดเหตุผล หลักฐานชัดเจนอยู่”

“ค่ะ ชัดเจน…และฉันขอโทษ”

แม้จะพูดออกมาอย่างยากเย็น แต่ก็ต้องพูด ‘ขอโทษ’ อีกครั้ง เขาพูดถูกเลย หล่อนตกใจกับภาพข่าวเพราะเห็นครั้งแรก และขอโทษก็พูดเป็นครั้งที่สองแล้ว

เขาโบกมือ

“ฉันไม่อยากได้ยินคำนี้ ฉันเดาได้ว่าเธอต้องพูดคำนี้ ขอโทษ ขอโทษ…มีประโยชน์อะไร ถามว่ามีอะไร คำตอบเธอไม่มีอะไรเลย”

“เอ้อ…ฉัน…ฉัน…”

“ออกไปได้” คำพูดประโยคนี้เขาพูดโดยไม่มองหน้าหล่อนด้วยซ้ำ

ไหมแพรจะอยู่ทำไมล่ะ ออกมาสิ จริงอย่างที่เขาพูด ไม่มีประโยชน์แล้ว หล่อนพลาดเอง ไม่คิดว่าเจ้านายจะกลับคำพูด กลายเป็นหล่อนต้องรับผิดชอบ

เดินออกมาผ่านโต๊ะคมกริช…เขารู้ว่าหล่อนออกมา รีบหลบสายตา ก้มหน้าทำงาน เสแสร้งไม่เห็น ไหมแพรสูดลมหายใจลึกๆ

คมคะ…เงยหน้าหน่อย ยิ้มให้กำลังใจหล่อนหน่อย ในฐานะคนรัก ช่วยให้กำลังใจด้วย คนที่เงยหน้ายิ้มให้กลับเป็นอรฤดีและยังพูดว่า

“อาจโดนหนักหน่อยนะคะ พี่ภีมเป็นคนแบบนี้ละค่ะ ไม่ชอบเก็บความรู้สึก”

“ค่ะ” ไหมแพรตอบสั้นๆ รีบเดินออกมา

ไหมแพรหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

“คุณพนม…มันอะไรกันคะ แพรไม่เข้าใจ ทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมรับปากแล้วยังมีข่าว”

พนมถอนใจยาว

“เธอลางานสองวัน ฉันเลยไม่ได้บอกเธอกับการตัดสินใจครั้งสุดท้ายว่าต้องลง”

“เราคุยกันแล้วนี่คะ”

“ตอนนั้นที่ฉันรับปากไม่ลงรูปพวกนี้ เพราะคิดว่าช่างมันเถิด…เธอขอมา แต่รู้ไหมว่าสองสามวันนี้ ฉันก็ถูกนายใหญ่ข้างบนเล่นมาเหมือนกันว่าฟ้าใหม่ของเราไม่มีข่าวเด็ดเลย จืดชืดมาหลายวันแล้วฉันเลยตัดสินใจสุดท้ายจริงๆ ว่าต้องลงแล้วละ”

“แพรเสียหายนะคะ แพรรับปากคุณวรรณไว้”

“เถอะน่า…ไม่ลงฉันก็เสียหาย พอลงไป ฟ้าใหม่ยอดขายขึ้นทันที เห็นๆ เลยละ แถมในวงสังคมและพวกดาราก็พูดกัน ส่งข้อความกันในมือถือ ดังมาก”

“แล้วแพรล่ะคะ”

“ขอโทษแล้วกัน”

รู้สึกแล้วว่าคำว่า ‘ขอโทษ’ ไม่มีความหมาย เหมือนกับที่หล่อนพูดขอโทษภีม และภีมไร้ความรู้สึก เหมือนกันเลย เจ้านายขอโทษหล่อนและหล่อนก็ไร้ความรู้สึก ไม่อยากยอมรับคำนี้

“ไม่ควรรับปากแพรแต่แรก”

“ก็…ก็…เออน่ะ มันลงไปแล้ว”

“แพรถูกตำหนิ ทางนั้นโกรธ”

“ช่างเถิด อย่าไปแคร์ นี่เป็นงานของเขา”

“แต่ว่า…”

“แพร…หน้าที่เราคือหาข่าว ถ้าเขาไม่ตบกันจะมีภาพออกมาหรือ ต้องโทษพรวิไลกับจันทนีเอง”

“ยังไม่ถึงกับตบตีนะคะ”

“ก็เกือบแล้วละ ฉันถูกนายใหญ่เล่นลงมา ถือว่าช่วยๆ กันก็แล้วกัน จะมองว่าเป็นเรื่องเล็ก มันก็เล็กนิดเดียว แค่อดีตเมีย คุณภีมควบคุมอดีตเมียไม่ได้ จะโทษใครล่ะ”

พนมไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด โยนๆ ไปให้คนอื่น ไหมแพรเดินออกจากห้องอย่างหมดแรง

สินีกับอมรรี่มาทันที สินีพูดขึ้นก่อนว่า

“เป็นไง…เป็นไง ตอนเห็นครั้งแรก คุณพนมยังหัวเราะร่าเลยนะ นีพูดไม่ออก ไหนว่าตกลงกับคุณพนมแล้วว่าจะไม่มีข่าว”

“คุณพนมเปลี่ยนใจในตอนท้าย” ไหมแพรเสียงอ่อยๆ

“ทำแบบนี้ได้อย่างไร เธอก็เสียสิ”

“คุณภีมโกรธมาก แพรแวะไปที่บริษัทไปเบิกค่ารักษาพยาบาล เจอเขายังกับยักษ์ เล่นเอาแพรพูดไม่ออก เพราะผิดคำพูดกับเขาเอง”

“ว้าย แล้วคมช่วยหรือเปล่าล่ะ”

“รายนั้นกลัวคุณภีม กลัวตกงาน แทบไม่กล้าสบตาแพรเลย”

อมรโพล่งขึ้น

“แหม กลัวไม่เข้าท่า มันก็คนเหมือนกัน แพรจ๊ะ อย่าไปกลัว ข่าวลงไปแล้ว ชั้นกลับเห็นด้วยนะ อุตส่าห์มีภาพเด็ด เมียสามจะตบเมียสี่ โอ๊ย สนุกจะตาย เหมือนละครน้ำเน่าเลย บอกแล้วชีวิตจริงเน่ากว่าละครไง”

สินีค้อนอมร

“อมรนี่…เห็นด้วยได้ไง แพรรับปากทางนั้นว่าไม่มีภาพข่าว”

“ก็เจ้านายลงเอง ไม่ใช่เราลง” อมรเถียง

“แต่ยัยแพรก็เสียอยู่ดี”

“อย่าไปสนมาก เอางานของเราไว้ก่อน คนอื่นไม่ได้จ่ายเงินเดือนเราสักหน่อย ลงๆ ไปเถิด มันจะตาย ป่านนี้แม่ดาราพรวิไลคงกำลังดิ้น มีคนวิจารณ์ว่าเธอชอบความรุนแรง ตบเป็สนตบ เพราะแม่จันทนีก็ใช่ย่อย กลัวถูกตบกลับละมัง เลยแค่เงื้อๆ ง่าๆ ไม่ตบสักที ลุ้นให้ตบๆไปเลย”

อมรพูดกลั้วหัวเราะ สินีได้แต่โคลงศีรษะ เห็นใจไหมแพร

“แพร…คงไม่เป็นไรนะ” หันมาถามเพื่อนรัก

คนถูกถามกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“ขนาดนี้ จะเป็นไรล่ะ”

 

ยายสายบัวโวยวาย แต่ไม่ถึงกับดังลั่นห้อง โวยวายกับหลานชายที่นั่งเฝ้ายายทั้งวัน

“โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว ออกจากโรงพยาบาลเถอะ ยายเบื่อ”

วิทยาจับแขนหญิงชราไว้

“ใจเย็น…ใจเย็นยาย รอให้แพรมันมาก่อนสิ”

“ยายไม่เป็นไร ที่เป็นเพราะแกคนเดียว”

วิทยายิ้มแห้งๆ

“ยาย…อย่าเพิ่งพูดเลย รักษาตัวก่อน”

“จะตายก็เพราะแกนั่นละ” พูดไป ยายสายบัวก็เจ็บปวด เพราะวิทยาเป็นหลานรัก “ทำไม…ทำไมแกไม่รู้จักจำ ทำไมต้องก่อแต่เรื่อง สร้างแต่ปัญหา แกอยากเห็นยายตายใช่ไหม แกถึงจะสำนึก”

วิทยาหน้าจ๋อย

“ฉันก็อยากแก้มือ อยากรวยเหมือนคนอื่นบ้าง”

“แกมันต้องดูต้นทุนของแก ต้นทุนแกมีเท่าไร แกไม่ใช่ลูกคนรวย แกต้องเจียมตัว”

“ฉันเกิดมาต้นทุนต่ำ ฉันจึงทนไม่ได้ แต่ยาย ยายอย่าด่าฉันเลย ฉันกลุ้มจะตาย”

“ยายไม่ได้ด่าแกเลยสักคำ ยายเจ็บใจตัวเอง ที่พูดแล้วแก…แล้วแกไม่เข้าใจ…คราวที่แล้วนึกว่าจะจบ แต่ก็ไม่จบ คราวที่แล้วยายกับแพรก็หมดตัวกับแกแล้วนะ”

“มันเสียไปแล้ว จะรื้อมาพูดทำไมยาย”

“แก”   



Don`t copy text!