เมียอันดับห้า บทที่ 23 : เผชิญหน้า

เมียอันดับห้า บทที่ 23 : เผชิญหน้า

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 23 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

เปิดล็อกเกตออก…แต่ยังไม่กล้ามอง

คุณฉวีรู้เต็มอกว่าต้องเกี่ยวกับตนแน่นอน และแล้วก็พูดกับเกษรว่า

“พาหนูผึ้งไปที่ห้อง และเฝ้าดูอาการด้วยนะ”

เกษรจึงจูงมือเด็กหญิงออกจากห้อง

คุณวรรณสงสัย ยังดีที่ท่านอนุญาตให้ตนอยู่ในห้องด้วยได้

“อะไรคะคุณแม่”

อะไรหรือ…พอลับร่างเด็กหญิงกับพี่เลี้ยงพยาบาล คุณฉวีจึงได้มองภาพในล็อกเกตเต็มตา

สายตาฝ้าฟางไม่ชัดเจนเต็มร้อยนักหรอก ตามประสาผู้สูงวัยที่สายตาเสื่อมไปตามวัย ยิ่งอายุมากก็ยิ่งเสื่อม ปัญหาเสื่อมไปตามวัยไม่สามารถแก้ไขได้

จะฝ้าฟางอย่างไร ภาพก็ชัดเจนในทันที

รูปคู่…ชายหญิงเฉพาะใบหน้าคู่กัน

คู่กัน…คู่…คู่…

สายบัวกับคุณสุทิน!

คุณสุทิน ผู้ล่วงลับไปแล้ว

“อะไรคะ คุณแม่” คุณวรรณถามย้ำ

ท่านยังพูดไม่ออก ทำให้ลูกสะใภ้ต้องชะโงกหน้ามองและร้องอุทาน “อ้าว ภาพคุณพ่อนี่คะ”

ภาพคุณพ่อตอนเป็นหนุ่มกับหญิงแปลกหน้า

“กับใครคะ”

ใคร…คำตอบที่คุณฉวีก็ยังพูดไม่ออก จึงต้องหันมาถามไหมแพรอย่างไม่พอใจ

“นี่…เธอเป็นใครกันแน่ ทำไมมีล็อกเกตรูปพ่อสามีของฉัน กับผู้หญิงแปลกหน้า”

ไหมแพรเองก็ตอบไม่ถูก

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ล็อกเกตเป็นสมบัติของยาย เป็นของที่ยายหวงแหนและเก็บรักษาอย่างดี ตอนเด็กหล่อนเคยเปิดเล่นๆ แต่ก็ไม่สนใจ จนยายสายบัวให้หล่อนนำมาให้คุณฉวี พร้อมกับฝากคำพูดมาด้วย

ก่อนมา ไหมแพรก็เปิดดูอีกครั้ง อดไม่ได้ที่จะต้องหาคำตอบก่อนมาพบ

ภาพยายสายบัวตอนสาวกับหนุ่มแปลกหน้า

ยอมรับว่าไม่รู้จักหนุ่มคนนี้ พยายามคิดก็คิดไม่ออกว่าเป็นใคร ไม่กล้าถามยายสายบัว จนขณะนี้จึงรู้ว่าเป็นพ่อสามีของคุณวรรณ ก็หมายถึงเป็นสามีคุณฉวี

คุณสุทิน สุททินพงษ์

ทำไมยายตนกับคุณสุทินถ่ายรูปคู่กันได้

“แพรเป็นหลานสาวยายสายบัวค่ะ”

“แล้วสายบัวเป็นใคร”

คุณวรรณงงไปหมด ไหมแพรก็ตอบไม่ถูก จึงหันมาถามแม่สามีอีกครั้ง

“คุณแม่รู้จักยายสายบัวหรือคะ ทำไมถ่ายรูปคู่กับคุณพ่อคะ”

คำตอบสั้นและแผ่วเบาคือ

“พวกเขาเคยคบกันมาก่อน”

คุณวรรณเลิกคิ้ว

“อ๋อ อดีตแฟนกัน แล้วทำไมต้องเอามาให้คุณแม่ดู” คนพูดเริ่มสงสัย “หวังผลอะไรหรือเปล่าเนี่ย”

คุณฉวีไม่ได้ตอบคำถามของคุณวรรณ แต่หันมาถามไหมแพรว่า

“เคยเจอกันที่วัด ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า เธอจะเป็นหลานสาวของสายบัว”

“ท่านรู้จักยายสายบัวจริงๆ หรือคะ” ถามเพื่อให้มั่นใจ

“แล้วยายเธอพูดอย่างไรล่ะ” ย้อนถาม

“ยายไม่ยอมพูดอะไรเลยค่ะ”

“แล้วเอามานี่ ต้องการอะไรล่ะ”

“อ๋อ…ค่ะ…ยายป่วยหนักต้องผ่าตัด แต่ยายไม่ยอมผ่า ยายให้แพรเอาล็อกเกตมาให้ และฝากมาบอกให้ท่านไปพบที่โรงพยาบาลค่ะ”

คุณวรรณได้ยิน โวยวายทันที

“ยายเธอยิ่งใหญ่มาจากไหน…หา…ยิ่งใหญ่จริงๆ จะให้คุณแม่ไปพบที่โรงพยาบาล”

ไหมแพรเองก็ไม่คิดว่า แค่พูดเท่านี้จะสำเร็จ และล็อกเกตจะมีความสำคัญอย่างไร

“เพราะแพรแค่อยากให้ยายผ่าตัดค่ะ ถ้าไม่ผ่าตัดจะอันตรายมาก”

“โรคอะไรล่ะ เกี่ยวอะไรกับพวกเรา”

“โรคหัวใจค่ะ แพรก็ว่าไม่เกี่ยวกับท่าน แต่แพรต้องทำตามที่ยายสั่ง แพรไม่มีทางอื่น”

“กลับไปเลย…ไป…” คุณวรรณไม่ค่อยพอใจนัก ถึงขนาดเอ่ยปากไล่

คุณฉวีกลับโบกมือห้าม

“อย่าเพิ่งไล่ แม่จะต้องไปพบสายบัวสักครั้ง”

ไปพบ…ต้องไป…

คุณวรรณเบิกตากว้าง

“คุณแม่”

ท่านรับปากแล้ว จะแวะไปโรงพยาบาลพรุ่งนี้เช้า และไหมแพรก็ลากลับ คุณวรรณจึงมีโอกาสถามแม่สามี

“เพราะจี้รูปนั้นหรือคะ คุณแม่”

ไหมแพรเอากลับไปด้วย เพราะเป็นสมบัติของยายสายบัว

คุณฉวีโบกมือ

“อย่าเพิ่งถามอะไรนะ แม่เหนื่อยเหลือเกิน แม่อยากพัก ขอเวลาแม่หน่อย…ขอเวลา”

“ค่ะ..งั้นพรุ่งนี้เช้า วรรณจะไปเป็นเพื่อนคุณแม่นะคะ” สงสัยอย่างไรก็ต้องเก็บความสงสัยไว้ รอ…พรุ่งนี้อาจมีคำตอบที่แน่ชัด

 

ไหมแพรเดินออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน

มีโทรศัพท์ของคมกริชเข้ามา ชวนหล่อนทานอาหารเย็น หล่อนตอบตกลงทันที และขอให้อยู่ใกล้บ้านเพราะเหนื่อยเหลือเกิน

ร้านนี้หล่อนเป็นคนเลือก ร้านข้าวแกงราคาประหยัด มีแอร์เย็นสบาย ข้าวราดกับข้าวสองอย่าง ในปริมาณอิ่มดี แค่ห้าหกสิบบาท แถมยังมีน้ำดื่มฟรี

คมกริชบ่นพึมพำ

“อีกแล้ว…ร้านนี้อีกแล้ว”

“ถูก…อร่อยและอิ่มนะ”

“อืม…อร่อย…แสดงว่าแพรคงไม่รู้ว่าอร่อยจริงๆ มันเป็นอย่างไรแน่”

“แล้วเป็นอย่างไรล่ะ”

ไหมแพรเล่นถามจริงๆ ทั้งที่คมกริชแค่พูดลอยๆ เพราะคิดถึงอาหารที่ทานกับอรฤดี จ่ายเป็นหมื่น รสชาติแตกต่างราวฟ้าดิน

“เออ…เออ…แพรคงไม่กินหรอกนะ ถ้าแพง”

หล่อนยิ้มแห้งๆ

“ตอนนี้ต้องประหยัดยิ่งกว่าเก่าอีก บางวันต้องกินบะหมี่สำเร็จรูปด้วยซ้ำ”

“โอ้โห แพรพูดเสียน่าสงสาร”

“เปล่าเลย แพรไม่อยากให้ใครมาสงสาร”

“ผมช่วยแพรไม่ได้เหมือนเดิมละ”

“คมน่าจะรู้ว่าแพรต้องการอะไร แค่กำลังใจเท่านั้น คมรู้สึกหรือเปล่าที่คบกับแพรแล้วเหนื่อย” หล่อนสังเกตจากใบหน้าเขา ระยะหลังยิ่งพบกันนานๆ ครั้ง และท่าทางชายหนุ่มไม่มีความสุข เหมือนตอนเริ่มคบกันใหม่ๆ

ชายหนุ่มเสหัวเราะ ตอบเลี่ยงๆ ว่า

“เอ้อ…ภาระของแพรมากเหลือเกิน”

“เจอแต่ปัญหาใช่ไหมล่ะ ก็แพรมีทั้งยาย ทั้งพี่วิท คมตัวคนเดียว สบายตัวเลย”

“ผมไม่ชอบมีภาระ บอกตามตรง ถ้าเป็นผม…พูดแล้วอย่าโกรธนะ อะไรที่แพรตัดทิ้งได้ก็ทิ้งไปเลย แพรโง่มากนะที่รับใช้หนี้ให้พี่ชายคราวที่แล้ว เงินเก็บหมด ต้องขายรถ ผมไม่เสียสละอย่างแพรหรอก พูดจริงๆ พี่วิทเห็นแก่ตัวมาก ยายเองก็รักพี่วิทมากกว่าแพร แพรน่าจะรู้ตัว”

“แพรโง่หรือ”

“เอ้อ…ผมไม่ได้ตั้งใจว่าแพร…เพียงแต่…”

“อืม…แต่พูดออกมาแล้ว”

“น้อยใจหรือ”

“พูดตรงๆ ก็ดี ใช่…แพรยอมเป็นคนโง่เพื่อยาย” ชีวิตนี้ต้องตอบแทนบุญคุณยายที่เลี้ยงดูหล่อน

“ยายให้ไปตายก็ไปหรือแพร” เขาดูจะหงุดหงิดแทนหล่อน และหญิงสาวก็พยายามมองข้าม

“ยายให้แพรไปพบคุณฉวีวันนี้” เรื่องนี้นอกจากสินีเพื่อนรักที่รู้ คมกริชก็ควรรู้ด้วย

“คุณฉวีไหน”

“ย่าของเจ้านายคมไงล่ะ”

“เฮ้ย ไปเกี่ยวอะไรกับท่าน”

“แพรก็ไม่รู้นะ ยายคงเป็นเพื่อนเก่ากับท่าน และอยากเจอเพื่อนเก่าก่อนจะผ่าตัดหัวใจ”

“เพื่อนที่ฐานะต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนะ” ไม่ใช่ฟ้ากับดิน คมกริชเปรียบเป็นเหวลึกเลยทีเดียว น้ำเสียงเหมือนเยาะๆ

“อย่าดูถูกยายของแพรได้ไหม” เพราะน้ำเสียงแปลกๆ นั่นละ

“เออ…เออ…ผมขอโทษ ก็คนหนึ่งเป็นเศรษฐี อีกคนหาเช้ากินค่ำ”

“ยายอยากพบคุณฉวี และท่านก็รับปากจะไปพบ”

“โอ้โห คุณฉวีน่ารักมากเลย ยอมไปพบเพื่อนต่างฐานะ”

“เพื่อน คำนี้ต้องแบ่งแยกด้วยหรือ เราก็เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ไม่ว่าเพื่อนจะแตกต่างอย่างไร ไม่มีการแบ่งแยก ถ้ามีใครหยิ่งและแบ่งแยก แพรก็ไม่ต้องการคบ”

“ท่าทางแพรอารมณ์ไม่ดีเลย”

“แพรห่วงยายน่ะ”

“เอาเถิด…อย่าห่วงมากจนลืมตัวเอง รีบๆ กินรีบๆ ไปพักผ่อน ดูตาแพรสิ จะเป็นหมีแพนด้าแล้ว”

คนพูดเองก็กินไม่ค่อยลง อาหารราคาถูกชักไม่ถูกปาก เขาอยากลิ้มรสอาหารเลิศที่แปลกใหม่ ทั้งอาหาร รสชาติและสถานที่ ช่างแตกต่างจากที่นี่จนเปรียบเทียบไม่ได้เลย

บางที…บางที…เขากับไหมแพรชักจะห่างกันเกินไปแล้ว

เขาอยากได้สังคมอีกระดับ จากผู้หญิงอีกคน ซึ่งเธอคนนั้นเขาดูออกว่ามีใจให้เขา ชื่นชอบเขา

ถ้าอรฤดีชวนไปไหน ต่อไปเขาจะไม่ปฏิเสธ เพราะเขาต้องการสังคมอีกระดับ ที่ส่วนลึกโหยหา

คุณฉวีและคุณวรรณ มาหยุดอยู่หน้าห้องพยาบาล

ห้องคนไข้รวม…คุณฉวีพูดกับลูกสะใภ้ว่า

“ไปนั่งรอตรงโน้น ไม่ต้องเข้าไป”

“วรรณอยากเข้าไปเป็นเพื่อนคุณแม่”

“ไม่ต้องจ้ะ แม่จะเข้าไปคนเดียว” เสียงท่านหนักแน่น ผิดกับใบหน้าที่ดูไม่มั่นใจเลยสักนิด

และแล้ว…ท่านก็ก้าวเข้ามา คนไข้รวมสี่เตียง แต่มีคนไข้จริงๆ แค่สอง และอีกคนก็หลับโดยมีผ้าม่านรูดกั้น

เตียงของยายสายบัวอยู่ด้านใน

สายบัวรอการมาของเพื่อน…เพื่อนทรยศ

วันฉลองวันเกิดคุณฉวี มีโอกาสได้พบกัน แต่ก็เพียงไม่กี่นาทีก็ถูกขัดขวาง และสายบัวก็หายไปจากบริเวณงานอย่างรวดเร็ว

น่าแปลก…ที่สายบัวนัดพบ

น่าแปลก…ที่สายบัวอยากพบหล่อน

คุณฉวีสงสัย เพราะมันนานเกินไปแล้ว ร่วมๆ หกสิบปีแล้ว ถ้าจะพบ ทำไมไม่พบกันก่อนหน้านี้

ด้วยฐานะ ด้วยชื่อเสียง จะพบตัวคุณฉวีง่ายดายนัก ทว่าสายบัวก็หายไปเลย

การมาพบสายบัวที่นี่…ใจคุณฉวีเต้นแรง

ทำไมล่ะ…ทำไมต้องตื่นเต้น ทำไมต้องกลัว ทำไมต้องหวาดหวั่น ทำไมต้องประหม่าขนาดนี้

แค่เพื่อนเก่า

แค่…เพื่อนจริงๆ หรือ

สายบัวรออยู่ นั่งกึ่งเอนตัวบนเตียง เอนในท่าสบายๆ ที่จะเห็นคุณฉวีชัดเจน

คุณฉวีมาแล้ว มาปรากฏตัวต่อหน้าแล้ว ชัดเจนยิ่งกว่าการพบครู่เดียวเมื่องานวันเกิดวันนั้น

ต่างจ้องหน้ากัน คนหนึ่งแสนจะทรุดโทรม ผมขาว ผอมบาง ตัวดำ ผิวพรรณเหี่ยวย่น ร่องรอยของคนทำงานหนัก ร่องรอยของคนสู้ชีวิต อีกคนผิวยังผ่อง ขาว ผมย้อมดำ แต่งเติมเครื่องสำอางพองามตามวัย ดูอ่อนกว่าวัยด้วยซ้ำ อาภรณ์เครื่องประดับนั้นครบครัน ราคาแพง

มันควรจะสลับกัน

คนบนเตียงควรยืนตรงนั้น และคนตรงนั้นควรจะนอนบนเตียง

ชะตาชีวิต…ชีวิตของยายสายบัวถูกอีกคนแย่งชิงไป

โทษใคร โทษตัวเองที่ในขณะนั้นไร้เดียงสานัก และคุณฉวีก็ร้ายเหลือ แย่งทุกอย่างของตนไป

“มาแล้วหรือ เพื่อนทรยศ”

เพื่อนทรยศ เป็นคำที่คุณฉวีต้องยอมรับโดยดี ยอมรับด้วยความจริง จะปฏิเสธก็ได้ จะโกหกก็ได้ จะแก้ตัวก็ได้ แต่ส่วนลึกท่านยังมีความสำนึก

ถ้าไม่สำนึกผิด ถ้าไม่สำนึกรู้ชั่วรู้ดี คุณฉวีจะไม่ยอมมาพบเพื่อนเก่าเช่นนี้ ชีวิตสบายแล้วนี่ ลอยตัวเหนือทุกอย่างแล้วนี่ ทำไมต้องคิดถึงอดีตด้วยล่ะ

เพราะจิตสำนึกในส่วนลึกว่าผิด…ผิดและผิด…ถ้าตายไปจะสงบสุขหรือ คนที่เข้าวัดอย่างท่าน ท่านยอมรับว่าทุกข์ทรมาน

ขอได้พบเพื่อน ได้เปิดใจคุยกัน ได้อโหสิกรรมกัน ท่านจะได้สบายใจ

“บัว ฉันขอโทษจากใจจริง ขอโทษที่ทำผิดในอดีต ยกโทษให้ฉันนะ ฉันมาพบบัว เพราะฉันต้องการให้บัวอโหสิให้ฉัน…”

 



Don`t copy text!